- หน้าแรก
- บันทึกรักข้ามมิติ เกิดใหม่กี่ทีความสวยก็เป็นเหตุ
- บทที่ 20: หลงอ้าวเทียนก็อยากมีความรัก (5)
บทที่ 20: หลงอ้าวเทียนก็อยากมีความรัก (5)
บทที่ 20: หลงอ้าวเทียนก็อยากมีความรัก (5)
เดิมทีเจ้าสำนักหลิวเทียนกำลังอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง ทว่าทันทีที่ตื่นนอน ฟ้าก็แทบถล่มลงมา
"พวกเจ้าสองคน... นี่มันเรื่องอันใดกัน?"
เจ้าสำนักหลิวเทียนยืนอยู่ในลานเรือน ทอดถอนใจมองหลิวเจียวเจียวและกู้เหยียนที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่เบื้องหน้า
วันนี้เขาตั้งใจมาหาบุตรสาวด้วยอารมณ์เบิกบานใจยิ่ง
ผลปรากฏว่ากลับพบร่องรอยสีกุหลาบแต้มประปรายอยู่ทั่วเรือนร่างของหลิวเจียวเจียว
ซ้ำเจ้าเด็กเมื่อวานซืนกู้เหยียนยังอยู่ที่นี่ด้วยอีกคน
หรือว่าเมื่อคืนพวกเขาสองคนจะ...
เจ้าสำนักหลิวเทียนมิกล้าคิดต่อเลยจริงๆ
"ท่านเจ้าสำนัก..."
กู้เหยียนเอ่ยปาก หวังจะยืดอกรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดไว้เอง
ทว่าหลิวเจียวเจียวกลับโพล่งขึ้นมาเสียก่อน
"ท่านพ่อ ข้าหลับนอนกับกู้เหยียนแล้วเจ้าค่ะ"
เจ้าสำนักหลิวเทียน: !!!
กู้เหยียน: !!!
246: !!!
"นี่... นี่... นี่เป็นเรื่องจริงรึ?" น้ำเสียงของเจ้าสำนักหลิวเทียนเริ่มติดขัด
หลิวเจียวเจียวพยักหน้าหงึกหงัก
เมื่อคืนกู้เหยียนมิได้หักหาญน้ำใจนาง ซ้ำยังให้เวลาหลิวเจียวเจียวได้ตั้งสติ
ความจริงหลิวเจียวเจียวควรจะร้องเรียกให้เจ้าสำนักหลิวเทียนมาช่วย
ทว่าเมื่อเผชิญกับบุรุษรูปงามอยู่ตรงหน้า หลิวเจียวเจียวก็ห้ามใจเอาไว้ไม่อยู่... หลังจากผ่านโลกใบเล็กมาหลายใบ หลิวเจียวเจียวก็พ่ายแพ้ต่อรูปโฉมของบุรุษไปเสียแล้วอย่างน่าไม่อาย
นางโปรดปรานหน้าท้องเป็นลอนสวย โปรดปรานบุรุษรูปงาม และโปรดปรานเสียงหอบหายใจของพวกเขา... อะแฮ่มๆ
สรุปสั้นๆ ก็คือ นางไม่ใช่หลิวเจียวเจียวผู้ใสซื่อบริสุทธิ์คนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ความผิดทั้งหมดอยู่ที่นางเอง!
เจ้าสำนักหลิวเทียนนึกว่ากู้เหยียนเป็นฝ่ายบังคับขืนใจ เมื่อครู่นี้จึงถลึงตากดดันใส่เขาไปหลายวง
แต่ตอนนี้ เขากลับไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับกู้เหยียน
นี่บุตรสาวของเขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนจริงๆ หรือนี่?
เจ้าสำนักหลิวเทียนกระแอมไอ
"กู้เหยียน เรื่องนี้เจียวเจียวล่วงเกินเจ้าแล้ว เจ้าต้องการสิ่งใดเป็นการชดเชยเล่า?"
กู้เหยียนกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอ่ยว่า
"เช่นนั้นก็ให้ข้ากับเจียวเจียวผูกวาสนาเป็นคู่เต๋ากันเถิดขอรับ"
เจ้าสำนักหลิวเทียน: !!!
หลิวเจียวเจียว: !!!
นี่มันพลิกบทบาทกลายเป็นฉากขอแต่งงานไปโดยปริยายเลยไม่ใช่หรือ?
"ท่านเจ้าสำนัก ลองตรองดูเถิด หากวันหนึ่งท่านล่วงลับไป ผู้ใดเล่าจะคอยปกป้องเจียวเจียว?"
"หากข้าได้แต่งกับเจียวเจียว ข้าจะไม่มีวันยอมให้นางต้องน้อยเนื้อต่ำใจแม้แต่นิดเดียว"
เจ้าสำนักหลิวเทียน: ...เขายังไม่ตายเสียหน่อย!
ทว่าสิ่งที่กู้เหยียนพูดมาก็ถูกต้องทีเดียว เขานั้นเป็นห่วงหลิวเจียวเจียวอยู่เป็นพัน เป็นหมื่นประการ
ปลอดภัยไว้ก่อนย่อมดีที่สุด
เขารู้นิสัยใจคอของกู้เหยียนดี บุรุษผู้นี้พูดคำไหนคำนั้นเสมอ
ในเมื่อบอกว่าจะปกป้องเจียวเจียว เขาย่อมไม่มีวันปล่อยให้เจียวเจียวต้องพบพานกับความอยุติธรรมใดๆ อย่างเด็ดขาด
เจ้าสำนักหลิวเทียนเริ่มมีท่าทีโอนอ่อน
แม้จะรู้สึกหงุดหงิดใจอยู่บ้างที่ผักกาดขาวชั้นดีของตนถูกหมูคาบไปกิน... ไม่สิ เป็นผักกาดขาวที่ไปกลิ้งทับหมูเองต่างหาก... คิดแล้วก็ชวนให้ปวดเศียรเวียนเกล้านัก
เมื่อเห็นเจ้าสำนักหลิวเทียนลังเล กู้เหยียนก็หันไปหาหลิวเจียวเจียวแล้วถาม
"เจียวเจียว เจ้าเต็มใจหรือไม่?"
หลิวเจียวเจียวเองก็อึกอักเล็กน้อย
กู้เหยียนโน้มกายเข้ามากระซิบข้างหูหลิวเจียวเจียว
"วันข้างหน้า ข้าจะยอมให้เจ้าลูบกล้ามท้องของข้าทุกวันเลย"
"แถมวันข้างหน้า ไม่ว่าเจ้าจะเย่อหยิ่งเอาแต่ใจเพียงใด ข้าก็จะคอยหนุนหลังเจ้าเอง"
"และแน่นอน ข้าจะทำอาหารให้เจ้ากิน คอยอยู่เป็นเพื่อนเจ้าอ่านหนังสือนิทาน..."
หลิวเจียวเจียวหวั่นไหวขึ้นมาทันที
นางรู้สึกอยู่เสมอว่ากู้เหยียนมองนางออกทะลุปรุโปร่ง
มิฉะนั้น เหตุใดเขาจึงเสนอเงื่อนไขได้ตรงใจนางทุกคราไปเล่า?
"ท่านพ่อ ข้าเต็มใจเจ้าค่ะ" หลิวเจียวเจียวตอบกลับด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
เจ้าสำนักหลิวเทียนรู้สึกหนาวเหน็บในใจเมื่อเห็นท่าทางร้อนรนของบุตรสาว
"เจียวเจียว ท่านพ่อยังเป็นคนที่เจียวเจียวรักที่สุดอยู่หรือไม่?"
"แน่นอนสิเจ้าคะ! ไม่ว่าจะเกิดอันใดขึ้น เจียวเจียวก็รักท่านพ่อที่สุดเลย!"
ปากของหลิวเจียวเจียวยังคงหวานหยดย้อยเช่นเคย
กู้เหยียนนิ่งเงียบไม่เอ่ยสิ่งใด
เจ้าสำนักหลิวเทียนค่อยรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจขึ้นมาบ้าง จึงยอมพยักหน้าตกลง
"เอาเถิด ในเมื่อเป็นความสมัครใจของพวกเจ้าคนหนุ่มสาว ข้าก็ไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายให้มากความ"
"รอหาฤกษ์ยามงามดีได้เมื่อใด พวกเจ้าทั้งสองก็เข้าพิธีผูกวาสนาเป็นคู่เต๋ากันเถิด!"
หลิวเจียวเจียวและกู้เหยียนพยักหน้ารับคำ
คล้อยหลังเจ้าสำนักหลิวเทียนจากไป กู้เหยียนก็อุ้มหลิวเจียวเจียวกลับเข้าห้องทันที
"กู้เหยียน นี่มันยังกลางวันแสกๆ อยู่นะ!"
หลิวเจียวเจียวเห็นสายตาปรารถนาอันเปิดเผยของกู้เหยียน ใบหน้างดงามก็พลันแดงก่ำด้วยความเอียงอาย
กู้เหยียนตวัดผ้าห่มขึ้นคลุมโปงให้พวกเขาทั้งสอง "ตอนนี้ไม่ใช่กลางวันแล้ว"
...เช้าวันนี้กู้เหยียนดุดันเร่าร้อนเป็นพิเศษ จนหลิวเจียวเจียวแทบจะรับมือไม่ไหว
นางช้อนขอบตาแดงเรื่อขึ้นออดอ้อน "กู้เหยียน ข้าเหนื่อยแล้ว"
การเคลื่อนไหวของกู้เหยียนหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ปลายนิ้วของเขาหยอกเย้าทิวทัศน์วสันต์อันงดงามอย่างเนิบนาบ
"เจียวเจียว คนที่เจ้ารักที่สุดคือพ่อของเจ้าอย่างนั้นรึ?"
ในที่สุดหลิวเจียวเจียวก็ตระหนักได้ว่าปัญหาอยู่ที่ใด นางรีบส่ายหน้ารัวๆ
"ไม่ๆๆ คนที่ข้ารักที่สุดย่อมต้องเป็นเจ้าอยู่แล้ว"
นางเป็นโถน้ำผึ้งน้อยตัวจริงเสียงจริง ไม่ว่าจะเอ่ยคำใดก็หวานหูไปเสียหมด
น่าเสียดายที่กู้เหยียนในยามนี้ไม่หลงกลง่ายๆ
"เจียวเจียว บิดาของเจ้าดีต่อเจ้า เจ้าจะรักเขาก็เป็นเรื่องสมควร"
"แต่ถึงอย่างไร ข้าก็เป็นสามีของเจ้า เจ้าควรรักข้าเป็นที่สุดไม่ใช่หรือ?"
ปากก็พูดไป ทว่าฝ่ามือของกู้เหยียนกลับไม่หยุดรุกราน
หลิวเจียวเจียวสิ้นเรี่ยวแรงจะขัดขืน ทำได้เพียงรีบพยักหน้ารับ
"ใช่ๆ เจ้าพูดถูกทั้งหมดเลย"
กู้เหยียนคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ
เมื่อมองดูใบหน้าเหม่อลอยของหลิวเจียวเจียว เขาก็อดไม่ได้ที่จะโน้มตัวลงไปประทับจูบ
ภายนอกแสงตะวันสาดส่องสว่างไสว ส่วนภายในห้องนั้น ทิวทัศน์วสันต์ช่างงดงามตระการตา...
หลินไป๋โหรวเอาแต่อกสั่นขวัญแขวนมาตั้งแต่เมื่อคืน
นางกลัวเหลือเกินว่ากู้เหยียนจะบันดาลโทสะและลงมือทำอันใดกับนาง
เมื่อเห็นว่าช่วงเช้าผ่านพ้นไปอย่างสงบ นางก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทว่าจังหวะที่กำลังจะก้าวเท้าออกจากประตู กู้เหยียนก็หายตัวมาปรากฏอยู่เบื้องหน้านางในพริบตา
หลินไป๋โหรว: !!!
ก่อนที่หลินไป๋โหรวจะทันได้เอ่ยปากอธิบาย กู้เหยียนก็คว้าหมับเข้าที่ลำคอของนาง "เรื่องเมื่อวานเป็นแผนการของเจ้างั้นรึ?"
หลินไป๋โหรวมีสีหน้าหวาดผวา พยายามจะส่ายหน้าปฏิเสธ
กู้เหยียนคร้านจะเสียเวลา จึงซัดยันต์สัจจะแปะลงบนตัวนางโดยตรง
จากนั้น หลินไป๋โหรวก็สารภาพความจริงออกมาจนหมดเปลือก
กู้เหยียนแค่นหัวเราะหยันในใจเมื่อได้ยินรายนามของศัตรูเหล่านั้น
เขาปรายตามองหลินไป๋โหรวแล้วเอ่ย
"ดูเหมือนว่าการส่งไปตักมูลสัตว์จะไม่ได้ช่วยให้เจ้าสำนึกตนเลยสินะ"
หลินไป๋โหรว: !!!
คำพูดนั้นหมายความว่าอย่างไรกัน?
หรือว่าคนที่ส่งนางไปตักมูลสัตว์ก่อนหน้านี้... ก็คือกู้เหยียนอย่างนั้นรึ?
กู้เหยียนยัดโอสถเม็ดหนึ่งเข้าปากหลินไป๋โหรวแล้วกล่าว
"นี่คือโอสถสัจจะ ข้าเห็นว่าเจ้าเป็นคนไม่ค่อยซื่อสัตย์นัก ดังนั้นวันข้างหน้าก็จงทำตัวให้ดีๆ เล่า"
"อ้อ ยาเม็ดนี้จะออกฤทธิ์ไปตราบจนวันตายของเจ้าเลยเชียว"
กล่าวจบ กู้เหยียนก็สะบัดชายเสื้อเดินจากไป
หลินไป๋โหรวพยายามโก่งคออาเจียนอยู่นาน ทว่าก็ไม่อาจคายยาเม็ดนั้นออกมาได้
ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ในเมื่อโอสถเม็ดนั้นละลายหายไปทันทีที่แตะปลายลิ้น
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความคิดจิตใจอันมืดบอดและชั่วร้ายของหลินไป๋โหรวก็ถูกตีแผ่ให้ทุกคนได้รับรู้
ไม่มีผู้ใดเต็มใจข้องแวะกับนางอีก ท้ายที่สุดนางก็แก่ตายไปอย่างโดดเดี่ยวภายในห้องของตน
กว่าจะมีคนมาพบ ศพของนางก็เน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปนานแล้ว
และในเวลาเดียวกัน
กู้เหยียนก็สืบหาตัวศัตรูจนพบ และลงมือสังหารพวกมันทิ้งทั้งหมดในเวลาอันสั้น
นับจากวันนี้เป็นต้นไป เขาไม่อาจปล่อยให้มีเสี้ยนหนามหรือภัยมืดใดๆ หลงเหลืออยู่อีก
ในเมื่อตอนนี้เขามีจุดอ่อนแล้ว เขาย่อมไม่ต้องการให้เจียวเจียวต้องมารับเคราะห์กรรมอันใดเพราะตนเป็นต้นเหตุ
ดังนั้น เจ้าพวกสวะเหล่านี้ สมควรตายให้สิ้น!
เจ็ดวันให้หลัง กู้เหยียนและหลิวเจียวเจียวก็เข้าพิธีผูกวาสนาเป็นคู่เต๋ากันอย่างเป็นทางการ
ขอบตาของเจ้าสำนักหลิวเทียนแดงก่ำ ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง
"ท่านเจ้าสำนัก หลิวเจียวเจียวก็มิได้แต่งงานออกเรือนไปนอกสำนักเสียหน่อย ท่านจะร้องไห้ทำไมกัน?"
"พวกเจ้าไม่เข้าใจหรอก!" เจ้าสำนักหลิวเทียนเอ่ยด้วยความปวดร้าวและคับแค้นใจ
ค่ำคืนนั้น พิธีเข้าหอดำเนินไปอย่างชื่นมื่น
หลิวเจียวเจียวยังคงใช้ชีวิตในโลกใบนี้ได้อย่างสุขสบายยิ่งนัก
กู้เหยียนคอยปรนนิบัติพัดวีให้นางสุขสบายในทุกๆ วัน จนนางรู้สึกว่าตนแทบจะกลายเป็นคนง่อยที่ดูแลตัวเองไม่ได้อยู่รอมร่อ
ธาตุแท้ของกู้เหยียนก็ค่อยๆ เผยออกมาให้เห็นเช่นกัน
ทุกครั้งที่เจียวเจียวทุบตีหรือเตะต่อยเขา บนใบหน้าของชายหนุ่มกลับมักจะเผยสีหน้าเคลิบเคลิ้มเปี่ยมสุขออกมาเสมอ
หลิวเจียวเจียว: ...ข้าไม่กล้าเตะเขาแล้ว ข้าไม่กล้าเตะเขาอีกแล้วจริงๆ
และเนื่องจากกู้เหยียนสังหารคนโดยไม่กะพริบตา ผู้คนมากมายจึงขนานนามเขาว่า 'มารสังหาร'
ด้วยฉายานี้เอง จึงไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามารอนหาที่ตายอีก
246: ...อันที่จริง ตามเนื้อเรื่องเดิม กู้เหยียนควรจะได้รับฉายาว่า 'บุตรแห่งสวรรค์' ต่างหาก
แต่ช่างเถอะ เนื้อเรื่องมันพังพินาศย่อยยับไปหมดแล้ว
กู้เหยียนรักษาคำพูดของตนอย่างเคร่งครัด เขาปกป้องดูแลหลิวเจียวเจียวไปตราบชั่วชีวิต
ทั้งสองครองคู่กันอย่างหวานชื่นไปจนแก่เฒ่า
เนื่องจากตบะบารมีของหลิวเจียวเจียวค่อนข้างต่ำต้อย นางจึงเป็นฝ่ายหลับตาลงก่อน
กู้เหยียนยังสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ ทว่าเขากลับเลือกที่จะดับขันธ์ไปพร้อมกับหลิวเจียวเจียว
ตราบจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต เขาก็ยังคงตระกองกอดหลิวเจียวเจียวเอาไว้แนบกายนิรันดร์