เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

780 - ห้าดินแดนใหญ่ของโลก

780 - ห้าดินแดนใหญ่ของโลก

780 - ห้าดินแดนใหญ่ของโลก 


780 - ห้าดินแดนใหญ่ของโลก

วันที่สอง ข่าวแพร่กระจายออกมายังโลกภายนอก เย่ฟ่านลงมือสังหารทายาทของศาลสวรรค์ถึงรัง ในคืนเดียวนั้นเขาฆ่าคนไปกว่าร้อยแปดสิบศพ

ทุกคนต่างไปดูด้วยตาของตัวเอง มันเป็นสิ่งที่น่าตกใจจริงๆเย่ฟ่านมีวิธีการเช่นนี้ แม้แต่นักฆ่าโบราณของศาลสวรรค์เขาก็ยังกล้าโต้กลับ

แม้ว่าสถานที่แห่งนั้นจะไม่ใช่วังของศาลสวรรค์ แต่มันก็เป็นสถานที่ลับที่ยากจะค้นพบได้ นี่เป็นการตบหน้ากลุ่มนักฆ่าโบราณอย่างรุนแรง

“ข้าจะตัดสินโทษของพวกเจ้าเอง”

นี่คือเสียงที่หนักแน่นที่เย่ฟ่านทิ้งไว้ในตงหวงซึ่งทำให้ทุกคนอยากที่จะสงบใจลงได้ ตอนนี้ใครก็ตามที่อยากจะลงมือกับเขาต้องชั่งน้ำหนักการสูญเสียก่อน

เย่ฟ่านไม่คิดจะอยู่ในตงหวงต่อไป ในวันเดียวกันนั้น เขาได้ข้ามความว่างเปล่าและออกจากดินแดนรกร้างตะวันออก ม่านแห่งสายฟ้าและพลังก็สิ้นสุดลง และเขาก็เริ่มออกเดินทางไปยังดินแดนตะวันตก

เย่ฟ่านสร้างชื่อเสียงที่น่าตกตะลึง แล้วเลือกที่จะหันหลังจากไป เขาทิ้งตำนานในดินแดนรกร้างตะวันออกไว้เบื้องหลัง

หลังจากที่เขาจากไป ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มากมายก็ออกตามหาร่างของปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์และบุตรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาจนพบ

การกระทำของเย่ฟ่านทำให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับกลางและระดับล่างมากมายเต็มไปด้วยความอัปยศอดสู

ผู้ฝึกตนหลายคนเห็นว่าเย่ฟ่านลงมือโหดเหี้ยมเช่นนี้จะต้องมีสงครามเกิดขึ้น แต่ใครจะคิดว่าเขาจะหายไปจากดินแดนแห่งนี้ในพริบตา

จงโจว เป่ยหยวน ตงหวง ซีม่อ และหนานหลิง ห้าภูมิภาคนั้นกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต แม้จะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกันแต่การเดินทางไปทั่วดินแดนก็ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยเป็นสิบปี

……….

ผ่านไปอีกหนึ่งหมื่นปีในที่สุดสำนักฉีซื่อก็เปิดขึ้นอีกครั้ง ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ของห้าภูมิภาคกำลังเคลื่อนไหว บ้างมาจากสถานที่สวยงาม บ้างมาจากภูเขาแห้งแล้ง

แต่ที่นี่ไม่มีการจำกัดสถานะ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ราชวงศ์อมตะ และหลายนิกายมากมายเลือกที่จะส่งลูกหลานมาที่นี่ ไม่มีการแบ่งชนชั้นหากมีความแข็งแกร่งเพียงพอก็สามารถมาที่นี่ได้

หลักฐานยืนยันตัวตนเพียงอย่างเดียวคือต้องมีพลังการต่อสู้และทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง!

สำนักฉีซื่อตั้งอยู่ในเทือกเขาหลิงซาน มีน้ำตกสีเงินตกลงมา หน้าผาสูงตระหง่าน หินงอกหินย้อยมีความงดงามอย่างถึงที่สุด ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปหลายหมื่นปี

บนแท่นหินสะอาดและปราศจากฝุ่น มีกิเลนนอนอยู่เพียงลำพังมันดมกลิ่นหญ้าวิญญาณอย่างมีความสุข บนหน้าผามีหมอกสีม่วงลอยอ้อยอิ่ง ดอกกล้วยไม้สีม่วงส่งกลิ่นหอม ร่ายรำพลิ้วไหวตามสายลม

ภูเขาเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ดอกไม้วิเศษเบ่งบาน ต้นไม้สูงตระหง่านโยกไหว กวางขาวกระโดดโลดเต้น จิ้งจอกฟ้าไล่จับวิหคจิตวิญญาณ และนกกระเรียนดำบินไปมาเป็นครั้งคราว

ในวันแรก ผู้คนนับหมื่นมาที่สำนักฉีซื่อและรวมตัวกันนอกประตูที่เชิงเขา ทุกคนมีลักษณะพิเศษที่ไม่ธรรมดา

เป็นไปได้ว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีคนมาเพิ่มมากขึ้นแต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่สามารถเข้าไปข้างในได้ เพราะในอดีตมีเพียงสองสามร้อยคนเท่านั้นที่มีคุณสมบัติเพียงพอ

เมื่อพิจารณาจากบันทึกโบราณ สาวกส่วนใหญ่ของสำนักฉีซื่อจะมีไม่เกินแปดร้อยคนและขั้นต่ำก็เพียงห้าร้อยคนเท่านั้น โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงจำนวนนี้

ทุกคนมีความมั่นใจที่จะมาที่นี่ พวกเขามาไกลจากบ้านเกิดหลายสิบล้านลี้ ทุกคนล้วนเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นยากที่จะหาผู้ใดทัดเทียมได้

เฉพาะในวันแรก ปรากฎว่าชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งที่มาจากหนานหลิงสามารถกวาดล้างทุกคนอย่างเด็ดขาด และไม่มีใครหยุดเขาได้

เขาเป็นคนแรกที่ได้เข้าสำนัก นับว่าเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง

ในวันที่สอง สัตว์ประหลาดอีกคนปรากฏตัวขึ้นเข่นฆ่าผู้ท้าชิงด้วยพละกำลัง ทุกคนในโลกต่างตกตะลึง เขาได้เข้าสู่สำนักฉีซื่อและผ่านการทดสอบได้สำเร็จ

สิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่สุดคือชายผู้นี้เน้นการฝึกฝนร่างกายด้วยทักษะโบราณ!

สำนักฉีซื่อมีเวลาเปิดประตูเพียงแค่เดือนเดียว เกือบทุกวันจะมีคนที่น่าทึ่งปรากฏตัวขึ้น

ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนรู้สึกว่ายุคสมัยของพวกเขากำลังจะหมดลงแล้ว หากคนกลุ่มนี้เติบโตขึ้น พวกเขาจะได้เป็นราชาแห่งมวลมนุษย์อย่างแน่นอน

“คนเช่นนี้หาได้ยากมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทุกคนล้วนมีพรสวรรค์โดดเด่น!”

“มีคนกล่าวไว้ว่า ในสมัยโบราณเมื่อปราชญ์โบราณยังเด็ก พวกเขาก็มีพรสวรรค์โดดเด่นเช่นเดียวกัน เพียงแต่พวกเขาทั้งหมดไร้มนุษยธรรม!”

หลายคนอดไม่ได้ที่จะสาปแช่ง และด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงนึกถึงบุคคลหนึ่งจากดินแดนรกร้างตะวันออก

“อย่างที่รู้กัน ยังมีสัตว์ประหลาดในดินแดนรกร้างตะวันออก ซึ่งอาศัยภัยพิบัติสวรรค์ในการข้ามขีดจำกัดทำลายและสังหารหมู่เหล่ายอดฝีมือ นี่คือสิ่งที่เรียกว่าความไร้มนุษยธรรมที่แท้จริง!”

ผู้คนจากภูมิภาคอื่นก็เคยได้ยินเรื่องนี้เช่นกัน

“จริงหรือ? แม้แต่ครึ่งเซียนก็ยังถูกสังหาร ช่างเป็นภัยพิบัติอันน่าสะพรึงกลัว” หลายคนประหลาดใจและไม่เชื่อถือ พวกเขาอดไม่ได้ที่จะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากคนอื่นๆ

ตราบใดที่มีคนกล่าวถึงเขา ทุกคนต้องให้ความสนใจ เพราะนั่นจะต้องเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขาในอนาคต

“น่าเสียดายข้าได้ยินมาว่าชายคนนั้นจะไม่มาที่สำนักฉีซื่อ เขาปฏิเสธคำเชิญของผู้อาวุโสอย่างเด็ดขาดแล้ว”

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ในงานเทศกาลทะเลสาบหยก ผู้อาวุโสสามคนจากสำนักฉีซื่อเชิญเขามาเข้าร่วมสำนักอย่างจริงจัง แต่เขาส่ายหัวปฏิเสธ”

เมื่อมีคนพูดเช่นนี้ทุกคนต่างก็ประหลาดใจมาก ทำไมเขาถึงไม่สนใจโอกาสดีๆ เช่นนี้

“ข้าอยากเจอเขา จะเก่งแค่ไหนกันเชียว มันคงเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมทางได้ต่อสู้กับคนเช่นนี้ในอนาคต”

ในสำนักฉีซื่อเหล่าศิษย์ที่เข้ามาใหม่ล้วนเป็นคนรุ่นเดียวกันทั้งหมด สำนักฉีซื่อเปิดประตูภูเขาเป็นเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นยอดฝีมือนับหมื่นหลั่งไหลเข้ามาทุกวัน แต่สุดท้ายเหลือเพียงเจ็ดร้อยยี่สิบคนเท่านั้นที่ยังยืนอยู่ได้

คนที่มาที่นี่ล้วนเป็นบุคคลชั้นนำของรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถและพรสวรรค์ที่โดดเด่น แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการทดสอบ จากคนนับหมื่นกลับมีเหลืออยู่เพียงเจ็ดร้อยยี่สิบคน

หลังจากหนึ่งเดือนแห่งความโกลาหล ในที่สุดการทดสอบก็จบลง บางคนรู้สึกกดดันและบางคนก็ตื่นเต้น หลังจากนี้พวกเขาจะต้องใช้ชีวิตร่วมกันกับทุกคนที่นี่อย่างยาวนาน

อนาคตของสำนักฉีซื่อจะเป็นสถานที่ที่มังกรและหงส์โบยบินสู่ท้องนภาอย่างไม่ต้องสงสัย

“น่าเสียดายที่เย่ฟ่านไม่มา” บางคนเสียใจที่เสียคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือไป นี่คือความมั่นใจของผู้แข็งแกร่ง

“เส้นตายหมดไปแล้วและเขาก็ยังไม่มา ดูเหมือนเขาไม่พร้อมจะปรากฎตัวจริงๆ!”

ยังคงเป็นชายที่แข็งแกร่งที่กล่าวออกมา ทุกคนต้องการเห็นคนคนผู้นี้ ท้ายที่สุดเขาเป็นคนเดียวที่ปฏิเสธคำเชิญของผู้อาวุโส

“ปีนี้ผู้คนในดินแดนรกร้างตะวันออกดูไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร ไม่มีบุคคลที่โดดเด่นอื่นใดนอกจากเขาคนนั้นหรือ?” บางคนกระซิบถามเสียงเบา

“เจ้าคิดผิดแล้ว เจ้าเห็นชายคนนั้นหรือไม่? บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวง ว่ากันว่าเขาถูกสายฟ้าฟาดเมื่อเขาก้าวขึ้นสู่อาณาจักรแปลงมังกรเพียงแต่เขายังไม่แสดงฝีมือเท่านั้น”

“ใช่แล้ว นั่นมันชายชุดม่วงคนนั้น ผู้เป็นราชาแห่งดินแดนรกร้างตะวันออก เจ้าคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเขาหรือไม่?”

“นอกจากนี้ยังมีตัวอ่อนเต๋าโดยกำเนิด เมื่อเข้าสู่อาณาจักรปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ พลังเช่นนี้สามารถต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตอมตะได้โดยไม่เป็นรอง”

ครั้งนี้เหล่าผู้คนที่โดดเด่นมีพลังอย่างที่พวกเขาคิด ซึ่งทำให้ผู้คนในสำนักฉีซื่อประหลาดใจอย่างมาก

ทันทีที่ผ่านไปสามสิบวัน คนอื่นๆ ก็ทำได้เพียงจากไปอย่างน่าเศร้า เพราะไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ

แต่ทว่าในวันที่สามสิบเอ็ด คนป่าเถื่อนถือกระบองเขี้ยวหมาป่าและสวมเสื้อคลุมขนสัตว์วิ่งเข้ามาและพยายามผ่านประตูภูเขา

“อาจารย์ คนผู้นี้มาจากภูเขาที่ห่างใกล ดูเหมือนว่าเขาจะมาช้าไป จะให้เปิดประตูรับเขาหรือไม่?”

“ตึง” ทันใดนั้นประตูก็เปิดออกซึ่งทำให้ทุกคนตะลึงงัน

“บังอาจ…”

“เจ้ากล้าทำลายประตูภูเขา?” ในสำนักฉีซื่อ ชายผู้ทรงพลังปรากฏตัวขึ้น เขายืนอยู่ในความว่างเปล่าและเอ่ยถาม

“ข้ามาช้า ได้โปรดให้โอกาสข้าด้วย” เขาสูดลมหายใจและแทงกระบองลงกับพื้น ด้วยเสียง “ตึง” ทั้งภูเขาก็สั่นสะเทือน

“ชายป่าเถื่อนคนนี้แข็งแกร่งจริงๆ ข้ารู้สึกว่าเขาเป็นผู้มีพรสวรรค์คนหนึ่ง!”

“นี่......อาจเป็นสัตว์ประหลาดจากดินแดนรกร้างตะวันออก?”

หลายคนตกใจ ผู้คนหลายร้อยคนอยู่ในประตูภูเขาได้ยินเช่นนี้สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปในทันที

จบบทที่ 780 - ห้าดินแดนใหญ่ของโลก

คัดลอกลิงก์แล้ว