- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาถูกอ่านใจ พี่ชายทั้งห้าดันมาขโมยไอเดียไปใช้กันฟรีๆ
- บทที่ 24 ฉันไม่ยอมรับเด็ดขาด!
บทที่ 24 ฉันไม่ยอมรับเด็ดขาด!
บทที่ 24 ฉันไม่ยอมรับเด็ดขาด!
ทว่า สิ่งที่เขาสงสัยก็คือ ถ้าตาเฒ่านี่ทำผิดต่อแม่ของเขาจริงๆ แล้วตาของเขาจะยังมาช่วยทำเรื่องแบบนี้ให้อีกเหรอ? มันน่าแปลกที่ตาไม่รีบบึ่งมาแล้วหักขาตาเฒ่านี่ซะเดี๋ยวนั้น
กู้หงอี้ใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าจะเข้าใจว่าทำไมไอ้ลูกชายตัวแสบสองคนนี้ถึงมาตำหนิเขาที่เป็นพ่อ เขาแทบพูดไม่ออก และในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนสองคนนี้สมองกลวง แถมยังไร้ประโยชน์สิ้นดี
ตอนนี้กู้หงอี้ไม่ได้โกรธเท่าไหร่แล้ว เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปรายตามองลูกชายทั้งสอง ก่อนจะหันไปมองกู้ซานฉีแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"พวกแกพูดพล่ามมาตั้งนาน นี่กำลังหมายถึงเธออยู่เหรอ? อะไรนะ? กู้ซานฉีก็เคยเจอเธอเหมือนกันเหรอ? แล้วเป็นไงบ้าง? เธอเป็นที่ถูกตาถูกใจไหมล่ะ?"
ถึงยังไง กู้อี้ชิงก็เคยเห็นซีซีแค่แวบเดียวตอนประชุมวันก่อน แต่กู้ซานฉีที่วันๆ เอาแต่ยุ่งอยู่กับการถ่ายหนัง ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องมาเป็นเดือนๆ กลับรู้จักซีซีด้วย ถ้าเขาไม่แปลกใจสิถึงจะแปลก
กู้ซานฉีนึกถึงยัยเด็กผิวคล้ำจนมองไม่เห็นหน้า แถมยังพูดจาขวานผ่าซากคนนั้น แล้วเขาก็รู้สึกจุกที่อกขึ้นมาทันที จึงตอบกลับไปหน้าตายว่า
"ผมไม่ชอบเธอ! แล้วผมก็ไม่ได้รู้จักเธอด้วย"
"แล้วแกล่ะ? กู้อี้ชิง แกคิดยังไงกับเด็กผู้หญิงคนนั้น?"
เมื่อไม่ได้ยินสิ่งที่อยากได้ยิน กู้หงอี้จึงขมวดคิ้วแล้วหันไปถามกู้อี้ชิงที่ยืนหน้าบูดอยู่ข้างๆ
"เธอจะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับผม ถ้าเธอไม่ใช่ลูกนอกสมรสหรือเมียน้อยของพ่อ ก็อย่าพาคนไร้หัวนอนปลายเท้าเข้ามาในบริษัทแล้วก็ในบ้าน อย่าทำให้บ้านต้องวุ่นวาย แล้วก็อย่าทำให้แม่กับรั่วหลานต้องเสียใจด้วย"
กู้อี้ชิงสังเกตสีหน้าของตาเฒ่าก็พอจะเดาได้ว่าพวกเขาไม่น่าจะมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกัน คิ้วที่ขมวดมุ่นของเขาคลายลงเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงเอ่ยปากเตือนกู้หงอี้อยู่ดี
กู้หงอี้: ตกลงนี่ใครเป็นพ่อใครเป็นลูกกันแน่?
"เธอไม่ใช่คนไร้หัวนอนปลายเท้า เธอคือคนสำคัญที่สุดในบ้านตระกูลกู้ และเธอจะไม่มีวันทำให้แม่ของพวกแกเสียใจ เอ้า! ลองอ่านนี่ดูเดี๋ยวก็รู้เอง"
กู้หงอี้เห็นว่าลูกชายทั้งสองคนมีอคติกับซีซีมากขนาดนี้ เขาก็รู้ว่าคงปิดบังเรื่องนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว จึงล้วงมือเข้าไปในลิ้นชัก หยิบเอกสารสองชุดออกมาแล้วยื่นให้พวกเขา พร้อมกับพูดอธิบาย
เดิมทีเขากะจะเรียกมาคุยเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ดันไม่ยอมรับสายเขาเลย เรื่องมันก็เลยล่าช้ามาจนถึงตอนนี้
กู้อี้ชิงและกู้ซานฉีสบตากัน ก่อนจะรับเอกสารมาอ่าน แต่ยิ่งอ่าน สีหน้าของพวกเขาก็ยิ่งตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ
ผ่านไปครู่หนึ่ง กู้อี้ชิงก็วางเอกสารในมือลง ในที่สุดบนใบหน้าที่เย็นชาของเขาก็ปรากฏแววประหลาดใจให้เห็น เขามองกู้หงอี้แล้วถามว่า
"พ่อครับ รายงานนี้อาจจะมีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า? รั่วหลานจะไม่ใช่น้องสาวของเราได้ยังไง? แล้วยัยคนแปลกหน้านี่กลายมาเป็นน้องสาวเราได้ยังไง?"
"พ่อนี่มันเรื่องอะไรกันแน่ครับ? ยัยเด็กเหลือขอนั่นจะเป็นน้องสาวเราได้ยังไง?"
กู้ซานฉีเองก็ตกใจกับข่าวนี้เช่นกันและรับไม่ได้อย่างแรง
กู้หงอี้เล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกเขาฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนเรื่องที่เขาสามารถได้ยินเสียงในใจของซีซีได้นั้น เขาไม่ได้ปริปากบอกใคร เพราะมันดูพิลึกพิลั่นเกินไป แถมเขายังกลัวว่ายิ่งมีคนรู้มากเท่าไหร่ ซีซีก็จะยิ่งตกอยู่ในอันตรายมากเท่านั้น
อีกอย่าง เจ้าเด็กแสบสองคนนี้ยังมีอคติกับซีซีอยู่ ถ้าเขาพูดอะไรมากไป เขากลัวว่าสองคนนี้จะทำอะไรโง่ๆ ลงไป
กู้อี้ชิงกับกู้ซานฉีสบตากัน ทั้งสองต่างก็เข้าใจความหมายในแววตาของอีกฝ่ายดี
กู้อี้ชิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา:
"ไม่ว่ายัยเด็กนั่นจะเป็นน้องสาวเราหรือไม่ ผมก็ยอมรับแค่รั่วหลานเป็นน้องสาวคนเดียวเท่านั้น"
"ผมก็เหมือนกัน"
กู้ซานฉีเองก็แสดงจุดยืนอย่างชัดเจน หมูหมากาไก่ที่ไหนก็ไม่รู้จะมาเป็นน้องสาวเขางั้นเหรอ? ยัยเด็กเหลือขอนั่นน่ะนะ? คู่ควรเหรอ?
"พวกแกหมายความว่ายังไง?"
ใบหน้าของกู้หงอี้ดำมืดลงทันทีที่ได้ยิน เดิมทีเขาคิดว่าหลังจากอธิบายเหตุผลให้ฟังแล้ว เจ้าเด็กสองคนนี้จะยอมรับซีซี แต่ที่ไหนได้ พวกเขากลับตั้งป้อมต่อต้านซีซีซะอย่างนั้น
"ถ้าพ่ออยากจะรับเธอเข้ามา เราก็ไม่ขัดข้องหรอกครับ แต่ก็อย่าหวังว่าเราจะมีความรู้สึกดีๆ ให้เธอ ก็ในเมื่อเราไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเธอเลยด้วยซ้ำ จะให้มีความรู้สึกผูกพันได้ยังไง ถ้าวันหน้าเธอไม่เข้ามาวุ่นวายกับพวกเรา เราก็จะทำเป็นเหมือนว่าเธอไม่มีตัวตนก็แล้วกัน"
กู้อี้ชิงจ้องหน้ากู้หงอี้เขม็งและเอ่ยอย่างใจเย็น โดยไม่สนใจใบหน้าที่เริ่มจะควันออกหูของกู้หงอี้เลยสักนิด
"กู้ซานฉี แกก็คิดแบบนั้นเหมือนกันใช่ไหม?"
กู้หงอี้ตวัดสายตาเย็นเยียบไปที่กู้ซานฉีแล้วเอ่ยถาม
"ใช่ครับ ผมกับกู้อี้ชิงคิดเหมือนกัน คนที่โตมากับเราคือรั่วหลาน และผมก็ยอมรับแค่รั่วหลานเป็นน้องสาวผมเท่านั้น"
กู้ซานฉีตอบด้วยท่าทีเฉยเมยเช่นกัน พอนึกถึงว่ายัยเด็กเหลือกขอนั่นคือพี่น้องของเขา เขาก็รู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันที รั่วหลานน่ารักกว่าตั้งเยอะ
น้องสาวของเขา กู้ซานฉี จะต้องเป็นเด็กดีเชื่อฟังและรู้ความอย่างรั่วหลานสิ ยัยเด็กนั่นน่ะเหรอ? หยาบคายชะมัด!
"ไอ้พวกลูกทรพี! เธอคือน้องสาวของพวกแกนะ! ไม่ว่าพวกแกจะยอมรับหรือไม่ เธอคือน้องสาวของแก!"
กู้หงอี้โกรธจัด ตบโต๊ะฉาดใหญ่จนถ้วยชาบนโต๊ะสั่นสะเทือน
กู้อี้ชิงไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว แต่กู้ซานฉีกลับตกใจกับท่าทางโกรธเกรี้ยวของพ่อ ก็แหม ในชีวิตนี้เขาแทบไม่เคยเห็นพ่อระเบิดอารมณ์แบบนี้เลยนี่นา
"พ่อโกรธไปก็เท่านั้นแหละ ในเมื่อเธอคือน้องสาวของเรา เราก็ไม่มีอะไรจะพูด แต่พ่อจะมาบังคับให้เราทำดีกับเธอไม่ได้หรอกนะ"
กู้อี้ชิงเงียบไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่ยอมถอย
ตอนที่เขารู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นคือน้องสาวของเขา ความรู้สึกต่อต้านเธอก็ลดลงไปมาก แต่เขาก็ไม่สามารถรู้สึกอะไรได้มากกว่านี้แล้วจริงๆ
"ได้! พวกแกนี่มันลูกชายสุดประเสริฐของฉันจริงๆ ฉันหวังว่าพวกแกจะไม่มานั่งเสียใจทีหลังก็แล้วกัน"
กู้หงอี้สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มความโกรธเอาไว้ แล้วกัดฟันพูด
"จะไม่มีวันนั้นเด็ดขาด"
กู้อี้ชิงลุกขึ้นพรวด เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แล้วเดินออกจากห้องทำงานไป
กู้ซานฉียักไหล่ โบกมือลากู้หงอี้พลางบอกว่า
"ผมไปแล้วนะพ่อ บ๊ายบาย!"
"ไสหัวออกไปให้พ้นหน้าฉันเลยนะ!"
กู้หงอี้คว้าหนังสือบนโต๊ะปาใส่เขาพร้อมกับตะคอกเสียงดังลั่น
ด้วยความหูไวตาไว กู้ซานฉีจึงหลบหนังสือที่ลอยละลิ่วมาได้อย่างหวุดหวิด แล้วกระชากประตูปิดดัง "ปัง"
กู้หงอี้จ้องมองประตูที่ปิดสนิทอยู่นานโดยไม่ขยับเขยื้อน เขานึกถึงคำพูดของซีซีที่บอกว่าตระกูลกู้จะต้องพังพินาศ แล้วเขาก็ค่อยๆ หลับตาลง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ และพึมพำกับตัวเองเบาๆ
"ฉันจะรอวันที่พวกแกต้องมานั่งเสียใจแล้วคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องซีซี"
"พี่ใหญ่ พี่ออกมาแล้ว คุยเรื่องอะไรกับคุณพ่อเหรอคะ?"
กู้รั่วหลานที่ยืนรออยู่ใกล้ๆ ห้องทำงาน รีบวิ่งเข้าไปถามกู้อี้ชิงอย่างระมัดระวังทันทีที่เห็นเขาเดินออกมา
กู้อี้ชิงรู้สึกปวดใจเมื่อเห็นท่าทีหวาดระแวงของกู้รั่วหลาน เขายกมือขึ้นลูบหัวเธออย่างแผ่วเบาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ไม่มีอะไรหรอก ไปดูของขวัญกับพี่สิ ดูสิว่าเธอจะชอบไหม?"
"ค่ะ พี่ใหญ่ดีที่สุดเลย"
ดวงตาของกู้รั่วหลานหม่นลงชั่วขณะ ก่อนจะฉีกยิ้มหวานและตอบรับ... ทางด้านกู้หนิงซี เธอไม่รู้เรื่องราวความวุ่นวายในตระกูลกู้เลยแม้แต่น้อย ตอนนี้เธอกำลังนอนหลับปุ๋ยอย่างสบายใจเฉิบอยู่ในห้องเรียนที่กว้างขวาง
"นักศึกษา? นักศึกษา?"
ขณะที่กำลังหลับสนิท กู้หนิงซีก็รู้สึกว่าแขนของเธอถูกสะกิด
"หืม?"
กู้หนิงซีงัวเงียเงยหน้าขึ้นมา ที่มุมปากยังมี... คราบน้ำลายยืดอยู่เลย!
"นักศึกษา เธอชื่ออะไร? ทำไมมาแอบหลับในคาบเรียนของฉันล่ะ? หรือว่าเธอเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดที่ฉันสอนแล้ว? การทำตัวแบบนี้มันบั่นทอนความตั้งใจเรียนนะ! เภสัชวิทยาน่ะเป็นวิชาที่ลึกซึ้งมาก...!"
เสียงผู้ชายวัยกลางคนดังเจื้อยแจ้วอยู่เหนือหัวกู้หนิงซี บ่นยาวเหยียดแบบไม่มีหยุดพักหายใจ
กู้หนิงซีตาสว่างขึ้นมาทันที เธอหันขวับไปตามเสียง ก็เห็นอาจารย์หัวล้านทรง 'ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน' กำลังจ้องเขม็งมาที่เธอด้วยสายตาคมกริบราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ปากก็ยังคงพ่นคำพูดไม่หยุด
"ซวยแล้ว ซวยแล้ว นักศึกษาคนนั้นกล้าหลับในคาบของอาจารย์มู่จอมเฮี้ยบเนี่ยนะ? วันนี้เธอตายแน่! อาจารย์มู่บ่นได้เป็นชั่วโมงโดยไม่ต้องใช้สคริปต์เลยนะเว้ย"
"นักศึกษาหญิงคนนั้นใครน่ะ? ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย? เด็กใหม่เหรอ?"