- หน้าแรก
- รู้ตัวอีกที ข้าก็กลายเป็นยอดฝีมือไร้พ่ายในใต้หล้า
- บทที่ 17 ศาสตราเซียนผู้อ่อนแอถึงกับสั่นสะท้าน
บทที่ 17 ศาสตราเซียนผู้อ่อนแอถึงกับสั่นสะท้าน
บทที่ 17 ศาสตราเซียนผู้อ่อนแอถึงกับสั่นสะท้าน
บทที่ 17 ศาสตราเซียนผู้อ่อนแอถึงกับสั่นสะท้าน
ความรู้สึกเมื่อครู่นี้ ไม่ผิดแน่!
นั่นคือศาสตราเทพอย่างแน่นอน!
แม้อันดับของมันในทำเนียบศาสตราเซียนแห่งแดนเซียนจะไม่ได้อยู่ระดับแนวหน้า แต่มันก็เคยเห็นศาสตราเซียนที่ติดอันดับต้นๆ มานักต่อนัก
ทว่าศาสตราเซียนเหล่านั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับจอบที่มันเพิ่งได้สัมผัสใกล้ชิดเมื่อครู่!
กลิ่นอายอันทรงพลังอย่างเหลือแสน กับแรงสั่นสะเทือนที่สะท้านไปถึงจิตวิญญาณ ทำให้มันสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม
เพียงแค่คำพูดเดียวก็ทำให้สัญชาตญาณของมันหยุดชะงัก เปลี่ยนจากอาการสั่นเทากลับมาสงบนิ่งได้ในพริบตา
มันไม่เคยสัมผัสความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน
นั่นคือการข่มขวัญจากตัวตนที่อยู่เหนือกว่าอย่างแท้จริง!
"ทุกอย่างคือของจริง! ที่นี่ไม่ใช่แดนมนุษย์แน่ๆ วิถีเต๋าและสัจธรรมที่แผ่ออกมาจากคนผู้นี้ล้วนเป็นของจริง!"
น่าสมเพชนักที่เมื่อครู่มันยังมัวสงสัยว่าร่างของมันได้รับบาดเจ็บหรือสายตาฝ้าฟางไปเองถึงได้เป็นเช่นนี้
ที่แท้ก็ไม่ใช่!
และที่คนผู้นี้สงสัยว่ามันคือศาสตราเวทหรือสมบัติวิเศษเมื่อครู่ เป็นเพราะเขาเห็นศาสตราเทพมามากเกินไปจนไม่เคยเห็นพวกศาสตราเวทหรือสมบัติวิเศษระดับล่าง เลยพานคิดว่ามันเป็นอาวุธชั้นต่ำพรรค์นั้นหรือเปล่า?
เฉินผิงอันเก็บเกี่ยวสมุนไพรวิญญาณอย่างระมัดระวังแล้วใส่ลงในตะกร้า ก่อนจะวางจอบลงไปข้างในด้วยเช่นกัน
เมื่อได้สมุนไพรวิญญาณและเก็บอาวุธเช่นนี้มาได้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องเดินเตร็ดเตร่อีกต่อไป อาหารการกินในเดือนหน้ามีเพียงพอแล้ว
เฉินผิงอันฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีและเริ่มเดินมุ่งหน้ากลับไปยังเมืองชิงหยวน
ในขณะเดียวกัน ศาสตราเซียนในตะกร้ากลับไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายเฉกเช่นเฉินผิงอัน
มันนอนนิ่งเงียบอยู่ในตะกร้า รู้สึกราวกับนั่งอยู่บนกองเพลิงและมีหนามทิ่มแทงอยู่ข้างหลัง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีศาสตราเทพจ้องมองมันอยู่ตรงหน้า!
ความรู้สึกนั้นช่างอึดอัดจนไม่อาจหาคำใดมาบรรยาย!
"ท-ท่าน... ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ส-สวัสดีขอรับ"
จิตวิญญาณศาสตราเอ่ยทักทายอย่างอ่อนแรง
มันไม่อาจทำสิ่งใดได้ สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้คือการปรับตัว
หรือจะพูดให้ถูกคือ พยายามผูกมิตรให้ถึงที่สุด
ทว่าทันทีที่พูดจบ ในวินาทีต่อมา กระแสจิตอันเย็นชาอย่างถึงที่สุดก็ถูกส่งมายังมัน
"หุบปาก!"
คำพูดที่มันเตรียมไว้มลายหายไปในพริบตา
มันได้สัมผัสความรู้สึกของการเป็นมดปลวกเป็นครั้งแรก!
นี่มันความรู้สึกเดียวกับตอนที่มนุษย์ธรรมดาเห็นเซียนชัดๆ!
จิตวิญญาณศาสตราหดตัวหลบมุม ร้องไห้กระซิกพลางครุ่นคิดเรื่องราวต่างๆ
ในขณะเดียวกันมันก็ลอบสังเกตสถานการณ์ภายนอกไปด้วย
มันพบว่าปราณวิญญาณที่นี่เบาบางอย่างยิ่ง
ตามหลักแล้ว ไม่น่าจะเป็นโลกในระดับที่สูงกว่าได้
ยิ่งไปกว่านั้น มันมั่นใจว่าช่องว่างมิติที่มันพังทลายทะลุผ่านมานั้นเชื่อมต่อกับแดนมนุษย์!
และมันเองก็ไม่มีพลังมากพอที่จะทะลวงมิติไปยังโลกที่แข็งแกร่งกว่าได้
"คนผู้นี้เป็นใครกันแน่? ยอดฝีมือจากแดนเทพอย่างนั้นหรือ?"
มันยังพอมีความรู้เกี่ยวกับแดนเทพซึ่งอยู่เหนือกว่าแดนเซียนอยู่บ้าง
มันเคยได้ยินมาว่าตัวตนที่ทรงพลัง ณ ที่แห่งนั้นแข็งแกร่งหาใดเปรียบ และมองเหล่าเซียนเป็นเพียงมดปลวก
เมื่อพิจารณาจากท่าทางของเฉินผิงอันในตอนนี้ มันรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะเป็นยอดฝีมือจากแดนเทพ!
แน่นอนสิ สะพายศาสตราเทพไว้บนหลังแบบนี้ หากไม่ใช่ยอดฝีมือจากแดนเทพแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?
"แต่สมุนไพรวิญญาณที่เขาขุดขึ้นมาเป็นแค่สมุนไพรวิญญาณระดับหนึ่งขยะๆ เท่านั้นเองนะ..."
เรื่องนี้ทำให้มันสับสนงุนงงอย่างมาก
มันทำอะไรไม่ได้นอกจากสั่นสะท้านและเฝ้ามองทุกสิ่งต่อไป
เฉินผิงอันเดินมาได้สักพัก ในที่สุดก็กลับมาถึงตัวเมือง
ในขณะนี้ เขาสังเกตเห็นผู้คนมากมายยืนอยู่บนถนน พากันมองไปบนท้องฟ้าและชี้ไม้ชี้มือ
เฉินผิงอันมองตามไปทางนั้น
เมื่อเห็นหลุมดำและลำแสงพุ่งขึ้นฟ้า เขาก็กะพริบตาปริบๆ
"เกิดอะไรขึ้นที่นั่น?"
เฉินผิงอันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
และในเมื่อมันเกิดขึ้นใกล้กับเมืองของเขา เขาก็รู้สึกว่าต้องทำความเข้าใจสักหน่อย มิฉะนั้นหากเกิดภัยพิบัติร้ายแรงขึ้นมาจะทำอย่างไร?
เขามองหาคนบนถนนเพื่อสอบถาม
เมื่อคนเหล่านี้เห็นเฉินผิงอัน พวกเขาก็ต่างสุภาพเรียบร้อยและบอกเล่าทุกสิ่งที่พวกเขารู้
บางคนถึงกับบอกว่าหลุมดำบนท้องฟ้านั้นตอนแรกปรากฏขึ้นเหนือเมืองของพวกเขาพอดิบพอดี!
แต่ในชั่วพริบตาเดียว ไม่รู้ด้วยเหตุผลอันใด มันถึงได้ลอยไปทางนั้น
เฉินผิงอันรับฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างยิ่ง
แม้ว่าเขาจะไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้ แต่เขาก็สนใจเหตุการณ์ประหลาดในโลกของผู้บำเพ็ญเพียรมากทีเดียว
"อ้อ จริงสิ นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า ดินแดนลี้ลับ ก็ได้กระมัง?"
เฉินผิงอันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และจ้องมองไปที่หลุมดำกับลำแสงบนท้องฟ้าอีกครั้ง
หลังจากพูดคุยหารือกับเพื่อนบ้านอยู่พักหนึ่งแต่ไม่ได้ข้อสรุปใดๆ เฉินผิงอันก็ทำได้เพียงกลับไปที่เรือนของเขา
เขาที่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายเรื่องราวของโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรได้ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือเรื่องใดก็ตาม เขาคงต้องปล่อยให้เป็นไปตามประสงค์ของสวรรค์
ประกอบกับหลังจากเดินบนเส้นทางภูเขามาช่วงหนึ่ง เขาก็เหนื่อยล้าเต็มที พอเห็นเรือนของตนเองก็รู้สึกราวกับคนพเนจรที่ได้พบที่พักพิง
เฉินผิงอันเดินเข้าเรือนไปพลางฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์
ในขณะเดียวกัน ศาสตราเซียนในตะกร้าบนหลังเขากลับตกอยู่ในสภาพน่าเวทนา
"ข้า... ข้าจบสิ้นแล้ว!!"
จิตวิญญาณศาสตราตกตะลึงลานและเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง
เฉินผิงอันสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือน เขาเม้มริมฝีปากและเลือกที่จะเพิกเฉย
เขาไม่รู้ว่าอาวุธชิ้นนี้เป็นอะไร มันเอาแต่สั่นเป็นพักๆ แต่เดี๋ยวก็คงจะหยุดไปเอง
และมันก็หยุดลงในวินาทีถัดมาจริงๆ
ทว่าสิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ กระบี่ทองคำยาวเล่มนี้หยุดสั่นเพราะถูกกระแสเสียงอันทรงพลังนับไม่ถ้วนตวาดสั่งให้หยุดต่างหาก!
เฉินผิงอันวางตะกร้าไว้ที่มุมหนึ่งของลานบ้านแล้วเดินกลับเข้าไปในเรือนเพื่อดื่มชาดับกระหาย
ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในเรือน จอบในตะกร้าก็พุ่งทะยานออกมาทันที
หากมันแสดงสีหน้าได้ ในตอนนี้คงมีแต่ความรังเกียจเหยียดหยามอย่างแน่นอน
ใช่แล้ว มันรังเกียจอย่างยิ่งที่ต้องอยู่ร่วมกับศาสตราเซียนผู้แสนจะอ่อนแอและบกพร่องชิ้นนั้น
จิตวิญญาณศาสตราภายในศาสตราเซียนกำลังหดตัวหลบอยู่ตรงมุมเล็กๆ ตัวสั่นงันงก
"นี่มันเรื่องอะไรกัน! นี่มันเรื่องอะไรกัน!"
ตอนที่เฉินผิงอันกลับมาถึงตัวเมือง มันเห็นแล้วว่าสถานที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยมนุษย์ธรรมดา
ในตอนแรกมันคิดว่าตนเองไม่ได้มาผิดที่ ที่นี่ควรจะเป็นแดนมนุษย์แน่ๆ
ในแดนเซียน มนุษย์ธรรมดานั้นหายากยิ่ง เด็กบางคนอายุแค่ไม่กี่ขวบก็สามารถบำเพ็ญเพียรได้แล้ว กล่าวได้ว่าเป็นดินแดนที่ทุกคนล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียร
หากนี่คือแดนเทพที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าแดนเซียน เช่นนั้นย่อมไม่มีทางที่จะมีมนุษย์ธรรมดาอยู่ได้!
ดังนั้นมันจึงมั่นใจว่าไม่ได้มาผิดที่แน่นอน
ทว่าเมื่อมองดูตัวตนอันทรงพลังภายในเรือนแห่งนี้ มันก็เริ่มสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง!
ศาสตราเทพ!
ศาสตราเทพ!
ศาสตราเทพ!
บัดซบเอ๊ย ล้วนแต่เป็นศาสตราเทพทั้งนั้น!
แล้วต้นท้อนี่มันบ้าอะไรกัน! กลิ่นอายของมันยังทรงพลังยิ่งกว่าจักรพรรดิเซียนเสียอีก!
และไก่ตัวผู้นั่นกับปลาทองในบ่อปลาเล็กๆ นั่นมันตัวอะไรกัน?
ทำไมพวกมันถึงแข็งแกร่งกว่าหงสาและมังกรที่คอยพิทักษ์จักรพรรดิเซียนในแดนเซียนเป็นร้อยเท่าได้เล่า!
"หรือว่าหลังจากที่ร่างกายข้าเสียหาย สมองข้าก็เลยกระทบกระเทือนเหมือนพวกมนุษย์ ทำให้ข้าไม่ปกติไปแล้ว?!"
"ต้องใช่แน่ๆ! เรื่องไร้สาระแบบนี้ไม่มีทางเป็นไปได้! ถูกต้อง แม้แต่แดนเทพก็ไม่น่าจะเป็นแบบนี้ได้หรอก! บ้านที่เต็มไปด้วยศาสตราเทพราวกับของทำเทียม ฮ่าๆ..."
จิตวิญญาณศาสตราผู้อ่อนแอปลอบใจตัวเองด้วยเสียงแผ่วเบา
เริ่มมีสัญญาณของความบ้าคลั่งปรากฏให้เห็น
ทว่าในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
"ของขยะชิ้นนี้น่ะหรือที่นายท่านเก็บกลับมา?" กระแสเสียงหนึ่งดังเข้าหูจิตวิญญาณศาสตรา
คำพูดนี้ดังมาจากไม้กวาดที่อยู่ใกล้ๆ
จอบรีบตอบกลับด้วยความรังเกียจ "ถูกต้อง ตอนแรกมดปลวกนี่พิงข้าด้วยซ้ำ ถ้านายท่านไม่อยู่ ข้าคงทำลายมันทิ้งไปแล้วจริงๆ"
เมื่อจิตวิญญาณศาสตราเซียนได้ยินเช่นนั้นก็แทบอยากจะร้องไห้
แต่กลับพบว่าตนเองไม่มีน้ำตาให้ไหล
สวรรค์!
ตกลงนี่ข้าหลุดมาอยู่ที่ไหนกันแน่เนี่ย!
อันตรายเกินไปแล้ว!
ข้ายอมรับเจ้านายแล้ว ปล่อยข้ากลับไปเถอะ!