- หน้าแรก
- เกิดใหม่พร้อมวิชามังกรข้าจะกลืนกินพวกเจ้าก้าวสู่ผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่ง
- บทที่ 200 - เสียงมังกรคำรามปะทะคลื่นทองคำ
บทที่ 200 - เสียงมังกรคำรามปะทะคลื่นทองคำ
บทที่ 200 - เสียงมังกรคำรามปะทะคลื่นทองคำ
ในยามนี้ บนอุกกาบาตแห่งเจตจำนงวิชาดวงนั้น พวกซ่งเยี่ยนและอัจฉริยะคนอื่นๆ กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
อันที่จริงด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขา การร่วมมือกันรับมือกับจิตวิญญาณแห่งเคล็ดวิชาระดับงูหลามสักตัวหนึ่ง ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากเย็นจนเกินไปนัก
เพราะถึงอย่างไรซ่งเยี่ยนและหลี่จื้อเฉิงต่างก็เป็นถึงบุคคลระดับแนวหน้าของคนรุ่นเยาว์
ส่วนหวังข่ายลี่ก็เป็นศิษย์ระดับเงินรุ่นก่อน ย่อมมีความแข็งแกร่งที่ร้ายกาจ
ทว่าจิตวิญญาณแห่งเคล็ดวิชาเกลียวคลื่นทองคำนี้ กลับแตกต่างจากจิตวิญญาณแห่งเคล็ดวิชาระดับงูหลามทั่วๆ ไป จิตวิญญาณนี้สามารถปลดปล่อยคลื่นเสียงสะกดจิตออกมาได้ ผู้ใดก็ตามที่ถูกคลื่นเสียงนี้ครอบคลุม ล้วนต้องรู้สึกง่วงงุนและอ่อนเปลี้ยเพลียแรง
หากอยู่โลกภายนอก บรรดาอัจฉริยะก็คงไม่หวาดกลัวเท่าใดนัก
แม้พวกเขาจะไม่ถนัดด้านพลังจิต ทว่าก็ยังมีผังค่ายกลคอยคุ้มกันอยู่
แต่เมื่ออยู่ภายในหอคัมภีร์สวรรค์ พวกเขาไม่สามารถดึงพลังของผังค่ายกลออกมาใช้งานได้ ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญกับคลื่นเสียงสะกดจิต พวกเขาจึงตกเป็นรองอย่างหนัก ความแข็งแกร่งถูกลดทอนลงไปอย่างมาก
"ไม่ไหวแล้ว ขืนสู้ต่อไปมีหวังได้ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แน่ ข้าขอถอยก่อนล่ะ!"
ฟางเหวินซานคำรามลั่น ก่อนจะเลิกล้มการล้อมปราบและหันหลังเตรียมวิ่งหนี
ผลกระทบจากคลื่นเสียงสะกดจิตนี้รุนแรงเกินไป เขาเดินโซเซราวกับคนเมามาย โลกหมุนคว้างไปหมด อย่าว่าแต่โจมตีเลย แค่ล็อกเป้าหมายก็ยังทำไม่ได้
"พวกเราก็ถอยกันเถอะ!"
หวังข่ายลี่หันไปพูดกับหวังหมิงเซวียนศิษย์แห่งยอดเขาลายเทวะอีกคน นางเองก็รู้สึกว่าเคล็ดวิชาเกลียวคลื่นทองคำนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกนางไม่กี่คนจะจัดการได้ คาดว่าคงต้องให้ยอดอัจฉริยะระดับเย่ไท่หรือเฉียวชางไห่เป็นคนลงมือ ถึงจะพอมีโอกาสสำเร็จ
ทว่าจิตวิญญาณแห่งเคล็ดวิชาเกลียวคลื่นทองคำกลับไม่คิดจะปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ
"บังอาจมารบกวนการหลับใหลของข้า แล้วตอนนี้คิดจะหนีรึ จงกลายมาเป็นปุ๋ยบำรุงข้าเสียเถอะ!"
ในจังหวะที่บรรดาอัจฉริยะกำลังล่าถอย หอยสังข์สีทองก็พลันระเบิดลวดลายอักขระออกมาเป็นสาย จากนั้นค่ายกลอักขระสีทองก็กางออกครอบคลุมและกักขังอัจฉริยะทั้งหมดเอาไว้
"แย่แล้ว ลืมไปเสียสนิทเลยว่าจิตวิญญาณแห่งเคล็ดวิชาเกลียวคลื่นทองคำนี้เป็นสายพลังจิตวิญญาณ มันสามารถใช้ออกด้วยค่ายกลอักขระได้ด้วย!"
หวังข่ายลี่ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
"หึ คิดจะขังข้างั้นรึ เคล็ดวิชากระบี่มังกรเจียวอัคคี เปิดออกเดี๋ยวนี้!"
ซ่งเยี่ยนคำรามลั่น หมายจะฉีกกระชากค่ายกลสีทองให้ขาดสะบั้น
ทว่าน่าเสียดายที่เคล็ดวิชากระบี่มังกรเจียวอัคคีซึ่งถูกปล่อยออกมาเต็มกำลัง กลับถูกค่ายกลสีทองนั้นเจือจางและดูดซับพลังไปจนหมดสิ้น
ค่ายกลสีทองไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย
เรื่องนี้ทำให้ซ่งเยี่ยนต้องเบิกตากว้าง "แม้แต่เคล็ดวิชากระบี่มังกรเจียวอัคคีของข้าก็ยังทำลายมันไม่ได้งั้นรึ"
"อย่าว่าแต่ทำลายเลย แค่จะสร้างรอยขีดข่วนยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ!"
ฟางเหวินซานส่งยิ้มขื่น
"ศิษย์พี่หญิงหวัง ท่านพอจะทำลายค่ายกลนี้ได้หรือไม่"
หวังหมิงเซวียนหันไปมองหวังข่ายลี่
คนอื่นๆ ต่างก็หันไปมองหวังข่ายลี่เช่นกัน หวังข่ายลี่เป็นผู้ใช้วันต์ ย่อมเชี่ยวชาญค่ายกลต่างๆ เป็นอย่างดี
ทว่าหวังข่ายลี่กลับส่ายหน้า "เคล็ดวิชาเกลียวคลื่นทองคำนี้เป็นถึงเคล็ดวิชาระดับนภา พลังอักขระค่ายกลที่มันใช้ออกมาก็เทียบเท่ากับผู้ใช้วันต์ระดับนภา ต่อให้เป็นแค่ค่ายกลอักขระที่หยาบกระด้างที่สุด ผู้ใช้วันต์ระดับปฐพีอย่างข้าก็ไม่มีปัญญาทำลายมันได้หรอก!"
เมื่อได้ยินดังนั้น อัจฉริยะทุกคนต่างก็ใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"หรือว่าพวกเราจะต้องมาตายอยู่ที่นี่ ข้าไม่ยอมหรอกนะ!"
ฟางเหวินซานคำรามอย่างบ้าคลั่ง
"ถ้ารู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบนี้ ข้าจะไม่ยอมแยกตัวมาทำอะไรคนเดียวเด็ดขาด!"
ซ่งเยี่ยนมีแววตาหม่นหมอง รู้สึกสิ้นหวังอย่างสุดแสน
เดิมทีจ้าวเต๋อจู้ตั้งใจจะส่งศิษย์พี่มาคอยคุ้มกันเขา แต่เขาดันมั่นใจในตัวเองมากเกินไปจึงตอบปฏิเสธและเลือกที่จะแยกตัวมาทำภารกิจคนเดียว ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังเช่นนี้
"ศิษย์พี่หญิงหวัง พวกท่านไม่ต้องกังวล ข้ามาช่วยพวกท่านแล้ว"
ในขณะที่ทุกคนกำลังสิ้นหวัง จู่ๆ ก็มีคลื่นความผันผวนของพลังจิตส่งมาจากในห้วงอวกาศ คนในค่ายกลต่างก็รู้สึกดีใจขึ้นมาวูบหนึ่ง ทว่าเมื่อมองเห็นว่าเป็นหลินเหยียนและป๋ายเหยา ความหวังที่เพิ่งจะจุดประกายขึ้นมาในดวงตาของบรรดาอัจฉริยะก็ดับวูบลงไปอีกครั้ง
"ทำไมถึงเป็นพวกเขาสองคนไปได้"
หวังข่ายลี่รีบตะโกนบอก
"ศิษย์น้องหลินเหยียน รีบหนีไปจากที่นี่เร็วเข้า ไปตามหาศิษย์พี่เฉียวมา!"
แม้หลินเหยียนจะเต็มใจมาช่วยเหลือทำให้นางรู้สึกซาบซึ้งใจ ทว่าหลินเหยียนก็มีพลังเพียงระดับวิญญาณเร้นลับขั้นสี่ พลังแค่นี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจิตวิญญาณแห่งเคล็ดวิชาเกลียวคลื่นทองคำ มันจะต่างอะไรกับการมารนหาที่ตายล่ะ
"อาหารมาส่งถึงที่ ข้าจะกินพวกเจ้าให้หมดนี่แหละ!"
หอยสังข์สีทองก็สัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของหลินเหยียนและป๋ายเหยา มันย่อมไม่ปล่อยให้ทั้งสองหนีไปได้ มันยืดหนวดสีทองหลายเส้นออกมาจากใต้เปลือกหอยพุ่งตรงไปยังคนทั้งสอง
ทว่าหลินเหยียนกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง เมื่อเห็นภาพนี้หวังข่ายลี่ก็รู้สึกสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด
ซ่งเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา "ไอ้โง่สองคนเอ๊ย!"
หากหลินเหยียนและป๋ายเหยารีบหนีไปตั้งแต่แรก ก็อาจจะยังพอเอาตัวรอดไปได้ ทว่าทั้งสองกลับคิดจะต่อต้าน นี่มันเอาไข่ไปกระทบหิน ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย!
ทว่าในวินาทีต่อมา ภาพที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงก็บังเกิดขึ้น
ปัง ปัง!
ในจังหวะที่หนวดสีทองกำลังจะมัดตัวหลินเหยียนและป๋ายเหยา ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นเอง จู่ๆ ก็มีปราณกระบี่สีเงินหลายสายพุ่งทะยานออกมาจากร่างของหลินเหยียน
จากนั้นหนวดสีทองเหล่านั้น ก็ถูกฟันจนขาดสะบั้น!
"สวรรค์ นี่ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า"
ฟางเหวินซานอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา
"นี่! นี่มันเป็นไปได้อย่างไร" ซ่งเยี่ยนยืนนิ่งอึ้ง ส่วนหวังข่ายลี่ก็ถึงกับอ้าปากค้างจนพูดอะไรไม่ออก
ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยปะทะกับหอยสังข์สีทองมาแล้ว ย่อมรู้ซึ้งดีว่าหนวดของหอยสังข์สีทองนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด แม้หนวดนั้นจะดูอ่อนนุ่ม ทว่าต่อให้เป็นเคล็ดวิชากระบี่ระดับปฐพีขั้นสมบูรณ์แบบ ก็ยังยากที่จะสร้างรอยขีดข่วนให้มันได้!
แต่หลินเหยียนกลับสามารถฟันหนวดของหอยสังข์สีทองขาดได้อย่างง่ายดายราวกับหั่นเต้าหู้เนี่ยนะ
ภาพตรงหน้ามันสร้างความตื่นตะลึงให้พวกเขามากเกินไป จนพวกเขาแทบจะหยุดคิดหาเหตุผลไปชั่วขณะ
"โฮก!"
แม้แต่หอยสังข์สีทองก็ยังตกใจกับเคล็ดวิชากระบี่ของหลินเหยียน มันชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะได้สติ และแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว
"มนุษย์ ข้าจะฆ่าเจ้า!"
"ศิษย์น้องหลินเหยียนระวัง หอยสังข์สีทองตัวนี้สามารถปล่อยคลื่นเสียงสะกดจิตได้!"
หวังข่ายลี่ร้องเตือน
"เคล็ดวิชาเกลียวคลื่นทองคำ!"
ในชั่วพริบตา คลื่นพลังจิตวิญญาณอันมหาศาลก็แผ่ซ่านออกไป มิติโดยรอบเกิดรอยกระเพื่อมสีทอง
นี่ก็คือเคล็ดวิชาลับสายพลังจิตวิญญาณระดับนภา เคล็ดวิชาเกลียวคลื่นทองคำ ซึ่งสามารถทำให้ศัตรูมึนงงและหมดสติได้
ก่อนหน้านี้บรรดาอัจฉริยะก็ล้วนตกหลุมพรางนี้กันมาแล้ว
ทว่าหลินเหยียนกลับไม่เป็นเช่นนั้น
"โฮก!"
ภายในร่างของหลินเหยียน มีกลิ่นอายมังกรอันกว้างใหญ่ไพศาลพวยพุ่งขึ้นมา
นั่นคือเคล็ดวิชาเก้ามังกรกลืนนภา!
แม้นี่จะไม่ใช่คลื่นเสียงทางพลังจิต ทว่ามันก็คือเจตจำนงวิชาที่แฝงไว้ด้วยเสียงมังกรคำราม คลื่นเสียงทางพลังจิตจะร้ายกาจแค่ไหน ก็ย่อมเทียบไม่ได้กับเสียงมังกรคำรามอันบริสุทธิ์หรอก!
แม้หลินเหยียนจะไม่ใช่เผ่าพันธุ์มังกรที่แท้จริง ทว่าเขาก็สามารถสะกดข่มเจตจำนงวิชาของเคล็ดวิชาเกลียวคลื่นทองคำได้
ปัง ปัง ปัง!
ในพริบตาเดียว คลื่นเสียงทั้งหมดก็ถูกบดขยี้ด้วยเสียงมังกรคำราม ไม่อาจเข้าใกล้หลินเหยียนได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการคุกคามหลินเหยียน
"โฮก!"
คราวนี้หอยสังข์สีทองแผดเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว แม้มันจะเป็นเพียงจิตวิญญาณแห่งเคล็ดวิชา ทว่ามันก็มองออกแล้วว่า มนุษย์ตรงหน้านี้ครอบครองเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
อีกทั้งเคล็ดวิชานี้ยังสามารถสะกดข่มมันได้ด้วย!
คลื่นเสียงพลังจิตที่มันภาคภูมิใจ เมื่ออยู่ต่อหน้าอีกฝ่ายกลับไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
หอยสังข์สีทองไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย มันรีบหันหลังหนี พุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางทะเลดาวอุกกาบาตเบื้องหน้าทันที
จิตวิญญาณแห่งเคล็ดวิชาเกลียวคลื่นทองคำ ถึงกับหวาดกลัวจนต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด!