- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาถูกอ่านใจ พี่ชายทั้งห้าดันมาขโมยไอเดียไปใช้กันฟรีๆ
- บทที่ 27 ตัวแสดงแทน
บทที่ 27 ตัวแสดงแทน
บทที่ 27 ตัวแสดงแทน
"ไปกันเถอะ! งานนี้ฉันอุตส่าห์ออกหน้าการันตีฝีมือเธอกับผู้กำกับเลยนะ ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน คนอื่นคงแย่งกันหัวร้างข้างแตกเพื่อจะได้เป็นสแตนด์อินแล้วล่ะ!"
เซวียเฟยจูงมือกู้หนิงซีพลางอธิบายไปตลอดทาง
"อ้อ!!"
กู้หนิงซีทำหน้ามุ่ย เธออยากกลับไปรับบทศพมากกว่านี่นา! ทั้งได้เงินแถมยังได้นอนพักผ่อนอีกต่างหาก ฟินจะตายไป
เมื่อมาถึงหน้าผู้กำกับ เซวียเฟยก็ฉีกยิ้มกว้าง ดันหลังกู้หนิงซีไปข้างหน้า แล้วเอ่ยกับผู้กำกับวัยกลางคนว่า:
"ผู้กำกับหลิวคะ สแตนด์อินของนางรองมาถึงแล้วค่ะ ลองดูสิคะ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้กำกับหลิวก็หันมามอง แววตาของเขาเป็นประกายทันที เขาประเมินกู้หนิงซีตั้งแต่หัวจรดเท้า พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ แล้วเอ่ยว่า:
"เฟยเฟย ทำไมเธอถึงไม่แนะนำคนมีแววดีๆ แบบนี้ให้ฉันเร็วกว่านี้ล่ะ? จะได้ให้เล่นบทที่มันดีกว่าสแตนด์อิน!"
"แหม ผู้กำกับหลิวคะ เพื่อนของฉันแค่มาหาค่าขนมกรุบกริบน่ะค่ะ บ้านเธอก็มีฐานะ จะมาเอาดีทางวงการบันเทิงได้ยังไง? ผู้กำกับแค่ให้โอกาสเธอก็พอแล้วค่ะ!"
เซวียเฟยตอบผู้กำกับหลิวด้วยรอยยิ้มอย่างมีมารยาท
"ตกลง งั้นไปเตรียมตัวซะ!"
ผู้กำกับหลิวไม่ได้เซ้าซี้ต่อ ยังไงซะวงการบันเทิงก็มีคนสวยๆ ให้เลือกอีกเพียบ!
"ขอบคุณค่ะผู้กำกับหลิว พวกเราขอตัวไปเตรียมตัวก่อนนะคะ!"
เซวียเฟยพูดจบพร้อมรอยยิ้ม แล้วรีบลากกู้หนิงซีออกมา
เมื่ออยู่กันตามลำพัง กู้หนิงซีก็อดไม่ได้ที่จะดึงแขนเสื้อเซวียเฟยแล้วกระซิบว่า:
"พี่เฟย ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าพี่เริ่มทำตัวเหมือนแม่เล้าเข้าไปทุกทีแล้วล่ะ! ส่วนฉันก็เหมือนลูกแกะตัวน้อยๆ ที่รอโดนเชือดชัดๆ"
"ไปไกลๆ เลย พูดจาเหลวไหลอะไรของเธอเนี่ย? อย่างเธอน่ะเหรอลูกแกะ? แม่เสือสาวซะมากกว่ามั้ง? ขืนฉันจับเธอไปขาย เธอไม่บุกมาปาดคอฉันถึงบ้านกลางดึกเลยหรือไง?"
เซวียเฟยกลอกตาบนใส่และสวนกลับทันควัน ด้วยนิสัยห่ามๆ ของเด็กคนนี้ ใครจะกล้าเอาไปขายกันล่ะ?
"ฮ่าๆๆ! พี่เฟย ฉันแค่ล้อเล่นขำๆ เอง!"
เมื่อเห็นว่าพี่เฟยเริ่มมีน้ำโห กู้หนิงซีก็รีบยิ้มประจบประแจง กลัวว่าพี่เฟยจะไม่หางานให้เธอทำอีก!
งานที่เซวียเฟยหาให้กู้หนิงซีในครั้งนี้คือการเป็นสแตนด์อินให้กับนางรอง ซูอวี่ฉี นางรองของเรื่องเป็นน้องสาวของพระเอก แต่เพราะไปขัดหูขัดตานางเอกหลายเรื่อง เธอเลยถูกพี่ชายแท้ๆ ของตัวเองรังเกียจและทรมานสารพัด จนสุดท้ายก็ต้องมากระโดดตึกตายเพื่อช่วยชีวิตพี่ชายซึ่งก็คือพระเอกนั่นแหละ
และกู้หนิงซีก็ต้องมารับบทเป็นสแตนด์อินของนางรองที่ต้องโดนทรมานและกระโดดตึกตายนี่แหละ
"...พี่เฟย สมองของคนเขียนบทเรื่องนี้มันมีปัญหาหรือเปล่าเนี่ย? เป็นน้องสาวก็อยู่สวยๆ ของตัวเองไปสิ จะไปแส่เรื่องระหว่างพระเอกกับนางเอกทำไม? สุดท้ายก็เลยต้องมาตายอนาถแบบนี้ไง"
กู้หนิงซีถือบทละครไว้ในมือ เดาะลิ้นและส่ายหน้าไปมา ทำไมนางรองคนนี้ถึงได้มีชะตากรรมคล้ายกับเจ้าของร่างเดิมจังเลยนะ?
"ชู่ว! เบาๆ หน่อย คนเขียนบทเรื่องนี้คือหลิวโจวซวี่ นักเขียนบทมือทองเชียวนะ ได้ยินมาว่าเขาอารมณ์ร้ายสุดๆ ถ้าเขามาได้ยินเข้า วันหลังเธอคงหางานพาร์ทไทม์ทำไม่ได้อีกแน่"
เซวียเฟยรีบหันซ้ายหันขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น ก็รีบบอกให้ยัยเด็กแสบลดเสียงลง
"ใจเย็นน่า ไม่มีใครอยู่แถวนี้สักหน่อย"
กู้หนิงซีโยนบทในมือทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ ตบไหล่เซวียเฟยเบาๆ แล้วเอ่ยอย่างใจเย็น
"【หลิวโจวซวี่เหรอ! มิน่าล่ะเนื้อเรื่องถึงได้ป่วยขนาดนี้! รสนิยมความรักของหลิวโจวซวี่มันบิดเบี้ยวไปหน่อยน่ะ เขาหลงรักน้องสาวแท้ๆ ของตัวเอง ถึงแม้น้องสาวจะแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว เขาก็ยังตัดใจไม่ได้ เลยมักจะแต่งนิยายเพื่อระบายความหวนหา นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผลงานก่อนหน้านี้ของเขาหลายเรื่องถึงได้ขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม】"
"【ต่อมา หลังจากที่น้องสาวของเขาคลอดลูก ความรักของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นความแค้น เขาเลยเขียนบทให้น้องสาวในผลงานทุกเรื่องของเขาต้องมีอันเป็นไป เรื่องนี้ถูกแฉในภายหลัง ทำให้หลิวโจวซวี่กลายเป็นที่รังเกียจของสังคม ผลงานของเขาก็ถูกแบนเพราะมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นละครเรื่องนี้คงไม่เปรี้ยงหรอก!】"
กู้หนิงซีคิดในใจอย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้เลยว่ากู้ซานฉีผู้มีสีหน้าเคร่งเครียด กำลังมองมาทางกู้หนิงซีจากที่ที่ไม่ไกลนัก
เสียงนั้นมันของยัยเด็กแสบนี่นา? เธอมาทำอะไรที่นี่? แล้วสิ่งที่เธอพูดมันจริงหรือเปล่า?
ช่างเถอะ คำพูดของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ จะเชื่อถือได้สักแค่ไหนกัน?
ความสงสัยฉายชัดในดวงตาของกู้ซานฉีเพียงชั่วครู่ก่อนจะเลือนหายไป เขาเลิกสนใจและหันหลังเดินจากไป
หนึ่งชั่วโมงต่อมา การถ่ายทำก็เริ่มขึ้นเสียที ได้ยินมาว่าทั้งกองถ่ายต้องมารอพระเอกคนเดียวจนถึงตอนนี้เลยนะ
กู้หนิงซีเบะปาก
"【คนใหญ่คนโตนี่มันดีจริงๆ ตำแหน่งก็สูงส่ง ถึงขนาดปล่อยให้คนทั้งกองถ่ายรอได้ตั้งนานสองนาน?】"
จนกระทั่งทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้ว กู้หนิงซีถึงได้เห็นหน้าจักรพรรดิจอเงินเป็นครั้งแรก
"【โอ๊ะ! นั่นมันพี่สามของฉัน จักรพรรดิจอเงินไม่ใช่เหรอ? เขามารับบทนี้ด้วยเหรอเนี่ย? มิน่าล่ะสุดท้ายถึงได้โดนคนทรยศและใส่ร้ายตั้งมากมาย ที่แท้ละครเรื่องนี้ก็เป็นต้นเหตุทำให้เขาตกต่ำ เปิดช่องโหว่ให้คนพวกนั้นมาเหยียบซ้ำนี่เอง!】"
กู้หนิงซีมองเห็นใบหน้าของกู้ซานฉี คนที่กำลังเข้าฉากอยู่ตรงกลางได้อย่างชัดเจน เธอจึงเข้าใจทันทีว่าทำไมกู้ซานฉีผู้มีดีกรีเป็นถึงจักรพรรดิจอเงินผู้สูงส่ง ถึงได้มีจุดจบที่เลวร้ายขนาดนั้น
"【แต่เขาเป็นถึงจักรพรรดิจอเงินเลยนะ โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่ไหนเขาไม่เคยเล่นบ้าง? ทำไมถึงมารับเล่นละครทุนต่ำแบบนี้ล่ะ? มันไม่น่าจะใช่สิ! ขอเช็กดูหน่อย! อ้อ! ที่แท้ก็เป็นฝีมือยัยชาเขียวกู้รั่วหลานที่แนะนำนี่เอง! ไม่แปลกใจเลย!】"
"【กู้รั่วหลานรับเงินห้าแสนจากหลิวโจวซวี่ แล้วก็ไปกล่อมให้กู้ซานฉีรับบทนี้ กู้รั่วหลานแค่กลับบ้านไปออดอ้อนนิดหน่อย กู้ซานฉีก็ตกปากรับคำโดยไม่ทันคิดให้ดี คิดว่าเป็นแค่ละครขำๆ เล่นแก้เบื่อไปงั้นๆ】"
"【ก็อย่างว่าแหละ! ของที่น้องสาวตัวเองหยิบยื่นให้ ต่อให้เป็นขยะก็ยังว่าหอม รับบทนี้ไปเถอะ! เดี๋ยวพอเรื่องนี้เป็นข่าว ละครเรื่องนี้ก็โดนแบน กู้ซานฉีก็ต้องติดแบล็กลิสต์ไปด้วย วงการบันเทิงน่ะเวลามีคนล้มเขาเหยียบซ้ำกันจะตายไป งานนี้มีคนรอเหยียบกู้ซานฉีให้จมดินอีกเพียบแน่นอน】"
"【โอกาสทองมาเสิร์ฟถึงที่ขนาดนี้ คนพวกนั้นไม่มีทางพลาดหรอก ฉันจะคอยดูซิว่าถึงตอนนั้นน้องสาว 'แสนดี' ของนายจะยังช่วยนายอยู่อีกไหม!】"
ยิ่งกู้หนิงซีคิด เธอก็ยิ่งรู้สึกสะใจ คนในตระกูลกู้นี่หลงกู้รั่วหลานจนโง่งมไปหมดแล้วจริงๆ! นี่มันหลุมพรางชัดๆ ทำไมพวกเขาถึงไม่รู้จักตรวจสอบให้ดีๆ ก่อนนะ?
ใบหน้าของกู้ซานฉีดำมืดลง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย? เขารับเล่นละครเรื่องนี้เพราะผู้จัดการส่วนตัวบอกว่าหลิวโจวซวี่เป็นนักเขียนบทชื่อดังที่เขียนเรื่องไหนก็ปัง และตอนนั้นรั่วหลานก็บอกว่าบทมันดีด้วย รั่วหลานจะมาทำร้ายเขาได้ยังไงกัน?
เขาไม่เชื่อหรอก ยัยเด็กแสบต้องกำลังหลอกเขาอยู่แน่ๆ!!
ยิ่งกู้ซานฉีคิด รังสีอำมหิตรอบตัวเขาก็ยิ่งแผ่กระจาย ทำเอานางรองถึงกับไม่กล้าปริปากพูดอะไร
ฉากนี้เป็นฉากที่นางรองถูกใส่ร้ายว่าทำร้ายนางเอก พระเอกเองก็ปักใจเชื่อว่าเป็นฝีมือนางรอง ทั้งสองคนเลยมีปากเสียงกัน จนสุดท้ายพระเอกก็ลงไม้ลงมือตบนางรอง
และกู้หนิงซีก็คือสแตนด์อินที่จะต้องโดนตบนี่แหละ!
กู้หนิงซี: ...พี่เฟยคิดได้ยังไงว่าฉันเป็นคนประเภทที่จะยอมยืนเฉยๆ ให้คนอื่นมาตบฟรีๆ?
"แอ็กชัน!"
สิ้นเสียงสั่งการของผู้กำกับ นักแสดงก็สวมวิญญาณตัวละครและเริ่มถ่ายทำทันที
นักแสดงทั้งสองคนล้วนแต่เป็นมืออาชีพ ดังนั้นแม้จะต้องใช้อารมณ์อย่างหนัก แต่การถ่ายทำฉากนี้ก็ผ่านไปได้อย่างราบรื่น
ตั้งแต่ตอนที่ซูอวี่ฉี นางรองถูกใส่ร้าย ไปจนถึงตอนที่ทั้งสองคนเริ่มมีปากเสียงกัน ทุกอย่างผ่านฉลุยในเทกเดียว กู้หนิงซีถึงกับต้องยกนิ้วให้กับความเป็นมืออาชีพของกู้ซานฉีในจุดนี้เลยทีเดียว
"【สมกับที่เป็นจักรพรรดิจอเงินจริงๆ! ฉากอารมณ์ระเบิดขนาดนี้ ถ่ายเทกเดียวผ่านเลย นักแสดงหญิงสองคนนั้นก็เก่งไม่เบา ไม่หวั่นกับรังสีอำมหิตของกู้ซานฉีเลยสักนิด】"
กู้หนิงซีเอ่ยชมไม่ขาดปาก และคำชมของเธอก็เกือบจะทำให้กู้ซานฉีหลุดขำออกมา
กู้ซานฉีกัดฟันกรอด ยัยเด็กแสบนี่หุบปากไม่ได้เลยใช่ไหม?
"คัต! ดีมาก เทกนี้ผ่านเลย สแตนด์อิน สแตนด์อินเข้าฉากได้แล้ว"
ผู้กำกับหลิวตะโกนสั่งเสียงเข้มผ่านโทรโข่ง
"เร็วเข้า ถึงคิวเธอแล้ว!"
วินาทีต่อมา กู้หนิงซีก็ถูกเซวียเฟยผลักออกไป
กู้หนิงซีปั้นหน้าตาย เดินเข้าไปหากู้ซานฉีเพื่อเตรียมตัวเข้าฉาก ในขณะที่กู้ซานฉีกำลังเติมหน้าอยู่
กู้หนิงซีทำหน้ามุ่ยพลางจ้องมองเขา
"【จะว่าไป กู้ซานฉีนี่ก็หล่อเหลาเอาการเลยนะ ถือว่าหน้าตาดีที่สุดในบรรดาลูกๆ ของคุณแม่คนสวยเลยล่ะ ไม่งั้นจะได้เป็นถึงจักรพรรดิจอเงินเหรอ? แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความฉลาดล่ะก็! เขาเป็นคนที่หัวทึบที่สุดในบรรดาพี่ชายทั้งห้าคนเลย เพราะเขาหลอกง่ายที่สุดไงล่ะ กู้รั่วหลานพูดอะไรเขาก็เชื่อไปหมดซะทุกเรื่อง】"
"【ทว่า คนหัวทึบขนาดนี้กลับสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดสูงสุดของวงการบันเทิงอันวุ่นวายนี้ได้ในฐานะจักรพรรดิจอเงิน จะบอกว่าเป็นเพราะความทุ่มเทให้กับการแสดงล้วนๆ เลยก็ว่าได้】"