- หน้าแรก
- บันทึกรักข้ามมิติ เกิดใหม่กี่ทีความสวยก็เป็นเหตุ
- บทที่ 16: วีรบุรุษผู้พิชิตมังกรก็อยากมีความรัก (1)
บทที่ 16: วีรบุรุษผู้พิชิตมังกรก็อยากมีความรัก (1)
บทที่ 16: วีรบุรุษผู้พิชิตมังกรก็อยากมีความรัก (1)
"246 ที่นี่คือที่ไหนเนี่ย?"
หลิวเจียวเจียวที่เพิ่งเดินทางมาถึงโลกใบใหม่ยังไม่ได้รับความทรงจำ จึงเบิกตากว้างและเอ่ยถามขึ้น
โลกนี้ดูไม่ต่างจากยุคโบราณนัก ทว่าสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจคือผู้คนในโลกนี้สามารถเหาะเหินเดินอากาศด้วยการเหยียบอยู่บนกระบี่ได้จริง!
"เจียวเจียว ที่นี่คือโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรครับ" 246 เอ่ยอธิบายอย่างเอาใจใส่
หลิวเจียวเจียวกลั้นรอยยิ้มบนใบหน้าไว้ไม่อยู่ "ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ขี่กระบี่บินได้เหมือนกันใช่ไหม?"
246: "เอ่อ... คือว่า..."
เมื่อได้ยินน้ำเสียงอึกอักของ 246 หลิวเจียวเจียวก็หรี่ตาลง พลางคว้าเจ้าก้อนแป้งอ้วนกลมมากำไว้ในมือ
"พูดมาสิ 246 รีบบอกมาเร็วเข้าว่าข้าก็ทำได้เหมือนกัน!"
246 เอ่ยเสียงสั่นเครือ "เจียวเจียว พรสวรรค์ของคุณในโลกนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ ดังนั้นคุณอาจจะ... ขี่กระบี่ได้ไม่ค่อยคล่องนัก"
246 พยายามเลือกใช้คำพูดที่รักษาน้ำใจสุดๆ แล้ว
เพราะในความเป็นจริง หลิวเจียวเจียวในโลกนี้คือคุณหนูผู้ไร้ความสามารถ เป็นประเภทที่แม้แต่วิธีบังคับกระบี่ก็ยังทำไม่เป็นด้วยซ้ำ
"ฮึ่ม ขอแค่ข้าฝึกฝนอย่างหนัก ข้าจะต้องขี่กระบี่บินได้แน่"
เนื่องจาก 246 พูดความจริงออกมาเพียงครึ่งเดียว หลิวเจียวเจียวจึงคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอก็คงไม่ได้แย่ขนาดนั้น
ขอแค่หมั่นฝึกปรือฝีมือ ย่อมต้องบินเหินฟ้าได้เป็นแน่
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิวเจียวเจียวก็เอ่ยอย่างคาดหวัง "246 ส่งเนื้อเรื่องมาได้เลย!"
โลกนี้คือเรื่องราวของวีรบุรุษผู้พิชิตมังกร
พระเอกของเรื่องนามว่า กู้เหยียน กลายเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่ยังเยาว์วัย ทว่าโชคดีที่เจ้าสำนักหลิวเทียนแห่งสำนักชิงหลิงเล็งเห็นว่าเขามีพรสวรรค์ล้ำเลิศ จึงรับเข้าเป็นศิษย์สายตรง
การที่พระเอกไร้หัวนอนปลายเท้าทว่ากลับได้รับความโปรดปรานจากเจ้าสำนักหลิวเทียน ย่อมสร้างความไม่พอใจให้แก่ศิษย์คนอื่นๆ
พวกเขาฉวยโอกาสช่วงที่เจ้าสำนักหลิวเทียนเก็บตัวฝึกฌาน รุมกลั่นแกล้งรังแกพระเอกอย่างตามใจชอบ
พระเอกไม่อยากสร้างความลำบากใจให้แก่ผู้มีพระคุณอย่างเจ้าสำนักหลิวเทียน จึงก้มหน้าอดทนต่อการถูกข่มเหงเหล่านั้นเพียงลำพัง
ในขณะเดียวกัน เขาก็ซ่อนคมงำประกาย คอยเก็บเกี่ยววาสนาปาฏิหาริย์ต่างๆ จนกระทั่งผงาดขึ้นเป็นใหญ่ในใต้หล้าได้ในที่สุด
ส่วนเหล่าศิษย์เลวร้ายที่เคยรังแกเขาก็ล้วนถูกเอาคืนอย่างสาสม
