เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14: วงการวิทยาศาสตร์จะขาดฉู่ยางไปไม่ได้

บทที่ 14: วงการวิทยาศาสตร์จะขาดฉู่ยางไปไม่ได้

บทที่ 14: วงการวิทยาศาสตร์จะขาดฉู่ยางไปไม่ได้


"ผมไม่คิดมากหรอกครับ รบกวนคุณช่วยเป็นธุระให้ด้วยนะคร้บ" ฉู่ยางตอบกลับเสียงเรียบ เขาเองก็ไม่คาดคิดว่าการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของตนจะก่อให้เกิดความวุ่นวายใหญ่โตขนาดนี้

"ไม่เป็นไร หรอก รอฟังข่าวจากฉันก็แล้วกัน" หวางเวยหมินแค่นเสียงหึเบาๆ หลังจากวางสายจากฉู่ยาง เขาก็กดเลื่อนหาเบอร์ในรายชื่อผู้ติดต่อทันที ก่อนจะต่อสายตรงถึงผู้อำนวยการสำนักงานบริหารความมั่นคงทั่วไป: "ฮัลโหล ฉันหวางเวยหมินเอง!"

...

สำนักงานบริหารความมั่นคงทั่วไป

ในฐานะหน่วยงานต่อต้านการจารกรรมและดูแลความมั่นคงภายในประเทศระดับสูงสุดของหัวเซี่ย

ณ ห้องทำงานผู้อำนวยการบนชั้นดาดฟ้า

หลิวฉางชิง ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงฯ กำลังเดือดจัด เขามองดูข้อมูลที่เจ้าหน้าที่รายงานขึ้นมาพลางแผดเสียงลั่นห้องด้วยความโมโห: "พวกคุณทำอะไรกันอยู่ฮะ? รีบส่งคนไปลบข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับฉู่ยางออกจากอินเทอร์เน็ตเดี๋ยวนี้! แล้วไปสืบมาทันทีด้วยว่ามีองค์กรสายลับต่างชาติอยู่เบื้องหลังคอยปั่นกระแสเรื่องนี้หรือเปล่า ฉันให้เวลาพวกคุณแค่สิบนาที ถ้าหลังจากสิบนาทีนี้ฉันยังเห็นข้อมูลของฉู่ยางหลงเหลืออยู่บนโลกออนไลน์ล่ะก็ พวกคุณเตรียมตัวรับผิดชอบร่วมกันได้เลย!"

ในฐานะนักวิจัยวิทยาศาสตร์ระดับอัจฉริยะของประเทศ

หัวหน้าผู้ออกแบบผู้พัฒนาเทคโนโลยีเครื่องลิโทกราฟีความแม่นยำสูงขนาด 1 นาโนเมตรให้หัวเซี่ยได้สำเร็จตั้งแต่อายุเพียงสิบแปดปี

แฟ้มประวัติส่วนตัวของฉู่ยางจึงถูกเชื่อมโยงระบบป้องกันไว้กับสำนักงานความมั่นคงทั่วไปโดยตรง

หากมีองค์กรใดพยายามสืบค้นข้อมูลของฉู่ยาง ระบบเตือนภัยระดับอันตรายขั้นร้ายแรงจะทำงานทันที

แต่หลิวฉางชิงคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่า

คราวนี้นมันไม่ใช่แค่บุคคลหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่แอบขุดคุ้ยตัวตนของฉู่ยาง

แต่มันกลับเป็นกลุ่มชาวเน็ตที่โง่เขลาเบาปัญญาจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังช่วยกันกระจายข่าวของฉู่ยางไปทั่วโลกออนไลน์

หากฉู่ยางต้องได้รับอันตรายหรือความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้

พวกเขาทั้งสำนักงานได้เจอดีกันหมดแน่!

หัวเซี่ยขาดเขาที่เป็นผู้อำนวยการความมั่นคงฯ ได้ แต่วงการวิทยาศาสตร์ของหัวเซี่ยจะขาดคนอย่างฉู่ยางไปไม่ได้เด็ดขาด!

หลังจากด่าทอเจ้าหน้าที่เสร็จ หวิวจิตใจลุกเป็นไฟ หลิวฉางชิงกัดฟันกรอดพลางสบถพึมพำ: "พวกดารากับแฟนคลับสมัยนี้มันจะลืมหูลืมตาอวดดีกันเกินไปแล้ว!"

หลังจากเกิดเรื่อง ภาพจากกล้องวงจรปิดตรงลิฟต์สนามบินและภาพเหตุการณ์ทั้งหมดในพื้นที่ ได้ถูกส่งตรงกลับมายังแผนกวิเคราะห์ข้อมูลของสำนักงานความมั่นคงฯ เรียบร้อยแล้ว

จะตามกรี๊ดดาราหรือปั่นกระแสอะไรมันก็เรื่องหนึ่ง

แต่พวกแกช่วยแหกตาดูหน่อยได้ไหมว่ากำลังหาเรื่องอยู่กับใคร?

การบังคับให้นักวิจัยวิทยาศาสตร์ที่กำลังจะได้เป็นราชบัณฑิตที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติมาสละลิฟต์ให้ดารา... พวกแกมีคุณค่าคู่ควรตรงไหนฮะ?

ทว่า ในขณะที่เขากำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยง โทรศัพท์สายส่วนตัวของเขาก็ดังขึ้น

เมื่อเห็นชื่อผู้โทรเข้า ใบหน้าของหลิวฉางชิงก็ถอดสีทันที เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกดรับสายด้วยความนอบน้อมและเกร็งสุดขีด: "ท่านผู้เฒ่าหวาง ผมหลิวฉางชิงครับ!"

คนที่โทรมาไม่ใช่ใครที่ไหน... หวางเวยหมินนั่นเอง

ย้อนกลับไปในยุคที่วงการวิทยาศาสตร์ของหัวเซี่ยยังลุ่มๆ ดอนๆ บุคลากรวิจัยเก่งๆ ในประเทศมีน้อยแสนน้อย

อย่าไปมองว่าพวกตาเฒ่าเหล่านั้นชอบทุ่มเถียงทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างเอาเป็นเอาตายในงานสัมมนาโครงการวิจัยระดับชาติเลย เพราะพอถึงเวลาที่ต้อง "ปกป้องคนของตัวเอง" ขึ้นมาล่ะก็ ทุกคนสวมวิญญาณเสือปืนไวกันทั้งนั้น!

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงประธานราชบัณฑิตยสภาฯ อย่างหวางเวยหมินเลย

แม้ตำแหน่งหน้าที่การงานในทางบริหารจะอยู่ในระดับเสมอกัน

แต่ถ้าเทียบตามลำดับอาวุโสแล้ว

หลิวฉางชิงถือเป็นรุ่นน้องห่างจากอีกฝ่ายอยู่เต็มๆ หนึ่งรุ่น

และก็เป็นไปตามคาด

ทันทีที่กดรับสาย เสียงตวาดด่าทอของหวางเวยหมินก็ดังทะลุลำโพงออกมาทันที: "หลิวฉางชิง! นายเป็นผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงภาษาอะไรฮะ? เกิดเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้บนโลกออนไลน์แต่นายกลับไม่มีมาตรการอะไรเลยงั้นเหรอ? แล้วเรื่องดาราคนนั้นนายจะจัดการยังไง? ฉันบอกนายไว้เลยนะ ถ้าตัวตนของฉู่ยางเกิดรั่วไหลขึ้นมาล่ะก็ ตาแก่อย่างฉันยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดแล้วจะเดินไปอาละวาดพังห้องทำงานของนายให้ดู!"

หลิวฉางชิงหน้าเสียรีบเอ่ยปลอบ: "ท่านผู้เฒ่าหวาง ใจเย็นๆ ก่อนครับ ใจเย็นๆ ก่อน ตอนนี้ผมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงมือจัดการด่วนที่สุดแล้วครับ ภายในสิบนาที ข่าวสารทั้งหมดบนโลกออนไลน์จะถูกลบเกลี้ยงแน่นอนครับ"

"แล้วไอ้ดารานั่นล่ะ?"

"ผมจะรีบนัดประชุมด่วนกับผู้รับผิดชอบของกระทรวงพัฒนาวัฒนธรรมทันทีครับ ขอให้ท่านวางใจได้เลย ผมจะให้คำอธิบายที่น่าพึงพอใจที่สุดแก่ท่านและทีมนักวิจัยของราชบัณฑิตยสภาฯ ทุกคนแน่นอนครับ!"

"ดี ฉันจะรอดูผลงานของนาย!" หวางเวยหมินนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะกดวางสายไปอย่างรวดเร็ว

หลิวฉางชิงถอนหายใจยาว นั่งพิงเก้าอี้พลางกัดฟันกรอด: "บ้าเอ๊ย ทำงานที่สำนักงานความมั่นคงมาตั้งหลายปี นี่เป็นครั้งแรกเลยที่โดนด่าเปิงขนาดนี้แล้วยังอ้าปากเถียงไม่ได้สักคำ"

วินาทีต่อมา เขาคว้าโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมาต่อสายทันที: "แจ้งผู้รับผิดชอบของกระทรวงพัฒนาวัฒนธรรม ให้มาพบฉันที่ห้องทำงานภายในครึ่งชั่วโมง ไม่อย่างนั้นฉันจะบุกไปหาเขาถึงที่กระทรวงเอง!"

...

ณ ห้องผู้โดยสารขาออก สนามบิน

หลังจากฉู่ยางพิมพ์ข้อความตอบกลับหวางเวยหมินเสร็จ สังเกตเห็นกลุ่มเด็กสาวแต่งตัวจัดจ้านหลายคนเดินตรงเข้ามาหาเขา: "นายคือฉู่ยางใช่ไหม?"

ฉู่ยางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองกลุ่มคนที่จู่ๆ ก็โผล่มา: "ครับ ผมฉู่ยาง มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?"

เด็กสาวคนหนึ่งกวาดสายตามองฉู่ยางตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเค่นหัวเราะเยาะ: "หน้าตาก็ดูลูกผู้ดีนะ แต่ไหนว่ารีบนึกว่ามีธุระด่วนอะไรหนา? แล้วทำไมยังมานั่งเสนอหน้าอยู่ในห้องโถงนี่อีกล่ะ? ในเมื่อก็นั่งว่างๆ อยู่ตรงนี้ แล้วทำไมเมื่อกี้ไม่ยอมสละลิฟต์ให้ฮั่นฮั่นใช้ฮะ?"

คนอื่นๆ ที่เหลือรีบผสมโรงทันที:

"น่ารังเกียจชะมัด ฉันว่าหมอนี่คงเห็นฮั่นฮั่นของพวกเราดัง เลยอยากจะเกาะกระแสสร้างซีนให้ตัวเองมากกว่า!"

"อยากดังมากใช่ไหม? ได้! เดี๋ยวพวกเราแฟนคลับของฮั่นฮั่นจะช่วยสงเคราะห์ให้แกดังเป็นพลุแตกเอง!"

"นายนี่มันน่าขยะแขยงจริงๆ อย่าหาเรื่องให้ตัวเองนักเลย ไม่อยากให้พ่อแม่ต้องอับอายขายหน้าหรือไง? ไอ้ผู้ชายเฮงซวย มีพ่อแต่ไม่มีแม่สั่งสอน!"

สิ้นคำพูดหยาบคายนั้น

เด็กสาวคนหนึ่งที่ถือขวดน้ำแร่ขวดใหญ่อยู่ในมือ ก็บิดฝาขวดออกอย่างรวดเร็ว แล้วสาดน้ำในขวดทั้งหมดใส่หน้าฉู่ยางทันที

ฉู่ยางยังไม่ทันได้ลุกขึ้นยืนด้วยซ้ำ ร่างกายของเขาก็เปียกโชกไปครึ่งตัวในพริบตา

ทว่า ฉู่ยางไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองเลยสักนิด เขากลับมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและสมเพช: "พูดจบกันหรือยังครับ? ถ้าพูดจบแล้วก็เชิญไปได้แล้ว"

แต่ละคนอายุอานามก็น่าจะราวๆ ยี่สิบปีกันหมดแล้ว

โตจนป่านนี้ เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแท้ๆ แต่กลับไม่มีรอยหยักในสมองที่จะคิดวิเคราะห์แยกแยะสิ่งถูกผิดด้วยตัวเองเลยสักนิด

ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน!

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบินที่อยู่แถวนั้นสังเกตเห็นเหตุการณ์พอดี จึงรีบวิ่งหน้าตั้งตรงเข้ามาทางฉู่ยาง: "เฮ้ย! พวกคุณทำอะไรกันน่ะ?"

กลุ่มเด็กสาวหันมาสบตากันครู่หนึ่งก่อนจะพากันโกยแนบแยกย้ายวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

กว่ารปภ. สนามบินจะมาถึง ก็เห็นเพียงฉู่ยางที่กำลังดึงทิชชู่ออกมาเช็ดหยดน้ำตามร่างกายและเสื้อผ้าเงียบๆ

เห็นดังนั้น รปภ. จึงรีบเอ่ยถามด้วยความห่วงใย: "คุณผู้ชายครับ เป็นอะไรมากไหมครับ?"

"ไม่เป็นไรครับ" ฉู่ยางส่ายหน้าพลางเงยหน้าส่งยิ้มให้รปภ. "พวกคุณไปทำงานต่อเถอะครับ ลำบากพวกคุณแล้ว ขอบคุณมากครับ"

ในจังหวะนั้นเอง

หน้าจอโทรศัพท์ของฉู่ยางที่วางอยู่ข้างๆ พลันสว่างวาบขึ้นมา

หลินชิงเสวีย คนที่ไม่เคยส่งข้อความหาเขาเลยตลอดสามปีที่ผ่านมา ได้ส่งข้อความสั้นๆ เข้ามาเงียบๆ ประโยคหนึ่ง:

"นาย... ไม่เป็นไรใช่ไหม?"

จบบทที่ บทที่ 14: วงการวิทยาศาสตร์จะขาดฉู่ยางไปไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว