เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - สังหารหลินหลงอย่างเหี้ยมโหด

บทที่ 3 - สังหารหลินหลงอย่างเหี้ยมโหด

บทที่ 3 - สังหารหลินหลงอย่างเหี้ยมโหด


"ไอ้สวะ เจ้าได้ของวิเศษล้ำค่ามาจากภูเขาต้าหลงใช่หรือไม่"

หลินหลงเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

"ทำไม หรือว่าเจ้าอยากได้"

หลินเหยียนกวาดตามองหลินหลงด้วยรอยยิ้มที่คล้ายจะหยัน

เมื่อได้รับการยอมรับโดยนัยจากหลินเหยียน แววตาของหลินหลงก็ลุกโชนไปด้วยความโลภทันที "ส่งของวิเศษมาแต่โดยดี ข้าอาจจะเห็นแก่ที่พวกเราเป็นศิษย์ตระกูลหลินเหมือนกัน หักขาเจ้าแค่สองข้างก็พอ"

"อาศัยขยะอย่างเจ้าเนี่ยนะ กล้ามาสอดมือแย่งชิงวาสนาของข้า"

หลินเหยียนหัวเราะออกมา

"ดูเหมือนไอ้สวะนี่จะยังไม่รู้สถานะของตัวเอง มันคงคิดว่าตัวเองยังเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลหลินคนเดิมอยู่กระมัง"

องครักษ์ตระกูลหลินหลายคนต่างก็เดือดดาล

"รนหาที่ตายนัก เดิมทีข้ากะจะหักขาเจ้าแค่สองข้าง แต่ดูตอนนี้ข้าคงต้องสังหารเจ้าทิ้งเสียแล้ว!"

ในดวงตาของหลินหลงประกายแสงเย็นเยียบวาบผ่าน เขาก้าวเท้ายาวราวกับโบยบิน พุ่งพรวดออกไป ก่อนจะเงื้อหมัดซัดเข้าใส่หลินเหยียน

"ไม่รู้จริงๆ ว่าใครให้ความกล้ามัน ถึงได้กล้ามาต่อกรกับพี่หลินหลง ข้าล่ะอยากจะรอดูจริงๆ ว่าวันนี้มันจะตายยังไง!"

ลู่ชิงชิงมีสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น

ถึงแม้หลินเหยียนจะฟื้นฟูพลังฝึกตนกลับมาได้แล้ว แต่เขาก็อยู่แค่ระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่สี่

ส่วนหลินหลงนั้นคือระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่เจ็ดของจริง

ระหว่างนี้มีช่องว่างห่างกันถึงสามขั้นย่อย

ด้วยความห่างชั้นขนาดนี้ หลินหลงสามารถทรมานหลินเหยียนให้ตายได้อย่างง่ายดาย

"รนหาที่ตาย!"

หลินเหยียนตาเป็นประกาย เขายกมือขึ้นแล้วซัดเข้าใส่หลินหลงทันที

ร่างกายของเขาคือร่างมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งหาใดเปรียบ

แถมตอนนี้ยังได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาเก้ามังกรกลืนนภาจนหล่อหลอมชีพจรยุทธ์มังกรศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ ชีพจรยุทธ์เส้นเดียวของเขาก็เทียบเท่ากับของคนอื่นถึงสองเส้น

นั่นหมายความว่า ภายนอกเขาอาจจะมีพลังแค่สี่ชีพจรยุทธ์ ทว่าในความเป็นจริงกลับเทียบชั้นได้กับแปดชีพจรยุทธ์! ต่อให้เป็นผู้ที่อยู่ระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่แปด อย่างมากก็ทำได้แค่เสมอกับเขาเท่านั้น!

ปัง!

ภายใต้การโจมตีเพียงครั้งเดียว หลินหลงที่แต่เดิมพุ่งเข้ามาด้วยความดุดันก็ถูกกระแทกจนปลิวลอยออกไปทันที

ตึง ตึง ตึง!

