- หน้าแรก
- มรรคาดาราผลาญสวรรค์
- บทที่ 4 นังหนูพวกนี้เล่นท่ายากเสียด้วย!
บทที่ 4 นังหนูพวกนี้เล่นท่ายากเสียด้วย!
บทที่ 4 นังหนูพวกนี้เล่นท่ายากเสียด้วย!
บทที่ 4 นังหนูพวกนี้เล่นท่ายากเสียด้วย!
ในป่าเขาที่ห่างจากกู่เฉินไม่ไกลนัก ปรากฏคนสองกลุ่มกำลังต่อสู้พัวพันกันอยู่ หญิงสาวสองคนถูกชายในชุดสีเทาห้าคนล้อมไว้ตรงกลาง
ชายวัยกลางคนมองทั้งสองด้วยรอยยิ้มหื่นกาม "แม่หนูทั้งสอง หากยังไม่ยอมบอกทางเข้าเหมืองแร่เพลิงมาอีกล่ะก็ เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะจัดการพวกเจ้าตรงนี้เลย!"
หญิงสาวคนหนึ่งมีสีหน้าย่ำแย่อย่างยิ่ง นางด่าทอด้วยความโกรธ "ถุย! คนของจวนเจ้าเมืองอย่างพวกเจ้ายังจะมียางอายอยู่อีกหรือ หากอยากรู้ทางเข้าเหมืองแร่เพลิงก็ไปหาเอาเองสิ!"
"จิ๊จิ๊ เวลาแม่หนูโกรธนี่ยิ่งงดงามนัก น้องชายของข้าชักจะทนไม่ไหวแล้วสิ! ฮ่าฮ่าฮ่า หากยังไม่บอกอีกพี่ชายจะถอดกางเกงแล้วนะ!"
ตู้ม!
ในขณะที่พวกมันกำลังหยอกล้ออยู่นั้น หญิงสาวคนหนึ่งก็หยิบลูกแก้วพลังงานออกมาแล้วปาใส่หน้าพวกมันจนระเบิดเสียงดังสนั่น ควันดำลอยคลุ้งไปทั่ว
คนของจวนเจ้าเมืองที่ตั้งตัวไม่ติดพากันไอสำลักอย่างรุนแรง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหญิงสาวทั้งสองก็วิ่งหนีไปไกลแล้ว
"นังตัวเหม็นสองคนนั้น ตามไปให้ได้ หากจับได้ข้าจะจับทำเมียตรงนี้แหละ!!"
ชายทั้งห้าคนรีบวิ่งตามไปทันที
"ท่านพี่ วิ่งแบบนี้ต่อไปไม่ช้าก็เร็วต้องถูกตามทันแน่!"
วิ่งไปได้สักพักกู้ยวี่เอ๋อร์ผู้น้องก็หอบหายใจถี่รัว ระดับการฝึกตนของพวกนางแต่เดิมก็สู้พวกจวนเจ้าเมืองไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งอีกฝ่ายมีคนมากกว่าแถมยังอยู่ห่างจากเมืองหลินซานอีกไกล โอกาสหนีกลับเมืองหลินซานนั้นริบหรี่นัก
กู้ยวี่เอ๋อร์จึงเสนอว่า "หรือว่าพวกเราจะบอกพวกมันไปเถอะ!"
กู้ฉิงเอ๋อร์กัดฟันแน่น "ไม่ได้เด็ดขาด จะบอกพวกมันไม่ได้ เหมืองแร่นี้ตระกูลกู้ของเราเป็นคนพบ จะปล่อยให้จวนเจ้าเมืองชุบมือเปิบได้อย่างไร ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องนำข่าวนี้กลับไปแจ้งแก่ตระกูลให้ได้ นี่คือเรื่องคอขาดบาดตายของตระกูลเรา!"
ทันใดนั้นสายตาของกู้ฉิงเอ๋อร์ก็เหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังใช้ดาบตัดหัวพยัคฆ์เพลิงอยู่ที่อีกด้านหนึ่ง
พยัคฆ์เพลิงเป็นถึงสัตว์อสูรระดับหกเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับเบิกนภาขั้นที่หก!
การที่เด็กหนุ่มคนนั้นสามารถตัดหัวพยัคฆ์เพลิงได้อย่างง่ายดาย พลังของเขาย่อมต้องเหนือกว่าระดับเบิกนภาขั้นที่หกอย่างแน่นอน!
นางกลอกตาไปมาก่อนจะตะโกนขึ้น "ตามข้ามา!"
หญิงสาวทั้งสองพุ่งทะยานไปยังทิศทางที่กู่เฉินอยู่ทันที
"หืม?"
กู่เฉินที่เพิ่งเก็บแก่นอสูรพยัคฆ์เพลิงเสร็จก็สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวจากทางนั้น
"คุณหนูใหญ่และคุณหนูรองตระกูลกู้?"
เมื่อเห็นหญิงสาวทั้งสองวิ่งเข้ามา กู่เฉินก็ขมวดคิ้วพึมพำกับตัวเอง "จะมาแย่งแก่นอสูรหรือ?"
ตระกูลกู้ ตระกูลกู่ และตระกูลไป๋ คือสามตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลินซาน ตลอดมามักจะแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเพื่อตำแหน่งตระกูลอันดับหนึ่งอยู่เสมอแต่ก็ไม่มีใครยอมใครจนเกิดเรื่องบาดหมางกันไม่เว้นแต่ละวัน
ความขัดแย้งระหว่างตระกูลกู่และตระกูลกู้ก็ลึกซึ้งไม่เบา
เมื่อเห็นหญิงสาวทั้งสอง กู่เฉินก็กระชับดาบในมือแน่น หญิงสาวสองคนนี้เขาเคยปะทะด้วยมาก่อนและเคยเสียเปรียบพวกนางมาแล้ว
ทว่าไม่นานเขาก็เห็นคนที่ไล่ตามหลังพวกนางมา ดูเหมือนจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิดเสียแล้ว
"กู่เฉิน? เหตุใดจึงเป็นเจ้าโจรบ้ากามนี่ เจ้ากลายเป็นคนพิการไปแล้วไม่ใช่หรือ?"
หญิงสาวทั้งสองที่จำกู่เฉินได้ก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย เรื่องที่กู่เฉินย่ำยีสาวใช้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลินซานแล้ว พวกนางย่อมต้องเคยได้ยินมาบ้าง
กู่เฉินคร้านจะใส่ใจและไม่อยากอธิบายอะไรให้มากความ "เกี่ยวอะไรกับพวกเจ้า?"
เขาหันหลังเดินหน้าเข้าป่าไปทันที
จังหวะนั้นเองคนของจวนเจ้าเมืองก็ไล่ตามมาทัน "จับพวกนางไว้!"
ใครจะคาดคิดว่าหญิงสาวทั้งสองจะวิ่งมาดักหน้ากู่เฉินขวางทางเขาไว้ พร้อมกับหันไปตวาดใส่คนของจวนเจ้าเมืองที่ตามมาด้านหลัง
"สามีของพวกข้าอยู่ที่นี่ หากพวกเจ้ากล้าลงมืออีกล่ะก็ รับรองได้เลยว่าพวกเจ้าจะไม่ได้เดินออกจากป่าสัตว์อสูรแห่งนี้แม้แต่คนเดียว!!"
พวกนางไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ไม่ตายอยู่ในป่าสัตว์อสูรแห่งนี้พร้อมกับถูกย่ำยีจนตาย ก็ต้องพึ่งกู่เฉิน!
เรียกได้ว่าตอนนี้กู่เฉินกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายของพวกนางแล้ว
"หืม?"
ปฏิกิริยาของหญิงสาวทั้งสองทำให้กู่เฉินเข้าใจในทันทีว่าพวกนางกำลังใช้เขาเป็นโล่กำบัง! นัยน์ตาของกู่เฉินเย็นเยียบขึ้นมาทันที
ขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าหนีออกจากเรื่องวุ่นวายนี้ คนของจวนเจ้าเมืองก็พุ่งเข้ามาแล้ว
"นังหนูสองคนนี้เล่นท่ายากเสียด้วย ปรนนิบัติสามีคนเดียวกันงั้นหรือ?"
ผู้ดูแลสามแห่งจวนเจ้าเมืองกวาดตามองกู่เฉินพร้อมกับกระชับดาบในมือแน่น "ผู้ชายฆ่าทิ้ง ส่วนผู้หญิงเก็บไว้ดูเล่น!"
"ขอรับ ผู้ดูแลสาม!"
ชายเหล่านั้นพุ่งเข้ามาหมายจะสังหารทันที
มาถึงขั้นนี้กู่เฉินก็ไม่มีทางเลือกอื่น เขาตวัดดาบในมือขึ้น ปราณดาบสายหนึ่งพุ่งทะลวงออกไปบั่นคอคนที่พุ่งเข้ามาเร็วที่สุดจนขาดสะบั้น พร้อมกันนั้นเขาก็เบี่ยงตัวหลบการโจมตีของอีกสี่คนที่เหลือได้อย่างฉิวเฉียด
"ปราณดาบ? ผู้ใช้ดาบงั้นหรือ?!"
การลงมือของกู่เฉินทำให้คนของจวนเจ้าเมืองตกตะลึงไปตามๆกัน พวกมันไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะร้ายกาจถึงเพียงนี้แถมยังบ่มเพาะปราณดาบออกมาได้อีกด้วย
"ก็แค่ระดับเบิกนภาขั้นที่สอง มีปราณดาบแล้วจะทำไม เข้าไปพร้อมกัน รีบจัดการให้จบๆไป!"
ผู้ดูแลสามแค่นเสียงเย็น ชายสี่คนพุ่งเข้ามาจากสี่ทิศทางพร้อมกัน
พริบตาเดียวกู่เฉินก็เข้าปะทะกับคนทั้งสี่ ทว่าใครจะคาดคิดว่าสองพี่น้องกู้ฉิงเอ๋อร์และกู้ยวี่เอ๋อร์จะฉวยโอกาสหนีออกจากวงล้อมสบตากันแล้ววิ่งหนีไปอีกทาง
"นังตัวแสบสองคนนั้น!" กู่เฉินสบถด่าในใจ การโจมตีของคนทั้งสี่มาถึงแล้ว
"ตายซะ!!"
กู่เฉินกะจังหวะลงมือ ดาบบั่นเศียรถูกฟันออกไปประกายดาบสว่างวาบขึ้นมาในชั่วพริบตา
ความเร็วของดาบนี้รวดเร็วนักแถมยังมาในมุมที่คาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นหลบไม่ทันถูกฟันจนหัวหลุดกระเด็นเลือดสาดกระเซ็น
"น้องสี่!!"
เมื่อเห็นลูกน้องตายตกผู้ดูแลสามก็คำรามลั่น ทว่ายังไม่ทันที่การโจมตีของมันจะเข้าถึงตัวกู่เฉิน อีกสองคนที่เหลือก็ร่วงลงไปกองกับพื้นใต้คมดาบของกู่เฉินเสียแล้ว
ทันใดนั้นผู้ดูแลสามก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง เมื่อเผชิญกับสายตาที่จ้องมองมาของกู่เฉินสีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปทันที "เจ้าคือ... กู่เฉิน?!"
เมื่อเหลือเพียงมันกับกู่เฉิน มันก็จำกู่เฉินได้ในที่สุด มิน่าเล่าถึงรู้สึกคุ้นหน้าเด็กหนุ่มคนนี้นัก
แต่ตระกูลกู่ไม่ได้ปล่อยข่าวว่ากู่เฉินถูกทำลายจิตดาราและจุดตันเถียนจนกลายเป็นคนพิการถูกขังอยู่ในคุกใต้ดินของตระกูลกู่หรอกหรือ แล้วเหตุใดจึงมาโผล่ที่นี่ได้ แถมยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!
ผู้ดูแลสามแห่งจวนเจ้าเมืองขบกรามแน่นจ้องมองกู่เฉินตาไม่กะพริบ "กู่เฉิน จวนเจ้าเมืองของข้ากับตระกูลกู่ของเจ้าไม่เคยมีความแค้นต่อกัน เหตุใดเจ้าจึงต้องฆ่าคนของข้า!"
กู่เฉินชี้ดาบไปที่ผู้ดูแลสาม "ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะเป็นฝ่ายพุ่งเข้ามาฆ่าข้าโดยไม่ถามไถ่ก่อนไม่ใช่หรือ?"
ผู้ดูแลสามตอบกลับ "ก็เจ้าไม่ใช่สามีของนังผู้หญิงสองคนนั้นหรือ?"
กู่เฉินแค่นเสียงเย็น "พวกนางพูดอะไรเจ้าก็เชื่อหมดงั้นสิ ถ้าพวกนางบอกว่าข้าเป็นพ่อเจ้า เจ้าก็จะเชื่อด้วยงั้นหรือ?"
ผู้ดูแลสามโกรธจัด "รนหาที่ตาย!"
"หมัดวายุสดับ!"
สิ้นเสียงหมัดก็ซัดปราณลมพุ่งตรงเข้าใส่หัวของกู่เฉิน "เจ้ามีปราณดาบ ข้าก็มีปราณหมัด ไม่ถึงคราวให้โจรราคะอย่างเจ้ามาโอหัง!!"
ผู้ดูแลสามมีระดับการฝึกตนอยู่เบิกนภาขั้นที่ห้าสูงกว่ากู่เฉินถึงสองขั้น กู่เฉินฆ่าลูกน้องของมันไปสี่คน วันนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมันก็ต้องฆ่าไอ้สารเลวนี่ให้ได้!
"งั้นหรือ?"
มุมปากของกู่เฉินยกขึ้นเล็กน้อย ดาบบั่นเศียรปะทะเข้ากับปราณหมัดของผู้ดูแลสามอย่างจัง
ปราณดาบอันแหลมคมทำลายปราณหมัดของผู้ดูแลสามได้ในพริบตา ดาบเดียวฟันฝ่ามือของผู้ดูแลสามแห่งจวนเจ้าเมืองจนขาดสะบั้น
"อ๊าก!!"
เสียงร้องโหยหวนดังสนั่นไปทั่วป่าทำให้นกกาแตกตื่นบินหนี "นี่มันวิชาดาบอะไรกัน เป็นไปไม่ได้!!"
ผู้ดูแลสามเบิกตากว้างมองกู่เฉินด้วยความไม่อยากเชื่อ วิชาการต่อสู้ของมันคือวิชาระดับเหลืองขั้นสูงของแท้ อาศัยเพียงระดับการฝึกตนขั้นที่สองก็สามารถทำลายวิชาระดับเหลืองขั้นสูงของมันได้ด้วยดาบเดียว แสดงว่าวิชาดาบของกู่เฉินจะต้องอยู่ในระดับลึกลับขึ้นไปอย่างแน่นอน
ตระกูลกู่จะมีวิชาดาบระดับลึกลับได้อย่างไร
วิชาดาบถือเป็นวิชาที่หายากที่สุด อย่าว่าแต่ตระกูลกู่เลย ต่อให้พลิกแผ่นดินหาทั่วทั้งเมืองหลินซานก็ไม่อาจหาวิชาดาบระดับนี้ได้แม้แต่เล่มเดียว นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีผู้ใช้ดาบน้อยนัก
"ตายแล้วข้าจะบอกเจ้าเอง!"
กู่เฉินไม่รอช้าตวัดดาบพุ่งเข้าสังหารผู้ดูแลสามแห่งจวนเจ้าเมืองอีกครั้ง และในวินาทีนี้จิตสังหารของเขาก็พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด
เพราะเขาพบว่าการสังหารคนของจวนเจ้าเมืองสี่คนเมื่อครู่นี้ทำให้เขารวบรวมหยาดวิญญาณได้ถึงสิบสองหยด!
นี่มันเท่ากับหยาดวิญญาณที่เขาสังหารพยัคฆ์เพลิงมาทั้งวันเลยทีเดียว
เห็นได้ชัดว่าการฆ่าคนรวบรวมหยาดวิญญาณได้เร็วกว่าการฆ่าสัตว์อสูรมากนัก!
"กู่เฉิน ข้าจะจำเจ้าไว้!!"
เมื่อเห็นกู่เฉินถือดาบพุ่งเข้ามา ผู้ดูแลสามแห่งจวนเจ้าเมืองก็ตะโกนเสียงเย็นก่อนจะหันหลังวิ่งหนี
"คิดจะหนี?"
กู่เฉินไม่มีทางปล่อยให้มันหนีไปได้ หากปล่อยให้มันกลับจวนเจ้าเมืองไปได้ จวนเจ้าเมืองย่อมไม่ยอมเลิกราแน่
จบแล้ว