- หน้าแรก
- มหาศึกเปลี่ยนอาชีพ ขอพักรบมาทำฟาร์มกับราชาหนู
- บทที่ 42 อีกครั้ง
บทที่ 42 อีกครั้ง
บทที่ 42 อีกครั้ง
"โม้ว!"
มอสพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นก็ควบคุมเปลวไฟให้ลอยไปทางกองซากปรักหักพัง!
แสงไฟสาดส่องทุกสิ่งตามรายทาง เผยให้เห็นสภาพของกองซากปรักหักพังอย่างชัดเจน!
กองซากหินที่ปะปนกับดินโคลนจำนวนมากดูแข็งแรงมั่นคงทีเดียว!
ส่วนที่เชื่อมต่อกับระบบท่อระบายน้ำชั้นบนคือพื้นหินปูเรียบที่ไร้รอยแตกร้าวใดๆ!
"ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไรนะ..."
ซุนเล่ยเงยหน้ามองรูโหว่ขนาดใหญ่ด้านบนแล้วยิ้มขณะพูดกับมอส
มอสพยักหน้า รู้สึกดีใจสุดๆ!
เยี่ยมไปเลย! เราไม่ต้องหาทางขึ้นที่อื่นแล้ว ปีนขึ้นไปตรงนี้ได้เลย!
เมื่อเห็นว่ามอสเห็นด้วย ซุนเล่ยก็รีบวิ่งไปที่กองซากปรักหักพังทันที!
กรอบแกรบ...
เมื่อเหยียบลงบนกองกรวด ซุนเล่ยก็มองดูก้อนหินเล็กๆ สองสามก้อนกลิ้งตกลงมาจากด้านบน เขาจึงลองเหยียบทดสอบความแข็งแรงของพื้นผิวอย่างระมัดระวังอยู่หลายครั้ง
"อืม ไปได้!"
ซุนเล่ยทดสอบความมั่นคงของกองซากปรักหักพังอีกสองสามครั้งแล้วพยักหน้ายืนยัน
เขาพิจารณาสภาพด้านบนอย่างละเอียด แล้ววางแผนเส้นทางปีนป่ายไว้ในใจ!
ครู่ต่อมา ซุนเล่ยก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
เขายืดแขนออก จากนั้นก็ก้มตัวลงและเริ่มปีนขึ้นไป!
ความลาดชันของกองซากปรักหักพังนั้นค่อนข้างชันเอาเรื่อง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับซุนเล่ย!
ท่อนแขนของเขากดแนบกับหน้าผาหินอย่างแน่นหนา อาศัยแรงส่งเพื่อปีนป่ายขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง!
ไม่นาน ซุนเล่ยก็ปีนขึ้นมาบนแผ่นหินได้สำเร็จ!
เมื่อมาถึงตรงนี้ ความลาดชันก็ลดลงมาก สามารถยืนขึ้นแล้วเดินต่อไปได้เลย
ซุนเล่ยลุกขึ้นยืน แกว่งแขนเบาๆ สองสามครั้ง พ่นลมหายใจออกมายาวๆ ด้วยความโล่งอก จัดเตรียมสัมภาระให้เข้าที่ แล้วเดินขึ้นไปต่อ
…………………………
ตึก... ตึก...
ซุนเล่ยเดินผ่านท่อระบายน้ำที่เต็มไปด้วยกรวดและฝุ่นผง เสียงกรวดที่ถูกบดขยี้และเสียดสีอยู่ใต้ฝ่าเท้าดังเข้าหูในทุกย่างก้าว
ตอนนี้เขาเดินทางมาถึงท่อระบายน้ำชั้นบนสุดได้สำเร็จ ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่เขาเคยต่อสู้เมื่อก่อนหน้านี้!
ในเวลาเพียงไม่นาน ซุนเล่ยก็เห็นร่องรอยการต่อสู้ครั้งก่อนของพวกเขามากมาย
เมื่อมองดูศพของทหารม้าก็อบลินและสมาชิกหน่วยรักษาการณ์เมืองที่ปรากฏให้เห็นเป็นระยะๆ ตามรายทาง เขาก็ยิ่งระแวดระวังตัวมากขึ้น!
ซุนเล่ยจำได้ว่าสถานที่แห่งนี้คือเส้นทางที่พวกเขาใช้วิ่งหนีตอนถอยร่น!
พูดอีกอย่างก็คือ หากซุนเล่ยต้องการตามหาศพของหลัวเวยและฮั่วเหลียน เขาก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้ปะทะกับพวกสัตว์ประหลาด!
เพราะมีโอกาสที่จะได้เจอสัตว์ประหลาดระหว่างทาง ซุนเล่ยจึงคอยจับตาสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างระมัดระวัง
ไม่นานนัก ซุนเล่ยและมอสก็มาเจอกับเนินดินเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเศษกรวดกองพะเนิน
ซุนเล่ยเร่งฝีเท้าขึ้นและเงยหน้ามองเนินดินเล็กๆ นั้น
แสงจันทร์อันเยือกเย็นสาดส่องลงมาจากช่องโหว่ด้านบน อาบย้อมพื้นที่เบื้องล่างให้กลายเป็นสีเทาหม่น
ซุนเล่ยมองไปรอบๆ และเห็นศพทหารม้าก็อบลินมากมายอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังที่ถล่มลงมา
เขารู้ได้ทันทีว่าที่นี่คือจุดที่ฮั่วเหลียนเลือกจุดระเบิดเพื่อทำลายล้าง!
"ดูเหมือนเราจะใกล้ถึงแล้วสินะ..."
ซุนเล่ยเงยหน้ามองแสงจันทร์แล้วพึมพำเบาๆ
"โม้ว..."
มอสไม่ได้ตอบคำถามซุนเล่ย เพียงแค่ส่งเสียงร้องในลำคอ และจ้องมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวและแสงจันทร์นอกปากโพรงอย่างเหม่อลอย
นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดใหม่ที่มอสได้เห็นท้องฟ้า!
ดวงดาวยามค่ำคืนช่างงดงามเสียจนเธอไม่อาจละสายตาไปได้
"...ไปกันต่อเถอะ"
ซุนเล่ยละสายตา หันศีรษะไปเล็กน้อย แล้วเอ่ยกับมอส
เขามองดูมอสที่ยังคงแหงนหน้ามองท้องฟ้า แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เขายื่นมือออกไปหวังจะลูบหัวของเธอ
เพียะ!
"อย่ามาแตะนะ ไอ้โรคจิต!"
มอสปัดมือของซุนเล่ยที่ยื่นมาออกไปอีกครั้ง พร้อมกับมองเขาด้วยสายตารังเกียจ
"ฮ่าฮ่าฮ่า... โอเค ขอโทษที..."
ซุนเล่ยเกาหัวแก้เก้อ จากนั้นก็เดินอ้อมเนินดินเล็กๆ และมุ่งหน้าต่อไปตามทิศทางที่พวกเขาเคยวิ่งหนี
"โม้ว..."
มอสปรายตามองแสงจันทร์เบื้องบนเป็นครั้งสุดท้าย แต่ก็ไม่ได้คัดค้านการตัดสินใจของซุนเล่ย
ยังไงเสีย เธอก็ยังต้องช่วยซุนเล่ยตามหาเพื่อนร่วมทีมของเขาอยู่ดี!
ทว่า มอสก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเพื่อนร่วมทีมที่ซุนเล่ยพูดถึงนั้น น่าจะตายไปหมดแล้ว
ตึก... ตึก...
ซุนเล่ยยังคงเดินหน้าต่อไปโดยไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนและเดินมาไกลเท่าไรแล้ว
เขารู้เพียงแค่ว่าตัวเองกำลังเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นเรื่อยๆ...
ในที่สุด ซุนเล่ยก็หยุดเดิน!
ศพที่คุ้นเคยสองร่างปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขา นั่นคือหลัวเวยและฮั่วเหลียน!
ซุนเล่ยยืนนิ่งเงียบอยู่กับที่ มองดูอดีตรุ่นพี่ทั้งสองที่นอนไร้วิญญาณอยู่บนพื้น ความรู้สึกหนักอึ้งกดทับอยู่ในใจ!
เนิ่นนานผ่านไป ซุนเล่ยก็ก้าวไปข้างหน้าและค่อยๆ รวบรวมร่างที่แหลกเหลวอย่างระมัดระวัง
ซุนเล่ยปลดป้ายประจำตัวของทั้งสองคนออกอย่างแผ่วเบา แล้วเก็บใส่กระเป๋าอย่างทะนุถนอม
เขายังคงจัดแจงเสื้อผ้าของรุ่นพี่ทั้งสองต่อไป จนกระทั่งหยิบแผ่นเกราะอกของหลัวเวยที่หลุดร่วงขึ้นมา ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นบางอย่างซ่อนอยู่ใต้เกราะอก
รูปถ่ายใบหนึ่ง!
ซุนเล่ยหยิบรูปถ่ายขึ้นมา มองดูสองพ่อลูกที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขภายใต้แสงไฟสลัว หัวใจของเขาก็ปวดร้าวขึ้นมาทันที
เด็กผู้หญิงในรูปชื่อหลัวย่า อายุ 7 ขวบ เธอไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของหลัวเวย
พ่อแม่ของหลัวย่าเสียชีวิตจากการโจมตีของสัตว์ประหลาด หลัวเวยช่วยชีวิตเธอไว้ได้ แต่เขาก็ช่วยได้แค่เธอคนเดียว
หลัวเวยรู้สึกผิดมาตลอด เพราะเขามีความสามารถพอที่จะช่วยสองสามีภรรยาคู่นั้นได้ แต่กลับพลาดโอกาสไปเพราะความลังเลและความขี้ขลาดของตัวเอง!
เขาจึงรับหลัวย่ามาเลี้ยงดู ตั้งชื่อให้เธอตั้งแต่ยังเป็นทารก และมอบความรักทั้งหมดให้แก่เธอ
หลัวย่าไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน และซุนเล่ยเองก็เพิ่งรู้ความจริงหลังจากที่หลัวเวยเมามายและหลุดปากเล่าออกมา
ในตอนนั้น หลัวเวยร้องไห้อย่างหนักและเอาแต่พร่ำขอโทษไม่หยุด
มือของซุนเล่ยที่ถือรูปถ่ายอยู่กำแน่นขึ้นมาทันที สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกหลากหลายปะปนกันตีตื้นขึ้นมาในอก
เขาเศร้ามาก แต่ในยุคสมัยนี้ การที่ต้องเห็นความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน ทำให้เขาร้องไห้ไม่ออกอีกต่อไป
"สูด..."
ซุนเล่ยสูดลมหายใจเข้าลึก เก็บรูปถ่ายกลับเข้าไปในกระเป๋า และลงมือจัดแจงเสื้อผ้าของรุ่นพี่ทั้งสองคนต่อไป
……………………
"เรียบร้อยแล้ว..."
ซุนเลี่ยนั่งลงบนโขดหิน จ้องมองร่างของหลัวเวยและฮั่วเหลียนที่เขาจัดแจงให้อยู่ในท่าทางที่เหมาะสมอย่างเหม่อลอย
"ผมขอโทษนะครับ... หัวหน้าหลัว พี่ฮั่วเหลียน..."
มอสนั่งยองๆ ลงข้างๆ ซุนเล่ยอย่างเงียบเชียบ ยื่นมือไปตบหลังอีกฝ่ายเบาๆ แล้วร้องเรียกด้วยเสียงแผ่วเบา
"โม้ว" —ขอแสดงความเสียใจด้วยนะ
"ขอบคุณนะ เสี่ยวโม้ว"
ซุนเล่ยหันหน้าไป ฝืนยิ้มให้กับมอสที่กำลังปลอบใจเขา แล้วเอ่ยเสียงเบา
%&#¥&……
ทันใดนั้น เสียงอึกทึกที่ดังมาจากที่ไกลๆ ก็ดึงดูดความสนใจของซุนเล่ย
เขาหยุดสิ่งที่ทำอยู่ทันทีและเงี่ยหูฟังอย่างเงียบๆ
"..."
ซุนเล่ยหลับตาลงเล็กน้อย และเสียงจากระยะไกลก็เริ่มชัดเจนขึ้น
"โจมตี... ระวัง... นักเวท..."
เคร้ง... ตูม...
เสียงการต่อสู้!
ดวงตาของซุนเล่ยเบิกกว้างทันที เขาลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น!
"ต้องเป็นหน่วยรักษาการณ์เมืองแน่ๆ พวกเขารวมกำลังพลแล้วลงมาที่นี่แล้ว!"
ซุนเล่ยหันไปมองมอสแล้วเอ่ยด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
"เสี่ยวโม้ว ช่วยฉันอีกสักครั้งได้ไหม?"
"โม้ว!" —ได้เลย! ฉันก็อยากจะแก้แค้นให้สองคนนี้อยู่เหมือนกัน!
มอสมองซุนเล่ยและพยักหน้าเบาๆ
ทั้งสามคนเคยมีบุญคุณกับเธอ และมอสก็ไม่ใช่คนที่จะลืมบุญคุณใครง่ายๆ!
งั้นก็ให้เธอและซุนเล่ยไปจัดการสัตว์ประหลาดที่ฆ่าสองคนนี้ด้วยกันเลยก็แล้วกัน!
เมื่อซุนเล่ยเห็นมอสพยักหน้าตกลง รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันที แต่แล้วมันก็แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าเด็ดเดี่ยวอย่างรวดเร็ว!
ไม่มีศพของโอเกอร์อยู่บนพื้น นั่นหมายความว่าแรงระเบิดฆ่ามันไม่ตาย!
ในการต่อสู้ที่อยู่ไกลออกไป สัตว์ประหลาดที่กำลังปะทะกับหน่วยรักษาการณ์เมืองอยู่นั้นมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นโอเกอร์!
มอสปีนขึ้นไปบนไหล่ของซุนเล่ยอย่างคล่องแคล่วและเรียกเปลวไฟออกมาเพื่อส่องทางให้เขาอีกครั้ง!
"ผมไปก่อนนะครับ หัวหน้าหลัว พี่ฮั่วเหลียน..."
ซุนเล่ยเอ่ยกับร่างของทั้งสองคนบนพื้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น จากนั้นก็วิ่งตรงไปยังทิศทางของสนามรบ
"รอฉันก่อนเถอะ โอเกอร์..."