เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

402 - ขุด ขุด ขุด!

402 - ขุด ขุด ขุด!

402 - ขุด ขุด ขุด!


กำลังโหลดไฟล์

402 - ขุด ขุด ขุด!

ต้วนเต๋อบอกว่าเขาค้นพบบันทึกโบราณที่ชี้ให้เห็นว่าเก๋อจิ่วโหย่วมาที่นี่ บันทึกโบราณชิ้นนั้นย่อมไม่ใช่อย่างอื่นนอกจากบันทึกสุดท้ายของเก๋อจิ่วโหย่ว

เมื่อหนึ่งหมื่นห้าพันปีก่อน แคว้นเหมยเคยมีตระกูลขุนนางโบราณซึ่งลึกลับมาก พวกเขาเป็นตระกูลที่หลบซ่อนตัวเองออกจากโลกมนุษย์

ว่ากันว่าพวกเขามีเก้าญาณวิเศษลึกลับอยู่ในครอบครอง

บางทีการหายสาบสูญไปจากโลกของพวกเขาอาจเกิดขึ้นเพราะต่อสู้กับเก๋อจิ่วโหย่วก็เป็นได้

ไม่เช่นนั้นบุคคลที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยโบราณเช่นเก๋อจิ่วโหย่วจะตายที่นี่ได้อย่างไร

"มีสุสานโบราณมากมายที่อยู่นอกเมืองเหมย หรือเราต้องขุดค้นไปทีละหลุมจริงๆ?" เย่ฟ่านอุทานออกมา

"พวกเราไม่มีทางเลือกอื่นอยู่แล้ว"

เมื่อพวกเขาออกจากเมืองเหมยพวกเขาเห็นผู้บ่มเพาะหลายคนมาที่นี่

เย่ฟ่านค้นพบ อู๋จงเทียน เจียงฮวยเหริน หลี่เหอซุย หลังจากนั้นเขาก็พบเห็นร่องรอยของราชาเผิงน้อยปีกทอง

“ชายคนนี้ก็อยู่ที่นี่ด้วย เขามาที่นี่เพื่อฆ่าบุตรศักดิ์สิทธิ์และจี้ฮ่าวเยว่หรือไม่?”

เย่ฟ่านรู้ดีว่าเผิงน้อยปีกทองไม่ได้มีเจตนาดีในการมาที่นี่อย่างแน่นอน

ในเขตชานเมืองของเมืองเหมย มีคนมากมายมุ่งหน้าไปที่หลุมฝังศพเหล่านั้น

ต้วนเต๋อเห็นเช่นนั้นก็กล่าวว่า

“พวกเจ้าไม่ต้องตกใจไป ตามบันทึกโบราณกล่าวไว้ว่าเมืองนี้ย้ายสถานที่หลายครั้ง ดังนั้นสุสานประจำเมืองก็ต้องย้ายสถานที่เช่นกัน”

ในเขตชานเมืองอันเงียบสงบของเมืองเหมย ผู้ฝึกตนจำนวนมากเดินทางมาและทุกคนมองหาสุสานโบราณเพื่อค้นหาเก้าญาณวิเศษลึกลับ

ทันทีที่เก้าญาณวิเศษลึกลับปรากฏออกมา ภาคเหนือก็สั่นสะเทือน ไม่ว่าจะเป็นนิกายเล็กหรือนิกายใหญ่ก็เริ่มเคลื่อนไหวแม้แต่ตระกูลขุนนางโบราณก็ยังเริ่มแข่งขันกัน

“กา กา!...”

อีกาเฒ่ากรีดร้อง กลายเป็นบรรยากาศที่วังเวงอย่างยิ่ง

นี่เป็นหลุมศพที่รกร้างว่างเปล่า มีต้นไม้ที่ตายแล้วเพียงไม่กี่ต้นเถาวัลย์โบราณมากมาย และหลุมศพของที่นี่ก็ถูกผู้คนขุดค้นจนแทบจะหมดแล้ว

“มีคนที่นี่มากเกินไป พวกเขาไม่ปล่อยผ่านเลยแม้แต่หลุมเดียว”

จี้จื่อเยว่บ่นอย่างอารมณ์เสีย

แม้ว่าต้วนเต๋อจะบอกว่าสุสานที่เมืองเหมยไม่ได้มีแค่แห่งเดียว แต่หลังจากที่พวกเขาค้นหาสุสานโบราณในบริเวณรอบๆหลายแห่งแต่ทุกที่ก็ถูกค้นจนหมดแล้ว

แม้แต่กระดูกเหี่ยวเฉาของคนตายเหล่านั้นก็ยังถูกหยิบขึ้นมาตรวจค้น

เมื่อเห็นภาพความวุ่นวายที่อยู่ตรงหน้าต้วนเต๋อก็ทอดถอนใจ

“ทั้งหมดเกิดจากระฆังทองแดง ผู้ฝึกตนมากมายของภาคเหนือผู้ใดไม่ต้องการเก้าญาณวิเศษลึกลับ สุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างที่วุ่นวายเช่นนี้ก็เพราะความโลภของผู้คนทั้งนั้น”

"กา" "กา "กา"

ในสุสานโบราณที่รกร้าง มีอีกาหลายตัวกระพือปีกและส่งเสียงร้อง ดูเหมือนพวกมันจะไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ถูกผู้ฝึกตนมากมายบุกรุกดินแดนของพวกมัน

“ทุกที่ต่างก็ถูกขุดขึ้นมาหมดแล้วพวกเรามาที่นี่ยังจะมีความหมายอะไรอีก”

จี้จื่อเยว่ไม่พอใจอย่างมาก

"คงต้องทดลองก่อน ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้รับบางสิ่งบางอย่างก็ได้” ต้วนเต๋อพูดอย่างไม่ละอาย

แม้ว่าร่างกายของเขาจะบวมมาก แต่ก็มีความยืดหยุ่นสูง เขาเดินด้วยฝีเท้ามั่นคงไปที่สุสานโบราณแห่งหนึ่งซึ่งถูกผู้คนขุดคุ้ยขึ้นมาแล้ว

“นักพรต เจ้าแน่ใจหรือว่าต้องการจะตรวจค้นที่นี่” เหยาซีถามด้วยสีหน้างุนงง

“สิ่งที่ข้าจะขุดไม่ใช่พื้นผิวแต่เป็นสุสานใต้ดินที่อยู่ลึกลงไป เจ้าคิดว่าเมื่อผ่านกาลเวลาอันยาวนานกว่าหมื่นปีสุสานของคนผู้นั้นจะยังอยู่บนดินแบบนี้อีกหรือ” ต้วนเต๋อกล่าว

เย่ฟ่านเข้าใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดี การสำรวจฟอสซิลโบราณก็มีหลักการคล้ายๆกัน

เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งของที่เคยถูกตั้งอยู่บนดินก็จะถูกชั้นดินทับถมลงไปด้านล่างเรื่อยๆ การจะบอกอายุของวัตถุสิ่งนั้นก็ได้จากการอนุมานชั้นดินที่อยู่รอบๆนั้นเอง

แน่นอนว่างานขุดหลุมฝังศพตรงนี้ย่อมตกเป็นหน้าที่ของเขาที่มีระดับบ่มเพาะต่ำสุด

เย่ฟ่านก็ไม่ได้อิดออด เขาก้มหน้าก้มตาขุดสุสานแห่งนี้ลงไปด้านล่างด้วยความคาดหวังเช่นกัน

น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้โชคดีนัก แม้ว่าที่ด้านล่างจะมีหลุมศพอยู่จริงๆแต่ก็ไม่ใช่หลุมศพของผู้คนจากตระกูลขุนนางโบราณที่เคยมีชื่อเสียงนั้น

และแน่นอนว่ามันไม่มีญาณวิเศษลึกลับทั้งเก้าอยู่ภายใน

หลังจากที่พวกเขาออกมาจากสุสานโบราณด้านล่างก็เป็นเวลามืดสนิทแล้ว

"บูม!”

ทันใดนั้นท้องฟ้าก็สว่างราวกับมีมหาสงครามเกิดขึ้น

เงาสองสายตัดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืนราวกับดาวหางสองดวงที่ไล่ล่ากัน ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตนธรรมดาสามารถเทียบได้

เย่ฟ่านมองดูคนที่กำลังต่อสู้กันบนท้องฟ้าและพึมพำกับตัวเอง

"ผมสีทองและพลังการต่อสู้ที่ไม่มีใครเทียบ นั่นมันราชาเผิงน้อยปีกทองหรือไม่?

ดวงตาของเย่ฟ่านลึกล้ำ คนที่มีคุณสมบัติต่อสู้กับราชาเผิงน้อยปีกทองในรุ่นเดียวกันมีไม่กี่คนเท่านั้น ในเมื่อจี้ฮ่าวเยว่อยู่ที่นี่คนคนนั้นก็ต้องเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงอย่างไม่ต้องสงสัย

ทั้งสองเป็นเหมือนเทพสงครามสองคนที่สัประยุทธ์กันอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะหายตัวไปจากเมืองเหมยอย่างรวดเร็ว

จี้ฮ่าวเยว่ต้องการที่จะไล่ตามพวกเขาไปแต่จี้จื่อเยว่คว้าแขนของเขาไว้ก่อน

"อย่าไป"

นางเป็นห่วงพี่ชายของนาง นางรู้ว่าบุคคลที่กำลังต่อสู้กันนั้นไม่แน่ว่าจะแข็งแกร่งกว่าพี่ชายของนาง แต่พวกเขาคือคนที่สามารถคุกคามจี้ฮ่าวเยว่ได้อย่างแน่นอน

ต้วนเต๋อเห็นเช่นนั้นก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า

“เทพธิดาเหยาไม่กังวลเรื่องบุตรศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงหรือ?”

เหยาซียิ้มและกล่าวว่า

“นักพรตต้วนกำลังถามข้าว่าทำไมข้าถึงไม่ช่วยเขา? ในความเป็นจริงความสัมพันธ์ของพวกเราไม่ได้ดีถึงขนาดนั้น พวกเราต่างก็ต้องการเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ด้วยกันทั้งสิ้น

บางทีหากว่าเขาได้รับความพ่ายแพ้ในการต่อสู้กับคนอื่นก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายสำหรับข้า อย่างน้อยๆดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงก็จะตั้งความหวังกับข้ามากขึ้น

และหากข้าเดาไม่ผิด การต่อสู้ของพวกเขาก็คงเพื่อแย่งชิงสมบัติวิเศษบางอย่าง ต่อให้ข้าคิดช่วยเหลือ ข้าก็ไม่คิดว่าเขาจะแบ่งปันสมบัติพวกนั้นหลังจากที่ได้มันมาครอบครอง”

"การต่อสู้เพื่อแย่งชิงสมบัติวิเศษ!"

ดวงตาของจี้ฮ่าวเยว่สว่างขึ้นและแสงศักดิ์สิทธิ์บนร่างกายของเขาก็ลุกไหม้อย่างรุนแรง

“เลือดของนักพรตผู้น่าสงสารคนนี้ก็ดูเหมือนจะร้อนรุ่มขึ้นเช่นกัน แต่โชคไม่ดีที่ความสามารถในการต่อสู้ของข้าอยู่ในระดับต่ำเท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะแย่งชิงกับพวกเขา” ต้วนเต๋อส่ายหัว

“นักพรตน้อยทำไมเจ้าถึงไม่พูดอะไรเลย”

จี้จื่อเยว่ที่ให้ความสนใจกับเย่ฟ่านอยู่ตลอดเวลาก็ถามออกมาด้วยความสงสัย

“ความแข็งแกร่งของพวกเขาอยู่ห่างไกลจากข้ามากเกินไป เรื่องนี้ข้าไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม” เย่ฟ่านส่ายหัว

หลายวันต่อมา ต้วนเต๋อพาพวกเขาไปขุดสุสานโบราณอีกหลายร้อยแห่งแต่ก็ยังไม่พบอะไรเลย และไม่มีเบาะแสใดๆเกี่ยวกับเก้าญาณวิเศษลึกลับแม้แต่น้อย

ถึงตอนนี้หลายคนก็เข้าใจแล้วว่าทำไมต้วนเต๋อถึงยอมร่วมมือกับพวกเขา การขุดค้นสุสานโบราณหลายร้อยแห่งเช่นนี้อาศัยเพียงตัวเขาคนเดียวนับว่าเป็นเรื่องที่เพ้อฝันจริงๆ

จบบทที่ 402 - ขุด ขุด ขุด!

คัดลอกลิงก์แล้ว