เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

636 - หนานหนานผู้ลึกลับ

636 - หนานหนานผู้ลึกลับ

636 - หนานหนานผู้ลึกลับ 


636 - หนานหนานผู้ลึกลับ

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆและในป่า สิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์ที่มีร่างกายสีทองส่องสว่างเดินเข้าหาทุกคนด้วยท่าทางสงบ

“ทำไมมันถึงไม่ได้รับผลกระทบจากค่ายกลเลย!”

นี่คือสิ่งมีชีวิตตัวแรกที่พวกเขาพบในเทือกเขาอมตะ

เมื่อมันเข้ามาใกล้พวกเขาถึงรู้ว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนี้คือมนุษย์หินตัวหนึ่ง! ร่างกายของมันไม่มีส่วนใดที่เป็นเลือดเนื้อและทุกสิ่งทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมาจากหินสีทองทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตามมันไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์แม้แต่น้อย รอบศรีษะครึ่งหนึ่งของมันถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีคมชนิดหนึ่งและทำให้ใบหน้าของมันเหลือเพียงดวงตาข้างเดียวเท่านั้น ในขณะเดียวกันร่างกายของมันก็เต็มไปด้วยรูจากอาวุธมากมาย

ทุกคนที่อยู่ที่นี่ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่เป็นมนุษย์ธรรมดาดังนั้นพวกเขาจึงสามารถมองออกว่านี่ไม่ใช่มนุษย์จริงๆ แต่มันเป็นหินต้นกำเนิดโบราณที่บ่มเพาะตัวเองจนมีวิญญาณศักดิ์สิทธิ์!

ตาข้างหนึ่งของมันมองทุกคนด้วยสีหน้าเย็นชา สุดท้ายสายตาของมันก็ไปหยุดอยู่ที่กระบี่มังกรดำในมือของเย่ฟ่านพร้อมกับปลดปล่อยเจตนาฆ่าอันบ้าคลั่ง

“อย่าบอกนะว่าเจ้าของกระบี่วิญญาณมังกรดำนี้คือคนที่ทำลายใบหน้าของมัน” จักรพรรดิดำกล่าวด้วยอารมณ์ที่มืดมน

“เจ้าคนหินตัวนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์!” ผังป๋อดาว

ใบหน้าของสุนัขตัวใหญ่สีดำเปลี่ยนเป็นสีเขียวและพูดว่า

"เจ้าตัวนี้มีอายุไม่ต่ำกว่าล้านปี ต่อให้มันไม่ใช่วิญญาณบริสุทธิ์ แต่ก็เป็นถึงครึ่งก้าวผู้อมตะเจ้าคิดว่าพวกเราจะรับมือได้หรือ?"

สิ่งนี้เกิดและเติบโตจากพลังแห่งสวรรค์และปฐพี มันใช้เวลาหลายล้านปีในการดูดซับแสงสุริยันและจันทรา แต่น่าเสียดายที่มันปรากฏตัวสู่โลกก่อนที่จะกลายเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ระดับผู้อมตะ ดังนั้นร่างกายของมันจึงกลายเป็นพิกลพิการอย่างที่เห็น

ในเวลานี้ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและมองดูเย่ฟ่านคล้ายกับจะกินเลือดกินเนื้อซึ่งทำให้พวกเขาทุกคนรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก

“พลังครึ่งก้าวผู้อมตะ… เราไม่มีโอกาสจริงๆ!” เย่ฟ่านถอนหายใจ

อย่างไรก็ตาม เขาจะไม่มีวันนั่งเฉยๆและรอความตายอย่างแน่นอน ในตอนนี้พลังสถิตในร่างกายของเย่ฟ่านถูกระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงและคนอื่นๆก็เช่นกัน

อย่างไรก็ตามหลังจากที่มนุษย์หินเดินเข้ามาใกล้ๆสายตาของมันก็มองไปยังหนานหนานด้วยความสงสัยและหยุดความเคลื่อนไหวในระยะห่างจากพวกเย่ฟ่านประมาณสิบวา

เย่ฟ่านอยากจะเอาเด็กหญิงตัวเล็กๆ ใส่ลงในขวดหยกมานานแล้ว แต่สุนัขสีดำตัวใหญ่ไม่เห็นด้วย โดยบอกว่านางอาจเป็นฟางช่วยชีวิตเพียงเส้นเดียวของพวกเขา

“เกิดอะไรขึ้น” ทุกคนสงสัย

เสี่ยวหนานหนานตกใจมากในตอนแรก นางซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเย่ฟ่านและยื่นใบหน้าเล็กๆออกมาแอบดูมนุษย์หินด้วยความกังวลใจ

“เร็วเข้ารีบอุ้มนางมาข้างหน้า!” สุนัขดำตัวใหญ่เร่งเร้า

เย่ฟ่านอุ้มเสี่ยวหนานหนานและปลอบโยนเบาๆ "ไม่ต้องกลัวมันเป็นคนดี มันจะไม่ทำร้ายเรา"

ในทันทีที่หนานหนานถูกอุ้มมาข้างหน้า มนุษย์หินก็มีสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร่างกายของมันสั่นสะท้านก่อนจะหันหลังและวิ่งหนีออกไปทันที

ทุกคนมองหน้ากันอย่างตกตะลึง และพวกเขาประหลาดใจอย่างยิ่ง ไม่มีใครคิดว่าผลลัพธ์ดังกล่าวอาจจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้

มีเพียงเสี่ยวหนานเท่านั้นที่ไม่ค่อยมีความสุข นางกระพริบตาโตและเม้มปากเล็กๆของนางแล้วพูดว่า "หนานหนานน่ากลัวมากเหรอ"

ทุกคนหัวเราะและลูบศีรษะของนางเป็นการปลอบโยน

“เพราะเจ้าน่ารักแบบนี้มนุษย์หินจึงไม่กล้าทำร้ายเรา”

“สาวน้อยของเราจะไม่น่ารักได้อย่างไร?”

หลายคนหัวเราะแต่ใจไม่สบายใจมาก ตัวตนของหนานหนานคืออะไรกันแน่ เหตุไฉนแม้แตกครึ่งเซียนก็ยังหวาดกลัวนาง

“ไป เร็วเข้า!” สุนัขดำตัวใหญ่นำทางอีกครั้ง แต่ก็ไปได้ไม่ไกลนัก เพราะมีค่ายกลสังหารมากมายในบริเวณนี้

เรื่องนี้โทษใครไม่ได้ ไม่มีใครสามารถหลบเลี่ยงจากร่องรอยของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้ จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นสร้างค่ายกลก็เพื่อไม่ให้ใครหลงเข้ามาข้างในตั้งแต่แรก

ในเมื่อพวกเขายินยอมที่จะเสี่ยงอันตรายครั้งนี้ด้วยตัวเองพวกเขาจะยังโทษใครได้อีก

แม้ว่ารูปแบบตัวอักษรเหล่านี้เย่ฟ่านจะมองเห็นเช่นกัน แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเขาแน่นอนว่ามันไม่มีทางเลยที่เขาจะเข้าใจมันได้

“เราจะตายที่นี่จริง ๆ เหรอ?” หลี่เหอซุยถอนหายใจ

“ปากเสีย!”

สุนัขสีดำตัวใหญ่กรีดร้องด้วยความไม่พอใจ จากนั้นมันก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ปัง!

ร่างของจักรพรรดิดำถูกกระแทกกระเด็นออกมาอย่างรวดเร็ว โชคดีที่ผิวหนังของมันค่อนข้างแข็งแกร่งจึงไม่รับอันตรายอะไรมาก หากเป็นผู้บ่มเพาะคนอื่นถูกเข้าไปรับรองว่าต้องแหลกละเอียดอย่างแน่นอน

“สุนัขน้อยทำไมเจ้าโง่แบบนี้ เส้นทางก็มีให้เห็นอยู่ชัดเจนไม่ใช่หรือ ทำไมเจ้าไม่เดินตามเส้นทางไป” ทันใดนั้นเสี่ยวหนานหนานก็พูดอย่างไร้เดียงสา

ถ้าเป็นคนอื่นพูดเรื่องนี้จักรพรรดิคงต่อสู้อย่างไม่คิดชีวิตแน่นอน แต่เมื่อเสี่ยวหนานหนานเป็นคนพูดมันกลับมองหน้านางด้วยความแปลกใจ

“อะไรนะ เจ้ามองเห็นเส้นทางที่ชัดเจนหรือ” เย่ฟ่านถามด้วยความประหลาดใจ

“ใช่” เสี่ยวหนานหนานพยักหน้าอย่างจริงจังราวกับไก่จิกข้าวสารและกล่าวว่า

“ทุกที่ล้วนเต็มไปด้วยหมอกสีดำ แต่มันมีเส้นทางอยู่กลางหมอกนั้นสามารถเดินได้อย่างปลอดภัย”

“เจ้ามองเห็นวิถีทางระหว่างความเป็นความตายหรือ?!” สุนัขดำตัวใหญ่กระโดดขึ้นด้วยความตกใจแล้วพูดว่า "เจ้าเห็นสิ่งนี้ด้วยหรือ?"

"ตอนแรกข้ามองไม่เห็นอะไรเลย แต่หลังจากสุนัขน่ารักเดินเข้าไปแล้วร่องรอยพวกนี้ก็ปรากฏออกมา” เสียงของเสี่ยวหนานหนานนั้นยังไร้เดียงสา แต่ทุกคนกลับฟังจนหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมา

“เส้นสีทองชี้ไปทางไหน” สุนัขดำตัวใหญ่ถามอย่างรำคาญ

“มันโค้งงอเหมือนงูตัวเล็กๆหลายตัวคลานไปสู่ส่วนลึกของภูเขา” เสี่ยวหนานหนานกล่าว

“อะไรนะ” ทุกคนงง

“นี่... หนานหนาน เจ้าอ่านไม่ผิดใช่หรือไม่” ตู้เฟยถาม

“ไม่ เส้นสีทองชี้ไปที่ส่วนลึกของภูเขา โอ้ พวกมันเป็นมังกรตัวน้อย ไม่ใช่งูตัวเล็ก หัวของมังกรล้วนชี้ไปในทิศทางนั้น” เสี่ยวหนานหนานแก้ไขข้อผิดพลาดของนาง

“หากนางพูดเล่นพวกเราทุกคนต้องตายอย่างแน่นอน!” ผังป๋อครุ่นคิด

สุนัขดำตัวใหญ่พยักหน้าและพูดว่า “เรื่องนี้สามารถเชื่อถือได้ ข้าไม่คิดว่าจักรพรรดิแห่งความว่างเปล่าผู้ยิ่งใหญ่จะปิดกั้นเส้นทางทั้งหมดที่นี่โดยไม่เหลือหนทางไว้ เห็นได้ชัดว่ามังกรเหล่านั้นคือสิ่งที่เขาทิ้งไว้ให้คนตัวเล็กๆเช่นพวกเรา!”

“เรายังต้องเดินต่อไปอีกหรือ?” หลี่เหอซุยพูดอย่างไม่เชื่อ “เราไม่ใช่จักรพรรดิแห่งความว่างเปล่า แม้แต่ตัวเขาก็ยังเกือบตายเมื่อพบเจอกับสิ่งมีชีวิตข้างใน แล้วเราจะรอดได้อย่างไร?”

“เจ้าคิดว่าพวกเรามีทางอื่นหรือ เจ้าเห็นอักขระของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในบริเวณรอบๆหรือไม่ เจ้าคิดว่าเจ้ามีความสามารถทำลายมันออกไปได้?” ต้าเฮยกล่าวด้วยความไม่พอใจ

สุนัขสีดำตัวใหญ่อุ้มเสี่ยวหนานหนานและถาม หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินเข้าสู่ส่วนลึกของภูเขาอมตะและผู้รอดชีวิตหลายคนก็ติดตามเส้นทางของพวกเขาในระยะไกล

“ถนนสายนี้ดูเหมือนจะนำไปสู่ทิศทางของต้นชาโบราณแห่งการรู้แจ้ง” ทุกคนประหลาดใจ

ตามคำแนะนำของเสี่ยวหนานหนาน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะต้องไปทางนั้นจริงๆต่อให้หลีกเลี่ยงแค่ไหนก็ตาม

หลังจากเดินไปได้ซักพัก ต้นชาโบราณแห่งการรู้แจ้งก็ค่อย ๆ มองเห็น แม้ว่าจะมีต้นไม้โบราณมากมายขวางกั้นไว้ แต่ปราณสวรรค์และปฐพีอันยิ่งใหญ่ก็ยังทำให้พวกเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน

“สมควรเป็นต้นไม้แห่งความเป็นอมตะที่สืบต่อกันมาหลายยุคหลายสมัย สามารถช่วยผู้บ่มเพาะให้ตระหนักถึงเต๋าและกลายเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะ!” สุนัขดำตัวใหญ่ดีใจและพูดว่า “ถ้าเราโชคดีพอ อย่างน้อยระดับบ่มเพาะของพวกเราก็ต้องพุ่งขึ้นอีกขั้น!”

“ข้าเห็นเขา เขาอยู่ตรงนั้น!” เสี่ยวหนานหนานตะโกนทันที

ในเวลานี้เย่ฟ่านและคนอื่นๆรีบมองตามสายตาของนางและตกใจเป็นอย่างมาก

“นั่นคือจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่หรือเปล่า!”

สุนัขสีดำตัวใหญ่เกือบจะกระโดดขึ้นไปเกือบเตะเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ออกไปเพราะตอนนี้มันตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด

จบบทที่ 636 - หนานหนานผู้ลึกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว