เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

821 - เจวี่ยโหย่วฉิง

821 - เจวี่ยโหย่วฉิง

821 - เจวี่ยโหย่วฉิง


821 - เจวี่ยโหย่วฉิง

“ไปเดินเล่นในป่ากันเถอะ” ต้วนเต๋อเฝ้าดูเป็นเวลานาน ในที่สุด็เลือกตำแหน่งนี้ แล้วทั้งสามก็เริ่มก้าวไปข้างหน้า

“ซ่า!”

คางคกขนาดใหญ่สูงร้อยจั้งกระโดดออกมาจากบ่อโคลน กลืนคนหลายร้อยคนที่อยู่ข้างหน้าพวกเขาจนแทบหมดสิ้น มันเป็นการโจมตีที่รวดเร็วและโหดร้ายจริงๆ

“คางคกตัวใหญ่นี้อยู่ในระดับปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ ด้านหลังมีด้ายสีทองเก้าเส้นซึ่งสามารถยิงเกาทัณฑ์ได้เก้าดอก เราต้องหลีกเลี่ยงให้ไกล!” ตงฟางเย่ประหลาดใจ

“ไม่เป็นไร ค่อยๆอ้อมทางไปก็ได้” ต้วนเต๋อกล่าว

พวกเขาเบี่ยงออกไปไกลกว่าสิบลี้ และหนองน้ำที่อยู่ข้างหน้าพวกเขาก็แยกจากกันอย่างรวดเร็ว วิญญาณชั่วร้ายพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้ามันมีลักษณะคล้ายปลาวาฬแต่แผ่นหลังของมันมีครีบที่คมเหมือนกระบี่ศักดิ์สิทธิ์

“นี่มันสัตว์อะไรแน่!?”

“อ่า...”

เสียงกรีดร้องดังขึ้น และผู้อาวุโสสูงสุดหกคนของนิกายใหญ่ในจงโจวก็ถูกวาฬตัวนั้นหั่นเป็นชิ้นๆ!

ความเร็วเช่นนี้นับว่าเร็วเกินไปมาก คนพวกนั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยง ปลาตัวนั้นมีครีบหลังยาวกว่าสิบจั้ง ส่องแสงสีดำเป็นประกายล้อมรอบด้วยร่องรอยของเลือด

“บูม!”

เมื่อมันกระโดดขึ้นไป เย่ฟ่านและคนอื่นๆก็เห็นว่าแท้ที่จริงแล้วมันเป็นจระเข้ตัวใหญ่แต่มีครีบหลัง ร่างกายของมันมีลักษณะของมังกร ความยาวที่แท้จริงของลำตัวมันมีมากกว่าสองร้อยกว่าจั้ง

“สวรรค์นี่คืออสูรบรรพกาล จระเข้บรรพกาล!” ตงฟางเย่ประหลาดใจ

เขาเติบโตขึ้นมาในป่าลึกและได้เห็นสัตว์อสูรบางสายพันธุ์ แม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังในระดับปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็น่ากลัวมาก ดังนั้นเขาจึงจำมันได้ทันที

ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังมาแต่ไกล และแสงของการรู้แจ้งก็ปกคลุมอยู่ในนั้น หญิงงามคนหนึ่งนั่งบนฐานดอกบัวที่งดงามและเปล่งประกาย นางกำลังท่องบทสวดในคัมภีร์โบราณ

ร่างของนางเปล่งพลังของการรู้แจ้งอย่างอ่อนโยน แสงนั้นชำระล้างหนองบึงโดยรอบ ปรากฎว่ามีแมลงแปลกๆจำนวนมากก่อตัวขึ้นรอบๆตัวนาง

พวกมันปิดกั้นไม่ให้แสงแห่งการรู้แจ้งเล็ดรอดออกไป มิหนำซ้ำจำนวนของพวกมันยังมีมากมายมหาศาลอีกด้วย

“นี่ไม่ใช่แค่ตำนานสตรีผู้ยิ่งใหญ่จากทะเลทรายตะวันตกเป็นพระโพธิสัตว์จริงๆ?” ต้วนเต๋อรู้สึกประหลาดใจ

สายตาของเย่ฟ่านจับจ้องไปที่ใครบางคนซึ่งยืนอยู่ถัดจากหินงาม เขาแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ธรรม ชายชราที่สวมเสื้อผ้าเก่าๆกำลังโบกมือให้พวกเขาและตะโกนว่า

“ไปกันเถอะ เข้าไปรับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดิด้วยกัน” เขาคือชายชราตาบอดคนนั้น

ยังมีต้นไม้โบราณในหนองบึงมากมาย ลำต้นของพวกมันเพรียวสูงตระหง่านถึงท้องฟ้า ทำให้เกิดเงาขนาดใหญ่ สถานที่นี้มีความชุ่มชื่นเป็นอย่างมากและพลังหยินก็แพร่กระจายออกมาอย่างหนักหน่วง

ฐานดอกบัวงดงามวิจิตร ขาวดุจหยก โปร่งแสงและผ่องใส สตรีผู้นั่งอยู่ข้างบนนั้นไม่มีที่ติ ผมสีดำดุจเมฆ ริมฝีปากของนางท่องคัมภีร์โบราณไม่หยุด และแสงแห่งความรู้แจ้งก็ส่องสว่างมากยิ่งขึ้น

ชายชราตาบอดยืนอยู่ข้างแท่นดอกบัวและโบกมืออย่างแรง เสียงของเขาดังมาก ทุกคนที่นี่ได้ยินแต่พวกเขาไม่กล้าขยับตัวมากเกินไปเพราะพวกเขามีความหวั่นเกรงต่อแมลงศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น

ต้วนเต๋อชำเลืองมองไปทางด้านข้างและพึมพำ “ชายชราคนนี้มีที่มาอย่างไร ทำไมเขาดูแปลกๆ”

เย่ฟ่านคิดว่าชายชราตาบอดนั้นดูเรียบง่ายกว่าต้วนเต๋อเล็กน้อย

ตงฟางเย่ประหลาดใจมากและกล่าวว่า “เขาคือคนที่ขายแผนสุสานเซียน?”

“เราจะไปกับพวกเขาหรือไม่?”

ในท้ายที่สุดเย่ฟ่าน ตงฟางเย่ และต้วนเต๋อก็เดินไปข้างหน้าพร้อมกัน แต่พวกเขาก็ผงะถอยหลังทันทีที่พวกเขาเข้าใกล้

เพราะยังมีแมลงมากมายวนเวียนอยู่รอบตัวของหญิงสาว

“นี่คือสัตว์อสูรอะไร?” ตงฟางเย่ตะลึง แม้ว่าเขาจะอาศัยอยู่ในป่าเก่าแก่ตลอดปี แต่เขาก็ไม่เคยเห็นมันเลย

“นี่...อาจจะเป็นแมลงสังหารเทพที่คนโบราณเคยกล่าวถึงใช่หรือไม่?” ต้วนเต๋อตกใจและถอยกลับไปหลายก้าว

“ใช่แล้ว นี่คือแมลงสังหารเทพแต่ไม่ใช่เลือดบริสุทธิ์ ไม่น่ากลัวเท่าสายพันธุ์ในข่าวลือ”

ชายชราตาบอดทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้มก่อนจะขับไล่แมลงออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจทำร้ายพวกมันโดยตรง

กล่าวกันว่าแมลงชนิดนี้เป็นแมลงที่สังหารเทพได้ แม้แต่เทพเจ้ามันก็สามารถกัดกิน และตอนนี้พวกมันกำลังหลั่งไหลเข้ามาเพื่อซึมซับแสงแห่งการรู้แจ้งของหญิงสาว

“นี่คือจิตวิญญาณในตำนานที่น่าอัศจรรย์ในโลก คุณค่าของมันไม่ได้เลวร้ายไปกว่าคัมภีร์โบราณ หลังจากฝึกฝนมานับพันปี บางทีแมลงสังหารเทพที่แท้จริงสามารถถือกำเนิดขึ้นได้หากพวกมันมีอายุยืนยาวมากพอ พวกเราควรค้นหารังของมันดีกว่า”

หนอนแมลงเหล่านี้มีขนาดเท่ากับนิ้วโป้ง และร่างกายของพวกมันถูกปกคลุมด้วยเกล็ดสีทองเล็กๆ คล้ายกับมังกร แต่ไม่มีเขา

“ค้นหารังของมัน แมลงเหล่านี้อาศัยอยู่รอบๆของวิเศษในตำนานมาตั้งแต่โบราณ ด้วยจำนวนที่มากมายมหาศาลของมันบางทีสิ่งที่พวกมันเฝ้าอาจเป็นสมบัติของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็ได้” ชายชราเตือน

แมลงศักดิ์สิทธิ์มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนระดับต่ำ แต่ร่างกายของพวกมันแข็งแกร่งไม่เป็นรองยอดฝีมืออาณาจักรสี่สุดขั้วระดับสูงสุดอย่างแน่นอน

“ถ้ามีแมลงบรรพบุรุษสองสามอยู่ข้างในรังนั้น…” ดวงตาของต้วนเต๋อเป็นประกายและเขายังคงถูมือของเขาดูตื่นเต้นมาก

ถ้าเขาสามารถเพาะพันธุ์แมลงสังหารเทพเจ้าได้จริงๆ เขาก็สามารถเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในโลกได้ น่าเสียดายที่เขาทำได้เพียงคิดเท่านั้นและไม่มีใครเคยทำสำเร็จ

ตามตำนานเล่าว่า ในสมัยโบราณมีเพียงปราชญ์บางคนเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงมัน แต่ตอนนี้วิธีการนั้นได้สูญหายไปตามกาลเวลาแล้ว

“ข้าไม่เชื่อว่ามันจะแข็งแกร่งขนาดนั้น” ตงฟางเย่ก้าวไปข้างหน้าเอื้อมมือออกไปข้างหนึ่งแล้วบีบแมลงสีทองตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้

“ไอ้เด็กเวร อย่าจับมัน” ชายชราตาบอดตกใจ รีบตะโกนบอกให้เขาอย่าทำร้ายพวกมัน

“เจ้าอย่ายุ่งกับมันดีกว่า” ต้วนเต๋อรู้สึกประหลาดใจ

“แคร็ก …” ตงฟางเย่บีบมืออย่างแรง หนอนสีทองสั่นสะท้านระหว่างนิ้วของเขาแต่ไม่มีท่าทีว่าจะตาย

“แย่จัง”

ในที่สุดเขาก็บดขยี้แมลงตัวนั้นด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ แสงสีทองกระจัดกระจาย เลือดสาดกระเซ็น และชายชราตาบอดที่ตื่นตระหนกก็กลอกตา

“เจ้าคนวิปริต” ต้วนเต๋อพึมพำ

ชายชราตาบอดกล่าวว่า “เร็วเข้าช่วยกันกำจัดมัน เราได้ทำร้ายมันแล้ว มันจะมองว่าเราเป็นศัตรูและไม่มีทางเลิกราได้จนกว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะตาย”

ต้วนเต๋อใบหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง แต่ความเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้ชักช้า เขาหยิบบางอย่างที่เหมือนก้อนอิฐออกมาจากทะเลแห่งความทุกข์พร้อมกับเริ่มหวดกระหน่ำแมลงเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว

เย่ฟ่านบีบแมลงหนึ่งตัวและมันก็แตกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยเสียง

"ป๊อป"

ทุกคนหันมาจ้องมองการกระทำของเขาด้วยความตกตะลึง แมลงเหล่านี้มีความแข็งแกร่งไม่แตกต่างจากสมบัติศักดิ์สิทธิ์ แต่มันกลับถูกเย่ฟ่านบีบตายคามืออย่างง่ายๆ

“เอ่อ ข้าแค่คำนวณแรงพลาดไป”

“เมื่อไหร่เราจะได้ประลองกัน?” ดวงตาของตงฟางเย่เป็นประกาย เป็นเพราะร่างกายของเขาไม่มีใครเทียบได้ เขาจึงไม่สามารถหาคู่ต่อสู้ต่อยตีที่เท่าเทียมได้เลย

“ข้ารู้แค่วิธียิงเกาทัณฑ์ หากเจ้าจะเป็นเป้าหมายข้าก็ไม่มีปัญหา” เย่ฟ่านหัวเราะ

ตงฟางเย่ "..."

ในที่สุด แมลงสังหารเทพเจ้าหลายร้อยตัวก็ถูกกำจัดออกไป พวกเขาค้นหาอย่างระมัดระวังจนทั่วบึงแห่งนี้ แต่ไม่พบเงาของรังแมลงเลย

“ข้ามีลางสังหรณ์ว่าภายในสุสานเซียนจะต้องมีพวกมันมากกว่านี้ นี่เป็นแมลงสายเลือดบริสุทธิ์ที่อยู่รอบนอกเท่านั้น สายเลือดที่แท้จริงของพวกมันแม้แต่กระดูกของเทพเจ้าก็ยังแทะได้” ต้วนเต๋อพึมพำ

“แมลงพวกนี้เต็มไปด้วยพลังหยิน และรังของพวกมันจะต้องอยู่ใกล้กับซากศพเซียนคนนั้นอย่างแน่นอน” ชายชราตาบอดกล่าว

“ตาเฒ่าเลิกพูดมากได้แล้ว” ต้วนเต๋อไม่เคารพผู้อาวุโสเลยเขา

“พุทธองค์ทรงเมตตา ขอบคุณผู้มีพระคุณทั้งหลายที่ให้ความช่วยเหลือ” บนแท่นดอกบัวโปร่งแสง สตรีในชุดขาวยิ้มอย่างงดงาม

นี่เป็นสตรีผู้เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์และสูงส่งจนน่าเหลือเชื่อ หว่างคิ้วของนางนั้นมีรอยประทับของดอกบัวสีทองที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ทำให้นางมีความงามและความบริสุทธิ์สูงมากขึ้นไปอีก

“เจ้าคือเจวี่ยโหย่วฉิงจากซีม่อใช่หรือไม่?” ตงฟางเย่ถาม

เจวี่ยโหย่วฉิงเป็นชื่อที่แปลกมาก แต่ชื่อนี้ก็มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในทะเลทรายตะวันตก ตั้งแต่สมัยโบราณมีคนไม่กี่คนที่กล้าใช้ชื่อนี้เพราะมันเป็นอีกความหมายหนึ่งของพระโพธิสัตว์

มีข่าวลือมานานแล้วว่าเจวี่ยโหย่วฉิงจะกลายเป็นพระโพธิสัตว์ในอนาคต นางเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในทะเลทรายตะวันตกที่มีโอกาสใกล้ชิดกับพุทธองค์คนต่อไปซึ่งกำลังจะบรรลุเต๋าเป็นอมตะ

จบบทที่ 821 - เจวี่ยโหย่วฉิง

คัดลอกลิงก์แล้ว