หลินหลงถอยกรูดไปเบื้องหลังนับสิบก้าวถึงจะทรงตัวเอาไว้ได้อย่างทุลักทุเล

คราวนี้ลู่ชิงชิงถึงกับยืนตะลึง

"เกิดอะไรขึ้น พี่หลินหลงไม่ใช่คู่มือของไอ้สวะนี่งั้นหรือ"

"เป็นไปไม่ได้หรอกน่า!"

องครักษ์ตระกูลหลินเหล่านั้นต่างก็มีสีหน้าโง่งม พวกเขารู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของนายน้อยของตนดี ระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่เจ็ดแถมลมปราณยังควบแน่นอย่างมาก

ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่แปด ก็ยังสามารถรับมือได้สองสามกระบวนท่า

แต่ตอนนี้พอมาเจอหลินเหยียน แค่ประจันหน้ากันครั้งแรกก็เสียเปรียบเสียแล้วหรือ

หลินเหยียนเพิ่งจะอยู่ระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่สี่ไม่ใช่หรือ

มีระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่สี่ที่ดุดันขนาดนี้ด้วยหรือ

"เมื่อครู่ข้าประมาทไปหน่อย! ข้ายังไม่ได้ใช้พลังถึงสามส่วนด้วยซ้ำ มิเช่นนั้นด้วยพลังของข้า มือเดียวก็บีบไอ้สวะนี่ให้ตายได้แล้ว!"

หลินหลงแก้ตัวด้วยความอับอายและเคียดแค้น

"ใช่ พี่หลินหลงต้องไม่ได้ระวังตัวแน่ๆ! หลังจากนี้ขอเพียงพี่หลินหลงทุ่มสุดกำลัง การจะสังหารหลินเหยียนก็ง่ายดายราวกับเชือดสุนัขตัวหนึ่ง!"

ลู่ชิงชิงก็พยักหน้าเห็นด้วย

"หลินเหยียน หลังจากนี้ข้าจะเอาจริงแล้วนะ หวังว่าเจ้าคงจะไม่อ่อนแอจนเกินไปล่ะ มิฉะนั้นข้าคงจะผิดหวังแย่"

หลินหลงทำตัวหยิ่งผยองอย่างมาก เขาเร่งพลังฝึกตนจนถึงขีดสุด

ครั้งนี้เขาเดินพลังลมปราณถึงเก้าส่วนเก้าในทันที ลมปราณพลุ่งพล่านก่อตัวเป็นเงาร่างพยัคฆ์ยักษ์

"นี่คือเคล็ดวิชาระดับเหลืองขั้นสูงของตระกูลหลินเรา เพลงหมัดเงาพยัคฆ์! เป็นรองเพียงแค่วิชาลับของตระกูลเราเท่านั้น นายน้อยหลงถึงกับฝึกวิชานี้สำเร็จแล้วหรือนี่!"

เหล่าองครักษ์ตระกูลหลินต่างก็ตื่นตะลึง

เคล็ดวิชาแบ่งออกเป็นสี่ระดับคือ นภา ปฐพี เร้นลับ และเหลือง แต่ละระดับยังแบ่งย่อยออกเป็นขั้นต่ำ ขั้นกลาง ขั้นสูง ขั้นสมบูรณ์ และขั้นสมบูรณ์แบบ

ระดับเหลืองขั้นสูงในเมืองชิงสือนับว่าร้ายกาจมากแล้ว

รากฐานของตระกูลหลินก็มีเพียงเคล็ดวิชาระดับเหลืองขั้นสมบูรณ์แบบเล่มเดียวเท่านั้น

"ตายซะเถอะ!"

