- หน้าแรก
- แฟนสาวคนสวยดาวโรงเรียน เที่ยวบอกคนอื่นว่าฉันตายแล้ว
- บทที่ 16: การเคลื่อนไหวจากทุกฝ่าย กับมาตรการสายฟ้าฟาด
บทที่ 16: การเคลื่อนไหวจากทุกฝ่าย กับมาตรการสายฟ้าฟาด
บทที่ 16: การเคลื่อนไหวจากทุกฝ่าย กับมาตรการสายฟ้าฟาด
ท่าอากาศยานนานาชาติเกียวโต
ภายในห้องรับรองพิเศษระดับไฮเอนด์
อู๋ฮั่นเอนกายลงบนเก้าอี้นวดสุดหรูอย่างสบายอารมณ์ นิ้วเรียวไถดูประเด็นร้อนบนหน้าจอเวยป๋ออย่างไม่รีบร้อน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามและหยิ่งผยอง "ไอ้โง่เอ๊ย เป็นแค่คนธรรมดาคิดจะมางัดกับฉันงั้นเหรอ? ฉันใช้แค่ปลายนิ้วดีดเบาๆ แกก็จมดินแล้ว!"
ที่เขาพูดก่อนหน้านี้ว่ารีบไปขึ้นเครื่องบิน ความจริงแล้วมันไม่เป็นความจริงเลยสักนิด
เขาแค่ไม่อยากไปเสียเวลาปั้นหน้ายิ้มรับพวกแฟนคลับสมองนิ่มที่มารอรับที่สนามบินต่างหาก
แค่เขาโปรยยิ้มให้เหนื่อยนิดหน่อย พวกนั้นก็ทำท่าราวกับว่าเขาเป็นคนโปรดที่สนิทชิดเชื้อยิ่งกว่าพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเองเสียอีก
การที่เขาเจียดเวลาไปยืนให้พวกนั้นเห็นหน้าถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตของพวกมันแล้ว!
ผู้ช่วยส่วนตัวที่ยืนอยู่ข้างๆ หัวเราะประจบ "ฮั่นฮั่น แฟนคลับของนาย นี่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง กระแสก็พุ่งทะยานจนแทบจะยึดอันดับหนึ่งบนเทรนด์ฮอตเวยป๋อแล้ว เรตติ้งและความนิยมของนายพุ่งกระฉูดเลยรอบนี้"
"แค่นี้ยังไม่พอหรอก" อู๋ฮั่นเค่นหัวเราะพลางเอ่ยสั่งเสียงเรียบ "ถึงวิดีโอในเน็ตจะโดนตัดต่อช่วยไว้แล้ว แต่ก็ยังมีบางเฟรมที่ดูไม่ดีต่อภาพลักษณ์ ของฉันอยู่ดี ไปนัดแนะกับพวกแอคเคาน์การตลาด ให้ปล่อยข่าวลือออกไปว่าไอ้หมอนั่นจริงๆ แล้วเป็นพวก 'ตากล้องแอบถ่ายดารา' การ์ดของเราเลยต้องใช้มาตรการเด็ดขาดลากมันออกจากลิฟต์"
"ฉลาดล้ำเลิศครับ!" ผู้ช่วยดาราหนุ่มตบมือหัวเราะร่า
ส่วนเรื่องที่ว่าข้อมูลที่แอคเคาน์การตลาดจะปล่อยออกไปนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ... นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องมานั่งใส่ใจอยู่แล้ว
กระแสสังคมบนโลกออนไลน์น่ะ ปั่นหัวและควบคุมได้ง่ายจะตายไป
ขอเพียงแค่ข้อมูลนี้หลุดออกไป แฟนคลับของอู๋ฮั่นก็พร้อมจะเชื่ออย่างสนิทใจทันที และพวกเขาก็จะสามารถโกยคะแนนความน่าสงสารจากแฟนๆ ได้อีกระลอกใหญ่
ตัวอู๋ฮั่นเองก็จะกลายเป็น 'เหยื่อผู้ถูกกระทำ' ในเหตุการณ์นี้อย่างสมบูรณ์แบบในทันที
ฉันแค่สั่งให้คนไปไล่ตากล้องแอบถ่ายที่น่ารำคาญ การที่อารมณ์จะบูดบึ้งไปบ้างมันก็สมเหตุสมผลจะตายไป!
"ผมจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้เลยครับ!" ผู้ช่วยยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วรีบต่อสายหาเครือข่ายแอคเคาน์การตลาดทันที
พวกแอคเคาน์การตลาดทำงานกันไวปานวอก
ทันทีที่คนของอู๋ฮั่นส่งสัญญาณมา พวกเขาก็เริ่มเปิดฉากปฏิบัติการปั่นกระแสทันที
ผ่านไปไม่ถึงสามนาที เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่กล่าวหาว่าฉู่ยางเป็นตากล้องแอบถ่ายดาราก็เริ่มผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดบนโลกออนไลน์ และหลังจากกลุ่มแฟนคลับของอู๋ฮั่นช่วยกันประโคมข่าว กระแสดังกล่าวก็พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่
ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนเริ่มออกโรงปกป้องอู๋ฮั่นทันที:
"ฉันว่าแล้ว ทีมงานของฮั่นฮั่นไม่มีทางใช้กำลังรุนแรงไร้เหตุผลหรอก ที่ต้องทำรุนแรงแบบนั้นก็เพราะถ้าไม่ดุดันใส่ พวกตากล้องแอบถ่ายสารเลวพวกนี้ก็จะได้ใจแล้วเข้ามารบกวนความเป็นส่วนตัวของฮั่นฮั่นน่ะสิ"
"ไอ้ตากล้องแอบถ่ายหน้าตัวเมีย! อยากจะเกาะกระแสฮั่นฮั่นจนตัวสั่น ทำไมไม่ไปตายซะไป!"
"เกลียดพวกตากล้องแอบถ่ายที่สุด เห็นฮั่นฮั่นของฉันโดนรังแกแล้วปวดใจชะมัด พี่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่กลับมีพวกแอคเคาน์การตลาดไร้จรรยาบรรณคอยปั่นกระแสรุมด่าพี่เขาอยู่ได้!"
...
สำนักงานบริหารความมั่นคงทั่วไป
หลิวฉางชิงยืนอยู่ในห้องปฏิบัติการข้อมูลขนาดใหญ่ สายตาจับจ้องไปยังหน้าจอเวยป๋อที่กระแสความเกลียดชังยังคงพุ่งสูงไม่หยุด เขาหันไปขมวดคิ้วใส่เจ้าหน้าที่ข้างกายด้วยความฉุนเฉียว "มันเกิดอะไรขึ้นฮะ? ไม่ใช่ว่าพวกเราเริ่มทยอยลบคอมเมนต์ไปแล้วหรอกเหรอ? ทำไมกระแสมันยังพุ่งสูงขนาดนี้?"
เจ้าหน้าที่ตอบกลับด้วยสีหน้าจนปัญญา "อู๋ฮั่นมีฐานแฟนคลับเยอะเกินไปครับ พวกเราลบไม่ทันจริงๆ พอระบบลบไปลอตหนึ่ง พวกมันก็ปั๊มคอมเมนต์ใหม่ขึ้นมาทันทีในพริบตาเลยครับ"
"แล้วทางฝั่งเวยป๋อล่ะ?" หลิวฉางชิงแค่นเสียงหึ "ผู้รับผิดชอบของเวยป๋อว่ายังไงบ้าง? ถ้ากระแสนี้ยังไม่ถูกกดลงไป พวกมันอยากให้ฉันเชิญประธานบริษัทมานั่งจิบชาที่สำนักงานความมั่นคงใช่ไหม?"
เจ้าหน้าที่รีบรายงาน "ผู้รับผิดชอบของเวยป๋อไม่ยอมรับสายเลยครับ แต่ผมได้ติดต่อเพื่อนที่ทำงานอยู่ในนั้น เขาบอกว่าเหตุการณ์ของอู๋ฮั่นคราวนี้มีกลุ่มทุน หลายฝ่ายกระโดดเข้าร่วมวงด้วย เพราะอยากจะใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสในการดันกระแสให้อู๋ฮั่นโด่งดังขึ้นไปอีก เนื่องจากตอนนี้มูลค่าทางการค้าของเขากำลังพุ่งสูงมากครับ"
"ดันกระพ่อมันสิ!" หหลิวฉางชิงอดสบถคำหยาบออกมาไม่ได้ในทันที "ฉันไม่สนว่าจะมีกลุ่มทุนหน้าไหนหนุนหลังไอ้อู๋ฮั่นอะไรนั่น! โลกอินเทอร์เน็ตไม่ใช่พื้นที่เหนือกฎหมาย และพวกเราจะปล่อยให้กระแสสังคมถูกปั่นหัวตามใจชอบโดยคนกลุ่มนี้ไม่ได้เด็ดขาด! สั่งการให้แผนกเทคนิค ปิดเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดของเวยป๋อทันที แบนแอกเคานต์ทุกบัญชีที่คอมเมนต์ด่าทอหยาบคายในเหตุการณ์นี้ให้หมด แล้วไปลากตัวหัวโจกแกนนำทุกคนมาที่สำนักงานความมั่นคงฯ! นอกจากนี้ ให้แจ้งไปยังหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ภายในสองนาที... ฉันต้องการให้ข่าวคราวทุกอย่างเกี่ยวกับฉู่ยางอันตรธานหายไปจากโลกอินเทอร์เน็ตให้หมด!"
หลังจากสั่งการเสร็จ หลิวฉางชิงก็เอ่ยถามต่อ "แล้วผู้อำนวยการกระทรวงพัฒนาวัฒนธรรมล่ะ มาถึงหรือยัง?"
"กำลังเดินทางมาครับ คาดว่าน่าจะถึงสำนักงานความมั่นคงฯ ในอีกสิบนาทีครับ"
"พอเขามาถึง ให้เขาเข้าพบฉันโดยตรงทันที!"
"รับทราบครับ!"
...
เมืองกวางเซิน
ที่ตั้งของบริษัทโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ระดับแนวหน้าของประเทศ
ภายในห้องทำงานของประธานบริหารบริษัทเพนกวิน
แฟ้มเอกสารที่ประทับตรา 'ความลับขั้นสูงสุด' ถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานของ หม่าเถิง ประธานบริหาร โดยเลขานุการส่วนตัว
หม่าเถิงเปิดแฟ้มเอกสารออกดูด้วยความฉงน ทันทีที่สายตากวาดไปโดนตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏแก่สายตา คิ้วของเขาพลันกระตุกวูบขึ้นมาทันที เขารีบหันไปสั่งเลขานุการที่ยังไม่ทันได้เดินพ้นประตูห้องว่า "ไปตามหัวหน้าแผนกเทคนิคให้มาพบฉันที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้!"
เนื้อหาในเอกสารลับฉบับนั้น...
คือคำสั่งประกาศจับตาและ ห้ามไม่ให้มีข่าวสารใดๆ เกี่ยวกับฉู่ยางแพร่กระจายบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทุกช่องทางโดยเด็ดขาด
ในส่วนของตัวตนที่แท้จริงของฉู่ยางนั้น ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดไว้แต่อย่างใด
หากเป็นเอกสารราชการธรรมดาทั่วไป เขาอาจจะต้องนำมาไตร่ตรองชั่งน้ำหนักผลประโยชน์ก่อนจะลงมือทำ
แต่เอกสารฉบับนี้... กลับประทับตราประจัญบานของสำนักงานบริหารความมั่นคงทั่วไป!
เมื่อไหร่ก็ตามที่เรื่องราวไปพัวพันกับสำนักงานความมั่นคงฯ หากเขาทำชักช้าแม้แต่ก้าวเดียว เขาแทบไม่อยากจะคิดเลยว่าบริษัทเพนกวินจะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ร้ายแรงขนาดไหน
เขาเอ่ยย้ำเสียงหนักแน่นปิดท้าย "ไม่ว่าตอนนี้มันจะกำลังทำอะไรอยู่ สั่งให้มันมาพบฉันเดี๋ยวนี้!"
...
สถานีตำรวจทุกแห่งทั่วประเทศ รวมถึงค่ายทหารต่างๆ
ผู้รับผิดชอบระดับสูงของแต่ละหน่วยงานต่างได้รับเอกสารตราครุฑแดงที่ออกโดยสำนักงานบริหารความมั่นคงทั่วไป เพื่อขอความร่วมมือในการคลี่คลายคดีด่วนที่สุด
หลังจากได้เห็นเนื้อหาในเอกสารฉบับนี้ รองผู้กำกับของสถานีตำรวจแห่งหนึ่งเอ่ยถามด้วยความมึนตึ้บ "ฉู่ยางคนนี้คือใครกันน่ะ? ทำไมเบื้องบนถึงได้ตื่นตูมจัดกำลังพลชุดใหญ่ไฟกะพริบขนาดนี้เพื่อเรื่องแค่นี้?"
เนื้อหาในเอกสารมีเพียงสองประเด็นสั้นๆ เท่านั้น
ข้อแรกคือ ห้ามไม่ให้มีการพูดคุยหรือวิพากษ์วิจารณ์เป็นการส่วนตัวภายในสถานีตำรวจเกี่ยวกับเหตุการณ์ของฉู่ยางโดยเด็ดขาด
ข้อสองคือ ปฏิบัติการจับกุม
ให้สืบหาพิกัดตามข้อมูลที่อยู่ IP แอดเดรสที่ทางหน่วยความมั่นคงแห่งชาติส่งมา เพื่อส่งกำลังพลไปรวบตัวผู้ต้องหาถึงที่พำนักทันที
คำอธิบายทุกอย่างในเอกสารระบุไว้เรียบง่ายและสั้นกระชับมาก
แต่ทุกคนที่ทำงานอยู่ในระบบต่างรู้ซึ้งดีว่า...
สำหรับเอกสารราชการที่จ่าหัวด้วยตราครุฑแดงนั้น ยิ่งตัวอักษรน้อยเท่าไหร่ เรื่องราวก็ยิ่งคอขาดบาดตายมากเท่านั้น!
"เรื่องนั้นไม่ต้องไปสืบสาวราวเรื่องหรอก" ผู้กำกับสถานีตำรวจขมวดคิ้วเคร่งเครียด "สั่งการลงไปซะ ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ระหว่างลางานรีบกลับมารายงานตัวที่สถานีทันที ดำเนินการเข้าจับกุมคนตามรายชื่อข้อมูลที่สำนักงานความมั่นคงฯ ส่งมาเดี๋ยวนี้!"
...
ภายในค่ายทหารแห่งหนึ่ง
ผู้บัญชาการทหารชราผมสีดอกเลากำลังจ้องมองเอกสารในมือด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและจริงจังอย่างยิ่ง
หลังจากเพ่งมองอยู่นาน เขาก็กดต่อสายตรงหาหลิวฉางชิงที่สำนักงานความมั่นคงทั่วไปทันทีพลางเอ่ยถามด้วยความร้อนรน "เฒ่าหลิน คราวนี้เกิดเรื่องใหญ่ขนาดไหนขึ้นกันแน่? ทำไมถึงต้องให้กองทัพของพวกฉันออกโรงเคลื่อนพลด้วยฮะ?"
ในฐานะทหารหาญผู้มีหน้าที่ปกป้องความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศชาติ...
หากไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายระดับชาติ พวกเขาไม่มีวันเคลื่อนกำลังพลสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด!
แต่ในตอนนี้ มันถึงขั้นคุ้มค่าแล้วจริงหรือที่จะต้องใช้กำลังทหารออกไปช่วยจับกุมพวกหัวโจกนักเลงคีย์บอร์ดที่เอาแต่สาดโคลนด่าทอคนอื่นบนโลกอินเทอร์เน็ต?
หลิวฉางชิงที่กำลังหัวหมุนรีบเอ่ยตอบอย่างเร่งรีบ "เฒ่าจ้าว เรื่องนั้นนายอย่าเพิ่งถามมากเลย ตอนนี้เบื้องบนโทรมาสั่งการด้วยตัวเองแล้ว เนื่องจากระเบียบข้อบังคับด้านการรักษาความลับขั้นสูงสุด ฉันบอกนายได้แค่ว่า เด็กหนุ่มที่ปรากฏชื่อในเอกสารฉบับนั้น... คือนักวิจัยวิทยาศาสตร์ผู้เป็นหัวใจสำคัญและล้ำค่าที่สุดของประเทศชาติ มูลค่าและคุณูปการของเขาในตอนนี้ สามารถนำไปเปรียบเทียบกับ 'ท่านศาสตราจารย์เฉียน' ในอดีตได้เลยทีเดียว!"
"ว่าไงนะ!" ดวงตาของผู้บัญชาการทหารชราพลันฉายประกายเฉียบคมและจริงจังขึ้นมาทันที "ตกลง ฉันเข้าใจแล้ว นายวางใจได้เลย กองทัพของพวกฉันพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่แน่นอน!"
พวกเขาทุกคนต่างรู้ซึ้งดีว่าท่านศาสตราจารย์เฉียนคือใคร
หากในอดีตไม่มีท่านคอยวางรากฐานให้ หัวเซี่ยย่อมไม่มีวันมีแสนยานุภาพและความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ดังเช่นในปัจจุบันนี้แน่นอน
และในตอนนี้ แผ่นดินหัวเซี่ยกลับสามารถให้กำเนิดนักวิจัยวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจเทียบเคียงกับท่านศาสตราจารย์เฉียนได้อีกครั้ง มันจึงเป็นเรื่องที่น่าปิติยินดีอย่างที่สุด
ทว่า เขาจะยอมทนเห็นนักวิจัยผู้ยอมอุทิศหยาดเหงื่อแรงกายสร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ให้ชาติบ้านเมืองคนนี้ ต้องมาถูกกลุ่มแฟนคลับของดาราไร้แก่นสารรุมด่าทอสาดโคลนตามใจชอบบนโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างไร!
ไอ้พวกคนป่าเถื่อนพวกนั้น นอกจากดีแต่พ่นน้ำลายด่าทอคนอื่นในเน็ตแล้ว พวกมันทำประโยชน์อะไรให้สังคมได้บ้างฮะ?
พวกมันช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาเทคโนโลยีของหัวเซี่ยให้ก้าวหน้าได้ไหม?
หรือพวกมันสามารถไปยืนถือปืนตากแดดตากลมคอยปกป้องผืนแผ่นดินตามแนวชายแดนได้?
สภาพแวดล้อมบนโลกออนไลน์ในปัจจุบัน... มันถึงเวลาต้องสังคายนาทำความสะอาดครั้งใหญ่แล้ว!
หลังจากวางสาย ใบหน้าของชายชราแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เขาขยับหมัดทุบลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น "ทหารสื่อสาร! สั่งการลงไปทันที จัดกำลังพลหนึ่งกรมไปสมทบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และออกไปลากคอไอ้พวกเศษสอยเหล่านั้นมาลงโทษให้หมด!"