เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

629 - ตอบโต้ด้วยความโหดเหี้ยม

629 - ตอบโต้ด้วยความโหดเหี้ยม

629 - ตอบโต้ด้วยความโหดเหี้ยม 


629 - ตอบโต้ด้วยความโหดเหี้ยม

การเปลี่ยนแปลงครั้งที่แปดของอาณาจักรแปลงมังกรเป็นบุคคลที่น่าสะพรึงกลัวมากเกินไป เพียงกลิ่นอายที่ฝ่ายตรงข้ามปล่อยออกมาก็อยู่ในระดับเดียวกับผู้สูงสุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แล้ว

“สัตว์ร้ายตัวน้อย ถ้าวันนี้ข้าฆ่าเจ้าไม่ได้บิดาจะใช้แซ่ตามเจ้าเลย!”

ชายชราอีกคนหนึ่งที่อยู่ในขั้นการเปลี่ยนแปลงครั้งที่เจ็ดของอาณาจักรแปลงมังกรส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธในขณะที่ไล่ตามเย่ฟ่านอย่างไม่หยุดยั้ง

พวกเขาให้ความสนใจต่อร่างเซียนโบราณเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่สตรีศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นถูกส่งตัวมา แม้แต่บุคคลระดับผู้อาวุโสหลายคนก็ยังเข้าร่วมการไล่ล่าด้วย

ผู้บ่มเพาะจำนวนมากถูกรบกวนระหว่างทาง ทันทีที่พวกเขามองเห็นว่าคนที่กำลังไล่ล่ากันอยู่นั้นเป็นใครพวกเขาก็รีบกระจายข่าวออกไปอย่างรวดเร็ว

“ปีศาจเฒ่าระวังความชั่วร้ายของพวกเจ้าจะถูกเปิดเผย” เย่ฟ่านส่งเสียงตะโกนไปตลอดเส้นทาง

การไล่ล่าครั้งนี้กินเวลาไปหลายวัน พลังศักดิ์สิทธิ์ของเย่ฟ่านดูเหมือนจะไม่มีวันหมดในขณะที่ยอดฝีมือจากนิกายหยินหยางต่างก็เริ่มสิ้นหวังมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่คนกลุ่มนี้ได้สร้างความขัดแย้งกับเย่ฟ่านขึ้นมาแล้ว ต่อให้พวกเขาเหนื่อยยากมากแค่ไหนพวกเขาก็ยังคงไล่ตามต่อไป เพราะถ้าเย่ฟ่านรอดชีวิตไปได้ มันก็มีโอกาสสูงที่เขาจะรายงานเรื่องนี้ต่อราชาสวรรค์ผู้เฒ่า

ในช่วงเวลานี้มีผู้คนมากมายติดตามการไล่ล่าครั้งนี้ แน่นอนว่าคนที่สามารถตามความเร็วของพวกเขาได้ย่อมเป็นบุคคลระดับผู้สูงสุดจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น

เย่ฟ่านบินเข้าไปในถิ่นทุรกันดารอย่างต่อเนื่องด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีวันหมดในร่างกายของเขามันทำให้ยอดฝีมือของนิกายหยินหยางต่างก็เหนื่อยล้าทั้งกายใจ

คนของนิกายหยินหยางได้เปลี่ยนเครื่องรางสายฟ้าไปแล้วเจ็ดหรือแปดครั้ง แต่กระนั้นเย่ฟ่านก็ดูเหมือนจะยังไม่มีความเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย

“เย่ฟ่านหากเจ้าไม่หยุดอาการบาดเจ็บของเจ้าอาจจะกำเริบและตายลงทันที” สตรีศักดิ์สิทธิ์หยินหยางกล่าวด้วยความสิ้นหวัง "แม้ว่าเราตั้งใจที่จะกักขังเจ้าไว้ แต่เราจะไม่ทำร้ายชีวิตของเจ้าอย่างแน่นอน”

เย่ฟ่านเพิกเฉยต่อคำพูดพวกนี้ ในวันที่สามในที่สุดเขาก็ได้ยินข่าวลือบางอย่าง

นิกายหยินหยางจากภาคกลางได้ขโมยเด็กหญิงที่มีพรสวรรค์มากมายจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์และนิกายต่างๆเพื่อให้กลายเป็นสาวกของตัวเอง

แน่นอนว่าข่าวเรื่องนี้ต้องมาจากผังป๋อและคนอื่นๆที่หนีรอดไปได้ เย่ฟ่านเร่งจึงเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้ง

ระหว่างทาง เขาก็ได้ยินข่าวเพิ่มเติม หลายนิกายสูญเสียทายาทที่มีพรสวรรค์ ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับนิกายหยินหยางหรือไม่ หม้อดำ(มลทิน)ใบนี้นิกายหยินหยางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแบกรับไว้

เย่ฟ่านอดหัวเราะไม่ได้ เมื่อข่าวลือเริ่มหนาหูขึ้นยอดฝีมือของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มากมายต่างก็ออกไล่ล่าสาวกของนิกายหยินหยางเช่นกัน

วันที่ห้า เย่ฟ่านบินกลับเมืองอย่างสง่าผ่าเผยโดยที่กลุ่มผู้ไล่ล่าของเขาต่างไม่กล้าปรากฏตัวออกมาอย่างเปิดเผยเหมือนไม่กี่วันก่อนแล้ว

“ระวังให้ดีอย่าให้ข้าจับตัวเจ้าได้!” ชายชราที่อยู่ในขั้นการเปลี่ยนแปลงครั้งที่แปดของอาณาจักรแปลงมังกรส่งเสียงจากเงามืด

“พวกเจ้าขโมยลูกหลานของตงหวงไปเป็นสาวกของตัวเองอย่างหน้าด้าน ครั้งนี้พวกเจ้ายังไล่ตามข้าโดยปราศจากความละอาย หรือพวกเจ้าคิดว่าพวกเราชาวตงหวงสามารถรังแกได้ง่ายๆ!?” เย่ฟ่านได้ตอบกลับ

“เจ้าสัตว์ร้ายน้อย เจ้าพูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ มาดูกันว่ากระดูกเซียนของเจ้าจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน ข้าจะทุบมันให้แหลกละเอียด!” ชายชราคนนั้นยังคงวนเวียนอยู่รอบๆโดยไม่แยกตัวไปไหน

"ผู้เฒ่าเจ้าโกรธอีกแล้ว ระวังเส้นเลือดในสมองของเจ้าจะแตกจนกลายเป็นคนปัญญาอ่อนนะ” เย่ฟ่านยังคงยั่วยุต่อไป

แต่ทันใดนั้นเย่ฟ่านก็หยุดการเคลื่อนไหวในทันทีเพราะเขาได้ยินเสียงของจักรพรรดิดำแล้ว

“ในที่สุดก็ถึงสักที” เย่ฟ่านหันกลับมาด้วยรอยยิ้ม

“เจ้าหมายถึงอะไร?” สตรีศักดิ์สิทธิ์หยินอุทานด้วยความตกใจ

อย่างไรก็ตามทุกอย่างสายไปแล้วเพราะหมอกสีดำเข้มปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่อย่างรวดเร็ว

พื้นที่ที่กลุ่มของผู้คนจากนิกายหยินหยางซ่อนตัวอยู่ถูกบีบเข้าหากันก่อนจะกลายเป็นกรงขังเล็กๆที่พวกเขาไม่สามารถดิ้นรนหลบหนีได้

“ฮ่าฮ่า...” ผังป๋อหัวเราะและเดินออกมา

สุนัขดำตัวใหญ่ก็ยิ้มเยาะจนปากฉีกถึงโคนหู นี่เป็นสิ่งที่พวกเขาตกลงกันไว้ก่อนที่จะแยกจากกันในโรงเตี๊ยม และในที่สุดแผนการก็เป็นไปด้วยดี

“บูม!”

ผู้คนจากนิกายหยินหยางเริ่มทำลายกรงขังด้วยความโกรธ แต่ในเวลาอันสั้นมันไม่มีทางที่พวกเขาจะทำลายค่ายกลของจักรพรรดิดำซึ่งสามารถขังได้แม้แต่ผู้สูงสุด!

"คนพวกนี้มีพลังมากเกินไปพวกเราควรจะฆ่าพวกมันทันที" จักรพรรดิสีดำส่ายหัว

“ข้ามีแผนการบางอย่าง!”

เย่ฟ่านเปิดค่ายกลและดึงตัวของสตรีศักดิ์สิทธิ์หยินออกมา จากนั้นเขาก็ขังนางไว้ในน้ำเต้าก่อนจะเดินทางออกจากสถานที่แห่งนี้ไปไกลกว่าหมื่นลี้

ผ่านไปหลายชั่วยามในที่สุดเย่ฟ่านก็กลับมาพร้อมกับเปลวไฟระดับแปดที่เขาลงทุนลงแรงไปเอามาจากเขตเปลวไฟด้วยตนเอง

“ปีศาจเฒ่าทั้งหลาย พวกเจ้าชอบเนื้อย่างหรือไม่!”

เย่ฟ่านตะโกนเสียงดัง จากนั้นเปลวไฟระดับแปดก็ถูกโยนเข้าไปในค่ายคนซึ่งกักขังผู้อาวุโสของนิกายหยินหยางไว้

“บูม!”

เปลวเพลิงพุ่งขึ้นไปในอากาศ และเสียงกรีดร้องอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังก้องไปทั่วขุนเขา

เปลวไฟชนิดนี้แม้กระทั่งระดับห้าเย่ฟ่านก็ยังเคยใช้มันเผาผู้สูงสุดของตระกูลจี้จนตายมาแล้วนับประสาอะไรกับยอดที่มืออาณาจักรแปลงมังกร

ในระยะไกลทุกคนที่เฝ้าดูเหตุการณ์ต่างๆตกตะลึง เย่ฟ่านต้องการเผายอดฝีมือระดับผู้อาวุโสกลุ่มใหญ่ให้ตายง่ายๆแบบนี้จริงๆ!

“อา...”

ชายชราจากนิกายหยินหยางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนที่เสียงร้องของพวกเขาจะเบาลงเรื่อยๆจนกระทั่งหายไป

หลังจากนั้นเย่ฟ่านก็โยนสตรีศักดิ์สิทธิ์หยินออกมาแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ส่วนเจ้าข้าต้องฆ่าด้วยมือของตัวเองไม่อย่างนั้นความแค้นของข้ายากที่จะสงบลงได้!” เย่ฟ่านเดินไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม

ผังป๋อและจักรพรรดิดำก็ปิดกั้นสถานที่เพื่อป้องกันไม่ให้นางหลบนี้

“พวกเจ้าจะทำเรื่องโหดร้ายแบบนี้จริงๆ”

สตรีศักดิ์สิทธิ์หยินหน้าซีด ผู้อาวุโสของนิกายทั้งหมดได้ตายไปแล้ว แม้ว่านางจะไม่เห็นด้วยตาของตัวเอง แต่ร่องรอยของเปลวไฟที่เหลืออยู่ก็ทำให้นางหวาดกลัวถึงขีดสุด

“แม่นางเจ้ารังแกข้ามาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ถึงตาข้าบ้าง!”

เย่ฟ่านกระแทกฝามือออกไปตรงๆโดยไม่คิดจะใช้เล่ห์เหลี่ยมใดๆ หญิงสาวคนนี้เป็นเพียงยอดฝีมืออาณาจักรแปลงมังกรระดับเริ่มต้น ต่อให้นางแข็งแกร่งกว่านี้สองเท่าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอย่างแน่นอน

“ปัง”

สตรีศักดิ์สิทธิ์หยินหยางถูกกระแทกจนกระเด็นออกไปไกลกว่าสิบลี้ ใบหน้าของนางซีดขาวไร้สีเลือด และตอนนี้นางกระอักเลือดออกมาไม่หยุด

“พวกเจ้าแน่มาก...” สตรีศักดิ์สิทธิ์หยินเหน็บแนมด้วยความโกรธ

“บูม!”

เย่ฟ่านเหวี่ยงแส้ศักดิ์สิทธิ์ทุบความว่างเปล่าเพื่อทำการเฆี่ยนตีวิญญาณของนางอย่างรุนแรง

“โกรธแค้นแล้ว? ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าจะจับตัวข้าไปสกัดเลือดไม่ใช่หรือ ความกล้าหาญของเจ้าไปไหนหมด?” เย่ฟ่านเฆี่ยนวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของหญิงสาวอีกครั้ง

ปัง!

ในขณะนั้นมือของสตรีศักดิ์สิทธิ์หยินก็เหวี่ยงทรายหลากสีเข้าหาเย่ฟ่านโดยไม่ทันตั้งตัว

“อย่าแตะต้องทรายเหล่านั้น!” สุนัขดำตัวใหญ่ร้องด้วยความตกใจ

เย่ฟ่านถอยออกมายืนในระยะไกล แม้เขาจะไม่รู้ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร แต่น้ำหนักมันมากมายมหาศาลของเม็ดทรายก็ฉีกความว่างเปล่าให้พังทลายลงอย่างรุนแรง

“นี่คือทรายดาวที่เป็นผลงานของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ พวกมันแต่ละเม็ดล้วนถูกสร้างขึ้นมาจากดวงดาวทั้งสิ้น!” จักรพรรดิดำอธิบายด้วยท่าทางสง่างาม

จบบทที่ 629 - ตอบโต้ด้วยความโหดเหี้ยม

คัดลอกลิงก์แล้ว