เสียงพยัคฆ์คำรามดังก้องกระโจนเข้าสังหารหลินเหยียน

"อ่อนหัด อ่อนหัดเกินไปแล้ว ทำเอาข้าหมดความสนใจไปเลย"

หลินเหยียนผิดหวังอย่างถึงที่สุด

เพลงหมัดเงาพยัคฆ์อาจจะนับว่าไม่เลวสำหรับตระกูลหลิน หรืออาจจะถือว่าผ่านเกณฑ์ในเมืองชิงสือ แต่ทว่าสำหรับหลินเหยียนในตอนนี้แล้วมันก็ไม่ต่างอะไรกับขยะ

เคล็ดวิชาเก้ามังกรกลืนนภาของเขานั้นเป็นถึงเคล็ดวิชาที่อยู่เหนือระดับนภา

ตู้ม!

ลมปราณสีทองดุจดั่งมังกรศักดิ์สิทธิ์พุ่งออกทีหลังแต่กลับไปถึงก่อน มันเข้าฉีกกระชากพยัคฆ์ยักษ์ที่เกิดจากลมปราณจนแหลกสลายไปในทันที

กรงเล็บมังกรกดทับลงมา ลมปราณของหลินหลงถูกฉีกออกโดยตรง พร้อมกับสร้างรอยแผลเหวอะหวะน่ากลัวหลายรอยบนหน้าอกของเขา

"อ๊าก!"

หลินหลงร้องเสียงหลง ร่างลอยกระเด็นออกไปอีกครั้ง ครั้งนี้เขามีสภาพน่าเวทนากว่าครั้งที่แล้วเสียอีก และสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปในทันที

"อะไรกัน ไอ้สวะนี่มันใช่คนหรือเปล่า"

ลู่ชิงชิงหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดผวา นางกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

ก่อนหน้านี้หลินหลงประมาทจนต้องเสียเปรียบให้หลินเหยียนก็ยังพอเข้าใจได้

แต่ครั้งนี้ หลินหลงแทบจะทุ่มสุดกำลังแล้วนะ!

ขนาดใช้เพลงหมัดเงาพยัคฆ์ออกมาแล้ว ทว่ากลับยังพ่ายแพ้อย่างราบคาบราวกับไม้ผุงั้นหรือ

"เป็นไปได้อย่างไรกัน"

หลินหลงราวกับถูกฟ้าผ่า เขายืนนิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้น แววตาไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิตชีวาใดๆ ทั้งสิ้น

เขาไม่อาจทำความเข้าใจได้เลยว่าเหตุใดหลินเหยียนถึงได้แข็งแกร่งขึ้นมาในช่วงข้ามคืนเช่นนี้

ความแข็งแกร่งระดับนั้นมันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี

"เจ้าในตอนนี้ ในสายตาของข้าก็ไม่ได้ต่างอะไรกับมดปลวกเลยสักนิด"

หลินเหยียนส่ายหน้าเบาๆ เขาชักกระบี่เหล็กนิลออกมาแล้วพุ่งเข้าไปแทงหลินหลงทันที

"คุ้มครองนายน้อย!"

เวลานั้นองครักษ์ตระกูลหลินเหล่านั้นก็ดึงสติกลับมาได้ ทุกคนต่างหวาดผวาพร้อมกับเร่งลมปราณของตนเอง

หลินหลงคือน้องชายของอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลหลินในปัจจุบันอย่างหลินหู่ บิดาของเขาคือหลินสยง ซึ่งปัจจุบันก็เป็นบุคคลอันดับหนึ่งของกลุ่มผู้อาวุโสเช่นกัน

หากเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ขึ้นมา ด้วยนิสัยของหลินสยงและหลินหู่ ย่อมไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปเป็นแน่

ตู้ม ตู้ม!

ความแข็งแกร่งขององครักษ์หลายคนนั้นไม่ถือว่าอ่อนแอ ทุกคนล้วนอยู่เหนือระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่ห้าทั้งสิ้น คนที่เก่งกาจที่สุดถึงกับบรรลุระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่เจ็ด

บวกกับการที่มีคนจำนวนมาก หากพวกเขาผนึกกำลังกันต่อสู้ ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับระดับหล่อเลี้ยงปราณขั้นที่แปดก็ยังสามารถกักขังเอาไว้ได้

น่าเสียดายที่คนเหล่านี้ดันมาเจอกับหลินเหยียน

หลินเหยียนที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาเก้ามังกรกลืนนภา

"ตายซะเถอะ!"

หลินเหยียนมีสายตาเย็นชา ประกายกระบี่สว่างวาบขึ้น

ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!

กวาดกระบี่ออกไปเพียงไม่กี่ครั้ง ศีรษะหลายหัวก็ลอยคว้างขึ้นสู่กลางอากาศ

เลือดสาดกระเซ็น

สถานการณ์ตกอยู่ในความโกลาหล

ยอดฝีมือองครักษ์ตระกูลหลินเหล่านี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าหลินเหยียนกลับไม่อาจต้านทานได้แม้แต่กระบี่เดียว!

"แข็งแกร่งเกินไปแล้ว! ดุดันเกินไปแล้ว!"

หลินหลงมองดูภาพเหตุการณ์นี้ ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นเทาอย่างบ้าคลั่ง วินาทีนี้เขาจำต้องยอมรับว่าความแข็งแกร่งของหลินเหยียนนั้นเหนือชั้นกว่าเขามากจริงๆ

แม้จะบอกว่าเหนือชั้นกว่าก็ยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายได้ อาจจะเรียกได้ว่าห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว

เขาเปรียบเสมือนโคลนตมบนพื้นดินที่ทำได้เพียงแหงนหน้ามองหลินเหยียนเท่านั้น!

"หลินเหยียน เจ้าสังหารองครักษ์ตระกูลหลินแบบนี้ ตระกูลหลินไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!"

ลู่ชิงชิงกลอกตาไปมาก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

ตระกูลหลินนั้นมีกฎระเบียบของตระกูล ไม่อนุญาตให้ศิษย์ฆ่าฟันกันเองตามอำเภอใจ มิฉะนั้นจะต้องรับโทษ

ตอนนี้หลินเหยียนไร้ซึ่งอำนาจบารมี บิดาของเขาก็หายสาบสูญ เขาไร้ซึ่งที่พึ่งพิงใดๆ ย่อมต้องถูกลงโทษอย่างหนักแน่นอน

"ตระกูลหลินงั้นหรือ"

หลินเหยียนหัวเราะเยาะ โลกใบนี้ถือเอาความแข็งแกร่งเป็นใหญ่ ขอเพียงเขามีความแข็งแกร่งมากพอ แล้วตระกูลหลินจะทำไม

ผู้แข็งแกร่งสามารถอยู่เหนือกฎเกณฑ์ทั้งปวงได้!

หลินเหยียนเมินเฉยต่อคำขู่ของลู่ชิงชิง เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าลู่ชิงชิงและหลินหลง รังสีอำมหิตปกคลุมร่างของคนทั้งสอง วินาทีนี้พวกเขาทั้งสองต่างก็รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูก

"เจ้า! หรือว่าเจ้าคิดจะฆ่าพวกเรา"

หลินหลงมีสีหน้าตื่นตระหนกและหวาดผวาอย่างหนัก

"บิดาของเจ้ายึดครองตระกูลที่บิดาของข้าต่อสู้ดิ้นรนสร้างมาอย่างยากลำบาก ส่วนเจ้าก็ยังมาแย่งผู้หญิงของข้าไปอีก เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปงั้นหรือ"

หลินเหยียนหัวเราะหยัน

ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่ได้สนใจไยดีลู่ชิงชิงแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถให้อภัยกับการกระทำของหลินหลงได้

"พี่เหยียน พ่อเหยียน ข้าผิดไปแล้ว! ข้าผิดไปแล้วจริงๆ ขอร้องล่ะ!"

"ขอเพียงเจ้ายอมละเว้นชีวิตข้า ข้ายินดีจะคืนสินสอดที่ใช้ไปเป็นสองเท่า อีกทั้งยังจะคืนลู่ชิงชิงให้เจ้าด้วย ไม่สิ ไม่ใช่แค่นั้น ข้ายังจะยกบรรดาสาวงามของข้าให้เจ้าทั้งหมดเลยด้วย!"

คราวนี้หลินหลงลนลานของจริง เขารีบคุกเข่าโขกศีรษะยอมรับผิดทันที

"ตอนนี้มันสายไปแล้ว"

หลินเหยียนตวัดกระบี่ฟันออกไป ศีรษะหัวหนึ่งก็หลุดลอยขึ้นสูง

มันกลิ้งไปหยุดอยู่ข้างลู่ชิงชิง ลู่ชิงชิงตกใจกลัวจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง "หลินเหยียน ก่อนหน้านี้ข้าถูกหลินหลงล่อลวง ความจริงแล้วข้ายังรักเจ้าอยู่นะ ข้ายินดีจะกลับไปอยู่เคียงข้างเจ้าอีกครั้ง ... "

"ไม่จำเป็นหรอก คนอย่างเจ้าไม่มีคุณสมบัติพอที่จะมาจับมือร่วมทางกับข้าหรอก"

เขากวาดกระบี่ออกไปอีกครั้ง ศีรษะของลู่ชิงชิงก็ถูกฟันขาดสะบั้นลงเช่นกัน

หลังจากสังหารพวกมันไปไม่กี่คน หลินเหยียนก็เริ่มทำการหลอมสกัด

เคล็ดวิชาเก้ามังกรกลืนนภาสามารถกลืนกินสรรพสิ่งได้ ซึ่งนั่นรวมไปถึงการกลืนกินพลังฝึกตนในร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์ ดูดซับพลังวัตรของอีกฝ่ายมาเพิ่มพูนพลังให้ตนเอง

เขาลากศพของพวกหลินหลงเข้าไปในห้องลับ ก่อนจะเริ่มทำการกลืนกิน

...

ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องลับใต้ดินแห่งหนึ่งของตระกูลหลิน

ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังนั่งสมาธิอยู่ ชายวัยกลางคนผู้นี้ก็คือผู้กุมอำนาจตระกูลหลินในปัจจุบัน หลินสยง และเป็นบิดาของหลินหลง

แกรก!

จู่ๆ หยกพกที่เอวของหลินสยงก็ปริแตกออก

"หืม ป้ายวิญญาณของหลงเอ๋อร์แตกได้อย่างไร บัดซบ ใครหน้าไหนมันกล้ามาทำร้ายลูกชายข้า!"

สีหน้าของหลินสยงแปรเปลี่ยนไปทันที

เขารีบเรียกตัวลูกชายคนโตอย่างหลินหู่และคนสนิทอีกหลายคนมาเข้าเฝ้าทันที

เมื่อรับรู้ข่าวการตายของหลินหลง หลินหู่ก็ขมวดคิ้วแน่น "น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับหลินเหยียน! เมื่อไม่นานมานี้ ลู่ชิงชิงไปหาไอ้สวะนั่นเพื่อล้างแค้นพร้อมกับน้องชายข้า"

"หลินเหยียนงั้นหรือ หลินเหยียนคนไหนกัน"

หลินสยงเก็บตัวฝึกวิชาอยู่ในห้องลับมานานถึงครึ่งปี เขาจึงไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกภายนอกเลยแม้แต่น้อย

"ก็ต้องเป็นลูกชายของหลินซานน่ะสิขอรับ เขากลับมาจากภูเขาต้าหลงแล้ว แต่กลับกลายเป็นแค่เศษสวะที่สูญเสียพลังฝึกตนไปจนหมดสิ้น"

หลินเย่าตงนำเรื่องราวเกี่ยวกับหลินเหยียนมาเล่าให้หลินสยงฟังทั้งหมด

"บัดซบ เรื่องแบบนี้ทำไมพวกเจ้าถึงไม่รีบมาบอกแต่แรก!"

หลินสยงโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก

หลินเย่าตงยิ้มขื่น "พวกเราเองก็คิดไม่ถึง เดิมทีคิดว่าจะรอให้พี่ใหญ่ออกจากวาระเก็บตัวก่อนแล้วค่อยเล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟัง ท้ายที่สุดแล้วไอ้สวะนั่นก็ไม่มีพลังฝึกตนแล้ว มันแทบจะไม่มีภัยคุกคามอะไรเลย"

"หึ!"

หลินสยงถลึงตาใส่หลินเย่าตงอย่างดุเดือด ก่อนจะตวาดอย่างเกรี้ยวกราด

"รีบเรียกกลุ่มผู้อาวุโสและสมาชิกหน่วยองครักษ์ตระกูลหลินมารวมตัวกันเดี๋ยวนี้ พร้อมกับปิดล้อมตระกูลหลินเอาไว้! หากไอ้สวะนั่นเป็นคนทำร้ายลูกชายข้าจริงๆ ข้าจะทำให้มันอยู่มิสู้ตาย สับกระดูกมันให้แหลกเป็นผุยผง!"

"ทำแบบนั้นมันจะไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่โตไปหรือขอรับ ท้ายที่สุดไอ้สวะนั่นก็เคยอาบเลือดต่อสู้เพื่อตระกูลหลินมาก่อน หากเราฆ่ามันไปเฉยๆ แบบนี้ ข้าเกรงว่าจะทำให้บรรดาลูกน้องเก่าของหลินซานลุกฮือขึ้นมาต่อต้านได้"

หลินเย่าตงเอ่ยด้วยความลังเล

แมัหลินสยงจะกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในตระกูลหลิน แต่ภายในตระกูลหลินก็ยังมีลูกน้องเก่าของอดีตผู้นำตระกูลหลงเหลืออยู่บ้าง เพียงแต่ตามปกติแล้วคนกลุ่มนี้มักจะสงวนท่าทีและเอาตัวรอดไปวันๆ เท่านั้น

บัดนี้หลินเหยียนกลับมาแล้ว หากเขาถูกประหารชีวิต ตาแก่พวกนั้นย่อมต้องกระโดดออกมาขวางอย่างแน่นอน

นี่คือเหตุผลว่าทำไมตอนที่หลินเหยียนกลับมา เขาถึงไม่ได้กำจัดหลินเหยียนทิ้งในทันที การต้องไปยั่วยุพวกลูกน้องเก่าเหล่านั้นให้ก่อความวุ่นวายเพียงเพื่อสวะคนเดียว มันย่อมไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

"หึ! หากไอ้พวกนั้นมันกล้ามาขัดขวางข้าไม่ให้ล้างแค้นแทนลูกชาย วันนี้ข้าก็จะเปิดฉากสังหารหมู่ รวบรวมตระกูลหลินให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างเบ็ดเสร็จเสียเลย!"

หลินสยงแค่นเสียงเย็น

ในอดีตเขายังมีความแข็งแกร่งไม่มากพอ เขาจึงไม่กล้าแตกหักกับพวกลูกน้องเก่าของหลินเหยียน แต่ตอนนี้เขาทะลวงเข้าสู่ระดับปราณสมุทรขั้นที่เจ็ดแล้ว เขามีความแข็งแกร่งอันทรงพลังอย่างแท้จริงแล้ว

เพียงพอที่จะกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างได้แล้ว

จบบทที่ บทที่ 3 - สังหารหลินหลงอย่างเหี้ยมโหด

คัดลอกลิงก์แล้ว