เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

856 - ปล้น?

856 - ปล้น?

856 - ปล้น?


856 - ปล้น?

“ไอ้สารเลวนี่!”

จินฉีเซียวกัดฟัน เขาจ้องไปที่ห้องส่วนตัวที่เย่ฟ่านอยู่ด้วยเจตนาฆ่าอย่างไม่รู้จบ

เกิดความโกลาหลในห้องประมูล

จากนั้นก็มีการประมูลสมบัติอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งเป็นม้วนคัมภีร์ซึ่งเป็นทักษะการฝึกฝนของราชาแฝดโบราณ มันบันทึกส่วนหนึ่งในความรู้แจ้งของเขาไว้ แม้จะเป็นทักษะเพียงเล็กน้อยแต่ก็ยังมีคุณค่ามหาศาล

เย่ฟ่านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเข้าร่วมอีกครั้ง คราวนี้เขาร่วมประมูลอย่างซื่อสัตย์ แม้ว่าทุกครั้งที่เสนอราคาเขาจะยังมีความระมัดระวังเป็นอย่างมากแต่ก็ดันราคาให้สูงขึ้นเรื่อยๆ

“ให้ตายสิ แย่มาก!”

“มันน่ารังเกียจ การขึ้นราคานั้นชัดเจนเกินไป!”

ในท้ายที่สุด บันทึกความรู้แจ้งรู้ที่ไม่สมบูรณ์นี้ก็ถูกดันขึ้นสู่ราคาที่สูงเกินจริงอีกเช่นกัน ซึ่งทำให้ผู้เข้าร่วมการประมูลเกิดความโกรธและความขุ่นเคืองไม่น้อย

“ไปตายซะ!”

หลายคนสบถคำหยาบด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง

เย่ฟ่านรู้ดีว่าทุกคนต้องการสิ่งนี้มากแค่ไหน ดังนั้นในเมื่อราคามันสูงเกินกว่าที่เขาจะยอมซื้อ เขาจึงพยายามผลักดันราคาให้สูงขึ้นไปอีก

หลังจากนั้น ก็มีใครบางคนซื้อสมบัติชิ้นนี้ด้วยราคาสูงเสียดฟ้า

“สมบัติชิ้นสุดท้าย ขวดไขกระดูกมังกรมีทั้งหมดสิบสองหยด และราคาเริ่มต้นคือหนึ่งล้านสองแสนจิน แต่จะต้องจ่ายด้วยต้นกำเนิดสวรรค์เท่านั้น”

มีความโกลาหลเกิดขึ้นอีกครั้งทั่วห้องโถงและในที่สุดก็มาถึงตอนจบของการประมูล ไขกระดูกมังกรถูกนำออกมาต่อหน้าทุกคนในหอประมูล นี่คือสมบัติสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบได้

มันไม่เพียงยืดอายุของผู้คนเท่านั้นมันยังมีผลทำให้เกิดความรู้แจ้งได้อีกด้วย

ขวดหยกใสมองเห็นทุกอย่างที่อยู่ภายในได้ชัดเจน มีไขกระดูกมังกรสิบสองหยด เบ่งบานอย่างศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ห้องโถงมึนเมาจากกลิ่นหอมของมัน

แต่ละหยดมีขนาดใหญ่เท่ากับนิ้วโป้ง ใสและโปร่งแสง มีเมฆสีม่วงริบหรี่ ราวกับหมอกม่วงจากทางทิศตะวันออก ห้องโถงนั้นบรรจุจำนวนคนไม่น้อย ในมวลอากาศที่หนาแน่น กลิ่นหอมหลั่งไหลเข้าสู่จิตวิญญาณของผู้คนโดยตรง

สิบสองหยด แต่ละหยดมีการตั้งราคาที่หนึ่งแสนจิน ซึ่งเป็นราคาที่สูงเสียดฟ้า

“แค่สิบสองหยด ราคาเริ่มต้นคือหนึ่งล้านสองแสนจิน!”

หลายคนตะโกนว่าราคาแพงและที่สำคัญที่สุดคือการประมูลครั้งนี้ไม่ใช่การจ่ายด้วยต้นกำเนิดบริสุทธิ์ แต่เป็นต้นกำเนิดสวรรค์ซึ่งปิดกั้นผู้คนมากเกินไป

“หนึ่งล้านสามแสนจิน” เย่ฟ่านกล่าว น้ำเสียงของเขายังคงสงบนิ่ง

ห้องโถงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเสียงสาปแช่งก็ตามมาอย่างรวดเร็ว

“ให้ตายสิ เขาทำตัวแบบนี้อีกแล้ว!”

“เจ้าเล่นเองเลย เราไม่ประมูล!”

“หนึ่งล้านสามแสนจินครั้งที่หนึ่ง หนึ่งล้านสามแสนจินครั้งที่สอง...”

“ปัง”

เสียงค้อนเคสาะลงบนโต๊ะประมูล ทุกคนต่างกร่นด่าและสาปแช่ง ไม่มีใครแข่งขันกับเย่ฟ่านเพื่อประมูลไขกระดูกมังกรเลย ด้วยราคาหนึ่งล้านสามแสนจินที่เขาเสนอไปในครั้งเดียว เขาก็กลายเป็นผู้ชนะในที่สุด

ในห้องโถงเงียบลง แล้วก็เริ่มมีคำสาปแช่งต่างๆ นานา ผู้คนเชื่อว่านี่เป็นการตบหน้าครั้งใหญ่

“ให้ตายสิ เจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว ไม่อยากประมูลแล้วทำไมถึงทำเช่นนี้?”

ข้างๆ กัน ผู้รับผิดชอบงานประมูลก็ไร้คำกล่าว นี่คือขวดไขกระดูกมังกรซึ่งหาได้ยากในโลก เดิมเป็นสินค้าปิดท้ายการประมูลและจะต้องประมูลราคาที่สูงจนน่าตกใจ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น

“เชื่อเขาเลย!”

ทุกคนในห้องประมูลสาปแช่ง

ผู้รับผิดชอบหอประมูลอยากจะร้องไห้และบีบคอเย่ฟ่านให้ตาย

ในขั้นต้นการประมาณการที่ระมัดระวังที่สุดคือราคาซื้อขายมากกว่าสี่ล้านจินเพราะคราวนี้ไม่ใช่ไขกระดูกมังกรเกรดต่ำ ย่อมมีมูลค่าที่นับไม่ถ้วน

ท่ามกลางเสียงกร่นด่าจากผู้คนจำนวนมาก ผู้รับผิดชอบงานประมูลได้ทุบหน้าอกของเขาเพราะเกือบจะหายใจไม่ออก

เมื่อทุกคนในห้องโถงทยอยกันออกไป เย่ฟ่านก็จ่ายเงินในห้องส่วนตัวและนำขวดไขกระดูกมังกรมาไว้ในอกเสื้อ

“ดีจริงๆ ข้าจะมาที่นี่บ่อยๆในอนาคต”

“เจ้าไม่รู้สึกผิดหรือ นั่นไม่ใช่ไขกระดูกมังกรธรรมดา เจ้าแค่วางประมูลราคาต่ำสุดแล้วได้มันไป?” ผู้ที่รับผิดชอบการประมูลกล่าวขึ้นอย่างขุ่นเคือง

“พวกเราร่วมมือกันก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ สำหรับสมบัติสองสามชิ้นแรก ข้าดันราคาให้สูงขนาดนี้ท่านยังไม่รู้สึกยินดีอีก?”

“นี่เป้นการร่วมมือที่ทำลายชื่อเสียงของหอประมูล” ผู้ดูแลกล่าว

“รู้มั้ยว่าไขกระดูกนี้คืออะไร มันถูกขุดมาจากรากบรรพชนของมังกรม่วง รู้มั้ยว่าสิบสองหยดนี้มีคนตายไปกี่คน ของเหลวศักดิ์สิทธิ์นั่นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเทียบ เจ้าไม่ละอายใจหน่อยหรือ?”

หัวใจของเย่ฟ่านขยับและกล่าวว่า “มันอยู่ที่ไหนบางทีเราอาจจะร่วมมือกันได้ ท่านลองกล่าวมาสิต้องทำอย่างไร?”

“จะให้กล่าวอะไร ไม่เกี่ยวกับเจ้า ได้แล้วก็รีบไปเถอะ ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีก!”

“ผู้อาวุโสอย่าได้โกรธเคือง ข้ามีความรู้มากมายมากมายเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ของภูเขาและแม่น้ำ ข้าอาจจะช่วยท่านได้ไม่น้อย”

“ออกไปๆ”

ในที่สุดเย่ฟ่านก็ถูกชายชราไล่ออกมา ผู้เข้าร่วมประมูลหลายคนจ้องมาที่เขาและระบุว่าเขาเป็นแขกที่ไม่พึงประสงค์มากที่สุด

“ผู้อาวุโส มีเพียงข้าเท่านั้นที่ช่วยสนับสนุนราคาอยู่เบื้องหลังท่านได้ ท่านจะรีบไล่ข้าทำไม” เย่ฟ่านบ่น

“ไป ไป ไป อย่าให้เราได้พบกันอีก”

“องค์หญิงเยว่หลิงแห่งราชวงศ์จิ่วหลีเซินได้ไปเชิญยอดฝีมือมาแล้ว เจ้ารีบออกจากที่นี่ดีกว่า!”

เย่ฟ่านประหลาดใจเยว่หลิงแห่งราววงศ์จิ่วหลีเซิน องค์หญิงที่งดงามเป็นอันดับสองในจงโจวชื่อเสียงของนางโด่งดังไปทั่วในหมู่ยอดฝีมือรุ่นเยาว์

“ไม่รู้ว่านางจะเชิญยอดฝีมือคนไหนมา”

เย่ฟ่านแตะจมูก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกไล่ออกมาเช่นนี้ เขาจึงหันหลังเดินจากไป

ไม่นานหลังจากนั้นเย่ฟ่านก็ออกจากเมืองซีปา เตรียมหาที่หลบภัยและหลีกหนีจากภัยพิบัติ

เย่ฟ่านเดินออกจากเมืองซีปาและเดินเข้าไปในเทือกเขา เขาต้องการเลือกสถานที่สันโดษเพื่อเลื่อนระดับ

“ในที่สุดเจ้าก็มา เรารอมานานแล้ว” เสียงเย็นชากล่าวขึ้น

“เจ้าเอาไขกระดูกมังกรมาให้เราแล้วหรือ มันอยู่ที่ไหน?” อีกคนหัวเราะเยาะเย่ฟ่าน

ที่ด้านหน้าของเขาตอนนี้มีชายฉกรรจ์เจ็ดคนเป็นจินฉีเซียวและยอดฝีมือรุ่นเยาว์อีกหลายคน

“ข้าคิดว่าเป็นเจ้าต่างหากที่เป็นคนนำระฆังปี้หลัวมาให้ข้า” เย่ฟ่านกล่าวด้วยสีหน้าเฉยชา

จินฉีเซียวยิ้ม สะบัดนิ้วมือช้าๆ และกล่าวว่า “เจ้ามีโอกาสไม่มาก”

ชายชราคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นในแต่ละทิศทางทั้งสี่อย่างเงียบๆ และล้อมเย่ฟ่านไว้ตรงกลาง

“น่าเสียดายที่เจ้าประมูลไขกระดูกมังกรมาเพียงอย่างเดียว หากเจ้าประมูลบันทึกของราชาฝาแฝดมาด้วย มันจะเป็นของขวัญที่น่าตกใจถึงสองชิ้น มันคงจะคุ้มค่ากับการลงมือครั้งนี้”

จินฉีเซียว จื่ออี้ และคนอื่นๆ มาเพื่อฆ่าเย่ฟ่านและต้องการชิงไขกระดูกมังกรและสมบัติหายากชิ้นอื่นๆ ไขกระดูกมังกรม่วงเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่ค่อนข้างหายาก ของเหลวศักดิ์สิทธิ์ขวดนี้มีมูลค่ามากกว่าต้นกำเนิดสี่ล้านจิน

“มีของเหลวศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดสิบสองหยด และเราทั้งเจ็ดคนก็ยากที่จะแจกจ่าย” อีกคนนั่งลงและกล่าวอย่างสบายๆ โดยคิดว่าเย่ฟ่านจะรับมือได้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

จินฉีเซียวเอามือไพล่หลังและเดินไปอย่างช้าๆราวกับว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว เขากล่าวว่า

“เขาอาจจะไม่มีสมบัติอื่นอยู่อีกก็ได้ เมื่อถึงเวลาเราค่อยตรวจสอบดู”

ชายชราที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังคงสงบนิ่ง หลังจากเหลือบมองเย่ฟ่านเเล็กน้อยเขาก็กล่าวว่า “จัดการให้จบๆไปก่อนแล้วจึงตัดสินใจในภายหลัง”

“เจ้าคิดว่าข้าเป็นลูกพลับนิ่มจริงๆ?” เย่ฟ่านแค่นเสียงอย่างเย็นชาและเดินไปข้างหน้า

ในเวลานี้เขาไม่ได้กลัวจินฉีเซียวและคนอื่นๆ ที่เขากลัวคือผู้อาวุโสทั้งสี่คนซึ่งมีขอบเขตการบ่มเพาะสูงล้ำกว่าเขามาก

“มีผู้อาวุโสสี่คนที่นี่ เจ้ายังจะต่อต้านอีกหรือ?” หนึ่งในนั้นส่ายหัวและเยาะเย้ย

จินฉีเซียวและคนอื่น ๆ ถอยกลับ พวกเขาไม่ได้วางแผนที่จะเผชิญหน้ากับเย่ฟ่านโดยตรง พวกเขาต้องการให้ผู้อาวุโสในขอบเขตสูงสุดสี่คนฆ่าเย่ฟ่านในทันที

จบบทที่ 856 - ปล้น?

คัดลอกลิงก์แล้ว