- หน้าแรก
- เกิดใหม่พร้อมวิชามังกรข้าจะกลืนกินพวกเจ้าก้าวสู่ผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่ง
- บทที่ 120 สยบในกระบวนท่าเดียว
บทที่ 120 สยบในกระบวนท่าเดียว
บทที่ 120 สยบในกระบวนท่าเดียว
"ช่างไม่รู้จักเจียมตัวเลยจริงๆ ... "
หวังเผิงเฟยเหยียดยิ้มเย็น หลินเหยียนเป็นแค่ศิษย์ยอดเขาลายเทวะคนหนึ่ง แต่กลับบังอาจมาประลองพลังโจมตีกับเขาอย่างนั้นหรือ
นี่มันเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนชัดๆ!
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ลำพังแค่ร่างกายระดับวิญญาณเร้นลับขั้นสามจุดสูงสุดของเขาก็ไม่ใช่สิ่งที่หลินเหยียนจะสามารถทำลายได้แล้ว!
ทว่าในวินาทีต่อมารอยยิ้มบนใบหน้าของหวังเผิงเฟยก็แข็งค้างไป
"อ๊าก!"
ความเจ็บปวดรวดร้าวแผ่ซ่านมาจากฝ่ามือ จากนั้นหวังเผิงเฟยก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความหวาดผวาเมื่อพบว่าปราณดรรชนีของหลินเหยียนนั้นสามารถทะลวงผ่านฝ่ามือของเขาไปได้ มันทิ้งรูกลวงอันน่าเวทนาเอาไว้บนฝ่ามือของเขา
"อะไรนะ ศิษย์พี่หวังเผิงเฟยบาดเจ็บหรือ!"
บรรดาศิษย์ยอดเขาวิถีกระบี่ที่อยู่รอบๆ ต่างก็เบิกตากว้าง
เพิ่งจะปะทะกันเพียงกระบวนท่าเดียว ยอดฝีมืออย่างหวังเผิงเฟยก็ถูกหลินเหยียนทำให้บาดเจ็บเสียแล้วหรือ
ซ้ำร้ายหลินเหยียนยังไม่ได้ใช้อาวุธใดๆ เลยด้วยซ้ำ!
"ความแข็งแกร่งของศิษย์น้องหลินเหยียนมาถึงขั้นนี้แล้วหรือ"
เฉียวปี้เยวี่ยรู้สึกเหลือเชื่อ สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันอยู่เหนือความเข้าใจของนางไปไกลลิบ
หวังเผิงเฟยไม่ใช่คู่มือของหลินเหยียนเลยอย่างนั้นหรือ
ซ้ำการต่อสู้ของทั้งสองคนก็ไม่ใช่การห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด แต่มันคือการบดขยี้อยู่ฝ่ายเดียวต่างหาก!
สยบลงได้ในกระบวนท่าเดียว!
"นี่มันปราณกระบี่อะไรกัน เหตุใดข้าถึงรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวได้ขนาดนี้!"
อัจฉริยะแห่งยอดเขาวิถีกระบี่ระดับวิญญาณเร้นลับขั้นสี่ที่วางเดิมพันไปห้าล้านหินวิญญาณก่อนหน้านี้ต่างก็รูม่านตาหดเล็กลง พวกเขาคือยอดฝีมืออันดับต้นๆ ในหมู่ศิษย์ระดับหนึ่งของยอดเขาวิถีกระบี่แล้วนะ หากจะมีใครแข็งแกร่งไปกว่าพวกเขาคนผู้นั้นก็คงต้องเป็นยอดศิษย์ระดับหนึ่งเท่านั้น
ทว่าต่อให้พวกเขาจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ทว่าเมื่อได้เห็นปราณกระบี่ที่เต้นเร่าอยู่บนปลายนิ้วของหลินเหยียน พวกเขากลับรู้สึกสั่นสะท้านและหวาดกลัวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
นั่นมันวิชาอะไรกันเล่า
คาดว่าแม้แต่ยอดศิษย์ระดับหนึ่งก็คงไม่สามารถใช้ออกมาได้หรอกกระมัง!
หรือว่ามันจะเป็นเคล็ดวิชากระบี่ระดับปฐพีขั้นสูงกันแน่
ไม่สิ ต่อให้เป็นเคล็ดวิชากระบี่ระดับปฐพีขั้นสูงก็ไม่น่าจะมีพลังทำลายล้างมหาศาลถึงเพียงนี้หรอก!
"ศิษย์พี่หวัง ขออภัยด้วยที่ทำให้ท่านบาดเจ็บ ท่านจะสู้กับข้าต่อหรือจะยอมเสียหินวิญญาณห้าล้านก้อนให้ข้าล่ะ"
หลินเหยียนมีรอยยิ้มประดับอยู่ที่มุมปากพลางจ้องมองหวังเผิงเฟย
ด้วยการมีเคล็ดวิชาราชันกระบี่ พลังโจมตีของเขาก็สามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำกว่าวิญญาณเร้นลับขั้นสี่ได้ในพริบตาอยู่แล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ที่เขาเพิ่งจะฝึกฝนเคล็ดวิชาวิญญาณควบแน่นแก่นแท้จนสำเร็จ พลังระเบิดของเขาก็สามารถเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวได้ในทันที หวังเผิงเฟยไม่มีคุณสมบัติพอที่จะบีบให้เขาต้องงัดเคล็ดวิชาวิญญาณควบแน่นแก่นแท้ออกมาใช้ด้วยซ้ำ
หวังเผิงเฟยมีใบหน้าซีดเผือด ทว่าเขากลับไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ เขาคำรามลั่น "ลูกผู้ชายอกสามศอก จะมายอมถอยทัพเพียงเพราะแผลเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อครู่นี้ข้าถูกเจ้าลอบโจมตี ข้ายังไม่ได้งัดเอาไม้ตายออกมาใช้เลยด้วยซ้ำ!"
"ดี! เช่นนั้นคราวนี้ข้าจะซัดเจ้าให้ลุกไม่ขึ้นไปเลย"
หลินเหยียนพยักหน้ารับ จากนั้นเขาก็แทงดรรชนีออกไปอีกครั้ง
ปราณดรรชนีสายนี้พุ่งออกไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แทบจะในเสี้ยววินาทีที่เขากล่าวจบประโยคมันก็ถูกปลดปล่อยออกไปแล้ว มันรวดเร็วเสียจนหวังเผิงเฟยเพิ่งจะตั้งหลักได้ปราณกระบี่ก็พุ่งเข้ามาถึงตัวแล้ว
"แย่แล้ว!"
หวังเผิงเฟยหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ เขารีบชักกระบี่ออกมาปัดป้องอย่างลนลาน
เคร้ง!
ปราณกระบี่ปะทะเข้ากับกระบี่เล่มนั้น สมบัติวิเศษระดับวิญญาณเร้นลับที่ถูกหลอมสร้างขึ้นจากวัสดุชั้นเลิศกลับถูกทะลวงจนหักสะบั้นเป็นสองท่อนอย่างง่ายดาย
"แข็งแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ"
หวังเผิงเฟยถลึงตาจนแทบจะถลนออกมา อาวุธของเขาสร้างขึ้นจากวัสดุระดับเร้นลับเลยนะ ต่อให้เป็นยอดศิษย์ระดับหนึ่งก็ไม่มีทางหักมันให้ขาดได้ง่ายๆ หรอก!
ทว่าหลินเหยียนกลับสับมันจนแหลกในพริบตาเดียวเนี่ยนะ
พลังระเบิดของไอ้หมอนี่มันบรรลุถึงขั้นไหนกันแน่!
ไม่รอให้หวังเผิงเฟยได้คิดหาคำตอบ ปราณดรรชนีสายที่สองของหลินเหยียนก็พุ่งทะยานเข้ามาอีกครั้ง
"ข้ายอมแพ้แล้ว!"
หวังเผิงเฟยหวาดกลัวสุดขีด เขารีบเอ่ยปากขอร้องอย่างลนลาน
ทว่าปราณกระบี่ถูกปลดปล่อยออกไปแล้ว หลินเหยียนเองก็ไม่อาจชักรั้งกลับมาได้ ภายใต้ปราณกระบี่สายนั้น หน้าอกของหวังเผิงเฟยก็ถูกทะลวงเป็นรู พลังอันน่าสะพรึงกลัวซัดร่างของหวังเผิงเฟยกระเด็นลอยละลิ่วออกไปกระแทกเข้ากับฝูงชนอย่างจัง ศิษย์ยอดเขาวิถีกระบี่หลายคนถึงกับกระอักเลือดออกมา
"บัดซบ ข้านี่มันดวงซวยจริงๆ แค่มายืนดูเรื่องสนุกกลับต้องมาถูกลูกหลงจนบาดเจ็บสาหัสเนี่ยนะ"
ศิษย์ยอดเขาวิถีกระบี่เหล่านั้นกระอักเลือดไม่หยุดพลางส่งเสียงร้องโอดโอย
นี่มันช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็แหลกลาญชัดๆ!
ส่วนศิษย์ยอดเขาวิถีกระบี่คนอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็รู้สึกเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ พวกเขาพึมพำออกมาอย่างลืมตัว "เขาแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวหรือ แค่ลูกหลงจากการต่อสู้ก็สามารถทำให้ศิษย์สายในระดับวิญญาณเร้นลับบาดเจ็บได้แล้วเนี่ยนะ"
นั่นไม่ใช่การลงมือโดยตรงของหลินเหยียนด้วยซ้ำ เป็นเพียงแค่ลูกหลงจากการต่อสู้ ทว่ามันกลับสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างได้ถึงเพียงนี้
หากต้องเผชิญหน้ากับหลินเหยียนตรงๆ มันจะน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน
"พวกเจ้าที่เหลือน่ะ จะดาหน้าเข้ามาพร้อมกันเลย หรือจะเข้ามาทีละคนดีล่ะ"
หลินเหยียนเบนสายตาไปมองอัจฉริยะแห่งยอดเขาวิถีกระบี่อีกสิบกว่าคนที่เหลือ
อัจฉริยะแห่งยอดเขาวิถีกระบี่ทั้งสิบกว่าคนนั้นต่างก็ก้าวถอยหลังไปหลายก้าวโดยสัญชาตญาณ แม้แต่อัจฉริยะผู้มีระดับพลังถึงวิญญาณเร้นลับขั้นสี่ก็ยังลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
ทว่าก็ยังมีบางคนที่รวบรวมความกล้าและตวาดออกไปว่า
"ไอ้หนู อย่าให้มันกำแหงนักนะ ที่นี่คือยอดเขาวิถีกระบี่ ไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าจะมาอาละวาดได้ตามอำเภอใจนะ!"
"ดูท่าเจ้าจะไม่ยอมแพ้ข้าสินะ"
หลินเหยียนยิ้มพลางเบนสายตาไปมองผู้พูดท่ามกลางฝูงชน ชายผู้นั้นเป็นชายหนุ่มร่างสูงผอม เขาคือยอดฝีมือในหมู่ศิษย์ระดับหนึ่งแห่งยอดเขาวิถีกระบี่ ซึ่งมีฝีมือเป็นรองเพียงแค่ยอดศิษย์ระดับหนึ่งเท่านั้น
และเขาก็คือหนึ่งในห้ายอดฝีมือระดับวิญญาณเร้นลับขั้นสี่ที่เข้าร่วมภารกิจ 'กวาดล้าง' หลินเหยียนในครั้งนี้ด้วย
"ข้าไม่ได้พูดนะ เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ... "
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ 'รอยยิ้ม' ของหลินเหยียน ยอดอัจฉริยะผู้มีพลังถึงระดับวิญญาณเร้นลับขั้นสี่ผู้นี้ถึงกับเสียงสั่นและรีบเอ่ยปฏิเสธอย่างลนลาน
หลินเหยียนสามารถทำลายแม้กระทั่งสมบัติวิเศษระดับวิญญาณเร้นลับได้ แล้วเขาจะเป็นคู่มือของหลินเหยียนได้อย่างไร
ต่อให้เขามั่นหน้าแค่ไหนก็ไม่กล้าไปดวลเดี่ยวกับหลินเหยียนหรอก
"ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพูดหรือไม่ก็ตาม ทว่าก่อนหน้านี้เจ้าก็จ่ายเงินวางเดิมพันมาแล้ว เห็นได้ชัดว่าเจ้าไม่ยอมแพ้และอยากจะเข้ามากำราบข้า ข้าจะขัดศรัทธาเจ้าได้อย่างไรเล่า"
หลินเหยียนสะบัดปราณดรรชนีเข้าใส่อีกฝ่ายทันที
"คลื่นกระบี่ไร้เทียมทาน!"
อัจฉริยะร่างสูงผอมคำรามลั่น เขารีบงัดกระบวนท่าออกมาอย่างลนลาน ปราณกระบี่บนร่างพุ่งทะยานดั่งรุ้งกินน้ำ เขาปลดปล่อยพลังออกมาอย่างบ้าคลั่งเพื่อหมายจะต้านทานหลินเหยียนเอาไว้
ขอเพียงเขาสามารถต้านทานการโจมตีระลอกแรกของหลินเหยียนได้ ศิษย์ร่วมสำนักคนอื่นๆ ก็จะต้องฉวยโอกาสนี้กรูกันเข้ามาช่วยเขาอย่างแน่นอน
น่าเสียดายที่เขาประเมินหลินเหยียนต่ำเกินไป หรือไม่ก็ประเมินเคล็ดวิชาราชันกระบี่ต่ำเกินไป
ก่อนหน้านี้ตอนที่รับมือกับหวังเผิงเฟย หลินเหยียนเพิ่งจะใช้พลังชีพจรกระบี่ไปเพียงหกส่วนเท่านั้น ทว่าในตอนนี้เขากลับดึงพลังชีพจรกระบี่ออกมาใช้ถึงแปดส่วน มันจึงสามารถบดขยี้กระบวนท่าของอัจฉริยะร่างสูงผอมลงได้อย่างราบคาบในพริบตา
ตูม!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวปะทะเข้ากับร่างของคนผู้นั้น ตัวตนที่มีความแข็งแกร่งเป็นรองเพียงยอดศิษย์ระดับหนึ่งผู้นั้นถึงกับถูกซัดกระเด็นลอยละลิ่วออกไปกระแทกเข้ากับฝูงชนอย่างจัง
ทว่าครั้งนี้มีบทเรียนจากคราวก่อนแล้ว ฝูงชนจึงรีบถอยกรูออกไป ทำให้ไม่มีผู้ชมคนใดได้รับบาดเจ็บอีก ทว่าอัจฉริยะร่างสูงผอมผู้นั้นกลับต้องพบกับจุดจบอันน่าเวทนา เนื่องจากไม่มีเบาะมนุษย์คอยรองรับ ร่างของเขาจึงร่วงกระแทกพื้นอย่างแรงจนเกิดเป็นหลุมลึกรูปมนุษย์ขึ้นมา
"นี่มันยังเป็นคนอยู่อีกหรือ"
"คาดว่าหากไม่ใช่ยอดศิษย์ระดับหนึ่งลงมือเอง คงไม่มีใครต้านทานปราณดรรชนีของเขาได้แม้แต่กระบวนท่าเดียวหรอกมั้ง"
ศิษย์ยอดเขาวิถีกระบี่เหล่านั้นต่างหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ สมองของพวกเขาอื้ออึงไปหมด
นั่นมันยอดฝีมือระดับวิญญาณเร้นลับขั้นสี่เชียวนะ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ยอดเขาหลักแห่งใดก็ล้วนถือเป็นยอดฝีมือทั้งนั้น อย่างเช่นที่ยอดเขาลายเทวะ พลังระดับนี้ก็เทียบเท่ากับยอดศิษย์ระดับหนึ่งไปแล้ว
ต่อให้อยู่ในยอดเขาวิถีกระบี่ที่มีผู้แข็งแกร่งอยู่มากมายก่ายกอง ก็ยังเป็นรองเพียงแค่ยอดศิษย์ระดับหนึ่งเท่านั้น
ทว่ายอดฝีมือระดับนี้กลับเปราะบางราวกับกระดาษเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลินเหยียน พวกเขาไม่อาจต้านทานการโจมตีได้เลยแม้แต่น้อย แล้วแบบนี้จะเอาอะไรไปสู้ด้วยเล่า!
[จบแล้ว]