เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

735 - งานชุมนุมเริ่มขึ้นแล้ว

735 - งานชุมนุมเริ่มขึ้นแล้ว

735 - งานชุมนุมเริ่มขึ้นแล้ว


735 - งานชุมนุมเริ่มขึ้นแล้ว

“เจ้าเป็นใครกันแน่?”

พวกเขารู้ว่านี่เป็นการดำรงอยู่ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแน่นอน อาจมีพลังมากกว่าครึ่งเซียนเล็กน้อยด้วยซ้ำ

พวกเขาไม่ใช่ผู้อาวุโสสูงสุดธรรมดา ทุกคนเป็นถึงผู้สูงสุดระดับปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับไม่มีใครสามารถต่อต้านการลงมือของเด็กหนุ่มคนนี้ได้เลย

"ข้าไม่ต้องการที่จะฆ่าใครในทะเลสาบหยก!" ดวงตาสีทองของวานรศักดิ์สิทธิ์เปิดขึ้น

เด็กหนุ่มสาวทายาทของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มากมายสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ เด็กหนุ่มคนนี้เป็นใครเหตุใดคำพูดของเขาจึงหยิ่งผยองขนาดนี้

“เขาน่ากลัว แม้แต่ผู้สูงสุดยังถูกปราบปรามอย่างง่ายดาย!”

ในเวลานี้ไม่ต้องพูดถึงเซียงอี้เฟยแม้แต่บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงก็แสดงท่าทางแปลกๆ พวกเขาจ้องมองไปยังวานรศักดิ์สิทธิ์ด้วยประกายตาที่มีความกลัวเล็กน้อย!

“เจ้า...” ร่างของชายชราหลายคนสั่นเทาด้วยความโกรธ

“พวกเจ้าไม่พอใจหรือ ต้องการให้ข้าลงมือสังหารทุกคนในตอนนี้หรือไม่!” วานรศักดิ์สิทธิ์เหลือบมองพวกเขา

ชายหนุ่มที่ดูเหมือนอายุเพียง 20 ปี กลับเป็นมีความหยิ่งผยองและน่ากลัวถึงขนาดนี้

“เจ้าจงจำไว้เถอะ!”

ชายชรากลุ่มนั้นรีบหันหลังจากไปด้วยความโกรธแค้น

“เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมองข้าด้วยสายตาแบบนั้น?”

วานรศักดิ์สิทธิ์นั้นแตกต่างจากคนทั่วไป สัมผัสทางวิญญาณของเขาเฉียบแหลมมาก และเขาก็เคลื่อนไหวออกไปอีกครั้ง

“ปึก” “ปึก...”

ชายชราหลายคนพยายามต่อสู้ แต่พวกเขาทั้งหมดถูกโยนทิ้งไป กระดูกของพวกเขาก็แตกร้าวหลายที่ และตอนนี้ทุกคนถูกโยนลงไปในทะเลสาบราวกับสุนัขตัวหนึ่ง

“พี่วานรช่างมีพลังล้นเหลือ!” เจียงฮ่วยเหรินยิ้มและระเบิดเสียงหัวเราะ

ทุกคนต่างตกตะลึง และเมื่อต้องเผชิญกับชายที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

“วิสุทธิชนโปรดเมตตา...” อยู่ไกลๆ ริมทะเลสาบ หญิงสาวชุดม่วงพูดเบาๆ

“ตัวอ่อนเต๋าโดยกำเนิด!” หลี่เหอซุยกระซิบอย่างประหลาดใจ

“ที่แท้ก็น้องสะใภ้นั่นเอง!” จักรพรรดิดำกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

ใกล้ๆ กัน ทุกคนต่างพูดไม่ออก พวกเขาได้ยินข่าวลือเรื่องตัวอ่อนเต๋าโดยกำเนิด แล้วตอนนี้สายตาของพวกเขาก็กวาดมองไปยังเย่ฟ่านด้วยความแปลกใจเล็กน้อย

สตรีศักดิ์สิทธิ์คฤหาสน์ม่วงไม่คิดจะเปิดเผยตัวเองออกมา นางหันหลังกลับและจากไปทันทีราวกับไม่ต้องการที่จะสนทนากับพวกเย่ฟ่าน

“พี่ชายคนนี้คือ…”

เซียงอี้เฟยบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งต้าเหยียนไม่สบายใจ และเขาไม่ได้คาดคิดว่าเย่ฟ่านจะมียอดฝีมือยืนหยัดอยู่ข้างกายแบบนี้

บุตรศักดิ์สิทธิ์เต๋าอี้ก็ให้ความสนใจ อยากรู้ว่าชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าเป็นใครและสบตากับบุตรศักดิ์สิทธิ์ต้าเหยียนเพื่อแลกเปลี่ยนบทสนทนา

จากนั้นทั้งสองคนก็ก้าวไปข้างหน้าเพื่อแสดงความเคารพ

วานรศักดิ์สิทธิ์ไม่คิดจะทำความรู้จักกับฝ่ายตรงข้าม เขารู้สึกรังเกียจบุคคลที่หน้าซื่อใจคดแบบนี้ ดังนั้นจึงแสดงออกอย่างจงใจว่ามีความรำคาญที่จะคุยกับทุกคน

ทันใดนั้นเย่ฟ่านก็สัมผัสได้ถึงไอสังหารอันน่ากลัวจากอีกทิศทางหนึ่งของทะเลสาบ

"สตรีศักดิ์สิทธิ์ต้นกำเนิด!"

ในระยะไกล ผู้หญิงคนหนึ่งเดินจากไปพร้อมกับแผ่นหลังที่สง่างามและเต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัยสาว

“ในที่สุดข้าก็รู้แล้วว่าทำไมจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อู๋เป่ยจึงเป็นศัตรูกับคนทั้งโลก หากเจ้าฆ่าหนึ่งครั้งมันก็เป็นเรื่องยากที่จะไม่สร้างความความขัดแย้งกับคนอื่น นอกจากเจ้าจะฆ่าทั้งหมดเท่านั้น…” เย่ฟ่านถอนหายใจ

ห้าวันต่อมา งานใหญ่ของทะเลสาบหยกเริ่มต้นขึ้น และดินแดนบริสุทธิ์ก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น วีรบุรุษจากทุกทิศทุกทางมาเยี่ยมเยียนด้วยความกระตือรือร้น

เทศกาลทะเลสาบหยกหรือที่เรียกว่าเทศกาลเถาเถานั้นจัดขึ้นทุกๆห้าร้อยปี

อย่างไรก็ตาม คราวนี้ต่างจากเมื่อก่อนเล็กน้อย โดยเกี่ยวข้องกับหินแปลกๆ ที่ทุกคนได้เห็นก่อนหน้านี้

“มันเหมือนกับงานชุมนุมเซียนจริงๆ!” เย่ฟ่านอุทาน

ตลอดทั้งวันนั้นมียอดฝีมือระดับสูงทั้งชราและรุ่นเยาว์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆเดินทางมาที่งานชุมนุมทะเลสาบหยก

"ราชาแห่งจงโจวแทบจะมาที่นี่หมดแล้ว"

"จักรพรรดิแห่งวังน้ำแข็งก็อยู่ที่นี่"

“นักบวชแห่งซีม่อก็มา”

"ราชาสงครามจากวิหารเทพสงครามแห่งหนานหลิงก็อยู่ที่นี่"

“พวกเจ้าเห็นคนหัวโล้นนั่นหรือไม่ ดูแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ปลดปล่อยออกมาจากศีรษะของพวกเขา นั่นแสดงให้เห็นถึงระดับการบ่มเพาะที่แทบจะเป็นผู้อมตะไปแล้ว” จักรพรรดิดำชี้

“เงียบซะ นี่คือนักบวชแห่งซีม่อ การฝึกฝนของเขาไม่ใช่สิ่งที่เราจะนำมาวิจารณ์ได้ คนพวกนี้แทบจะกลายเป็นอรหันต์ไปแล้ว”

“วิหารเทพสงครามโบราณคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนานหลิงไม่ใช่หรือ พวกเขาอยู่ห่างไกลถึงขนาดนี้ก็ยังดั้นด้นมาที่นี่ได้”

"วิหารเทพสงครามหนานหลิง ว่ากันว่ามีความลับในการเป็นเทพ

สงครามซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะที่แท้จริง"

ไม่เพียงแต่หลี่เหอซุยและคนอื่นๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนอื่นๆ ในระหว่างการสนทนาผู้ยิ่งใหญ่ปรากฏขึ้นเรื่อยๆ จากทั่วทุกมุมโลกและมีคนแปลก ๆ มากมาย

“ตอนแรกที่มาข้าก็ไม่คิดว่ามันจะยิ่งใหญ่ถึงขนาดนี้” เย่ฟ่านประหลาดใจ

“พี่เย่”

ไม่ขนาดนั้นเสียงหัวเราะที่ชัดเจนดัมาจากที่ไม่ไกล จากนั้นชายหนุ่มในชุดเกราะสีทองก็บินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม แน่นอนว่าเขาคือคือจินฉีเซียว ทายาทลำดับสูงสุดของตระกูลจินแห่งเป่ยหยวน

“ฮี่ฮี่ พี่จิน!”

เย่ฟ่านก็ทักทายฝ่ายตรงข้ามด้วยรอยยิ้ม แต่ในใจดวงตาของเขากลับมีความเย็นชามากที่สุด

ในคืนที่เกิดการนองเลือด ชายผู้นี้ส่งเทพในตำหนักเต๋าของเขามาเพื่อฆ่าเย่ฟ่าน ดังนั้นความเป็นศัตรูระหว่างพวกเขาจึงถูกสถาปนาขึ้นแล้ว

ข้างหลังของเขามีรถม้าสีทองโบราณส่งเสียงกึกก้อง มีร่องรอยโบราณจารึกไว้เป็นลวดลายมังกรเก้าตัว จินฉีเซียวยืนอยู่ด้านข้างของรกม้าคล้ายกับทำหน้าที่เป็นสารถีด้วยตัวเอง

“แล้วพวกเราค่อยไปดื่มสุราและสนทนากัน”

จินฉีเซียวหัวเราะและจากไปพร้อมกับผู้อาวุโสตระกูลจิน

“หากไม่ใช่ว่าข้าฝึกฝนดวงตาศักดิ์สิทธิ์คงยากที่จะบอกได้ว่าเด็กน้อยนี่เป็นพวกวิญญูชนจอมปลอมเช่นกัน…”

เย่ฟ่านจ้องมองและสายหน้า

“ทายาทตระกูลหนานกงที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าพันธุ์มนุษย์มาถึงแล้ว!” ใครบางคนตะโกนเสียงดัง

ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ทุกคนก็ตกใจ แม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่บางคนก็ยังยืนขึ้นด้วยความเคารพ

เมฆพลุ่งพล่าน กลีบดอกไม้บานสะพรั่งถนนที่ปูด้วยดอกไม้ทอดยาวลงมาจากท้องฟ้า

ในบรรดาผู้คนจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดหากไม่นับเจียงไท่ซูที่หายสาบสูญไปหลายพันปีแล้ว ตามปกติพวกเขาจะเรียกหนานกงเจิ้งว่าเป็นราชาสวรรค์ผู้เฒ่า เพราะชายชราคนนี้ก็มีอายุมากกว่าสามพันปีซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมาก

"หนานกงเจิ้งปรากฏตัวอีกครั้งแล้ว..."

ไม่มีใครไม่ตกใจ มีข่าวลือว่าเขาเดินทางเข้าสู่วังทองแดงไปเมื่อหลายปีก่อน ไม่มีใครคิดว่าชายชราคนนี้จะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

“ไม่น่าแปลกใจที่ผู้อาวุโสรุ่นก่อนๆมักจะเรียกเขาว่าหนานกงเจิ้งผู้อมตะ!”

ทุกคนสงสัยว่าเขาได้เข้าไปในวังทองแดงจริงหรือไม่ และการเผชิญหน้าของเขาเป็นอย่างไร

“ข้าโชคดีที่รอดจากวังอมตะได้” หนานกงเจิ้งถอนหายใจ

เมื่อเขากล่าวเช่นนี้ ทุกคนยิ่งประหลาดใจเข้าไปอีก เขาเข้าไปวังทองแดงได้ แต่ยังสามารถรอดชีวิตกลับมา

ต้องรู้ว่าที่นั่นแม้แต่ปรมาจารย์เก๋อไต้แห่งตงหวงผู้ได้ชื่อว่าสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดที่อยู่ภายใต้สิ่งมีชีวิตอมตะก็ยังไม่มีโอกาสกลับมา หรือว่าผู้เฒ่าตระกูลหนานกงคนนี้จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะไปแล้วจริงๆ?

“ไม่รู้ว่าเขาเข้าไปได้ไกลกว่าข้ากับจี้จื่อเยว่หรือไม่” เย่ฟ่านรู้สึกประหลาดใจ

“เจตนาของผู้อมตะครอบคลุมแม่น้ำสายยาวแห่งกาลเวลา สวรรค์และพิภพเต็มไปด้วยความลึกลับ ที่นั่นมีเลือดของจักรพรรดิโบราณเขียนอักขระเหล่านี้ไว้...”

หนานกงเจิ้งกล่าวด้วยสีหน้าสะทกสะท้อน

เย่ฟ่านตกตะลึงอีกฝ่ายไปได้ไกลเทียบเท่ากับเขาอย่างแน่นอน หรือบางที่ ผู้อาวุโสแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์คนนี้อาจจะเข้าไปในประตูแห่งความเป็นอมตะแล้วก็ได้

จบบทที่ 735 - งานชุมนุมเริ่มขึ้นแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว