เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

569 - ทะลวงอาณาจักร

569 - ทะลวงอาณาจักร

569 - ทะลวงอาณาจักร 


กำลังโหลดไฟล์

569 - ทะลวงอาณาจักร

ผู้บ่มเพาะของโลกกำลังมุ่งเน้นความสนใจไปที่สระแปลงมังกรพวกเขาต่างกลั้นใจรอคอยว่าร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณจะประสบผลสำเร็จจริงหรือไม่?

“ปัง!”

ภายในสระแสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ชิ้นส่วนที่พร่างพรายทำร้ายดวงตาของทุกคน ผู้ที่ระดับบ่มเพาะต่ำไม่สามารถกลั้นน้ำตาที่ไหลออกมาได้

บ่อแปลงมังกรไม่ใหญ่โตมากนัก แต่ห่างออกไปหลายจ้าง น้ำศักดิ์สิทธิ์สีขาวขุ่นและมีกลิ่นหอมได้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับแสงศักดิ์สิทธิ์นั้น

นี่คือฉากที่ทำให้แผ่นดินของเมืองศักดิ์สิทธิ์แตกออกจากกัน ภายในลำแสงขนาดใหญ่มีมังกรขนาดใหญ่วิ่งผ่านเบื้องบนและใต้พิภพสว่างไสวลุกเป็นไฟส่องแสงไปทั่วเมืองโบราณ

เย่ฟ่านชุดขาวอยู่เหนือโลก ขณะนั่งสมาธิในสระแปลงมังกร ผมสีดำของเขาโบยบิน ร่างกายของเขาใสดุจผลึกและความสงบของเขาราวกับเซียนที่นั่งสมาธิมาหลายแสนปีแล้ว

ปราณโลหิตเป็นเหมือนมังกรทีละตัววิ่งออกจากร่างกายของเขาเหมือนกระแสน้ำที่พุ่งพล่าน!

ติง ติง ติง!

ในขณะที่ความวุ่นวายในบ่อแปลงมังกรกำลังพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ที่ยอดเขาฝั่งตรงข้ามเมืองศักดิ์สิทธิ์กลับปรากฏเสียงพิณดังขึ้น

นักพรตมังกรแดงมองดูท้องฟ้า เสื้อคลุมเต๋าที่เก่าคร่ำคร่าของเขาโบกสะบัดก่อนที่มืออันแห้งเหี่ยวเหมือนขาไก่ของเขาจะยื่นออกไปทันที

“ปัง!”

ความว่างเปล่าแตกละเอียดคล้ายกับกระจกที่ถูกทำลาย ทุกคนตกตะลึง นักพรตมังกรแดงผู้นี้มีทักษะที่แข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ

หากไม่ใช่ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์เจียงผู้เฒ่ายังมีชีวิตอยู่ บางทีในดินแดนรกร้างตะวันออกอาจไม่มีผู้ใดสามารถต่อสู้กับเขาตัวต่อตัวได้

"ดิง"

เสียงพิณที่ดังอยู่บนภูเขาขนาดใหญ่ยังคงไม่ได้ลดลง แต่ดูเหมือนจะเร่งจังหวะขึ้นอีกด้วย

เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการดูถูกนักพรตมังกรแดงผู้เฒ่า ซึ่งเป็นการรนหาที่ตายอย่างชัดเจน

นักพรตมังกรแดงผู้เฒ่าพ่นลมหายใจเย็นเยียบ ยื่นมือใหญ่และคว้าเข้าหายอดคนที่นั่งอยู่บนภูเขาฝั่งตรงข้าม

ผู้บ่มเพาะหลายคนหนาวสั่นด้วยความกลัว นักพรตมังกรแดงผู้นี้คล้ายกับว่าพลังของเขาแทบจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับสวรรค์และปฐพีไปแล้ว

ทุกการโจมตีของเขาสามารถหยิบยืมพลังอันน่ากลัวจากเต๋าสวรรค์เพื่อทำการปราบปรามศัตรูอย่างเด็ดขาด

“เจิ้ง เจิ้ง เจิ้ง……”

รัศมีสังหารพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า เสียงพินพังทลาย มังกรที่แท้จริง,เผิงสวรรค์,กิเลน,หงส์เพลิงศักดิ์สิทธ์ในตำนานต่างปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าก่อนจะมุ่งเข้าหานักพรตมังกรแดง

“ปัง!”

อย่างไรก็ตาม ภายใต้มือใหญ่ของนักพรตมังกรแดง ทั้งหมดนี้ได้กลายเป็นผงละเอียด ซึ่งไม่สามารถทำอันตรายต่อเขาได้แม้แต่นิดเดียว

“พัฟ”

มือใหญ่ของเขาเอื้อมขึ้นไปบนท้องฟ้า คว้าเงาพิณขนาดใหญ่ แล้วลบมันทิ้งไปในความว่างเปล่า

ผู้อาวุโสที่มองดูเหตุการณ์หลายคนตกตะลึง หากเป็นตัวพวกเขาไม่มีทางรับการโจมตีของนักพรตมังกรแดงได้อย่างแน่นอน

ในบ่อแปลงมังกรเย่ฟ่านหลับตาลง สิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกนั้นยากจะรบกวนจิตใจของเขา เขาเป็นบ่อน้ำโบราณไม่มีคลื่นราวกับว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเหมือนเทพเจ้านั่งสมาธิ

เมล็ดโพธิ์ที่นำมาจากดาวอังคารถูกตรึงไว้มือซ้ายในขณะที่เขาเริ่มทำการชำระร่างกายก่อนจะบุกทะลวงเข้าสู่อาณาจักรต่อไป

รัศมีอันศักดิ์สิทธิ์ของท้องฟ้าล้อมรอบเขาและทุกๆนิ้วของผิวของเขามีกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์รั่วไหลออกมา นี่เป็นผลมาจากพลังของต้นกำเนิดสวรรค์อันมากมายมหาศาล

รูขุมขนทั่วร่างกายของเขาถูกเปิดออก แสงอันวิจิตรที่เกิดจากต้นกำเนิดสวรรค์ก็หมุนเวียนเข้าและออกอย่างต่อเนื่อง อวัยวะภายในและกระดูกของเขาถูกย้อมด้วยแสงแวววาว

ตำหนักเต๋าทั้งห้าแห่งของเขาได้รับการฝึกฝนอย่างประสบผลสำเร็จยากที่จะมีผู้คนระดับเดียวกันสามารถทัดเทียมได้ ต่อให้วันนี้เขาไม่สามารถประสบผลสำเร็จ แต่สุดท้ายความแข็งแกร่งของเขาก็ยังจะก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้น

“ชัว”

ดอกบัวสีครามสามดอกปรากฏขึ้นบนศีรษะของเย่ฟ่าน พวกมันเป็นตัวแทนของเต๋าผู้ยิ่งใหญ่แห่งสวรรค์และปฐพี คือการให้กำเนิดหนึ่ง หนึ่งให้กำเนิดสอง สองให้กำเนิดสาม สามให้กำเนิดทุกสรรพสิ่ง

ในเวลาเดียวกัน "คัมภีร์เต๋า" ในกงล้อแห่งทะเลของเขาก็เริ่มทำงานด้วยตัวเองเช่นแม่น้ำที่กลับสู่ทะเล เช่นการฟื้นตัวของทุกสิ่ง

ทุกคนประหลาดใจเป็นอย่างมาก แม้แต่บุคคลระดับราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ก็เคลื่อนไหว ดอกบัวสีครามถือกำเนิดขึ้นในร่างกาย นี่เป็นส่วนหนึ่งของนิมิตที่บ่งบอกว่าคนผู้นี้จะกลายเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่

ในเวลาเดียวกันตำหนักเต๋าทั้งห้าแห่งของเย่ฟ่านก็ผสมผสานเข้าด้วยกันกลายเป็นหนึ่งเดียว และเสียงเพลงจากสวรรค์ของสุดยอดเต๋าก็ดังก้องไปทั่วสวรรค์และปฐพี ราวกับเสียงที่ก้องกังวานของระฆัง

ผู้คนไม่เข้าใจความหมายของมัน แต่รู้สึกได้เพียงเสียงนี่คือเสียงตอบรับของสวรรค์ แม้แต่กลุ่มผู้อาวุโสที่มีอายุหลายพันปีก็ยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ นับประสาอะไรกับเด็กรุ่นเยาว์ที่เฝ้าดูเหตุการณ์จากด้านข้าง

“เขาเคยศึกษาคัมภีร์โบราณในอาณาจักรกงล้อแห่งทะเล!”

ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนประหลาดใจเป็นอย่างมาก ในตอนแรกพวกเขาไม่เคยรู้ว่าเส้นทางบ่มเพาะของเย่ฟ่านเริ่มต้นจากอะไร แต่ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าเย่ฟ่านได้ศึกษาคัมภีร์เต๋าโบราณจนแตกฉานแล้ว

อย่างไรก็ตามแม้ว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็เคยศึกษาคัมภีร์โบราณมาด้วยกันทั้งหมด แต่ตอนที่พวกเขาบุกทะลวงเข้าสู่อาณาจักรสี่สุดขั้ว ปรากฏการณ์ที่เชื่อมต่อสวรรค์นั้นก็ไม่เคยเกิดขึ้น

ในความเป็นจริงปรากฏการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาหลายหมื่นปีแล้ว

นั่นแสดงให้เห็นว่าพรสวรรค์ของเย่ฟ่านลึกล้ำน่าค้นหาอย่างแท้จริง

ในตอนนี้ผู้คนมากมายใบหน้าเปลี่ยนสี โดยเฉพาะเด็กรุ่นเยาว์ นี่จะเป็นศัตรูของพวกเขาในอนาคต หากพรสวรรค์ของเขายิ่งใหญ่ถึงขนาดนี้ ถ้าเขาประสบผลสำเร็จจะมีใครเอาชนะเขาได้!

ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนรกร้างตะวันออก สี่ราชวงศ์อมตะจากภาคกลาง รวมทั้งมหาอำนาจอื่นต่างก็จับจ้องไปยังสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าด้วยความปรารถนาที่แตกต่างกัน

“ปัง!”

ทันใดนั้นกระบี่นับหมื่นเล่มก็บินเข้ามาจากทางนอกเมือง โดยหมายมุ่งจะขัดขวางการบุกทะลวงของเย่ฟ่าน

ในตอนนั้นเองที่ราชานกยูงบินขึ้นไปบนท้องฟ้า แขนเสื้ออันกว้างใหญ่ของเขากวาดเข้าหากระบี่เหล่านั้นและทำลายพวกมันทั้งหมดในครั้งเดียว

"ปากา" "ปากา ......"

อาวุธทั้งหมดกลายเป็นผงละเอียด และกลิ่นอายสังหารอันบ้าคลั่งก็ถูกทำลายไป

อย่างไรก็ตามในเวลานี้ กลิ่นอายสยองขวัญที่ไม่สามารถบรรยายได้แทรกซึมไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี

“ค่ายกลสังหารจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่!”

นักพรตมังกรแดงรู้สึกประหลาดใจ ชายชราสี่คนจากตระกูลเฟิ่งก็ใบหน้าเปลี่ยนสีเช่นกัน แผ่นหลังของพวกเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ พวกเขาไม่คิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะลงมืออย่างรุนแรงถึงขนาดนี้

ค่ายกลพวกนี้ตามชื่อของมันก็เพียงพอจะมองเห็นถึงความยิ่งใหญ่ได้แล้ว พวกมันเป็นสิ่งที่หลงเหลือมาจากยุคอดีตเท่านั้นและเหลืออยู่เพียงน้อยนิด

ของพวกนี้สามารถใช้สังหารราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ได้ ไม่มีผู้ใดคิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะนำมาใช้กับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยังไม่สามารถเข้าสู่อาณาจักรสี่สุดขั้ว!”

ในขณะที่ค่ายกลสังหารก่อตัวถึงขีดสุด ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ผู้เฒ่าได้ปรากฏตัวขึ้น ในมือของเขาตอนนี้ถือเตาเทพอัคคีของเย่ฟ่าน และเขาใช้มันเพื่อปราบปรามค่ายกลสังหารจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อย่างรวดเร็ว

“ปัง!”

เปลวไฟอันบ้าคลั่งพุ่งออกมาจากเตาเทพอัคคี พวกมันโหมกระหน่ำเข้าสู่ค่ายกลขนาดใหญ่ที่อยู่บนท้องฟ้า!

“นี่มัน...”

ทุกคนตกใจ ความเข้าใจในด้านอักขระเต๋าของราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ผู้เฒ่านั้นช่างน่ากลัว แม้แต่ค่ายกลสังหารจักรพรรดิที่หลงเหลือมาจากยุคโบราณก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้?

ในขณะที่การต่อสู้บนท้องฟ้ายังคงชุลมุนวุ่นวาย เย่ฟ่านกลับนิ่งเงียบเขาปิดตานั่งสมาธิและวางใบไม้สีแดงไว้ระหว่างคิ้วเพื่อหมุนเวียนศิลปะที่อยู่ในคัมภีร์เต๋า

“นั่นคือใบของต้นชารู้แจ้งโบราณ!” ผู้บ่มเพาะหลายคนอุทาน

"ชัว"

แสงสีทองสว่างวาบและชำระล้างร่างกายของเย่ฟ่านทุกตารางนิ้ว! แสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์เปรียบเสมือนสายน้ำทำให้ร่างกายของเขาสดใสและปรากฏรัศมีเจ็ดสีขึ้นที่ด้านหลัง

ในเวลาเดียวกันเสียงสวดมนต์ก็ดังออกมาจากตำหนักเต๋า ผู้บ่มเพาะทุกคนที่อยู่ในเมืองศักดิ์สิทธิ์ต่างก็ได้ยินเสียงสวดนี้อย่างชัดเจน

หลังจากนั้นไม่นานรังไหมสีทองก็โอบล้อมร่างกายของเย่ฟ่านให้กลายเป็นดักแด้ขนาดใหญ่

จบบทที่ 569 - ทะลวงอาณาจักร

คัดลอกลิงก์แล้ว