เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

406 - ค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกล?

406 - ค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกล?

406 - ค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกล?


กำลังโหลดไฟล์

406 - ค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกล?

ไม่ถึงสองชั่วยามต่อมาเสียงสังหารก็หายไป ไม่รู้ว่ามีคนตายไปกี่คนแต่ที่ด้านหน้าของวังโบราณแทบจะกลายเป็นแอ่งน้ำสีแดงขนาดใหญ่ไปแล้ว

เลือดเนื้อและดินปะปนกันจนเกิดเป็นดินโคลน แอ่งเลือดสีแดงส่งกลิ่นเหม็นคาวยากที่จะทนรับได้

ภายใต้การต่อสู้อันเข้มข้นและดุดันทหารหยินที่พุ่งออกมาอย่างต่อเนื่องก็ถูกทำลายจนหมดสิ้น ในที่สุดทุกสิ่งทุกอย่างก็เงียบสงบลง

"ทุกคน เรายังจะเข้าไปอยู่ไหม"

ผู้บ่มเพาะหน้าซีดกล่าวด้วยเสียงสั่นสะท้าน

ที่ด้านหน้าของวังโบราณมีผู้คนหลายพันคนชุมนุมอยู่แต่สีหน้าพวกเขาดูย่ำแย่อย่างยิ่ง ผู้บ่มเพาะสตรีบางคนถึงกับอาเจียนออกมาจากความกลัวและความขยะแขยง

“ทหารหยินถูกทำลายแล้ว ตอนนี้หากพวกเราไม่เข้าไปความทุ่มเททั้งหมดของพวกเราจะสูญเปล่า” ผู้บ่มเพาะอีกคนที่มีใบหน้าซีดพยายามกล่าวด้วยความมุ่งมั่น

“สุสานโบราณนี้น่ากลัวเกินไป มันไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถเข้าออกได้ตามใจชอบ อาจจะมีจิตวิญญาณหยินที่ทรงพลังกว่านี้ในส่วนลึกของวังใต้ดิน” บางคนคัดค้าน

ในท้ายที่สุดก็มีคนเพียงจำนวนน้อยนิดที่กล้าเข้าสู่วังโบราณ ผู้คนจำนวนมากต่างก็ทยอยออกจากดินแดนแห่งนี้หลังจากที่หมอกสีดำซึ่งปิดผนึกพื้นที่ถูกทำลายจนหมดสิ้น

ในขณะนั้นรุ้งสามสายก็บินเข้ามายืนอยู่ที่ด้านหน้าพระราชวังด้วยใบหน้าที่มีความจริงจัง

“นักพรตต้วน พวกเราจะเข้าไปตอนนี้หรือไม่?” จี้จื่อเยว่ถาม

"รอก่อน" ต้วนเต๋อสงบไม่รีบร้อน

เย่ฟ่านยิ้มและพูดว่า “เจ้าไม่กลัวสมบัติถูกคนอื่นแย่งชิงไปหรือ?”

“ไม่รีบ ต่อให้เข้าไปตอนนี้ก็คงไม่ได้อะไรออกมา” ต้วนเต๋อยังคงสงบ

ทันใดนั้น พระราชวังใต้ดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และปราณสีดำภายในที่มีความหนาแน่นมากกว่าเมื่อสักครู่ก็ถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง

ผู้ฝึกตนหลายคนอุทานด้วยความกลัวก่อนจะรีบถอยหลังอย่างรวดเร็ว

ต้วนเต๋อเปลี่ยนสีหน้าแล้วพูดว่า

“ข้ารู้ว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น มีแต่คนที่ทรงพลังจริงๆเท่านั้นที่จะรอดได้”

มีเสียงคำรามและการต่อสู้ที่ดุเดือดดังมาจากส่วนลึกของวังโบราณใต้ดินอย่างต่อเนื่อง

“เจ้าแน่ใจหรือว่านี่คือสุสานของตระกูลขุนนางโบราณจริงๆ ทำไมข้าถึงคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติ”

"มันผิดปกติจริงๆ ข้าไม่เคยพบสุสานที่มีพลังหยินมากขนาดนี้มาก่อน" ต้วนเต๋อขมวดคิ้ว

ผ่านไปอีกชั่วยาม เสียงจากวังใต้ดินในที่สุดก็เงียบลง เสียงคำรามหายไปและบางคนก็เดินโซเซออกมาจากส่วนลึกของวังโบราณ

ผู้ที่ออกมาจากวังโบราณนั้นไม่มีใครที่มีสภาพดีแม้แต่คนเดียว ร่างกายของพวกเขาพังยับเยินเห็นได้ชัดว่าการการต่อสู้ที่ยากลำบากมามากแค่ไหน

“เกิดอะไรขึ้นข้างใน เจ้าเจออะไร?” ต้วนเต๋อก้าวไปข้างหน้าด้วยรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายและถามด้วยความกังวล

“อย่าพูดถึงมันเลย ข้างในมีรังผี มีวิญญาณร้ายอยู่ทุกหนทุกแห่งข้าไม่สามารถเข้าสู่ส่วนลึกของวังโบราณใต้ดินได้

ข้าไม่รู้ว่าไอ้สารเลวตัวไหนที่ค้นพบหลุมฝังศพนี้ นี่มันไม่ใช่สุสานโบราณมันเป็นบ่อน้ำพุเหลืองจากโลกใต้พิภพ เก้าญาณวิเศษลึกลับทำให้บิดาคนนี้ต้องสูญเสียแขนไปข้าง” ชายร่างใหญ่ยังคงสบถและเดินโซเซออกมา

ต้วนเต๋อแตะจมูกด้วยความเขินอายเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไร

หลังจากนั้นประมาณ 1 ก้านธูปก็มีคนมากมายที่ไหลทะลักออกมาจากเมืองโบราณใต้ดิน พวกเขาไม่สามารถเสี่ยงชีวิตได้อีกต่อไป

"เอาล่ะ ถึงเวลาที่เราจะต้องเข้าไปแล้ว ถ้าไม่ไปตอนนี้ก็คงไม่เหลืออะไรให้พวกเราอีก" ต้วนเต๋อตัดสินใจ

“นักพรตผู้น่าสงสารคนนี้ไม่ต้องการที่จะเข้าไปข้างในอีกแล้ว เห็นได้ชัดว่าข่าวลือเรื่องเก้าญาณวิเศษลึกลับเป็นเพียงเรื่องยกเมฆที่บางคนจัดฉากขึ้น ข้างล่างนี้มีแต่อันตรายและความตายเท่านั้นที่รอพวกเราอยู่”

จี้จื่อเยว่ก็หยุดเช่นกัน ต่อให้นางเข้าไปแต่หากไม่สามารถติดตามความเร็วของพี่ชายนางได้ สิ่งที่นางทำได้ก็จำกัดอยู่เพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น

“ถ้าพวกเจ้าไม่คิดจะไปด้วยนักพรตผู้น่าสงสารคนนี้คงต้องไปรับเก้าญาณวิเศษลึกลับโดยลำพัง” ต้วนเต๋อกระพริบตาและหายตัวไปภายในประตูเมือง

“นักพรตน้อย เจ้าควรรีบไปจากที่นี่”

จี้จื่อเยว่คิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็บินออกจากสุสานไป

สถานที่แห่งนี้อันตรายเกินไป แม้ว่าพวกเขาจะต้องการจับปลาในน้ำขุ่น แต่สุดท้ายพวกเขาอาจจะไม่ได้อะไรเลยและมีโอกาสสูงที่จะเสียชีวิตอีกด้วย

ทันใดนั้น เงาของสุนัขตัวใหญ่ก็เข้ามาในดวงตาของเย่ฟ่าน จักรพรรดิดำเคลื่อนไหวอย่างลับๆล่อๆก่อนจะเดินมายืนอยู่ด้านข้างของเขา

เย่ฟ่านไม่เพียงแต่เปลี่ยนรูปลักษณ์ของเขาเท่านั้น ยังรวมถึงกลิ่นอายประจำตัวด้วย แต่ถึงจะอย่างนั้นจักรพรรดิดำก็ยังตามหาเขาพบ

“จักรพรรดิดำเจ้านี้ยอดเยี่ยมจริงๆ!”

สุนัขสีดำตัวใหญ่ได้ยินเช่นนั้นก็ฉีกยิ้มสดใสด้วยความภาคภูมิใจในตัวเอง

"ข้ายังมีอะไรให้เจ้าแปลกใจอีกมาก"

เย่ฟ่านไม่ได้คาดหวังว่ามันจะมาที่นี่ และจิตใจที่สงบลงของเขาก็กลับมาทำงานอีกครั้ง หากให้เขาลงไปข้างล่างเพียงคนเดียวมันไม่มีทางที่เขาจะฝ่าค่ายกลอันทรงพลังไปได้ แต่หากมีจักรพรรดิดำอยู่ด้วย?

สุนัขสีดำตัวใหญ่พูดด้วยสีหน้ามืดมนว่า

“อย่าคิดจะเปลี่ยนเรื่อง ข้าทุ่มเทการทำงานอย่างหนักให้เจ้าแต่สุดท้ายยังไม่ได้รับอะไรเลย อย่างน้อยๆเต่าหยกตัวนั้นเจ้าก็ควรมอบให้ข้า”

“เจ้าเป็นคนปัญญาอ่อนหรือเปล่า!” เย่ฟ่านตอบกลับ

“เจ้าสาระเลวน้อยเจ้าคิดจะบ่ายเบี่ยงคดโกง” จักรพรรดิดำแยกเขี้ยวด้วยความโกรธ

"อย่ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้น อสูรเฒ่าตัวนั้นก็อยู่ในระฆังสีทองของเจ้า หากเจ้าไม่มีปัญญาเอามันมาเจ้าจะโทษว่าเป็นความผิดของข้าไม่ได้นะ" เย่ฟ่านยกไหล่และพูดอย่างสบายๆ

“เจ้าบัดซบนั่นมีความฉลาดอยู่ไม่น้อย มันผสานรวมกับอาวุธวิเศษของข้ากลายเป็นจิตวิญญาณแห่งอาวุธ ทำให้ข้าปรับแต่งไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคัมภีร์โบราณเลย” สุนัขสีดำตัวใหญ่กล่าวด้วยความเศร้าโศก

เย่ฟ่านยิ้มและพูดว่า “ขอเพียงเจ้ามีความอดทนอีกสักนิดเมื่อผังป๋อออกมาจากการฝึกฝน ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องของเรา ข้าย่อมสามารถขอร้องเขาให้มอบคัมภีร์แก่เจ้าได้”

สุนัขสีดำตัวใหญ่มีสีหน้ามืดมนและกล่าวว่า

“เจ้าสาระเลวน้อย หากข้าตะโกนขึ้นว่ารากปฐพีต้นกำเนิดอยู่กับเจ้า เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าจะมีผู้คนมากมายมาฉีกหน้าอกของเจ้าเป็นชิ้นๆ”

“มาเถอะ พวกเราเป็นตั๊กแตนสองตัวที่ถูกมัดอยู่ด้วยกัน การต่อสู้ของพวกเรารังแต่จะทำให้คนอื่นได้ประโยชน์ สิ่งที่เราควรทำตอนนี้คือเข้าไปในวังโบราณใต้ดินเพื่อดูว่าจะมีโอกาสอะไรหรือไม่”

“เจ้าต้องการให้จักรพรรดิองค์นี้ช่วยเจ้าทำลายค่ายกลอย่างนั้นละสิ?” สุนัขสีดำแค่นเสียงอย่างเย็นชา

เย่ฟ่านดูอิ่มเอมใจและกล่าวว่า "มีรังผีอยู่ข้างใน ข้ายอมให้เจ้าเข้าไปเพราะข้าอยากให้เจ้าได้ประโยชน์บางอย่าง ส่วนเรื่องข้อจำกัดและค่ายกลมันก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น"

“ถ้าเจ้าต้องการให้จักรพรรดิคนนี้ช่วยเหลือเจ้าเจ้าก็ขอร้องมาดีๆ อย่าทำเป็นเหมือนกับว่าเจ้าพยายามเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อข้า” สุนัขสีดำตัวใหญ่กล่าวด้วยความไม่พอใจ

“มาพูดกันจริงๆจังๆเถอะ เจ้ามีความสามารถในการสร้างค่ายกลข้ามความว่างเปล่าได้หรือไม่” เย่ฟ่านมองดูอย่างจริงจัง

สุนัขสีดำตัวใหญ่พูดอย่างภาคภูมิว่า “เจ้าคิดว่าจักรพรรดิคนนี้คือใคร ในโลกนี้ไม่มีอักขระเต๋าใดที่ข้าแกะสลักไม่ได้ ตราบใดที่เจ้ามีต้นกำเนิดต่อให้เป็นแคว้นภาคกลางเจ้าก็ไปได้ตลอดเวลา”

“ข้ากำลังจริงจังอยู่นะ” เย่ฟ่านแสดงออกถึงความไม่เชื่อถือ

"แน่นอนว่าสิ่งที่ข้าพูดนั้นเป็นเรื่องจริงอยู่แล้ว"

ดวงตาของเย่ฟ่านเป็นประกายในทันทีเขากล่าวด้วยรอยยิ้มประจบประแจงว่า

“เจ้ามั่นใจว่าจะสามารถสร้างค่ายกลที่ส่งข้าเดินทางไปไกลนับพันล้านลี้ได้หรือไม่?”

“การแกะสลักแบบนี้ต้องใช้วัสดุพิเศษ เจ้ามีแท่นหยกลึกลับไหมเล่า หากไม่มีก็เลิกพูดได้เลย” สุนัขสีดำตัวใหญ่ถามพลางกลอกตา

“ข้าเก็บมาแล้ว”

เย่ฟ่านโยนวัตถุสีดำขนาดใหญ่ออกมาจากทะเลแห่งความทุกข์ มันคือแท่นหยกที่เขาเก็บมาจากดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตในเหมืองโบราณต้นกำเนิดพร้อมกับเต่าหยก (เก็บมาตอนได๋ว่ะ)

ในตอนนี้ความต้องการที่จะเข้าสู่วังโบราณใต้ดินของเขาหมดลงไปแล้ว

ที่นี่มีมหาอำนาจระดับดินแดนศักดิ์สิทธิ์กำลังแย่งชิงญาณวิเศษลึกลับทั้งเก้ากันอยู่ ต่อให้เขาแข็งแกร่งมากกว่านี้ก็เป็นเพียงต้นไม้เล็กๆในป่าใหญ่เท่านั้น

จบบทที่ 406 - ค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกล?

คัดลอกลิงก์แล้ว