- หน้าแรก
- ระบบเร่งความเร็วการบ่มเพาะ
- บทที่ 422.วิญญาณพิษโลหิต
บทที่ 422.วิญญาณพิษโลหิต
บทที่ 422.วิญญาณพิษโลหิต
“นี่มันแทบจะเป็นปาฏิหาริย์……”
ฝูงชนที่ยืนมุงดูแตกตื่นไม่อยากเชื่อจิ้งจอกสวรรค์บูชาจันทรานี่มันอาจเป็นวิชาเซียนในตำนานหรือไม่ถึงสามารถยกระดับพลังการต่อสู้ได้มากถึงเพียงนี้
และจิตวิญญาณการต่อสู้บนร่างของนักพรตนอกรีตได้ดับลงไปกว่าครึ่งแล้วแรงกดดันจากฉื่อฮว๋ายรุนแรงเกินไปนี่คือแรงกดดันของผู้ที่อยู่เหนือกว่ากดข่มทุกสิ่ง
หลังจากฉื่อฮว๋ายพุ่งออกไปเย่เฉินก็ฟื้นฟูบาดแผลได้เล็กน้อยเลือดหยุดไหลแล้ว
“เอาล่ะงั้นก็ต้องเดิมพันแล้ว!”
เย่เฉินอาศัยระบบทำให้ตนเองไม่ถูกพิษโจมตีปลดปล่อยทุกอย่างนอกจากใช้ปราณวิญญาณกดข่มบาดแผลแล้วเขายังระดมปราณวิญญาณทั้งหมดที่สามารถใช้ได้
กระบี่วิญญาณแห่งความโกลาหลเปล่งแสงฟันเข้าใส่ตู๋หยง
การโจมตีนี้ใช้พลังทั้งหมดมีอานุภาพน่าตกตะลึงฟันลงไปเกือบผ่าร่างตู๋หยงออกเป็นสองส่วน
“อ๊าก……”
ตู๋หยงคำรามกระบี่วิญญาณแห่งความโกลาหลฟันลงที่ไหล่ของเขาจมลึกเข้าไปในร่างพร้อมกันนั้นเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นที่เท้าของเย่เฉิน
อาศัยจังหวะที่ตู๋หยงบาดเจ็บสาหัสเตะเข้าไปที่หน้าของเขาอย่างรุนแรง
นี่คือพลังสุดท้ายของเย่เฉินหวังเพียงว่าจะสามารถสังหารตู๋หยงจบการต่อสู้นี้ลงได้
แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงก็คือตู๋หยงรับการโจมตีนี้ไว้แต่กลับไม่ตายเพียงแค่ร่างแตกออกรอยแผลที่ไหล่กำลังกัดกร่อนพลังชีวิตของเขา
เลือดไหลอาบศีรษะตู๋หยงอยู่ในสภาพย่ำแย่แต่ยังไม่สูญเสียความสามารถในการต่อสู้
“ขอบเขตทะลวงมิติแข็งแกร่งถึงเพียงนี้จริงหรือ?” เย่เฉินกล่าวด้วยความขมขื่น
ตู๋หยงรับการโจมตีเต็มๆจากเขาทั้งยังถูกกระแทกที่ศีรษะอย่างจัง
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ตายเพียงแค่บาดเจ็บหนัก
“ฆ่า!”
เย่เฉินตะโกนปราณวิญญาณหมดแล้วแต่เขาดึงพลังชีวิตที่ระบบใช้รักษาบาดแผลมาแปลงเป็นปราณวิญญาณเพื่อนำมาใช้ต่อสู้
เมื่อเข้าใกล้เขาปล่อยแสงเจ็ดเกสรเก้าดับสูญอีกครั้งซัดตู๋หยงจนกระอักเลือดลอยกระเด็นออกไป
“ปัง!”
ด้านไกลก็มีเสียงสะเทือนฟ้าดินฉื่อฮว๋ายใช้เพลิงเทพทำลายล้างโจมตีนักพรตนอกรีตจนแขนขวาทั้งข้างขาดถูกเผาจนสิ้น
แต่ในเวลานี้นักพรตนอกรีตก็เริ่มทนต่อแรงกดดันของสัตว์เซียนได้แล้ว
ดวงตาของเขาแดงก่ำไม่คิดสนใจเย่เฉินอีกแล้วขอเพียงกลืนกินฉื่อฮว๋ายได้เขาจะได้รับสายเลือดสัตว์เซียนซึ่งสำหรับเขาแล้วสมบูรณ์แบบยิ่งกว่ารากฐานวิถีเซียน
นักพรตนอกรีตและฉื่อฮว๋ายต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายชั่วขณะหนึ่งไม่มีใครได้เปรียบ
“ครื่นๆ!”
เสียงคร่ำครวญดังขึ้นจากภายในร่างของตู๋หยงชวนให้ขนลุก
เสียงนี้เหมือนวิญญาณร้องโหยหวนแหลมคมอย่างยิ่ง เพียงดังออกมาเย่เฉินก็รู้สึกว่าจิตแรกกำเนิดสั่นไหวการควบคุมร่างกายเริ่มไม่มั่นคง
เกิดอะไรขึ้นหรือว่าเจ้าเฒ่านี่จะยังมีวิชาอื่นอีก?
“เคร้ง!”
เย่เฉินตกใจมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นกระบี่วิญญาณแห่งความโกลาหลที่เขาฟันออกไปกลับฟันโดนเงาวิญญาณตนหนึ่งและอีกฝ่ายกลับมีเลือดสีแดงสดไหลออกมา
ในชั่วพริบตาเลือดจากเงาวิญญาณนั้นระเบิดเย่เฉินหลบไม่ทันถูกแรงระเบิดทำให้บาดเจ็บ
เกิดอะไรขึ้น?
ไม่เพียงเย่เฉินแม้แต่ผู้ชมทั้งหมดก็ยังตกตะลึงตู๋หยงราวกับฆ่าไม่ตายรับการโจมตีมากมายจากเย่เฉินแต่ยังไม่เป็นอะไร
ขณะเดียวกันบาดแผลบนร่างของตู๋หยงกำลังฟื้นฟูอย่างรวดเร็วกลิ่นอายยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
แม้ร่างจะเต็มไปด้วยเลือดแต่กลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
“หึหึ…” ตู๋หยงหัวเราะเย็นชากล่าวว่า “เจ้าไม่เข้าใจหรอกว่าร่างเงาพิษอสูรของข้ามีพลังมาหเพียงใด”
“แต่ก็ต้องขอบใจเจ้าที่ช่วยระเบิดเงาวิญญาณส่วนเกินออกไปไม่เช่นนั้นข้าคงไม่อาจปลุกวิญญาณพิษโลหิตได้”
เย่เฉินขมวดคิ้วถอยออกมาสร้างระยะห่างจากตู๋หยง
เขาถอนหายใจในใจ “ระบบวิญญาณพิษโลหิตคืออะไร!”
【วิญญาณพิษโลหิต คือไพ่ตายสุดท้ายของร่างเงาพิษอสูรเมื่อเงาวิญญาณทั้งหมดถูกทำลายโดยพลังภายนอกวิญญาณพิษโลหิตจะปรากฏมอบพลังอันแข็งแกร่งแก่ผู้ใช้】
“มีข้อเสียไหมจุดอ่อนก็ยังดี!” เย่เฉินถอนหายใจ
【สิ่งที่เป็นหยางบริสุทธิ์และแข็งแกร่งที่สุดสามารถทำลายวิญญาณพิษโลหิตได้!】
“หยางบริสุทธิ์……” เย่เฉินยิ้มขมเปลวเพลิงแห่งมหาวิถีคือสิ่งนั้นแต่เว้นแต่เขาจะร่วมมือกับฉื่อฮว๋าย
มิฉะนั้นเปลวเพลิงเพียงอย่างเดียวแม้ระดับจะถึงแต่ความรุนแรงอาจไม่พอทำร้ายตู๋หยง
“หมดหวังแล้วหรือ” เย่เฉินรู้สึกสิ้นหวังช่องว่างของระดับพลังมากเกินไปเว้นแต่จะใช้ค่ายกลแต่ฝ่ายตรงข้ามย่อมไม่เปิดโอกาส
ทันใดนั้นด้านไกลมีแสงเพลิงพุ่งมาร่างเล็กของฉื่อฮว๋ายถูกห่อหุ้มด้วยเกราะเพลิง
นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของตู๋หยงรู้ว่าเย่เฉินไม่อาจต้านได้จึงรีบมาช่วย
“เปลวเพลิงบนร่างพวกเจ้าทำให้ข้ารู้สึกรังเกียจ!” ตู๋หยงตะโกนหมอกพิษมหาศาลปะทุวิญญาณพิษโลหิตพุ่งออกไปชนฉื่อฮว๋าย
“ฉื่อฮว๋ายช่วยข้าถ่วงนักพรตนอกรีตไว้หากสู้ไม่ได้จงหนี!” เย่เฉินตะโกนพร้อมโยนแหวนวงนั้นให้ฉื่อฮว๋าย
เขาไม่ต้องการให้นางเป็นอะไรพลังพิษของตู๋หยงยากจะป้องกันไม่อาจให้นางเข้ามาใกล้
“แต่…” ฉื่อฮว๋ายตกใจรับแหวนไว้โดยสัญชาตญาณ
และร่างของเย่เฉินก็ยืนขวางหน้าวิญญาณพิษโลหิตฟันด้วยวิชาชักกระบี่สังหารสวรรค์ปราณกระบี่รุนแรงผลักมันถอย
“เจ้าเฒ่าเจ้าอยากได้วิชาเซียนไม่ใช่หรือข้ามีมากกว่าหนึ่งหากแน่จริงก็ไล่ตามมา!” เย่เฉินกล่าวจากนั้นพุ่งหนีไปไกล
เขาต้องทำให้ฉื่อฮว๋ายห่างจากตู๋หยงไม่ให้นางถูกพิษ
“จะหนีไปไหน!”
ตู๋หยงย่อมไม่ปล่อยนักพรตนอกรีตต้องการสายเลือดของฉื่อฮว๋ายส่วนรากฐานวิถีเซียนและวิชาเซียนย่อมต้องเป็นของเขา
“ซู่ซู่!”
เย่เฉินหลบหลีกเปลวเพลิงแห่งมหาวิถีปะทะกับหมอกพิษเกิดเสียงสั่นสะเทือน
“เจ้าหนูเจ้าประเมินข้าต่ำไปพิษของข้าไม่ใช่สิ่งที่จะต้านได้ง่าย!” ตู๋หยงสะบัดมือ ปล่อยพิษอีกระลอกพุ่งหาเย่เฉิน
“ระบบแต้มพลังงานที่เหลือยังต้านพิษได้อีกนานแค่ไหน?” เย่เฉินตกใจตู๋หยงเพิ่มความรุนแรงของพิษเวลาเขาเหลือน้อยแล้ว
【แต้มพลังงานที่เหลือสามารถคงไว้ได้อีกห้านาที!】
เมื่อได้ยินเย่เฉินสิ้นหวังทันทียากเกินไปห้านาทีโอกาสชนะแทบไม่ถึงหนึ่งส่วนสิบ……
“สู้ตาย!”
เย่เฉินถูกโจมตีอีกครั้งเขาลังเลเล็กน้อยก่อนจะแปลงพลังชีวิตที่ใช้รักษาในร่างเป็นปราณวิญญาณเพื่อนำมาใช้ต่อสู้ ตอนนี้เขาเองก็เป็นร่างที่บาดเจ็บหนักแล้ว
เขาไม่สนใจสิ่งใดพุ่งไปยังขอบนอกของซากโบราณใช้ความเร็วคุนเผิงหลบหนีทุกคนต้องออกไปจากที่นี่
“คิดจะหนีหรือออกไปจากที่นี่แล้วสูญเสียพลังแห่งโชคชะตาข้าจัดการเจ้าด้วยกระบวนท่าเดียวก็พอ!” ตู๋หยงหัวเราะเย็นชาลดความรุนแรงของการโจมตีลง
เขาตามเย่เฉินไปอย่างไม่รีบร้อนพูดเยาะเย้ยเป็นระยะ
ทุกคนสัมผัสได้ชัดเจนว่าอาการบาดเจ็บของเย่เฉินหนักขึ้นเรื่อยๆกลิ่นอายอ่อนลงใกล้ตายเต็มที
“ระบบแปลงแต้มพลังงานทั้งหมดเป็นหินวิญญาณขั้นสูง!” เย่เฉินตะโกนในใจตอนนี้พลังแห่งโชคชะตาบนร่างเขาอ่อนลงความเร็วก็เริ่มช้าลง
【แปลงเสร็จสิ้นแต้มพลังงานไม่เพียงพอการฟื้นฟูบาดแผลหยุดลงไม่สามารถต้านพิษให้โฮสต์ได้!】