เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 - เรื่องประหลาดในจวนตระกูลไป๋ วิญญาณอาฆาตทวงแค้น

บทที่ 1 - เรื่องประหลาดในจวนตระกูลไป๋ วิญญาณอาฆาตทวงแค้น

บทที่ 1 - เรื่องประหลาดในจวนตระกูลไป๋ วิญญาณอาฆาตทวงแค้น


บทที่ 1 - เรื่องประหลาดในจวนตระกูลไป๋ วิญญาณอาฆาตทวงแค้น

"ท่านพ่อ ท่านสังหารข้าไม่ได้! ข้าคือบุตรชายของท่านนะ!!"

"หากท่านสังหารข้า ผู้ใดจะสืบทอดกิจการของท่าน ผู้ใดจะเชิดชูตระกูลไป๋ของเราให้ยิ่งใหญ่!!"

แคว้นฉู่

เมืองหนานหยวน

ภายในจวนตระกูลไป๋ ชายหนุ่มในชุดหรูหราผู้หนึ่งกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ปากก็พร่ำร้องวิงวอนต่อร่างที่อยู่เบื้องหน้าไม่หยุดหย่อน

ชายชราผู้หนึ่งยืนอาบเลือดอยู่ตรงนั้น ผิวพรรณของเขาซีดเผือดผิดมนุษย์ ดวงตาไร้แววเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น ยามนี้มันกำลังจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาอาฆาตแค้นสุดแสน

ไอแค้นพวยพุ่งเสียดฟ้า กลืนกินจวนตระกูลไป๋ทั้งหลัง

ชายหนุ่มร่างสั่นสะท้านพลางเอ่ยขึ้น "ท่านพ่อ ท่านปล่อยข้าไปเถิด บนโลกนี้มีบิดาที่ใดเข่นฆ่าสายเลือดตัวเองกันบ้าง"

"อีกอย่าง จะโทษผู้ใดได้ก็ต้องโทษที่ท่านอายุยืนยาวเกินไป! ท่านสมควรตายไปตั้งนานแล้ว! หากท่านมีชีวิตอยู่ต่ออีกเพียงวัน ข้าก็ไม่อาจสืบทอดสมบัติตระกูลไป๋ได้อีกหนึ่งวัน!"

"หากทำเพื่อบุตรชายแล้ว ต่อให้ท่านต้องตายไปมันจะสำคัญอันใด"

ชายหนุ่มคุกเข่าร่ำไห้โหยหวนอยู่บนพื้น

ชายชราที่อยู่เบื้องหน้ามีนามว่า ไป๋ชิงซง ยามมีชีวิตเขาคือผู้นำตระกูลไป๋ผู้มั่งคั่งร่ำรวย

นายท่านไป๋เป็นคนใจบุญสุนทาน มักจะช่วยเหลือผู้ยากไร้อยู่เสมอ ชื่อเสียงในเมืองหนานหยวนจึงดีงามมาโดยตลอด

ส่วนชายหนุ่มผู้นี้มีนามว่า ไป๋จิ่งเหยียน เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของไป๋ชิงซง

นายท่านไป๋ได้บุตรชายผู้นี้มาเมื่อยามแก่เฒ่า จึงรักใคร่ทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน แทบจะตามใจทุกสิ่ง ทว่าด้วยเหตุนี้เองจึงหล่อหลอมให้ไป๋จิ่งเหยียนมีนิสัยเลวทรามและทำทุกวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมาย

เพื่อที่จะได้สืบทอดสมบัติของตระกูล ไป๋จิ่งเหยียนถึงขั้นลอบส่งคนไปวางยาพิษร้ายแรงในชามข้าวของบิดาบังเกิดเกล้า!

ส่งผลให้นายท่านไป๋ต้องตายอย่างอนาถคาบ้าน!

สิ้นใจไปพร้อมกับความเคียดแค้นชิงชังอย่างหาที่สุดไม่ได้!

ทว่าสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุดก็คือ...

หลังจากสังหารบิดาแท้ๆ ของตนเองแล้ว ไป๋จิ่งเหยียนหวาดกลัวว่าวิญญาณของอีกฝ่ายจะมาทวงแค้น ถึงกับไปจ้างวานผู้มีวิชามาทำพิธี หั่นศพบิดาของตนออกเป็นแปดชิ้น!

แต่ละชิ้นถูกนำไปฝังไว้ในสถานที่ต่างกัน!

ตายอย่างไร้ซากศพที่สมบูรณ์!!

ไป๋จิ่งเหยียนหลงคิดว่าหลังจากสังหารนายท่านไป๋แล้ว ตนเองจะสามารถเสวยสุขบนกองเงินกองทองได้อย่างไร้กังวล

แต่มันกลับคาดไม่ถึงว่า ไอแค้นของนายท่านไป๋จะรุนแรงถึงเพียงนี้ แม้แต่ค่ายกลฮวงจุ้ยก็ไม่อาจสะกดเอาไว้ได้!

และวันนี้ก็คือวันครบรอบเจ็ดวันหลังความตาย! อีกฝ่ายได้กลายร่างเป็นวิญญาณอาฆาต หวนกลับมาทวงหนี้แค้นถึงจวนตระกูลไป๋!!

สายลมหนาวเหน็บพัดกระหน่ำจวนตระกูลไป๋อย่างต่อเนื่อง โคมไฟสีขาวหน้าประตูถูกพัดจนแกว่งไกวอย่างรุนแรง

ความหนาวเย็นยะเยือกเสียดแทงลึกลงไปถึงกระดูก ราวกับจะแช่แข็งวิญญาณ!

ไป๋จิ่งเหยียนทรุดเข่าลงกับพื้น ร้องขอชีวิตด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ท่านพ่อ ปล่อยข้าไปเถิด! ข้าคือบุตรชายของท่านนะ ท่านคงไม่คิดจะฆ่าข้าจริงๆ หรอกใช่หรือไม่"

"หึหึ ตอนนี้เพิ่งจะรู้หรือว่าข้าคือบิดาของเจ้า ยามที่เจ้าส่งคนมาวางยาพิษข้า เหตุใดจึงไม่จำใส่หัวไว้เล่าว่าข้าคือบิดาของเจ้า ข้าอุตส่าห์เลี้ยงดูเจ้ามาด้วยความยากลำบาก แต่ไอ้เดรัจฉานเช่นเจ้ากลับกล้าสังหารบิดา! สัตว์เดรัจฉานยังรู้คุณคนแต่เจ้ามันต่ำทรามยิ่งกว่า สมควรตายนัก!!"

น้ำเสียงแหลมเล็กของไป๋ชิงซงดังกึกก้องไปทั่วจวนตระกูลไป๋ อัดแน่นไปด้วยความอาฆาตแค้นอันไร้ที่สิ้นสุด

เมื่อเห็นท่าทีแข็งกร้าวของบิดา สีหน้าของไป๋จิ่งเหยียนก็แปรเปลี่ยนไป มันตวาดกร้าวอย่างดุร้าย "ไอ้แก่! นี่แกคิดจะฆ่าข้าจริงๆ หรือ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อย่าหาว่าข้าไร้ปรานีก็แล้วกัน!"

"ปรมาจารย์กัว ขอเชิญท่านลงมือ!"

สิ้นเสียงตวาด ร่างหนึ่งก็พลันเดินออกมาจากด้านในจวนตระกูลไป๋

ผู้มาเยือนคือชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมยาวสีดำ รูปร่างหน้าตาดูภูมิฐาน มือขวาของเขาประคองหนังสือเล่มหนาเอาไว้ ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายสังหารอันเยียบเย็นออกมา

"ผู้ควบคุมวิญญาณ?"

ใบหน้าผีของไป๋ชิงซงเคร่งเครียดลง มันแค่นเสียงเย็นชา "หึ เจ้าคิดว่าหาผู้ควบคุมวิญญาณมาแล้ว จะรักษาชีวิตจัญไรของเจ้าไว้ได้หรือ"

ผู้ควบคุมวิญญาณ คืออาชีพที่พบเห็นได้ทั่วไปที่สุดในทวีปเสวียนอู่

พวกเขาเกิดมาพร้อมกับร่างกายที่เชื่อมต่อกับวิญญาณได้ดีเยี่ยม เมื่ออายุครบสิบแปดปีจะสามารถปลุกวิญญาณคู่กายขึ้นมา และใช้พลังของภูตผีเพื่อต่อกรกับวิญญาณอาฆาตได้

เห็นได้ชัดว่าไป๋จิ่งเหยียนคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าบิดาของตนอาจจะกลับมาทวงแค้น จึงได้เชิญผู้ควบคุมวิญญาณมาเตรียมพร้อมไว้

ไป๋จิ่งเหยียนแสยะยิ้มชั่วร้าย "ท่านพ่อ ข้าเองก็ไม่อยากทำเช่นนี้หรอกนะ แต่ในเมื่อท่านไม่ยอมปล่อยข้าไป ก็อย่าหาว่าบุตรชายผู้นี้เนรคุณก็แล้วกัน!"

"ต่อให้ท่านจะเป็นพ่อของข้าแล้วอย่างไร ผู้ใดที่กล้าขวางทางรวยของข้า ต่อให้เป็นพ่อ ข้าก็จะสับมันให้แหลก!!"

"ปรมาจารย์กัว ขอเชิญท่านลงมือทำลายดวงวิญญาณของไอ้แก่นี่ให้แหลกสลายไปเลย!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ปรมาจารย์กัวก็ลอบถอนหายใจอยู่ในใจ

สำหรับเดรัจฉานในคราบมนุษย์อย่างไป๋จิ่งเหยียน เขาย่อมรู้สึกขยะแขยงเป็นอย่างยิ่ง!

แทบอยากจะสับร่างของอีกฝ่ายให้เป็นหมื่นๆ ชิ้น!!

แต่ถึงอย่างไร ความผิดของไป๋จิ่งเหยียนก็ควรให้กฎหมายของราชสำนักเป็นผู้ตัดสิน!

ในเมื่อตนเองเป็นผู้ควบคุมวิญญาณ ก็ย่อมมีหน้าที่ขจัดความอาฆาตแค้นของไป๋ชิงซง เพื่อไม่ให้เขาไปทำร้ายผู้คนได้อีก!

เมื่อคิดได้ดังนั้น ปรมาจารย์กัวจึงเอ่ยปากขึ้น "นายท่านไป๋ ข้ารู้ว่าท่านมีเรื่องคับแค้นใจ แต่ในเมื่อท่านตายไปแล้ว ก็อย่าได้ยึดติดกับโลกมนุษย์อีกเลย รีบจากไปเสียเถิด!"

"ท่านวางใจได้ ข้าและราชสำนักจะทวงคืนความเป็นธรรมให้ท่านเอง!"

"ความเป็นธรรม?"

ไป๋ชิงซงระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

"ไอ้หนุ่ม หากเจ้าถูกบุตรชายแท้ๆ ของตนเองสังหาร เจ้าจะทำเช่นไร!"

"หากเจ้าถูกคนสับร่างออกเป็นแปดชิ้น แม้แต่ซากศพที่สมบูรณ์ก็ยังไม่มี เจ้าจะทำเช่นไร!"

"ตอนนี้เจ้ากล้ามาพูดเรื่องความเป็นธรรมกับข้าอย่างนั้นหรือ?!"

"ความเป็นธรรมของข้า ก็คือการส่งไอ้เดรัจฉานนี่ลงนรกไปซะ!!"

ฟุ่บ!

ทันทีที่พูดจบ มือผีอันเหี่ยวย่นของไป๋ชิงซงก็พองตัวขึ้นอย่างรุนแรง พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าแลบ พร้อมกับกลิ่นอายสังหารอันสยดสยอง

สีหน้าของปรมาจารย์กัวเปลี่ยนไปทันที

เขาคาดไม่ถึงว่าไป๋ชิงซงจะลงมือรวดเร็วถึงเพียงนี้!

ทว่าปรมาจารย์กัวก็หาได้มีความหวาดกลัวไม่

ในฐานะผู้ควบคุมวิญญาณ เขาเคยสังหารวิญญาณอาฆาตมาแล้วนับสิบตน แม้ไป๋ชิงซงจะมีไอแค้นรุนแรง ทว่าอย่างไรเสียก็เพิ่งจะกลายเป็นผีได้ไม่นาน

การจะปราบปรามอีกฝ่าย ย่อมไม่ใช่เรื่องยากเย็นอันใด!

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ปรมาจารย์กัวก็พลิกเปิดหนังสือในมือแล้วฉีกกระดาษออกมาหนึ่งแผ่น

พรวด...

เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของเขา หยดลงบนแผ่นกระดาษนั้น

วินาทีต่อมา ทารกผีตัวเขียวคล้ำก็คลานออกมาจากกระดาษ มันส่งเสียงคำรามกึกก้องก่อนจะพุ่งเข้าใส่ไป๋ชิงซง

ทารกวิญญาณอาฆาต!

นี่คือวิญญาณคู่กายของปรมาจารย์กัว!

ภูตผีชนิดนี้คือทารกที่ด่วนจากไปก่อนวัยอันควร เกิดมาพร้อมกับไอสังหารอันแข็งแกร่ง ไม่ใช่วิญญาณทั่วไปที่จะนำมาเปรียบเทียบได้

ทว่า...

ในขณะที่ปรมาจารย์กัวกำลังมั่นใจเต็มเปี่ยม!

กลับเห็นไป๋ชิงซงยื่นมือผีอันแห้งเหี่ยวออกไป เสียงฉีกขาดดังลั่น มันจับทารกวิญญาณอาฆาตฉีกออกเป็นสองซีกอย่างง่ายดาย!

ไอสังหารของทารกวิญญาณอาฆาตถูกไป๋ชิงซงสูดกลืนเข้าไปในร่างกายจนหมดสิ้น!

"ปะ เป็นไปได้อย่างไร?"

ปรมาจารย์กัวหน้าถอดสี เลือดสดๆ พ่นพรวดออกจากปากอีกระลอก ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงไม่อยากจะเชื่อ

ทารกวิญญาณอาฆาตของเขา คือวิญญาณคู่กายระดับสูงเชียวนะ!

แถมเขายังใช้เลือดของตนเองหล่อเลี้ยงมันทุกวัน! ภูตผีที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ กลับไม่อาจต้านทานการโจมตีเพียงครั้งเดียวของไป๋ชิงซงได้เลยหรือ?

เมื่อเห็นภาพฉากนี้ ไป๋จิ่งเหยียนก็ร้อนรนตะโกนขึ้น "แซ่กัว ตกลงเจ้ามีฝีมือหรือไม่กันแน่!"

"ข้าจะบอกอะไรให้นะ ข้าจ่ายเงินให้เจ้าไปแล้ว หากเจ้าสังหารไอ้แก่นี่ไม่ได้ ระวังข้าจะไปฟ้องร้องเจ้าที่ศาลาว่าการ!"

ปรมาจารย์กัวหน้าดำทะมึนลง

เขาเปิดหนังสือในมือไปอีกหน้าอย่างเงียบๆ

ในเมื่อเป็นเช่นนี้...

ก็คงต้องใช้ไพ่ตายเสียแล้ว!

พรวด... เลือดร้อนระอุพ่นออกจากปากของปรมาจารย์กัวอีกครั้ง หยดลงบนหนังสือเบื้องหน้า

วินาทีต่อมา ลมมรณะก็พัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง!

ท้องฟ้าคล้ายกับจะมืดมนลงในฉับพลัน!

สตรีชุดแดงผมเผ้ายุ่งเหยิง แผ่กลิ่นอายสังหารอันเข้มข้น คลานออกมาจากหนังสือของปรมาจารย์กัว

บริเวณหน้าท้องของสตรีผู้นั้นมีเลือดไหลซึมไม่หยุด เลือดสีแดงฉานหยดทะลักลงตามเรียวขาตกกระทบพื้น สายสะดือโชกเลือดเส้นหนึ่งห้อยระย้าลงมา!

และบนสายสะดือเส้นนั้น ก็มีทารกเปื้อนเลือดคนหนึ่งเกาะติดอยู่!

วิญญาณอาฆาตแม่ลูก!!

วิญญาณอาฆาตชนิดนี้ มักเกิดจากมารดาที่คลอดบุตรยากจนเสียชีวิตไปพร้อมกันทั้งแม่และลูก!

มารดาสิ้นใจด้วยความคับแค้น บุตรทารกเต็มไปด้วยความอาฆาต เมื่อไอแค้นของทั้งสองผสานรวมกัน ความน่าสะพรึงกลัวจึงทวีคูณหาใดเปรียบ!!

และนี่ก็คือวิญญาณคู่กายที่แข็งแกร่งที่สุดของปรมาจารย์กัว!

"ไป" ปรมาจารย์กัวสะบัดแขนเสื้อ วิญญาณอาฆาตแม่ลูกก็พุ่งทะยานออกไป ราวกับพายุหมุนพุ่งเข้าใส่นายท่านไป๋ทันที

ไอสังหารสองสายปะทะกันอย่างรุนแรงในชั่วพริบตา!

เสียงกรีดร้องของวิญญาณอาฆาตแม่ลูกและนายท่านไป๋ ดังบาดหูราวกับเสียงเล็บขูดกระจก

ไอสังหารอันรุนแรง ทำให้ทุกคนในที่นั้นอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้าน

ในที่สุด ไอสังหารทั้งสองสายก็ค่อยๆ สงบลง วิญญาณอาฆาตแม่ลูกและดวงวิญญาณของนายท่านไป๋ต่างก็สลายหายไปจากโลกนี้พร้อมกัน

เมื่อเห็นร่างของไป๋ชิงซงสลายไป ไป๋จิ่งเหยียนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้แก่ ในที่สุดก็ตายไปเสียที!!"

"ข้าบอกแล้วไง ผู้ใดที่กล้าขวางทางรวยของข้า! ต่อให้เป็นพ่อแท้ๆ ขาก็จะฆ่าทิ้งไม่เว้น!!"

ไป๋จิ่งเหยียนเอ่ยปากพลางกระทืบเท้าลงบนจุดที่บิดาของตนสลายตัวไปอย่างแรงสองสามครั้ง

ทว่า มันยังไม่ทันได้ดีใจอยู่นาน ลมมรณะอันแปลกประหลาดก็พัดกระหน่ำเข้ามาอีกระลอก

สีหน้าของปรมาจารย์กัวเปลี่ยนไปทันที

เขาเห็นนายท่านไป๋ที่เพิ่งจะสลายหายไปเมื่อครู่ กลับโผล่มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของไป๋จิ่งเหยียนตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ ดวงตาสีเลือดแดงฉานกำลังจ้องมองไป๋จิ่งเหยียนอย่างเยียบเย็น!

"ระวัง!"

ปรมาจารย์กัวร้องตะโกนลั่น

แต่ทว่าสายเกินไปแล้ว!

วินาทีต่อมา มือผีสีดำอันแห้งเหี่ยวก็พุ่งทะลวงออกไป เสียงเนื้อฉีกขาดดังสยดสยอง มือผีนั้นทะลวงผ่านหน้าอกของไป๋จิ่งเหยียนไปอย่างโหดเหี้ยม

ประกายชีวิตในดวงตาของไป๋จิ่งเหยียนดับวูบลงอย่างรวดเร็ว

มันยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้องโหยหวนออกมาแม้แต่แอะเดียว ก็กลายเป็นเพียงซากศพไปเสียแล้ว

"ปะ เป็นไปได้อย่างไร?"

เมื่อมองดูร่างไร้วิญญาณของไป๋จิ่งเหยียนบนพื้น ปรมาจารย์กัวก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง

เขาถึงขั้นปล่อยตัวอันตรายอย่างวิญญาณอาฆาตแม่ลูกออกมาแล้วแท้ๆ!

แต่กลับไม่สามารถสังหารไป๋ชิงซงได้งั้นหรือ?

เจ้านี่เพิ่งจะกลายเป็นวิญญาณอาฆาตแท้ๆ เหตุใดจึงได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้?

ปรมาจารย์กัวอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทิ้ม ขนอ่อนทั่วร่างลุกซัน

ไป๋ชิงซงหัวเราะลั่น "วิญญาณอาฆาตทั่วไป ย่อมไม่มีทางมีพลังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้แน่ แต่หากวิญญาณอาฆาตตนนี้ ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เคยเป็นผู้ควบคุมวิญญาณมาก่อนเล่า"

"อะไรนะ?"

เมื่อได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของปรมาจารย์กัวก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน

แต่ไม่นานเขาก็เข้าใจได้ในทันที

จริงด้วย ผู้ควบคุมวิญญาณเกิดมาพร้อมกับไอสังหารอันแข็งแกร่ง เมื่อพวกเขาตายไป ไอสังหารย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าวิญญาณอาฆาตทั่วไปนับพันนับหมื่นเท่า

มิน่าเล่า แม้แต่วิญญาณอาฆาตแม่ลูกก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า...

ปรมาจารย์กัวฝืนยิ้มขื่นพลางเอ่ย "ทว่า ที่ข้ามาในวันนี้ ก็เป็นเพียงการรับจ้างทำตามหน้าที่ ระหว่างเจ้ากับข้าหาได้มีความแค้นฝังลึกอันใดไม่ ในเมื่อเจ้าล้างแค้นสำเร็จแล้ว จะละเว้นชีวิตข้าสักคนได้หรือไม่"

"เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือ?"

ไป๋ชิงซงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "ปรมาจารย์กัว เจ้าช่างไร้เดียงสาเสียจริง! เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยผู้ควบคุมวิญญาณรอดไป เพื่อให้ดึงดูดการตามล่าจากราชสำนักอย่างนั้นหรือ?"

ในฐานะที่เคยเป็นผู้ควบคุมวิญญาณ เขาย่อมรู้ดีกว่าผู้ใด!

ช่วงสองปีมานี้ ราชสำนักแทบจะไม่มีความอดทนต่อวิญญาณอาฆาตเลยแม้แต่น้อย! ขอเพียงมีวิญญาณอาฆาตปรากฏตัว ก็จะต้องเผชิญกับการไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งจากเหล่าผู้ควบคุมวิญญาณทันที!

เขาย่อมไม่มีทางปล่อยเสือเข้าป่าเด็ดขาด!

ปรมาจารย์กัวได้ยินเช่นนั้นก็ส่งยิ้มขื่น

แม้เขาจะรู้อยู่เต็มอก ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของไป๋ชิงซง หัวใจก็ยังอดไม่ได้ที่จะดิ่งวูบลงสู่ก้นเหว

คิดไม่ถึงเลยว่า...

การต่อสู้ในวันนี้ จะเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายในชีวิตผู้ควบคุมวิญญาณของเขา!

นอกจากจะช่วยชีวิตไป๋จิ่งเหยียนไม่ได้แล้ว ยังต้องเอาชีวิตของตนเองมาทิ้งอีก!

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ปรมาจารย์กัวก็หลับตาลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

ทว่า ในขณะที่เขากำลังหลับตารอความตายอยู่นั้น!

กริ๊งๆๆ!

เสียงประหลาดก็พลันดังขึ้น ราวกับมีโซ่เหล็กกำลังครูดไปกับพื้น

และพร้อมกับเสียงโซ่เหล็กนั้นเอง ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ เดินก้าวเข้ามาจากพื้นที่ไม่ไกลนัก

"คนตายสัญจร คนเป็นหลีกทาง!"

"สัมภเวสีเร่ร่อน จงเร่งกลับคืน!"

(หมายเหตุผู้แต่ง: นักเขียนหน้าใหม่ นิยายเรื่องใหม่ ขอทุกท่านโปรดสนับสนุน น้อมรับด้วยความเคารพ!)

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 1 - เรื่องประหลาดในจวนตระกูลไป๋ วิญญาณอาฆาตทวงแค้น

คัดลอกลิงก์แล้ว