- หน้าแรก
- ยอดผู้จัดการซูเปอร์สตาร์
- บทที่ 561 บรรยากาศคุกรุ่น
บทที่ 561 บรรยากาศคุกรุ่น
บทที่ 561 บรรยากาศคุกรุ่น
บทที่ 561 บรรยากาศคุกรุ่น
สนามบินเมืองหลวง
หลินโจวและสวี่ฉู่หนานลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากทางออกผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ แต่กลับไม่เห็นวี่แววของซูชิงเหม่ยและโจวหยุน
"พี่ซูกับพี่หยุนทำไมยังไม่มาอีกครับ"
สวี่ฉู่หนานรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เมื่อกี้พอลงเครื่องเขาก็ส่งข้อความหาโจวหยุน ซึ่งอีกฝ่ายบอกว่ามาถึงแล้ว
ทำไมตอนนี้ถึงยังไม่เห็นคนล่ะ
ขณะนั้นเอง เงาร่างสองสายก็วิ่งกระหืดกระหอบมาจากที่ไกล ๆ คนหนึ่งรูปร่างสูงโปร่งอรชร อีกคนอวบอั๋นมีน้ำมีนวล ซึ่งก็คือซูชิงเหม่ยและโจวหยุนนั่นเอง
"ขอโทษนะที่รัก บนถนนรถติดนิดหน่อยน่ะ"
ซูชิงเหม่ยวิ่งมาอย่างรีบร้อน ใบหน้าเยือกเย็นสวมหน้ากากอนามัยเอาไว้ หน้าผากแดงระเรื่อ เธอเอ่ยปากพูดด้วยความรู้สึกผิด
หลินโจวยกมือขึ้นจัดผมหน้าม้าที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยบนหน้าผากให้เธอ พลางพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ไม่เป็นไร คราวหน้าคุณไม่ต้องรีบขนาดนี้หรอก ผมรอแป๊บเดียวเอง"
"อืม ก็ฉันกลัวคุณจะรอนานนี่นา"
ซูชิงเหม่ยเดินเข้าไปควงแขนหลินโจว ดวงตาที่เปล่งประกายดั่งสายน้ำแฝงไปด้วยรอยยิ้ม
'คุณซูคะ จากผลการตรวจ รังไข่ ท่อนำไข่ และระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนของคุณปกติดีทุกอย่างค่ะ ถ้าคุณกังวลจริงๆ จะพาคุณสามีมาตรวจด้วยก็ได้นะคะ'
'ขอบคุณค่ะคุณหมอ! สามีฉันต้องไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ!'
เมื่อนึกถึงบทสนทนากับคุณหมอในคลินิกเมื่อครู่นี้ ดวงตาของซูชิงเหม่ยก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กน้อย
"ดีใจอะไรขนาดนั้น มีเรื่องดี ๆ อะไรหรือเปล่า"
หลินโจวสังเกตเห็นท่าทางที่เบิกบานเป็นพิเศษของเธอ จึงเอ่ยถามยิ้ม ๆ
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่คุณช่วยสตูดิโอหาเงินได้ตั้งสิบกว่าล้าน ที่รัก คุณเก่งที่สุดเลย!" ซูชิงเหม่ยรีบแก้ตัว
"โอ้? ชิงเหม่ย คุณกลายเป็นคนเห็นแก่เงินตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"
หลินโจวหัวเราะออกมา แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ ทั้งสองพากันเดินออกไปนอกสนามบิน
"มัวแต่ยิ้มซื่ออยู่ได้ ไปสิ!" โจวหยุนเตะสวี่ฉู่หนานจากด้านหลังเพื่อเร่งให้เขาตามไป
"พี่ครับ ในมือผมมีสัมภาระตั้งเยอะ พี่ช่วยถือหน่อยสิ!" สวี่ฉู่หนานร้องโอ๊ย ก่อนจะรีบก้าวเท้าตามไป
"ถือเอง!"
"โธ่พี่ ผมอุตส่าห์ซื้อของฝากจากประเทศไทยมาฝากพี่เลยนะ"
"แบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อย มา กระเป๋าเดินทางเดี๋ยวฉันถือให้ แล้วของฝากอยู่ไหนล่ะ"
"พี่ครับ คืออย่างนี้... ในใจผมคิดตลอดเลยนะว่าจะซื้อของขวัญให้พี่ แต่สุดท้ายก็ลืม พี่ก็ถือซะว่ารับน้ำใจจากผมไปแล้วกันนะ แฮะ ๆ"
"สวี่ฉู่หนาน! ฉันจะฆ่าแก!"
เมื่อทั้งสี่คนขึ้นมาบนรถ จางหงก็โทรศัพท์เข้ามาหาหลินโจวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
"หลินโจว ทาง 'ลูปย้อนชะตา' มีปัญหาแล้ว!"
"พี่หง เกิดอะไรขึ้นครับ" หลินโจวขมวดคิ้วเล็กน้อย ปกติจางหงเป็นคนสุขุมเยือกเย็น น้อยครั้งมากที่จะตื่นตระหนกเช่นนี้
น้ำเสียงของจางหงแฝงไปด้วยความโกรธ "เทียนเอ๋อวิดีโอ อ้ายเล่อวิดีโอ และฉีอี้วิดีโอ แจ้งเรามาว่า 'ลูปย้อนชะตา' ถูกระงับการออกอากาศ และถูกแทนที่ด้วยเนื้อหาอื่นแล้ว"
"ถูกถอดแล้วเหรอครับ" น้ำเสียงของหลินโจวเย็นชาลง เขาเอ่ยถาม "ถูกซีรีส์เรื่องไหนเสียบแทน"
"เป็นรายการวาไรตี้รายการหนึ่ง ไม่ถึงกับเป็นระดับท็อปด้วยซ้ำ ทั้งสามแพลตฟอร์มให้เหตุผลตรงกันอย่างน่าประหลาดใจ ต่างก็บอกว่าเป็นเพราะปัญหาทางเทคนิค พวกเขายินดีจ่ายค่าชดเชยให้เราตามสมควร และยังบอกอีกว่าจะรีบแก้ไขปัญหาทางเทคนิคให้เร็วที่สุด"
หลินโจวคิดตามทันทันที "นี่คือการบีบให้ 'ลูปย้อนชะตา' เลื่อนคิวออนแอร์หลบ 'รักข้ามมิติ' สินะครับ"
จางหงตอบ "ใช่ น่าจะเป็นเพราะไชนิ่งมีเดียกดดันพวกเขา พวกเขาไม่กล้าล่วงเกินฝ่ายนั้น แต่ก็ไม่อยากแตกหักกับเราจนมองหน้ากันไม่ติด เลยไม่กล้าเอาซีรีส์เรื่องอื่นมาฉายแทน แถมยังยอมควักเงินจ่ายค่าชดเชยให้ด้วย"
"ค่าชดเชยแค่นั้นมันจะสักเท่าไหร่กัน จะเอาไปเทียบกับความเสียหายที่ซีรีส์ไม่ได้ออนแอร์ได้ยังไง" โจวหยุนที่อยู่ข้าง ๆ พูดขึ้นมาด้วยความเจ็บใจ เพราะหลินโจวเปิดลำโพงโทรศัพท์เอาไว้
"พี่หง แล้วพวกเขาบอกไหมครับว่าจะแก้ปัญหาทางเทคนิคเสร็จเมื่อไหร่" สวี่ฉู่หนานเอ่ยถาม
“ไอ้หนุ่มซิง นายนี่บื้อหรือเปล่า ปัญหาทางเทคนิคอะไรนั่นมันก็แค่ข้ออ้าง พวกเขาไม่คิดจะเอามาฉายอยู่แล้ว ก็แค่กลัวว่าซีรีส์ของเราจะไปแย่งซีน 'รักข้ามมิติ' ต่างหาก!”
โจวหยุนพูดด้วยความหงุดหงิดว่า "ต้องเป็นฝีมือของหานถูร่วมมือกับไชนิ่งมีเดียแน่ ๆ!"
"เสี่ยวหยุนพูดถูก ฉันไปสืบมาแล้ว ไชนิ่งมีเดียเป็นพาร์ตเนอร์กับฉีอี้วิดีโอ พวกเขาสั่งได้แค่เจ้านี้เจ้าเดียว ส่วนเทียนเอ๋อกับอ้ายเล่อได้ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์หลายเรื่องมาจากกวงเหมยพิกเจอร์ส การที่พวกเขาจะถูกหานถูบีบก็ไม่แปลก"
จางหงพูดด้วยความรู้สึกผิด "เป็นความสะเพร่าของฉันเองที่ไม่ได้คาดคิดถึงเรื่องพวกนี้ไว้ล่วงหน้า"
"พี่หง ไม่ใช่ความผิดของพี่หรอกครับ"
ซูชิงเหม่ยเอื้อมมือไปกุมมือของหลินโจวด้วยความกังวลเล็กน้อย หลินโจวยิ้ม น้ำเสียงยังคงราบเรียบ "แล้วชิงกั่ววิดีโอล่ะครับ"
'ลูปย้อนชะตา' มีกำหนดออนแอร์บนแพลตฟอร์มออนไลน์สี่แห่ง ได้แก่ เทียนเอ๋อ อ้ายเล่อ ฉีอี้ และชิงกั่ว ซึ่งสามแห่งแรกล้วนเป็นแพลตฟอร์มระดับท็อปที่มีฐานผู้ชมขนาดใหญ่
ส่วนชิงกั่วจัดอยู่ในระดับสอง ตอนที่สตูดิโอเจรจากับชิงกั่ว ก็แค่มองว่าเป็นช่องทางเสริมเท่านั้น
จางหงตอบ "ประธานเจิงของชิงกั่วเพิ่งยืนยันกับฉันเมื่อกี้ ว่าพวกเขาจะออนแอร์ตามปกติ"
ซูชิงเหม่ยถามขึ้น "พวกเขาไม่ถูกหานถูกับหลี่เค่อเสวียนข่มขู่เหรอคะ"
จางหงตอบ "ทางหานถูไปหาเขามาแล้ว แต่ประธานเจิงปฏิเสธไป คนคนนี้ใจเด็ดทีเดียว... เขาบอกว่าเขาเชื่อมั่นในคุณภาพของ 'ลูปย้อนชะตา' และยินดีที่จะลองเสี่ยงดู ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะก็จะไม่บ่นสักคำ"
"ประธานเจิงคนนี้ตาถึงจริงๆ" โจวหยุนยกนิ้วโป้งให้
จางหงถามด้วยสีหน้าจริงจัง "หลินโจว มะรืนนี้ที่กองถ่ายจะไปโปรโมตที่ฉงชิ่ง รวมถึงการโปรโมตหลังจากนี้ จะยังทำต่อไหม"
ในชั่วพริบตา ทั้งคนที่อยู่ในรถและในสายโทรศัพท์รวมสี่คน ต่างก็รอคอยคำตอบจากเขา
พูดให้ถูกก็คือ ตอนนี้ทั้งสตูดิโอชิงโจวกำลังรอการตัดสินใจของเขาอยู่
"ทำต่อสิครับ" หลินโจวตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
"แต่ว่า ตอนนี้เราเหลือแค่ชิงกั่ววิดีโอช่องทางเดียวนะ ส่วน 'รักข้ามมิติ' ได้ออนแอร์พร้อมกันถึงสามสถานีโทรทัศน์ ช่องทางมันคนละระดับกันเลยนะ" จางหงเตือนสติ
"ไม่เป็นไรครับ ขอแค่ซีรีส์ได้ออนแอร์ก็พอ ผู้ชมดูที่คุณภาพ ไม่ใช่แพลตฟอร์มที่ฉาย " หลินโจวยิ้มบาง ๆ "ผมมั่นใจในซีรีส์ของเราครับ"
จางหงเงียบไปครู่หนึ่ง เธอเองก็เคยดูตัวเต็มของ 'ลูปย้อนชะตา' มาแล้ว ย่อมรู้ดีว่าคุณภาพของซีรีส์เรื่องนี้เป็นอย่างไร ในที่สุดเธอก็พูดขึ้น "ตกลง งั้นเดี๋ยวฉันจะไปคอนเฟิร์มเวลาออนแอร์กับประธานเจิงของชิงกั่ว แล้วก็จะแจ้งให้กองถ่ายทราบด้วย ว่างานโปรโมตมะรืนนี้ยังคงจัดตามเดิม"
จางหงเป็นคนเด็ดขาดฉับไว เมื่อตัดสินใจแล้วก็ไม่ลังเลอีก พูดจบก็วางสาย แล้วโทรหาเจิงเฉวียนเซิ่ง เจ้านายของชิงกั่ววิดีโอทันที
"ประธานเจิง เวลาออกอากาศซีรีส์ของเรายังคงเดิมคือวันที่ 15 เมษายน ไม่มีปัญหาใช่ไหมคะ"
เสียงห้าว ๆ ดังมาจากปลายสาย "ไม่มีปัญหา!"
จางหงเตือน "วันที่ 15 เมษายน 'รักข้ามมิติ' ก็จะออกอากาศพร้อมกัน คุณน่าจะรู้เรื่องความขัดแย้งระหว่างเรากับไชนิ่งมีเดียและกวงเหมยพิกเจอร์สดี คุณไม่กลัวเหรอ"
"กลัวสิ! บริษัทระดับสองเล็ก ๆ อย่างฉัน จะกล้าไปแหยมกับไชนิ่งและกวงเหมยพิกเจอร์สได้ยังไง" เจิงเฉวียนเซิ่งหัวเราะฮ่า ๆ
จางหงถาม "แล้วคุณยังยินดีที่จะออกอากาศซีรีส์ของเราต่อไปเหรอคะ"
"เพราะฉันกลัวการใช้ชีวิตอย่างจืดชืด ถูกคนอื่นปั่นหัวตามใจมากกว่า ถ้าเป็นแบบนั้น สู้เล่นใหญ่ไปเลยจะได้จบๆ ไป" น้ำเสียงห้าว ๆ ของเจิงเฉวียนเซิ่งเต็มไปด้วยความห้าวหาญและกล้าบ้าบิ่น ราวกับนักพนัน
"เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณประธานเจิง สตูดิโอชิงโจวจะจดจำน้ำใจครั้งนี้ไว้"
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย ไม่แน่ฉันอาจจะเป็นฝ่ายได้กำไรก็ได้ ฮ่า ๆ"
ณ เมืองเหลียงเฉิงอันห่างไกล ในอาคารสำนักงานแห่งหนึ่ง ภายในบริษัทที่มีห้องทำงานเพียงสี่ห้าห้อง ชายหัวโล้นร่างใหญ่ท่าทางห้าวหาญวางโทรศัพท์มือถือลง
เลขาที่อยู่ข้าง ๆ มีสีหน้ากังวล "ประธานเจิง เราไปล่วงเกินทั้งไชนิ่งมีเดียและกวงเหมยพิกเจอร์สพร้อมกันแบบนี้ วันข้างหน้าจะอยู่ยังไงล่ะคะ"
เจิงเฉวียนเซิ่งหัวเราะหึ ๆ "แต่ฉันได้มิตรภาพจากสตูดิโอชิงโจวมานะ"
"เอ่อ..." เลขาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดเสียงอ่อย "ประธานเจิง คุณคิดว่าสตูดิโอชิงโจวมีค่ามากกว่าสองยักษ์ใหญ่นั่นเหรอคะ"
"ไม่รู้สิ! ลองเสี่ยงดูสักตั้ง" เจิงเฉวียนเซิ่งลูบหัวโล้นมันวาวของตัวเอง หัวเราะฮ่า ๆ แล้วพูดว่า "ถ้าชนะพนันก็ได้ไปคลับหรูคลอเคลียสาว ถ้าแพ้ก็ไปแบกปูนที่ไซต์ก่อสร้าง!"