- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาถูกอ่านใจ พี่ชายทั้งห้าดันมาขโมยไอเดียไปใช้กันฟรีๆ
- บทที่ 15 งานเลี้ยงต้อนรับ?
บทที่ 15 งานเลี้ยงต้อนรับ?
บทที่ 15 งานเลี้ยงต้อนรับ?
แม้เธอจะมาอยู่ที่บ้านตระกูลกู้ได้สองวันแล้ว แต่ก็รู้ว่าคนในบ้านนี้ยุ่งกันมากจริงๆ ปกติมักจะออกไปทำงานกันตั้งแต่ไก่โห่ แม้แต่ชิวเสวี่ยถิงเองก็มีบริษัทต้องดูแล สองวันมานี้ที่เธอให้เลขาฯ หอบแฟ้มเอกสารมาให้เซ็นที่บ้านก็เป็นเพราะการกลับมาของเธอนั่นแหละ
กู้หนิงซีเดินลงมา มองพวกเขาด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเอ่ยถามกู้หงอี้:
"คุณลุงสุดหล่อ วันนี้ไม่ไปบริษัทเหรอคะ?"
"คุณลุงอะไรกัน? ลูกต้องเรียกพ่อสิ!"
สีหน้าของกู้หงอี้อ่อนโยนลงทันทีที่เห็นกู้หนิงซีเดินลงมา แต่พอได้ยินว่าเธอยังไม่ยอมเรียกเขาว่าพ่อ เขาก็ทำหน้าตึงและรีบแก้คำเรียกให้
【ฉันไม่เรียกหรอกน่า คุณรักลูกสาวสุดที่รักอย่างรั่วหลานของพวกคุณไม่ใช่หรือไง? คุณไม่ได้เสียใจที่พาฉันกลับมาเหรอ? ให้เธอเรียกคุณว่าพ่อก็ดีพอแล้วนี่ ขืนฉันเรียกคุณบ่อยๆ ฉันก็ยิ่งปฏิเสธคุณยากขึ้นน่ะสิ】
กู้หงอี้รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น เขาถูจมูกตัวเองอย่างเก้อเขิน
เจ้าเด็กคนนี้ฉลาดเป็นกรดเลยแฮะ ความคิดนั้นมันแค่แวบเข้ามาในหัวเขา ไม่ได้หลุดปากพูดออกไปสักคำ แต่เธอกลับรู้ซะงั้น!
ทำยังไงถึงจะให้เธอยอมเปลี่ยนสรรพนามเรียกเขาได้ล่ะเนี่ย?
กู้หงอี้กลุ้มใจหนักมาก!
กู้หนิงซีไม่ได้สนใจเขา เธอหันไปมองชิวเสวี่ยถิงที่กำลังยิ้มละมุนอยู่ใกล้ๆ แล้ววิ่งไปทิ้งตัวลงนั่งเบียดกู้รั่วหลานกระเด็นออกไป ก่อนจะเข้าไปควงแขนชิวเสวี่ยถิงอย่างออดอ้อนแล้วถามว่า:
"คุณแม่คนสวย วันนี้มีงานรวมญาติอะไรเหรอคะ? ทำไมทุกคนถึงอยู่บ้านกันพร้อมหน้าพร้อมตาเลย?"
"ฮิฮิ พวกเรากำลังคุยเรื่องจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้ลูกอยู่น่ะจ้ะ ลูกคือลูกสาวแท้ๆ ของตระกูลกู้ ทุกคนก็ควรจะได้รับรู้เรื่องนี้สิ"
ชิวเสวี่ยถิงตอบคำถามของลูกสาวพร้อมรอยยิ้ม
"งานเลี้ยงต้อนรับเหรอคะ?"
กู้หนิงซีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกโพลงเป็นประกาย
【งานเลี้ยงต้อนรับ? นั่นมันฉากเด็ดเลยไม่ใช่หรือไง? จำได้ว่ากู้รั่วหลานจะก่อเรื่องวุ่นวายในงานนี้ด้วยใช่ไหม? ตื่นเต้นจังเลย ทำยังไงดีเนี่ย?】
กู้หงอี้และชิวเสวี่ยถิงสบตากันอย่างรู้กัน กู้อู่หงที่เงียบมาตลอดก็มีสีหน้าแปลกๆ ไปเหมือนกัน แต่เขาไม่ได้ตั้งท่าจะหาเรื่องอีกแล้ว กลับมองกู้หนิงซีด้วยแววตาลังเลใจ
ทางด้านกู้รั่วหลานที่ถูกเบียดกระเด็นออกไปก็มีสีหน้าไม่พอใจ เธอกัดฟันกรอด ก่อนจะแสร้งทำสีหน้าน่าสงสารและพูดขึ้นมาว่า:
"น้องสาว ฉันรู้ว่าฉันแย่งที่ของเธอมา และฉันก็ติดค้างคำขอโทษเธอ แต่ฉัน... ฉันทำใจทิ้งคุณพ่อกับคุณแม่ไปไม่ได้ ฉัน... ฉันขอร้องล่ะ ขอฉันอยู่ที่นี่ต่อได้ไหม?"
เมื่อคืนเธอคิดทบทวนดูทั้งคืน สงสัยว่าตัวเองอาจจะพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า พ่อกับแม่ถึงได้ดูเย็นชากับเธอไปบ้าง
ดังนั้น เมื่อเช้านี้ตอนที่เห็นพ่อ แม่ และพี่ห้า เธอจึงพยายามทำตัวน่ารักเชื่อฟัง พวกเขาก็ตอบรับเธอเป็นอย่างดีนะ แต่เธอกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม
จนกระทั่งกู้หนิงซีปรากฏตัว เธอก็ถึงบางอ้อ นั่นคือรอยยิ้มยังไงล่ะ เมื่อเช้านี้พ่อแทบจะไม่ยิ้มให้เธอเลย มีแต่รอยยิ้มจางๆ ที่ดูเหมือนจะฝืนยิ้ม แต่ตอนนี้เขากลับยิ้มให้กู้หนิงซีจากใจจริง
แม้แต่กู้อู่หงที่ดูเหม่อลอยก่อนหน้าที่กู้หนิงซีจะมา แต่พอกู้หนิงซีมาถึง สายตาของเขาก็แทบจะติดหนึบอยู่บนใบหน้าของเธอ
ดังนั้น เธอจะยอมแพ้ไม่ได้ เธอจะยอมแพ้เด็ดขาดไม่ได้
ทว่า หลังจากที่เธอพูดจบ ทุกคนกลับมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ และไม่มีใครพูดปลอบใจเธอเลยแม้แต่คนเดียว
กู้รั่วหลานชะงัก มองกู้หงอี้และคนอื่นๆ อย่างกระวนกระวายใจ และเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง:
"คุณพ่อ คุณแม่ มี... มีอะไรหรือเปล่าคะ?"
กู้หงอี้นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองกู้รั่วหลานและพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน "กู้รั่วหลาน พ่อจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายนะ ไม่มีใครในบ้านนี้พยายามจะไล่ลูกออกไป ลูกยังคงเป็นลูกของตระกูลกู้ แต่มีข้อแม้ว่าลูกต้องไม่ทำเรื่องเสื่อมเสียหรือทรยศต่อตระกูลกู้ ถ้าพ่อจับได้ล่ะก็ ลูกต้องออกไปจากตระกูลกู้ทันที!"
คำพูดของเขาเป็นทั้งเครื่องเตือนสติและคำเตือน ตระกูลกู้ได้ให้โอกาสเธอแล้ว
หัวใจของกู้รั่วหลานหล่นวูบ หรือว่าพวกเขาจะรู้เรื่องอะไรเข้าแล้ว? ไม่สิ เธอปิดบังมิดชิดขนาดนั้น เป็นไปไม่ได้หรอก เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด
กู้รั่วหลานรวบรวมสติและฝืนยิ้มที่แข็งทื่อสุดๆ ออกมา พร้อมกับพูดว่า:
"คุณพ่อ ไม่... หนูไม่ทำแบบนั้นหรอกค่ะ หนูจะไปทำร้ายตระกูลกู้ได้ยังไง?"
กู้หงอี้ตอบว่า "ไม่ทำก็ดีแล้ว เอาล่ะ งานเลี้ยงต้อนรับของซีซีกำหนดจัดขึ้นในวันที่สิบแปดเดือนหน้า โทรตามเจ้าพวกเด็กแสบนั่นกลับมาด้วย แล้วก็ส่งข่าวไปบอกทางตระกูลชิวด้วยล่ะ พ่อตาแม่ยายจะได้รู้ว่าหลานสาวแท้ๆ ของตระกูลกู้กลับมาแล้ว"
กู้หงอี้ตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยสีหน้าจริงจัง
คนที่อยู่ตรงนั้นไม่มีใครคัดค้าน เว้นแต่กู้รั่วหลานที่จิกเล็บลงบนฝ่ามือจนเจ็บแปลบไปหมด แต่เธอรู้สึกชาหนึบไปทั้งตัว
จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย? พองานเลี้ยงต้อนรับจบลง ทุกคนก็จะต้องรู้ว่ายัยบ้านนอกกู้หนิงซีคือคุณหนูตระกูลกู้ตัวจริง ส่วนเธอเป็นแค่ตัวปลอม
กู้รั่วหลานลุกลี้ลุกลน จากนั้นก็นึกถึงใครบางคนขึ้นมาได้ ดูเหมือนเธอจะต้องไปขอความช่วยเหลือจากผู้หญิงคนนั้นแล้วล่ะ... หลังจากกู้หงอี้สั่งการเรื่องสำคัญเสร็จ เขาก็ลุกขึ้นแล้วออกไปที่บริษัท ชิวเสวี่ยถิงเองก็เข้าห้องทำงานไปจัดการธุระเช่นกัน ในห้องนั่งเล่นจึงเหลือเพียงกู้หนิงซีและอีกสองคน บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มตก
กู้หนิงซีนั่งกินขนมบนโต๊ะหน้าโซฟาอย่างเบื่อหน่าย เธอยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยนะ!
เธอกินเรียบวุธภายในไม่กี่คำแต่ก็ยังไม่อิ่ม จึงได้แต่เปล่งเสียงตะโกนเรียก:
"ป้าหวังคะ! มีอะไรให้กินไหมคะ? หนูหิวแล้ว!"
ป้าหวังชะโงกหน้าออกมาจากห้องครัวแล้วถามด้วยความเคารพ "มีค่ะๆ! คุณหนูซีซีหิวเหรอคะ? ยังมีอาหารเช้าของเมื่อเช้าเก็บไว้ให้คุณหนูอยู่เลย ให้ป้าไปอุ่นมาให้ไหมคะ?"
"เอาค่ะ! หนูไม่เรื่องมากหรอก ขอบคุณป้าหวังนะคะ!"
กู้หนิงซีโบกมือปฏิเสธและเอ่ยขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม
ป้าหวังหัวเราะร่วน "คุณหนูซีซีเกรงใจเกินไปแล้วค่ะ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของป้าหวังฉีกกว้างอย่างเห็นได้ชัด พูดจบก็กลับเข้าครัวไป
กู้อู่หงนั่งอยู่บนโซฟา มองกู้หนิงซีอยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถาม:
"เธอเล่นอีสปอร์ตเป็นไหม?"
"หา? อะไรนะ? อีสปอร์ตคืออะไรเหรอ?"
กู้หนิงซีงับเค้กชิ้นเล็กเข้าปาก กะพริบตาปริบๆ และเอ่ยถามด้วยสีหน้าใสซื่อ
กู้รั่วหลานคิดว่ากู้อู่หงต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ไปถามกู้หนิงซีแบบนั้น! "พี่ห้า ล้อเล่นหรือเปล่าคะ? น้องสาวอยู่บ้านนอกมาตลอด จะไปเล่นอีสปอร์ตเป็นได้ยังไง?"
กู้อู่หง: ...ช่างเถอะ ถือซะว่าเขาไม่ได้ถามก็แล้วกัน!
กู้อู่หงลุกขึ้นแล้วกลับไปที่ห้องของตัวเอง ก่อนจะกลับลงมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง
กู้อู่หงเพิ่งกลับมาเมื่อเช้านี้เพื่อมาจัดกระเป๋า การฝึกซ้อมเมื่อวานจบลงแล้ว และเดือนหน้าก็จะต้องเข้าค่ายเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเข้มงวด
อีกอย่าง เมื่อเช้านี้เขาได้รับโทรศัพท์จากฉีเวย ฉีเวยบอกเขาว่าบัญชีของเฮ่อชูมีเงินโอนเข้ามาหนึ่งล้านเมื่อครึ่งเดือนก่อน แล้วก็ถูกโอนออกไปในอีกสองวันถัดมา โดยบัญชีปลายทางเป็นของผู้หญิงที่ชื่อว่าจูลี่ลี่
ถึงแม้ว่าบัญชีนั้นจะไม่ใช่ชื่อของกู้รั่วหลาน แต่ไม่รู้ทำไม คำพูดของกู้หนิงซีกลับดังก้องอยู่ในหัวเขา ทำให้เขาสงสัยว่าผู้หญิงที่ชื่อจูลี่ลี่คนนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับกู้รั่วหลาน
เขาจึงให้ฉีเวยสืบเรื่องนี้ต่อไปอย่างลับๆ
"พี่ห้า จะไปแล้วเหรอคะ?"
กู้รั่วหลานขมวดคิ้วมองกู้หนิงซียัดข้าวเช้าเข้าปากด้วยความรังเกียจ ขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากด่า ก็เห็นกู้อู่หงเดินลงมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง เธอจึงรีบเข้าไปถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง
กู้อู่หงหยุดเดิน ไม่ได้หันกลับไปมอง และเพียงแค่ส่งเสียงตอบรับเบาๆ "อืม"
"แล้วพี่ห้าจะกลับมาเมื่อไหร่ล่ะคะ? หนูคงคิดถึงพี่แย่เลย"
เมื่อเห็นว่ากู้อู่หงไม่ได้ทำตัวอ่อนโยนกับเธอเหมือนแต่ก่อน กู้รั่วหลานก็รีบคว้าข้อมือกู้อู่หงไว้ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนตัดพ้อ
กู้อู่หงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ใจอ่อนยอมบอกความจริงกับเธอ "พี่... พี่จะกลับมาอีกทีเดือนหน้า"
เมื่อมองใบหน้าจิ้มลิ้มว่านอนสอนง่ายของเธอ เขาก็เผลอคิดไปชั่วขณะว่าสิ่งที่กู้หนิงซีพูดมันเป็นเรื่องไร้สาระ และเธอก็ยังคงเป็นน้องสาวที่น่ารักของเขาเหมือนเดิม
ทว่าวินาทีต่อมา เขากลับได้ยินเสียงของกู้หนิงซีดังขึ้นมาอีกครั้ง:
【ถามซอกแซกขนาดนี้ กะจะหาจังหวะลงมือล่ะสิ? เดือนนี้คือช่วงอันตรายของกู้อู่หงเลยนะ หมอนี่จะรอดพ้นวิกฤตนี้ไปได้ไหม อีกเดือนนึงก็คงได้รู้กัน จะว่าไปแล้ว เมื่อวานยัยนี่ไม่ได้แอบไปหาเฮ่อชูหรอกเหรอ? เป็นไปไม่ได้น่า】