เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

682 - ประกาศิตความตาย!

682 - ประกาศิตความตาย!

682 - ประกาศิตความตาย!


682 - ประกาศิตความตาย!

ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์จื่อเว่ยมีร่างกายสูงใหญ่ ศีรษะของเขาสวมมงกุฎสีม่วงทอง เขาสวมเสื้อคลุมนักพรต ดวงตาลึกล้ำราวกับมหาสมุทร โดยร่างกายของเขาได้ปลดปล่อยแสงสีม่วงที่ส่องประกายระยิบระยับทำให้ดูศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก

หากเป็นวันธรรมดา เขาจะไม่มีทางให้คนแบบเย่ฟ่านเข้าพบอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้เขากลับมีท่าทียิ้มแย้มราวกับเป็นญาติผู้ใหญ่ของเย่ฟ่าน

“ก็แค่เรื่องในอดีตอย่าพูดถึงมันอีกเลย”

"ความจริงแล้วมันเป็นเพียงเรื่องของเด็กๆ หากไม่ต่อยตีก็จะไม่รู้จักกัน ฮ่าๆๆ พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ไม่เคยสนใจอยู่แล้ว” ผู้อาวุโสที่อยู่ข้างๆก็กล่าวด้วยเสียงหัวเราะเช่นกัน

เย่ฟ่านและคนอื่นๆเข้าสู่นิกายจื่อเว่ยและในที่สุดก็ถูกส่งตัวมาพบประมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์เป็นการส่วนตัว ซึ่งทำให้ผู้คนที่ได้ยินข่าวตกใจเป็นอย่างมาก

“นิกายจื่อเว่ยยอมก้มหัวแล้ว!”

“จุดต่อไปข้าได้ยินมาว่าพวกเขาจะเดินทางไปจงโจวเพื่อเยี่ยมเยียนนิกายหยินหยาง น่าเสียดายที่ข้าไม่มีปัญญาข้ามไปยังจงโจวด้วย ไม่อย่างนั้นข้าจะร่วมเป็นพยานในเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”

มีผู้คนมากมายกล่าวด้วยความตื่นเต้น ตามปกติแล้วแม้แต่ผู้สูงสุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ คนต่ำต้อยเช่นพวกเขาก็ยังไม่มีปัญญาเข้าพบ

แต่ตอนนี้บุคคลระดับปราชญ์โบราณกลับติดตามอยู่ด้านหลังของเย่ฟ่านและได้แสดงอำนาจบ่อยครั้ง ซึ่งพลังที่ผู้อาวุโสคนนี้ใช้ออกมามันทำให้ผู้คนมากมายรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็น

ในไม่ช้าเรื่องราวของชายชราผู้บ้าคลั่งก็ถูกเปิดเผยจากผู้คนของสำนักจื่อเว่ยซึ่งทำให้มหาอำนาจทั่วทั้งดินแดนรกร้างตะวันออกสั่นสะท้านไปถึงจิตใจ

นี่คือปรมาจารย์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนซวนที่ไม่มีใครเทียบได้!

“เขาเป็นคนบ้าที่มีอายุกว่าหกพันปีคนนั้นจริงๆ !”

“การที่เขามีอายุยืนยาวแบบนี้มันก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเขาคือสิ่งมีชีวิตอมตะ!”

มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งจะมีอายุหกพันปี แม้กระทั่งราชาสวรรค์แห่งตระกูลเจียงที่มีอายุสี่พันห้าร้อยปีในตอนที่ถูกค้นพบก็แทบจะไม่สามารถประคองวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองไว้ได้ด้วยซ้ำ

ในสถานการณ์ปัจจุบันดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนซวนยังคงไม่ถูกทำลาย ตราบใดที่ผู้อาวุโสคนนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ด้วยสถานะของเขาดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้นจะคงอยู่ไปตลอดกาล

ในตอนแรกศัตรูของเย่ฟ่านคิดว่าราชาสวรรค์ผู้เฒ่าได้ตายไปแล้ว ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะฆ่าเขา

แต่ตอนนี้กลับปรากฏชายชราผู้บ้าคลั่งขึ้นมา ซึ่งมันทำให้แม้แต่มหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็ยังไม่กล้าแตะต้องเย่ฟ่าน!

เย่ฟ่านและคนอื่นๆ ออกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์จื่อเว่ยเตรียมที่จะเดินทางต่อไปยังหน้าผาศักดิ์สิทธิ์

เขาไม่ได้ตั้งใจจะไปเยือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นใด และเพียงแค่ต้องการใช้พลังของชายชราผู้บ้าคลั่งในการยุติปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ดินแดนรกร้างตะวันออกได้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!

เหล่าปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์รวมทั้งราชันย์ศักดิ์สิทธิ์จากตระกูลต่างๆ ที่ทราบข่าวต่างก็เปิดประตูมิติมุ่งหน้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์จื่อเว่ยเพื่อมาแสดงความเคารพต่อชายชราผู้บ้าคลั่ง

เหล่าผู้สูงสุดระดับครึ่งเซียนเหล่านี้เต็มไปด้วยความวิตกกังวล สถานการณ์ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าชายชราผู้บ้าคลั่งไม่ได้เป็นบ้าเหมือนเดิมอีกแล้ว บางทีเหตุการณ์ในอดีตทุกอย่างเขาอาจจะจดจำได้อย่างชัดเจน

ในอดีตดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนซวนถูกปล้นจนว่างเปล่า และผู้ที่ทำเรื่องชั่วร้ายแบบนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์และตระกูลขุนนางโบราณอันยิ่งใหญ่ทั้งสิ้น

ควรทราบว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนซวนคือมหาอำนาจอันดับหนึ่งของดินแดนรกร้างตะวันออก มรดกของพวกเขาสืบต่อกันมานับแสนปี

ในอดีตพวกเขาคือหัวหอกในการทำลายศาลสวรรค์ด้วยซ้ำ และสมบัติอันมากมายมหาศาลรวมทั้งคัมภีร์วิชาฝีมือของศาลสวรรค์ก็แทบจะถูกพวกเขากวาดไปเกือบครึ่ง

ในตอนที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนซวนล่มสลาย แน่นอนว่ามรดกอันมากมายมหาศาลของพวกเขาล้วนถูกแบ่งปันในบรรดามหาอำนาจของดินแดนรกร้างตะวันออกทั้งหมด

ถ้าชายชราผู้บ้าคลั่งยังผูกใจเจ็บต่อเรื่องนี้ มันจะเป็นหายนะครั้งใหญ่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน ไม่ว่าพวกเขาจะมีอาวุธเตาสุดขั้วหรือไม่ก็ตาม

เมื่อเย่ฟ่านและพรรคพวกของเขาเข้าไปในเมืองหวังกง ถนนทั้งสายก็เงียบสงบ และทุกคนก็ถอยกลับและแสดงความเคารพต่อชายชราผู้บ้าคลั่งด้วยความกลัว

ตราบใดที่เป็นผู้บ่มเพาะของดินแดนรกร้างตะวันออก ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่กล้าแสดงความไม่เคารพต่อชายชราผู้บ้าคลั่ง

ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเจียง ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ตระกูลเฟิง ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ตระกูลจี้ ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วง ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์เต๋า ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ไร้สิ้นสุด ราชินีศักดิ์สิทธิ์ทะเลสาบหยก ทุกคนต่างอยู่ที่นี่พร้อมหน้ากัน!

นิกายหยินหยางในช่วงเวลานี้เงียบสนิทราวกับเป็นดินแดนรกร้าง พวกเขาประสบความสูญเสียอย่างหนัก ควรทราบว่ายอดฝีมือระดับผู้สูงสุดในนิกายระดับสูงเช่นพวกเขาใช่ว่าจะมีมากมายเหมือนหน่อไม้

การที่พวกเขาสูญเสียยอดฝีมือระดับสูงสุดครั้งเดียวถึงแปดคนมันทำให้ความแข็งแกร่งของพวกเขาลดลงไปมากกว่าครึ่ง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้วที่พวกเขาจะไม่ส่งใครเข้ามาในตงหวงอีก

สิ่งที่พวกเขาทำตอนนี้คือเตรียมตัวรับการโจมตีจากปราชญ์โบราณที่อาจเดินทางมากวาดล้างพวกเขาถึงจงโจว

จี้ฮ่าวเยว่และจี้จื่อเยว่มาพร้อมกับราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ตระกูลจี้ และทั้งคู่มีโอกาสเข้าพบชายชราผู้บ้าคลั่งเป็นการส่วนตัวเนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างจี้จื่อเยว่และเย่ฟ่าน

ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์น้อยตระกูลจี้เคยต่อสู้กับบุตรศักดิ์สิทธิ์หยินหยางในอดีต และการต่อสู้ระหว่างพวกเขาไม่ปรากฏผลแพ้ชนะ

ตอนนี้เย่ฟ่านตัดศีรษะบุตรศักดิ์สิทธิ์และสตรีศักดิ์สิทธิ์หยินหยางด้วยมือของเขาเอง มันทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะมองว่าจี้ฮ่าวเยว่มีไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่ฟ่าน

จี้จื่อเยว่จากตระกูลจี้มีลักยิ้มที่แก้ม ฟันสีขาวของนางเปล่งประกายสดใส นางโล่งใจเมื่อรู้ว่าเย่ฟ่านยังรอดชีวิต แต่ทันทีที่นางจะเดินเข้าหาเขา ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ตระกูลจี้กลับส่งเสียงห้ามปราม

เจียงอี้เฟยก็ยืนอยู่ด้านข้างราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ตระกูลเจียง เขาสวมเสื้อผ้าสีขาวสดใสและใบหน้าอันหล่อเหลาของเขางดงามราวกับหยก

นี่เป็นหนึ่งในชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่ารูปงามที่สุดในดินแดนรกร้างตะวันออกเคียงคู่กับฮั่วอวิ๋นเฟยแห่งสำนักไท่ซวน และเขาทิ้งความประทับใจลึกๆไว้กับเย่ฟ่าน

จนถึงตอนนี้ เย่ฟ่านได้พิจารณาแล้วว่าเจียงอี้เฟยไม่ใช่ร่างศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเจียงแต่เขารู้สึกว่าบุคคลนี้แข็งแกร่งไม่ธรรมดาและจะต้องมีอนาคตสดใสไม่เป็นรองร่างศักดิ์สิทธิ์ผู้ลึกลับคนนั้น

ที่ด้านข้างของปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ตระกูลเฟิง เฟิ่งหวงก็ติดตามมาด้วย สายตาที่นางมองไปยังเย่ฟ่านเต็มไปด้วยความซับซ้อน

เหยากวงก็ติดตามอยู่ด้านหลังปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงสายตาที่เขามองเย่ฟ่านนั้นเต็มไปด้วยความหวาดระแวงไม่สามารถปิดบังได้

บางทีหากเย่ฟ่านได้รับความช่วยเหลือจากทักษะลึกลับของชายชราคนนี้เขาอาจจะหายเป็นปกติก็ได้!

“เจตนาของปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้คืออะไร พวกเขาพาลูกศิษย์ที่ดีที่สุดของสำนักมาพบผู้อาวุโสปราชญ์โบราณเพื่ออะไรกันแน่?” หลี่เหอซุยส่งเสียงซุบซิบเบาๆ

“เรียนผู้อาวุโส พวกเราทุกคนยินดีที่จะส่งศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเราให้เข้าสู่สำนักเทียนซวนเพื่อช่วยสร้างสำนักเทียนซวนให้มีความยิ่งใหญ่เหมือนเช่นครั้งอดีต” ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ทุกคนกล่าวอย่างนอบน้อม

“พวกเขากลับมีเจตนาเช่นนี้!” แม้แต่สุนัขสีดำตัวใหญ่ก็ตกใจ

แม้ว่าทุกคนจะเฝ้ารอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ อย่างไรก็ตามชายชราผู้บ้าคลั่งเงียบมาก เขาดูเหมือนจะไม่สนใจข้อเสนอของปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้เลย

ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์บางคนมีเหงื่อเย็นไหลซึมออกมาจากหน้าผาก บรรพบุรุษของพวกเขาปล้นดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนซวนไปจนหมด และพวกเขาไม่รู้ว่าปรมาจารย์เฒ่าคนนี้จะยังเคียดแค้นอยู่หรือไม่

“ข้ายินดีที่จะให้ทุกอย่างเพื่อให้สำนักเทียนซวนสามารถกลับไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในอดีต!” ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์บางคนกัดฟันกล่าวอีกครั้ง

ในตอนนี้ไม่มีผู้ใดต้องการที่จะถอยหลัง พวกเขารีบให้การสนับสนุนอย่างรวดเร็ว มันมีเหตุผลที่สนับสนุนให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ทุ่มเทอย่างสุดกำลัง

พวกเขาสัมผัสได้ถึงกลียุคที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า หากทายาทที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขาได้รับความคุ้มครองโดยใช้ชราคนนี้ มันก็หมายความถึงมรดกของพวกเขาที่จะสืบทอดต่อไปในอนาคตอีกด้วย

เพราะชายชราผู้บ้าคลั่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะเพียงคนเดียวของดินแดนรกร้างตะวันออก ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่หากไม่ใช่สิ่งมีชีวิตอมตะปรากฏขึ้น มันไม่มีทางที่ผู้ใดจะสร้างอันตรายให้เขาได้เลย ต่อให้เป็นอาวุธเต๋าสุดขั้วก็ตาม!

“เจ้าคิดจะรนหาที่ตาย...”

ท่ามกลางการเฝ้ารอคอยของทุกคน ชายชราผู้บ้าคลั่งกลับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ปะทุขึ้นจากร่างของเขาพัดพาเส้นผมอันยุ่งเหยิงออกไปและเผยให้เห็นใบหน้าที่คมชัดของเขา

นี่เป็นชายวัยกลางคนที่หล่อเหลาอย่างยิ่ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเที่ยงธรรม และมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ที่ดึงดูดใจผู้คนมากที่สุดก็คือดวงตาทั้อันลึกล้ำทั้งคู่ซึ่งแสดงให้เห็นสติปัญญาที่ไม่สิ้นสุด

นี่จะเป็นคนบ้าอย่างที่ผู้คนเล่าลือได้อย่างไร เขาคือปราชญ์โบราณผู้เต็มไปด้วยความสง่างามไม่มีที่ติชัดๆ!

ในตอนที่ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ทุกคนเข้าใจว่าชายชราผู้บ้าคลั่งกล่าววาจากับพวกเขา และทุกคนก็ลุกขึ้นเพื่อปกป้องทายาทที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขาด้วยความกลัว

ทันใดนั้นกลีบดอกไม้สีขาวราวกับหิมะที่มีโลหิตศักดิ์สิทธิ์สีแดงฉานแต่งแต้มอยู่เล็กน้อยก็ร่วงตกลงมาจากท้องฟ้า!

“พิภพ!”

หลายคนหน้าซีด นี่คือสุดยอดนักฆ่าจากยุคโบราณ การที่เขากล้าปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าชายชราผู้บ้าคลั่ง เห็นได้ชัดว่าเขามีความมั่นใจที่จะลงมือให้ประสบผล

หรือว่าเขาก็เป็นสิ่งมีชีวิตอมตะเช่นกัน!

“ร่างเซียนโบราณต้องตาย!” กลีบดอกไม้โลหิตที่ร่วงตกลงมาก่อตัวเป็นอักษรเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยไอสังหารที่ไม่สิ้นสุด

"ประกาศิตความตายของพิภพ!"

จบบทที่ 682 - ประกาศิตความตาย!

คัดลอกลิงก์แล้ว