หลังจากพระเอกก้าวขึ้นเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในใต้หล้า เขาก็เลือกที่จะสารภาพรักกับนางเอก หลินไป๋โหรว
ท้ายที่สุดแล้ว ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด มีเพียงนางเอกผู้เปรียบเสมือนดวงตะวันดวงน้อยที่คอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอมา
แม้ว่านางเอกจะเป็นเพียงศิษย์รับใช้ธรรมดาๆ แต่ในใจของพระเอก เธอคือดวงตะวันอันเป็นนิรันดร์ของเขา
สำหรับหลิวเจียวเจียวนั้น เธอคือบุตรสาวของเจ้าสำนักที่เติบโตมาท่ามกลางการตามใจและพะเน้าพะนอ
เธอไม่ได้สืบทอดพรสวรรค์จากบิดามารดา และเป็นสตรีไร้ความสามารถขนานแท้
ทว่าด้วยฐานะอันสูงส่ง จึงมีผู้คนคอยประจบสอพลอมากมาย ซึ่งหล่อหลอมให้เธอมีนิสัยเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจ
ในสายตาของเธอ การปรากฏตัวของกู้เหยียนได้แย่งชิงความสนใจของบิดาไปจากเธอ
ดังนั้น ยิ่งหลิวเจียวเจียวมองกู้เหยียนก็ยิ่งขัดหูขัดตา และมักจะเอ่ยปากดูถูกเหยียดหยามเขาอยู่บ่อยครั้ง
แม้จะเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจ ทว่าเธอกลับซื่อบื้อไร้เดียงสายิ่งนัก
วิธีกลั่นแกล้งที่เธอคิดออกอย่างมากที่สุดก็คือการเมินเฉยไม่ใส่ใจอีกฝ่ายเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ จุดจบของหลิวเจียวเจียวในโลกนี้จึงไม่ได้อเนกอนาถนัก
เธอแก่ตายไปอย่างโดดเดี่ยว และในห้วงลมหายใจสุดท้าย ภาพของเด็กหนุ่มผู้เด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาก็ผุดขึ้นมาในมโนสำนึก
เจ้าของร่างเดิมมาหา 246 ชาตินี้เธอใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไร้กังวลมามากพอแล้ว ปรารถนาเพียงแค่ได้มีความรักที่แสนหวานชื่นดูสักครั้ง
246: ...หรือว่าเจ้าของร่างเดิมคนนี้จะเป็นพวกคลั่งรักที่ซ่อนรูปกันนะ?
246 จึงส่งวิญญาณของเจ้าของร่างเดิมไปเกิดเป็นองค์หญิงในวังหลวง แถมยังประทานข้ารับใช้หนุ่มผู้ซื่อสัตย์ภักดีดุจสุนัขตัวโตให้เสร็จสรรพ
ความรักแสนหวานชื่นแค่นี้จะไปยากอะไรล่ะ?
หลังจากหลิวเจียวเจียวซึมซับความทรงจำเสร็จสิ้น สีหน้าของเธอก็เคร่งขรึมลง
246 นึกว่าเธอกำลังกังวลใจจึงรีบเอ่ยปลอบ "เจียวเจียว โลกนี้ไม่มีอะไรยุ่งยากเลยครับ และคุณก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บด้วย"
"ข้ารู้" หลิวเจียวเจียวลูบปลายคางพลางเอ่ยอย่างลึกล้ำ "ข้าแค่กำลังคิดน่ะ"
246: "คิดอะไรอยู่เหรอครับ?"
"คิดว่าข้าจะบังคับกระบี่ได้จริงหรือเปล่าน่ะสิ"
เมื่อได้รับความทรงจำ หลิวเจียวเจียวก็เข้าใจกฎเกณฑ์ของโลกผู้บำเพ็ญเพียรอย่างถ่องแท้ และเธอรู้สึกว่าด้วยพรสวรรค์ของตนเอง คงไม่อาจขี่กระบี่บินได้อย่างแน่นอน
"เจียวเจียว ขอแค่คุณพยายาม คุณจะต้องทำสำเร็จแน่ครับ!" 246 โกหกหน้าตายโดยไม่สะทกสะท้าน
มันจำต้องให้ความหวังเจียวเจียวเอาไว้ ไม่อย่างนั้นแม่เจ้าประคุณอาจจะหงุดหงิดจนจับมันมาอัดระบายอารมณ์ได้
หลิวเจียวเจียวเองก็รู้สึกว่ามีเหตุผล เธอจึงกำหมัดแน่น "ข้าทำได้!"
