เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

883 - เผชิญหน้ากับหลี่เสี่ยวม่าน

883 - เผชิญหน้ากับหลี่เสี่ยวม่าน

883 - เผชิญหน้ากับหลี่เสี่ยวม่าน 


883 - เผชิญหน้ากับหลี่เสี่ยวม่าน

ในอีกด้านหนึ่ง รถศึกสีดำยาวหนึ่งนิ้วในมือของเย่ฟ่านกลายเป็นรถศึกยาวสีดำราวกับหมึกโดยมีมังกรและเฟิ่งหวงสลักอยู่บนรถ และตอนนี้เขาได้บินขึ้นไปยืนบนรถทันที

นี่คือรถศึกที่เขาชิงมาจากน้องชายของหวังเถิงทรราชน้อยวัยเก้าขวบ ในเวลานั้นเขาได้ใช้อาวุธศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าเพื่อปราบฝ่ายตรงข้าม มิฉะนั้นมันจะยุ่งยากจริงๆ

ตอนนี้อาวุธศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดถูกมอบให้กับผังป๋อ และเขาเป็นเจ้าของราชรถมังกรดำคันนี้ อย่างไรก็ตามนี่คืออาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแน่นอน

“ฮั่วอวิ๋นเฟยอย่าดันทุรังอีกเลย อันที่จริงเจ้าควรจะพ่ายแพ้ไปนานแล้ว การใช้ทักษะฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องนั้นรังแต่จะทำให้เจ้าพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวชยิ่งกว่าเดิม”

เย่ฟ่านยืนบนรถศึกมังกรดำถือแส้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือ นัยน์ตาของเขาเบ่งบานด้วยแสงเย็นเหยียบราวกับราชาสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่

“การต่อสู้ในวันนี้บั่นทอนพลังงานของข้าจริงๆ ทักษะการฟื้นฟูนี้ใช้แก่นแท้ของข้าไปเกือบหมด และข้าคงต้องพักฟื้นเป็นเวลานานหลายปีกว่าจะฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้

ร่างศักดิ์สิทธิ์เทียนโบราณของเจ้าสมกับที่เป็นร่างศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่งของโลกอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตามหาข้าสามารถกินเจ้าลงไปได้รับรองว่าสิ่งที่สูญเสียไปในวันนี้จะต้องคุ้มค่าอย่างแน่นอน”

ปากของฮั่วอวิ๋นเฟยยังคงมีหยดเลือดห้าสีไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่จิตวิญญาณของเขายังคงเต็มเปี่ยมและพุ่งเข้าหาเย่ฟ่านด้วยความแข็งแกร่งที่ไม่ลดลงแม้แต่น้อย

ดาวดวงใหญ่ที่เต็มท้องฟ้า ปล่อยกฎหมื่นวิถีลงมา แต่ละลำแสงสามารถฆ่าผู้ที่แข็งแกร่งในระดับเดียวกันได้

ราชรถสีดำก็พุ่งเข้าสู่รอยเต๋าที่ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งแต่ละรอยนั้นเหมือนเป็นเหมือนมังกรที่แท้จริงซึ่งพร้อมจะสังหารทุกสิ่งที่ขวางหน้า

อาวุธศักดิ์สิทธิ์ของราชาปะทะกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของราชา!

ในเวลาเดียวกันเย่ฟ่านเหวี่ยงแส้ของเขาเพื่อปิดผนึกสัมผัสศักดิ์สิทธิ์กลางหน้าผากของฮั่วอวิ๋นเฟย

ในระหว่างขั้นตอนนี้วงกลมกสีทองและแจกันเต๋าก็มีปฏิกิริยาเช่นกัน เย่ฟ่านใช้ทักษะเพิ่มพลังสิบเท่าปะทะกับทักษะเซียนโบยบินและบุปผาหมื่นกลีบอย่างสุดกำลัง

นี่เป็นการต่อสู้แบบเอาเป็นเอาตาย ทั้งสองใช้ทุกวิถีทางและไม่เก็บซ่อนมันไว้อีกต่อไป

เย่ฟ่านคำรามออกมา เขาตั้งใจแน่วแน่ที่จะตัดศีรษะของฮั่วอวิ๋นเฟยให้ได้ แส้ทำลายเทพถูกฟาดออกไปเป็นร้อยๆ ครั้งในลมหายใจเดียวซึ่งทำให้สวรรค์พิภพสั่นไหวอย่างรุนแรง

“แค่ก”

ฮั่วอวิ๋นเฟยกระอักเลือดออกมา ร่างกายครึ่งหนึ่งของเขาถูกย้อมเป็นสีแดงที่ส่องประกายด้วยแสงห้าสี แม้ว่าเขาจะมีทักษะการฟื้นฟูมันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะฟื้นฟูความแข็งแกร่งอย่างไม่รู้จบ

“บูม”

เจดีย์เก้าชั้นของฮั่วอวิ๋นเฟยพังทลายลงเหลือเพียงห้าชั้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามมันยังคงปลดปล่อยความกดดันที่น่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน

“อาวุธศักดิ์สิทธิ์หรือ?...” ดวงตาของเย่ฟ่านเป็นประกาย และเขากล่าวว่า “ถ้าเจ้ายังมีอาวุธของปราชญ์โบราณชิ้นอื่นอีกทำไมไม่หยิบออกมาตอนนี้เลย!”

รถศึกสีดำพุ่งไปข้างหน้า สั่นสะเทือนดาวดวงใหญ่อย่างหนัก เขาเหวี่ยงแส้ทำลายเทพสลับกัน แล้วโจมตีออกไปรวดเร็วราวกับสายฟ้า

“แค่ก”

ฮั่วอวิ๋นเฟยกระอักเลือดด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าตัวเองไม่สามารถทำได้อีกต่อไปเขาจึงเริ่มคิดที่จะหนีแล้ว

“เจ้าฆ่าข้าไม่ได้หรอก ข้าจะกลับมาเร็วๆ นี้ มียาเซียนมากมายในโลกที่ข้าหลอมไว้ แล้วเจ้ายังห่างไกลจากการเป็นคู่ต่อสู้ของข้า”

“ในโลกนี้ สิ่งที่ทรงพลังที่สุดไม่ใช่ร่างกาย ไม่ใช่คัมภีร์โบราณ ไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็นใจของเจ้าเอง วิถีของเจ้า เมื่อเจ้าขาดความกล้าหาญสุดท้ายเจ้าก็ต้องตายอยู่ดี!” เย่ฟ่านแค่นเสียงเบาๆ

ในขณะที่ทั้งสองกำลังต่อสู้กันอยู่นั้นได้มีหญิงงามสวมชุดขาวราวหิมะบินเข้ามาในทิศทางนี้ราวกับปุยเมฆ นางเป็นหญิงงามที่มีร่างกายละเอียดอ่อนเพียงพอที่จะสร้างความลุ่มหลงให้ผู้คนจนตายได้

“ศิษย์น้องเสี่ยวม่านฆ่าเขาซะ ตอนนี้เขาใกล้จะหมดแรงแล้ว” ฮั่วอวิ๋นเฟยกล่าว

เย่ฟ่านยืนอยู่บนรถศึกโบราณสีดำ ถือแส้ทำลายเทพอยู่ในมือ  ดวงตาของเขาเปล่งประกายอย่างเย็นชา

เขามองไปที่หลี่เสี่ยวม่านอย่างเงียบๆ พวกเขาทั้งสองคนล้วนเป็นผู้ที่มาจากอีกฟากหนึ่งของทะเลแห่งดวงดาว หากนางไม่ลงมือเขาก็ไม่คิดจะมองว่านางเป็นศัตรู

แต่หากหลี่เสี่ยวม่านสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อไหร่รับรองว่าเขาจะไม่ปราณีอย่างแน่นอน

ภูเขาถล่ม หินทะลุก้อนเมฆ แผ่นดินจมลง ป่า เขา แม่น้ำ และทะเลสาบถูกทำลายล้าง ทุกหนทุกแห่งกลายเป็นเศษดินที่ไหม้เกรียม

หลี่เสี่ยวม่านสวมชุดสีขาวเดินเข้าสู่สนามรบยามสงบ ชุดสีขาวบริสุทธิ์ของนางโบกสะบัด ผมสีดำของนางปลิวไสว ดวงตาของนางกระจ่างใสชัดเจน และนางกำลังลอยตัวอยู่ในอากาศ

เย่ฟ่านไม่ได้กล่าวอะไรเพียงแค่เฝ้าดูอย่างสงบ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีหรือการล่าถอย ความเป็นมิตรหรือความแค้น ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความคิดต่อไปของอีกฝ่าย

หลี่เสี่ยวม่านเข้ามาใกล้ หยุดอยู่ในความว่างเปล่าโดยไม่กล่าวอะไร แต่มีร่องรอยของความเย็นชาในดวงตาของนาง ซึ่งทำให้บรรยากาศละเอียดอ่อนขึ้นไปอีก

แม้ว่าฮั่วอวิ๋นเฟยจะได้รับบาดเจ็บหนักแต่เขาก็ยังสงบและเยือกเย็นมาก ในแง่ของความเป็นบุรุษ การใช้สตรีกำจัดศัตรูค่อนข้างไม่สมเหตุสมผล

หัวใจของเย่ฟ่านสั่นสะท้าน คิดว่าชายคนนี้ต้องรู้ความสัมพันธ์ระหว่างหลี่เสี่ยวม่านกับเขา สิ่งนี้รบกวนจิตใจของเขา และทำลายสภาพจิตใจที่สงบสุขของเขา

อดีตคนรักหันหลังให้กัน ชีวิตกับความตายต้องเผชิญหน้ากัน และไม่มีใครสามารถเผชิญหน้ากันอย่างสงบสุขได้

นี่ควรเป็นการโจมตีทางจิตใจของฮั่วอวิ๋นเฟยและเป็นการจงใจทำอย่างแน่นอน

“ศิษย์น้องเสี่ยวม่าน หากเจ้าต้องการบรรลุความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เจ้าต้องตัดขาดจากอดีตโดยสิ้นเชิง เพื่อที่จะได้เข้าใจหัวใจของเจ้า จงทำลายอดีตเพื่อพิสูจน์เต๋า” เสียงของฮั่วอวิ๋นเฟยสงบนิ่ง

ท่ามกลางภูเขาที่กลายเป็นดินแดนรกร้างและแห้งแล้งที่นี่ไม่มีแม้แต่ลมพัดเข้ามา

“ชิ้ง”

เสียงเบาๆ แทรกผ่านความเงียบและกระจายออกไปกว้างไกล เกราะดอกบัวชั้นหนึ่งปรากฏขึ้นบนร่างของหลี่เสี่ยวม่านแวววาวแบบโลหะศักดิ์สิทธิ์ เปี่ยมล้นด้วยประกายแห่งสวรรค์ทั้งห้าสี

“เคร้ง เคร้ง...”

เสียงยังคงดังต่อเนื่อง เกราะดอกบัวสั่นเบาๆ ชัดเจนและเสียงดัง ประกายโลหะห้าสีไหลออกมา หลี่เสี่ยวม่านสูงสง่า สวมชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์และถือทวนสีเงินไว้ในมือ

นางค่อยๆ ยกแขนขึ้น แสงสีเงินไหลเหมือนแสงจันทร์ที่ตกลงมา เสียงร้องของเฟิ่งหวงดังขึ้น ชัดเจนและไพเราะ

ร่างกายของนางปกคลุมด้วยเสื้อผ้าศักดิ์สิทธิ์ห้าสี นางทวนชี้ปลายทวนไปที่เย่ฟ่าน เผยให้เห็นรังสีแห่งการสังหาร

“ข้าไม่คาดคิดมาก่อนว่าเจ้าจะชี้ปลายทวนมาที่ข้า” เย่ฟ่านมองดูนาง จ้องมองไปยังคนคุ้นเคยแต่ไม่คุ้นเคยคนนี้

จากอีกด้านหนึ่งของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวพวกเขาเคยมีความรักต่อกันในอดีต แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่เคยคาดคิดว่าความสัมพันธ์จะพลิกกลับมันกลายเป็นแบบนี้ได้

หลี่เสี่ยวม่านไม่ได้กล่าวอะไรสักคำ แต่ก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว ทวนสีเงินชี้ไปที่หน้าอกของเย่ฟ่านซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการสังหาร

เย่ฟ่านรู้ว่าทุกอย่างระหว่างพวกเขาสองคนเป็นอดีตไปนานแล้ว เขาคิดว่าแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถกล่าวคุยอย่างราบรื่นเหมือนอดีตแต่มันก็ไม่ควรกลับกลายเป็นศัตรูเช่นนี้

“เจ้าคิดจะเป็นศัตรูกับข้าจริงๆ?” เย่ฟ่านมองนางอย่างใจเย็น

มีความเงียบอยู่ครู่หนึ่ง และตามด้วยเสียง "เคร้ง" หลี่เสี่ยวม่าน วางทวนสีเงินลงแล้วกล่าวเรียบๆ ว่า “เจ้าไปเถอะ”

“ทำไมข้าต้องไป ข้ายังไม่ได้ฆ่าฮั่วอวิ๋นเฟย”

“ถ้าอย่างนั้นหรือเจ้าต้องการเป็นศัตรูกับข้า?” น้ำเสียงของหลี่เสี่ยวม่านสงบแต่ก็มีความเย็นชามากขึ้นเรื่อยๆ

“เป็นศัตรูกับเจ้าแล้วอย่างไร!”

เย่ฟ่านยืนอยู่บนรถศึกสีดำเผชิญหน้ากับคนสองคนที่อยู่ข้างหน้าโดยไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย

“เจ้าบังคับให้ข้าต้องใจร้าย”

ชุดเกราะดอกบัวของหลี่เสี่ยวม่านส่องแสง ระลอกคลื่นแห่งความแวววาวผันผวน และทวนสีเงินในมือของนางก็เจิดจรัสมากขึ้นเรื่อยๆ

เย่ฟ่านหัวเราะ แต่ค่อนข้างเศร้าโศก ท้ายที่สุดพวกเขาก็เคยมีอดีตร่วมกัน ต่อให้สิ่งนั้นจะไม่สามารถหวนคืนมาแต่อย่างน้อยความสัมพันธ์ระหว่างสหายก็ยังมีอยู่

“ข้าจะเป็นคนส่งพวกเจ้าออกเดินทางเอง!” เย่ฟ่านแค่นเสียงอย่างเฉียบขาด

“ศิษย์พี่โปรดต้านทานรถศึกมังกรดำนั้น”

หลี่เสี่ยวม่านกล่าวกับฮั่วอวิ๋นเฟย นางหวั่นเกรงอาวุธศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนั้นอยู่เล็กน้อย อย่างไรก็ตามความหวั่นเกรงนั้นไม่ได้มีมากเกินไปเพราะทวนศักดิ์สิทธิ์ในมือของนางก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

“ตกลง!”

ฮั่วอวิ๋นเฟยพยักหน้า ดาวดวงใหญ่ที่ห้อยอยู่เหนือหัวของเขาสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ เบียดเสียดเจดีย์ขนาดใหญ่ และเบียดเข้าหารถศึกโบราณสีดำ

จบบทที่ 883 - เผชิญหน้ากับหลี่เสี่ยวม่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว