- หน้าแรก
- บันทึกรักข้ามมิติ เกิดใหม่กี่ทีความสวยก็เป็นเหตุ
- บทที่ 30: พี่คนเถื่อนก็อยากเป็นที่รัก (1)
บทที่ 30: พี่คนเถื่อนก็อยากเป็นที่รัก (1)
บทที่ 30: พี่คนเถื่อนก็อยากเป็นที่รัก (1)
ทันทีที่หลิวเจียวเจียวลืมตาขึ้น ระบบ 246 ก็พุ่งเข้าใส่นางทันที
"แงงง เจียวเจียว ข้าคิดถึงเจ้าจะแย่อยู่แล้ว!" 246 เอ่ยสะอึกสะอื้น "พวกเราไม่ได้เจอกันตั้งหนึ่งโลกเต็มๆ เลยนะ!"
หลิวเจียวเจียวกอด 246 เอาไว้พลางลูบไล้ไปตามร่างนุ่มฟูของมัน
246 เอ่ยถามคำถามตัดสินชะตาชีวิตว่า "เจียวเจียว แล้วเจ้าล่ะ คิดถึงข้าบ้างไหม?"
หลิวเจียวเจียว: ...คิดถึงไหมน่ะเหรอ?
ความจริงแล้ว ระบบ 123 จากโลกที่แล้วดูแลนางดีมากเลยทีเดียว
ที่สำคัญคือ 123 ฉลาดกว่า 246 มากนัก
123 สามารถให้คำตอบที่สมบูรณ์แบบได้ในหลายๆ เรื่องที่หลิวเจียวเจียวยังนึกสงสัย
นับว่าเป็นคู่หูที่พึ่งพาอาศัยได้จริงๆ
ดังนั้นช่วงเวลาที่ผ่านมาหลิวเจียวเจียวจึงใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขไม่น้อย
ทว่า... หลิวเจียวเจียวก้มมองเจ้าก้อนกลมที่กำลังส่งเสียงหงิงๆ แล้วเอ่ยว่า
"คิดถึงสิ ข้าต้องคิดถึงเจ้าอยู่แล้ว!"
246 ได้ฟังก็พึงพอใจยิ่งนัก
มันเอาตัวไถไปมาบนร่างหลิวเจียวเจียวอีกหลายคราก่อนจะเริ่มถ่ายโอนความทรงจำ
—
โลกใบนี้คือนิยายแนวย้อนยุคในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม
นางเอกของเรื่องนามว่าหลินชิงอวี่ และหลิวเจียวเจียว ต่างก็เป็นยุวชนปัญญาชนที่ถูกส่งตัวมายังชนบท
หลินชิงอวี่แม้พื้นเพครอบครัวจะไม่ดีนัก แต่เธอก็เป็นคนเข้มแข็ง จิตใจดี ร่าเริง และมีความมั่นใจในตัวเอง
ส่วนพระเอกนามว่ามู่เซิ่ง คือชายหนุ่มผู้โดดเดี่ยวประจำหมู่บ้าน
เพราะคำทำนายของหมอดูที่บอกว่าเขาจะนำพาความซวยมาสู่บุพการี พ่อแม่จึงทอดทิ้งเขาไว้ในหมู่บ้านอันห่างไกลแห่งนี้ตั้งแต่ลืมตาดูโลก
โชคดีที่มู่เซิ่งถูกเก็บมาเลี้ยงโดยชายชราผู้ฝึกวรยุทธ
ทั้งสองต่างพึ่งพาอาศัยกัน มู่เซิ่งค่อยๆ สร้างอิทธิพลของตนเองขึ้นมาด้วยสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดและร่างกายที่แข็งแรงกำยำ
ซ้ำเขายังมีทรัพย์สินซุกซ่อนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ทว่าด้วยความที่เป็นคนเงียบขรึมไม่สุงสิงกับใคร ชาวบ้านจึงไม่ค่อยชอบหน้านัก
การมาถึงของหลินชิงอวี่ได้เปลี่ยนชีวิตของพระเอกไปโดยสิ้นเชิง
ความร่าเริงและใสซื่อของเธอประดุจดั่งแสงตะวันดวงน้อยที่ค่อยๆ เข้ามาสาดส่องหัวใจของมู่เซิ่งให้สว่างไสว
ในที่สุดมู่เซิ่งก็ยอมเปิดใจยอมรับหลินชิงอวี่
หลังจากนั้น ทั้งสองก็ได้เข้าเมืองและตามหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของมู่เซิ่งจนพบ
หลินชิงอวี่ใช้ความซื่อตรงและเรียบง่ายชนะใจพ่อแม่ตระกูลมู่ได้ในที่สุด
หลังแต่งงาน ระยะห่างระหว่างมู่เซิ่งกับพ่อแม่ก็ค่อยๆ ลดลง
จนสุดท้ายพวกเขาก็ลบเลือนความบาดหมางในใจ และหันมาล้อมวงปั้นเกี๊ยวด้วยกันอย่างมีความสุข!
ส่วนหลิวเจียวเจียวนั้น คือนิยามของคำว่ากินเก่งแต่ขี้เกียจตัวเป็นขน
พื้นฐานครอบครัวของนางค่อนข้างดีและถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก
การต้องลงพื้นที่ชนบทในครานี้จึงนับว่าเป็นทางเลือกที่บีบคั้นหัวใจยิ่งนัก
แม้หลิวเจียวเจียวจะยอมมายังชนบท แต่นางกลับไม่อยากทำงานเลยแม้แต่นิดเดียว
ยามที่นางเห็นแผ่นหลังกว้างและช่วงขาที่ยาวเหยียดของมู่เซิ่ง นางก็รู้ได้ทันทีว่าเขาย่อมต้องทำงานเก่งมากแน่ๆ
นางจึงใช้อุบายตื้นๆ เพื่อยั่วยวนมู่เซิ่ง ทว่ากลับถูกเขาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
หลิวเจียวเจียวยังไม่ยอมสำนึกและตามตื้อเขาไม่เลิกรา
เหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดคือการที่หลิวเจียวเจียววางแผนจะรวบรัดตัดตอนเพื่อให้เขาต้องแต่งงานด้วย
มู่เซิ่งหมดความอดทนจึงใช้อิทธิพลของตนส่งตัวหลิวเจียวเจียวไปไว้ที่ห้องข้างๆ แทน
ผลสุดท้าย แผนการของหลิวเจียวเจียวจึงย้อนกลับมาหาตัวเอง ทำให้นางต้องแต่งงานกับโกวต้าน ชายหนุ่มท่าทางเซ่อซ่าประจำหมู่บ้านแทน
แน่นอนว่าชีวิตหลังแต่งงานของนางนั้นแสนจะขมขื่น
เจ้าของร่างเดิมรู้สึกคับแค้นใจเป็นอย่างยิ่ง นางไม่ปรารถนาชีวิตที่ยากจนข้นแค้นเช่นนี้เลย!
ดังนั้น 246 จึงให้นางไปเกิดใหม่เป็นคนงานในโรงพิมพ์ธนบัตร
มีเงินให้ใช้อื้อซ่าขนาดนั้น ย่อมต้องสุขใจจนเนื้อเต้นแน่ๆ!
—
ปัจจุบัน
เหล่ายุวชนปัญญาชนเดินทางมาถึงเรียบร้อยแล้วและกำลังเตรียมตัวเริ่มงาน
เลขาธิการหมู่บ้านผู้ดูแลถือปากกาพลางตรวจสอบรายชื่อทีละคน:
"งานของผู้หญิงจะเบาหน่อย พวกเจ้าไปถอนหญ้าในนาแล้วกัน!"
"ส่วนงานของผู้ชายจะหนักขึ้นมานิด พวกเจ้าไปขุดดินทางโน้น!"
เพียงไม่กี่คำ ชะตากรรมของยุวชนปัญญาชนทั้งหลายก็ถูกกำหนดลง
หลิวเจียวเจียวรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งนัก "246 ทำไมข้าต้องทำงานทันทีที่มาถึงด้วยล่ะ?"
246 เองก็สงสารนางจับใจ มันนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า
"เจียวเจียว ให้ข้าช่วยเจ้าถอนหญ้าดีไหม?"
ประจวบเหมาะกับที่ช่วงนี้มันฝึกกล้ามหน้าท้องมาค่อนข้างดีเสียด้วย
หลิวเจียวเจียวมองดูเจ้าก้อนกลมจิ๋วอย่าง 246 แล้วก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังรังแกแรงงานเด็ก
นางจึงเอ่ยว่า "งั้นพวกเราทำด้วยกันเถอะ!"
246 พยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน
หลิวเจียวเจียวจึงเดินมาถึงผืนนาที่นางต้องรับผิดชอบ
ทันทีที่เห็นที่ดินผืนใหญ่โตขนาดนี้ หลิวเจียวเจียวก็รู้สึกเหมือนฟ้าจะถล่มลงมาตรงหน้า:
"กว้างขนาดนี้ เมื่อไหร่ข้าจะถอนหญ้าเสร็จล่ะเนี่ย?"
246 เองก็อึ้งไปเหมือนกัน:
"เยอะขนาดนี้ กล้ามหน้าท้องของข้าจะรับไหวไหมนะ?"
หลิวเจียวเจียวหันไปมองรอบๆ และเหลือบไปเห็นร่างที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในนาข้างๆ
"246 เขาเป็นใครกัน?" หลิวเจียวเจียวถาม
246: "เขาคือมู่เซิ่ง พระเอกของเรื่องยังไงล่ะ เพราะพื้นที่ทำงานของพวกเจ้าอยู่ติดกัน เจ้าจึงสังเกตเห็นเขาได้ง่าย"
"หลังจากเฝ้ามองเขาอยู่หลายวัน เจ้าจะรู้สึกว่าเขาดูเก่งกาจพึ่งพาได้ และตัดสินใจที่จะยั่วยวนเขา!"
หลิวเจียวเจียวกลอกตาไปมาหนึ่งตลบ ก่อนจะเอ่ยเสียงหวานออเซาะ:
"246 เจ้าเป็นระบบที่ดีที่สุดเลยใช่ไหม?"
ร่างของ 246 พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ มันรู้สึกเคลิบเคลิ้มจนทำตัวไม่ถูก "มีอะไรเหรอ เจียวเจียว?"
"เลื่อนภารกิจให้เร็วขึ้นหน่อยสิ พวกเราไปยั่วยวนเขาตอนนี้เลยได้ไหม?" หลิวเจียวเจียวเอ่ย
นางไม่อยากทำงานจริงๆ นะเนี่ย
246 นิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วรีบวิ่งไปสอบถามระบบหลัก
ระบบหลักตอบกลับมาในทันที: "ตราบใดที่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โต เจียวเจียวอยากจะทำอะไรก็ทำได้เลย"
246: !!!
ปกติระบบหลักเป็นคนใจดีพูดง่ายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
ทว่า 246 ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก มันรีบกลับมาเอาใจหลิวเจียวเจียวทันที:
"เจียวเจียว ไม่มีปัญหาเลย เราไปยั่วยวนมู่เซิ่งกันเถอะ!"
หลิวเจียวเจียวพยักหน้าแล้วก็นิ่งอึ้งไป
ยั่วยวน?
ต้องยั่วยวนยังไงล่ะ?
แบบไหนถึงจะเรียกว่าการยั่วยวน?
หลิวเจียวเจียวมืดแปดด้าน นางไม่เคยต้องไปยั่วยวนใครมาก่อนเลยในชีวิต
"246 ข้าควรจะยั่วยวนเขายังไงดีล่ะ?" หลิวเจียวเจียวถาม
246 ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า "เจ้าก็แค่... ยู่ปากใส่เขาดีไหม?"
หลิวเจียวเจียว: "แบบนี้เหรอ?"
หลิวเจียวเจียว: (○` 3′○)!
246: !!!
เจียวเจียวน่ารักเกินไปแล้ว!
"ใช่เลย แบบนั้นแหละ" 246 เอ่ยอย่างรวดเร็ว "เจียวเจียว ขนาดข้ายังถูกเจ้าดึงดูดเข้าให้แล้วเลย!"
เมื่อได้รับคำชมจาก 246 หลิวเจียวเจียวก็เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
นางเดินเข้าไปหามู่เซิ่งพลางแสร้งไอสองสามทีเพื่อเรียกร้องความสนใจ
ในที่สุดมู่เซิ่งก็เงยหน้าขึ้นมองนาง
วินาทีที่มู่เซิ่งเห็นหลิวเจียวเจียว เขาพละรับรู้ได้ว่าหัวใจของตนหยุดเต้นไปชั่วขณะ
เขาจ้องมองหลิวเจียวเจียวผู้มีผิวพรรณขาวผ่องนวลเนียน แววตาของเขาก็พลันเข้มขึ้น
"มีธุระอะไรหรือ?" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
มู่เซิ่งเป็นบุรุษร่างใหญ่ ไหล่กว้างเอวคอด ผิวสีทองแดงของเขาช่วยเสริมสร้างเสน่ห์ที่แตกต่างออกไปจากชายหนุ่มทั่วไป
เครื่องหน้าของเขาคมคาย แววตาคมปราบดูดุดันและแข็งกร้าว
ที่สำคัญไปกว่านั้น... กล้ามอกของเขาช่างดูหนาแน่นและแข็งแรงยิ่งนัก
ในยามนี้ที่เขาโน้มกายลงมาเล็กน้อย หลิวเจียวเจียวก็ตกอยู่ภายใต้เงาของเขาทันที
ราวกับลูกแกะที่พลัดหลงเข้าไปในกับดัก โดยไม่อาจขัดขืนได้เลย
ทว่าหลิวเจียวเจียวกลับไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ เลย นางเอ่ยว่า:
"ข้ามาถอนหญ้าอยู่ที่นาข้างๆเจ้านี่เอง เลยอยากจะมาทำความรู้จักกับเจ้าสักหน่อย"
กล่าวจบ นางก็กะพริบตาปริบๆ พลางยู่ปากน้อยๆ ดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่สุด
มู่เซิ่งรู้สึกถึงแรงกระตุ้นบางอย่างที่พุ่งพล่านอยู่ในใจ
เขาขานรับ "อืม" ออกมาคำหนึ่งแล้วก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก
เขาจำเป็นต้องทำให้ใจสงบลงโดยเร็ว
เมื่อได้รับการตอบสนองที่แสนจะธรรมดาจากมู่เซิ่ง หลิวเจียวเจียวก็รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง:
"246 ข้ายั่วยวนเขาไม่สำเร็จงั้นเหรอ?"
246: "เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!"
"เจียวเจียว เจ้าลองออดอ้อนเขาดูสิ!"
ได้ยินดังนั้น หลิวเจียวเจียวก็ยื่นมือไปหมายจะคว้าชายเสื้อของมู่เซิ่ง
ทว่าเพราะมู่เซิ่งสวมเสื้อแขนสั้น มือของนางจึงสัมผัสลงบนท่อนแขนเปลือยเปล่าของเขาแทน
มือที่ขาวสะอาดและนุ่มนิ่มของนาง ยิ่งดูขาวผ่องขึ้นไปอีกเมื่อเทียบกับผิวสีทองแดงเข้มของเขา
แววตาของมู่เซิ่งสั่นไหวเล็กน้อย
หลิวเจียวเจียวเอ่ยว่า "ข้าถอนหญ้าไม่เป็น วันนี้เจ้าช่วยสาธิตให้ข้าดูหน่อยได้ไหม?"
ฮิๆ แบบนี้เขาย่อมไม่มีทางปฏิเสธได้แน่!
นางนี่มันฉลาดจริงๆ เลย!
หลังจากเงียบไปพักใหญ่ มู่เซิ่งก็เอ่ยตอบเสียงเรียบว่า "ตกลง"