"เจียวเจียว วันนี้ท่านพ่อของคุณ... เจ้าสำนักหลิวเทียนกำลังจะรับกู้เหยียนเป็นศิษย์แล้วนะครับ" 246 แอบอยู่ใต้ร่มไม้ พลางมองดูหลิวเจียวเจียวพยายามฝึกบังคับกระบี่เป็นครั้งที่ร้อย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวเจียวเจียวก็เสียหลักพลัดตกลงมาจากกระบี่ทันที
"246 เป็นความผิดของเจ้าคนเดียวเลย ถ้าเจ้าไม่จงใจพูดขัดขึ้นมา ป่านนี้ข้าคงบังคับกระบี่เป็นไปแล้ว" หลิวเจียวเจียวเอ่ยอย่างชอบธรรม
246: ...ข้ออ้างแบบนี้ คงมีแต่ตัวหลิวเจียวเจียวเองนั่นแหละที่เชื่อ
เมื่อคิดได้ดังนั้น 246 จึงเอ่ยเอาใจอย่างอารมณ์ดี "ขอโทษครับเจียวเจียว ความผิดของผมเอง"
หลิวเจียวเจียวนั้นหลอกล่อง่ายยิ่งนัก เธอยืดอกขึ้นอย่างเย่อหยิ่งและเอ่ยว่า "ฮึ่ม ข้าให้อภัยเจ้าก็ได้"
246: ... "เจียวเจียว ตอนนี้คุณต้องไปที่เรือนของท่านพ่อเพื่อหาเรื่อง และพยายามสร้างความประทับใจแย่ๆ ให้กู้เหยียนเห็นนะครับ"
หลิวเจียวเจียวรู้สึกว่าภารกิจนี้ช่างง่ายดายเหลือเกิน การทำให้คนอื่นชื่นชอบนั้นไม่ง่าย แต่การทำให้คนอื่นรำคาญนั้นง่ายกว่าเป็นไหนๆ
"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง 246" พูดจบ หลิวเจียวเจียวก็วิ่งตรงไปยังเรือนของเจ้าสำนักหลิวเทียนทันที ช่วยไม่ได้นี่นา ในเมื่อเธอขี่กระบี่ไม่เป็น ก็ทำได้เพียงพึ่งพาสองขาของตัวเองเท่านั้น
หลิวเจียวเจียวมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ อาหารการกิน เครื่องแต่งกาย และของใช้ทุกอย่างล้วนเป็นเลิศที่สุด ยามนี้เธอสวมชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อน ขณะที่วิ่งเหยาะๆ ดูเผินๆ ราวกับผีเสื้อตัวน้อยก็ไม่ปาน
กู้เหยียนมองดูร่างที่กำลังวิ่งเหยาะๆ มาจากแต่ไกล ร่างกายของเขาชะงักไปชั่วขณะ
"ท่านพ่อ——" ยังไม่ทันที่หลิวเจียวเจียวจะวิ่งมาถึง เสียงใสแจ๋วของเธอก็ดังนำมาก่อนแล้ว
เมื่อเจ้าสำนักหลิวเทียนเห็นบุตรสาวสุดที่รัก ใบหน้าที่มักจะเคร่งขรึมอยู่เป็นนิจก็อ่อนโยนลงในพริบตา
หลิวเจียวเจียวโผเข้าสู่อ้อมกอดของบิดาโดยตรง และเจ้าสำนักหลิวเทียนก็อ้าแขนรับร่างบางไว้อย่างคุ้นชิน
"เจียวเจียว มีอะไรหรือลูก?" เจ้าสำนักหลิวเทียนเอ่ยถามอย่างเปี่ยมเมตตา
กู้เหยียนมองดูว่าที่อาจารย์ของตนด้วยแววตาตื่นตระหนก นี่คืออาจารย์ของเขาจริงๆ น่ะหรือ? คงไม่ได้ถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงหรอกกระมัง!
"ท่านพ่อ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกินเจ้าค่ะ" ปากของหลิวเจียวเจียวราวกับเคลือบไปด้วยน้ำผึ้ง ออดอ้อนเสียจนเจ้าสำนักหลิวเทียนยิ้มกว้างจนหน้าบาน
"พ่อก็คิดถึงเจ้า ลูกรักของพ่อ"
หลิวเจียวเจียวผละออกจากอ้อมกอดของบิดา หันไปมองกู้เหยียน แววตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นระแวดระวังในทันที ราวกับแมวน้อยที่เกียจคร้าน ทว่ากลับตั้งท่าป้องกันตัวทันทีที่พบเจอคนแปลกหน้า
กู้เหยียนรู้สึกอยากหัวเราะออกมาเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด
"ท่านพ่อ เขาคือใครกันเจ้าคะ?" หลิวเจียวเจียวสองมือเกาะแขนบิดาแน่น พลางเชิดหน้าถามอย่างเย่อหยิ่ง
เจ้าสำนักหลิวเทียนไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทว่าเขากลับรู้สึกผิดขึ้นมาตงิดๆ "เขาคือศิษย์ที่พ่อเพิ่งรับเข้ามาน่ะ"
ทันทีที่ได้ยิน ดวงตาของหลิวเจียวเจียวก็แดงก่ำขึ้นมาทันที "ท่านพ่อ ท่านไม่รักข้าแล้วใช่ไหม ถึงได้ไปหาเด็กผู้ชายมาสืบทอดสมบัติของตระกูลน่ะ?"
เจ้าสำนักหลิวเทียนได้ยินดังนั้นก็ถึงกับไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี สมบัติตระกูลอะไรกัน? เขามีเพียงวิชาความรู้และเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรติดตัวเท่านั้น แต่น่าเสียดายที่หลิวเจียวเจียวไม่อาจร่ำเรียนสิ่งเหล่านี้ได้
"ไม่ใช่อย่างนั้นเสียหน่อย พ่อรักเจียวเจียวที่สุดคนเดียวนั่นแหละ" เจ้าสำนักหลิวเทียนเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม
หลิวเจียวเจียวจึงวางใจลง เธอคิดว่าไม่มีใครสังเกตเห็น จึงแอบแลบลิ้นปลิ้นตาใส่กู้เหยียน พร้อมกับเชิดปลายคางขึ้นอย่างท้าทาย
เห็นไหมล่ะ? ท่านพ่อของข้ารักข้าที่สุดคนเดียว!
แท้จริงแล้ว บุรุษทั้งสองที่อยู่ตรงนั้นต่างก็มองเห็นท่าทางเล็กๆ น้อยๆ ของหลิวเจียวเจียวกันทั้งสิ้น
เจ้าสำนักหลิวเทียนยิ้มอย่างตามใจและปล่อยให้บุตรสาวทำตามอำเภอใจ
กู้เหยียนหลุบตาลง ไม่รู้ว่าในใจกำลังคิดสิ่งใดอยู่
"ฮึ่ม เจ้าก็เป็นศิษย์ของท่านพ่อให้ดีๆ แล้วกัน จากนั้นก็คอยรับใช้ข้าให้ดีด้วยล่ะ!" หลิวเจียวเจียวเอ่ยอย่างดูแคลน ก่อนจะกระโดดโลดเต้นจากไป
เจ้าสำนักหลิวเทียนหันมายิ้มให้กู้เหยียน "ขอโทษด้วยนะ บุตรสาวของข้าถูกข้าตามใจจนเคยตัว เจ้าก็อย่าถือสานางเลย"
คำพูดนั้นคือ 'อย่าถือสานางเลย' ไม่ใช่ 'ข้าจะอบรมนางใหม่'
ในมุมมองของเจ้าสำนักหลิวเทียน นิสัยของหลิวเจียวเจียวนั้นไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย และถึงอย่างไร หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาก็พร้อมที่จะออกหน้าคอยรับผิดชอบให้เองอยู่แล้ว
"ไม่เป็นไรครับท่านอาจารย์" กู้เหยียนเงยหน้าขึ้นพร้อมกับเผยรอยยิ้มเจิดจ้า
เจ้าสำนักหลิวเทียน: !!! ทำไมถึงรู้สึกว่าท่าทีที่ไอ้หนูนี่มีต่อเขา มันดูดีขึ้นกว่าเดิมจมเลยล่ะ?