เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 351 ออกมาดูปาฏิหาริย์สิ!

บทที่ 351 ออกมาดูปาฏิหาริย์สิ!

บทที่ 351 ออกมาดูปาฏิหาริย์สิ!


บทที่ 351 ออกมาดูปาฏิหาริย์สิ!

กลางท้องทะเล เรือรบขนาดกลางสองลำเข้าปะทะกัน โจรสลัดที่ชักธงดำและทหารเรือภายใต้ธงนกนางนวลกำลังฟาดฟันกันอย่างดุเดือด

“บุกเข้าไป!!”

“รักษารูปขบวนไว้!”

กัปตันโจรสลัดที่เป็นผู้นำคือผู้ใช้พลังผลปีศาจสายโซออน ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าหลังจากเปิดใช้งานความสามารถ ผิวหนังของเขาเปลี่ยนเป็นสีเทาอมฟ้า

“มันคือผู้ใช้พลังผลปีศาจ!”

ปัง! ปัง! ปัง!

กัปตันโจรสลัดที่เปลี่ยนร่างเป็นฮิปโปโปเตมัสพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต

กระสุนปืนของทหารเรือติดแหง็กอยู่ในชั้นไขมันอันหนาเตอะและผิวหนังที่หยาบกระด้างของมนุษย์ฮิปโป ไม่สามารถเจาะทะลุเข้าไปได้มากกว่านี้

“เจ็บนะโว้ย ไอ้พวกสารเลว!”

มนุษย์ฮิปโปพุ่งทะลวงเข้าสู่แนวรบของทหารเรือท่ามกลางห่ากระสุน มันกวัดแกว่งหมัดอย่างลวกๆ แต่ก็ทำให้ทหารเรือที่ถือปืนไรเฟิลหลายคนกระเด็นลอยละลิ่วไปได้

“ฮ่าฮ่าฮ่า... พวกทหารเรือก็ไม่ได้มีน้ำยาอะไรนี่หว่า!”

ในจังหวะนั้นเอง กลุ่มควันสีขาวก็พุ่งขยายตัวมาจากด้านข้างอย่างรวดเร็ว โดยมีร่างท่อนบนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อโผล่ออกมาที่ปลายควันนั้น

สโมกเกอร์ที่มีผมชี้ฟู ฟาดพลองหินไคโรในมือเข้าที่หน้าผากของมนุษย์ฮิปโปอย่างแรง

การสัมผัสกับหินไคโรทำให้พละกำลังของมนุษย์ฮิปโปถดถอยลงอย่างรวดเร็ว

“นั่น... นั่นมัน [นักล่าสีขาว] นี่นา!”

โจรสลัดที่อยู่รอบๆ หมดสิ้นกำลังใจในการต่อสู้ทันทีที่ได้เห็นร่างควันนั้น

เห็นได้ชัดว่าชื่อเสียงของสโมกเกอร์ในน่านน้ำแถบนี้ไม่ได้เล็กน้อยเลย

ทันใดนั้น โจรสลัดและทหารเรือบางส่วนก็หยุดการเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน พวกเขากำลังจ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความตกตะลึง

พฤติกรรมนี้ลุกลามไปยังคนอื่นๆ อย่างรวดเร็ว และพวกเขาก็ค่อยๆ หยุดการต่อสู้ลงเช่นกัน

“พระเจ้าช่วย...”

ทาชิงิ ลูกน้องของสโมกเกอร์ หลังจากสยบโจรสลัดด้วยดาบของเธอได้แล้ว ก็สังเกตเห็นอาการของคนรอบข้างและหันไปมองในทิศทางเดียวกัน

“นั่นมัน… ดาวตกงั้นเหรอ?”

บนท้องฟ้า เสาแสงเส้นตรงพุ่งทะลวงผ่านชั้นฟ้า แบ่งท้องฟ้าออกเป็นสองส่วน

“ไม่มีดาวตกแบบนั้นหรอก”

สโมกเกอร์เดินเข้ามาพร้อมกับคาบซิการ์ กัปตันโจรสลัดถูกเขาซัดจนสลบเหมือดไปเรียบร้อยแล้ว

“ทิศทางนั้น...”

มีคนอีกมากมายที่เป็นพยานเห็นเหตุการณ์นี้เช่นกัน

แม้ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าที่แปลกประหลาดจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่บนแกรนด์ไลน์ แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะกระจุกตัวอยู่เหนือเกาะใดเกาะหนึ่งเท่านั้น

แต่ 'เสาแห่งสรวงสวรรค์' แบบนี้ ที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด และพาดผ่านไปทั่วทั้งท้องฟ้า ถือเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์

ในวันนั้น ชาวบ้าน โจรสลัด และทหารเรือนับไม่ถ้วนบนแกรนด์ไลน์ ต่างก็ได้ร่วมเป็นพยานในปรากฏการณ์บนท้องฟ้าอันน่าอัศจรรย์นี้

หมู่เกาะชาบอนดี้

ชาวเมืองที่นี่เพิ่งจะได้ยินข่าวมาว่า 'ดินแดนศักดิ์สิทธิ์' ของเผ่ามังกรฟ้าบนเรดไลน์ที่อยู่ใกล้เคียง ถูกโจมตีอีกครั้งแล้ว

ข่าวนี้แพร่สะพัดราวกับติดปีก ทำให้ผู้คนจำนวนมากรู้สึกสะใจหรือไม่ก็ตื่นตระหนก

แต่ไม่นาน เจ้าหน้าที่รัฐบาลโลกที่แฝงตัวอยู่ปะปนกับชาวเมืองก็ล่วงรู้ถึงข่าวนี้นี้

พวกเขาไม่ได้ใช้วิธีการที่เรียบง่ายและหยาบคายอย่างการปราบปรามข่าวนี้โดยตรง แต่พวกเขากลับเพิ่มรายละเอียดที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องแต่งชัดๆ ลงไปมากมาย

เมื่อความจริงและความเท็จปะปนกัน ไม่นานทุกคนก็ปัดตกข่าวนั้นไปโดยคิดว่าเป็นเพียงข่าวลือ

นี่คือวิธีการอันชาญฉลาดของพวกเขา

ทว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลซึ่งจัดการกับความวุ่นวายนี้เพิ่งจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ลำแสงอันน่าสะพรึงกลัวจากระยะทางที่ไม่ทราบแน่ชัด ก็พุ่งเข้าถล่มเรดไลน์อีกครั้ง

คราวนี้ ดวงตานับหมื่น หรืออาจจะนับแสนคู่ ได้เห็นมันด้วยตาตัวเอง

เสาแสงอันน่าหวาดหวั่นราวกับการลงทัณฑ์จากสวรรค์ พุ่งเข้าชนเรดไลน์อย่างจัง

สิ่งใดก็ตามที่มันสัมผัส ล้วนระเหยหายไปในพริบตา… ไม่มีสิ่งใดสามารถขวางกั้นมันได้เลย

ตามมาด้วยการระเบิดอย่างรุนแรง และการถล่มลงมาของดินและหิน

ไม่ว่าจะเป็นความโชคดีของเผ่ามังกรฟ้า หรือเป็นเพราะการโจมตีที่ข้ามระยะทางหลายพันไมล์ทะเลนั้น ต้องการความแม่นยำที่สูงลิบลิ่ว...

นารูโตะเพียงแค่ปรับเทียบทิศทางการยิง 'คร่าวๆ' โดยใช้ล็อกโพสถาวรเท่านั้น ในระยะทางขนาดนั้น ความคลาดเคลื่อนเชิงมุมเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลให้จุดตกกระทบแตกต่างกันไปอย่างมหาศาล

การเล็งลำแสงเลเซอร์ให้เชื่อมต่อสองจุดที่อยู่ห่างไกลกันขนาดนั้นให้ตรงเป๊ะ มันยากพอๆ กับการผ่าตัดมดด้วยรถแบ็คโฮนั่นแหละ

แม้จะไม่โดนแมรีจัวส์จังๆ แต่กระแสพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวก็ยังคงสลักรอยแยกขนาดยักษ์พาดผ่านเรดไลน์เอาไว้

คราวนี้ ไม่ต้องมีใครมาคอยป่าวประกาศข่าว… แรงสั่นสะเทือนจากการพังทลายของโครงสร้างก็สามารถสัมผัสได้ถึงหมู่เกาะชาบอนดี้เลยทีเดียว

ขณะมองดูรอยกระเพื่อมในแก้วไวน์ของเธอ ชัคกี้ก็ลูบคางแล้วเอ่ยกับเรย์ลี่ที่อยู่ข้างๆ

“นายจะไม่ 'อพยพ' จริงๆ เหรอ?”

เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้น ความตื่นตระหนกก็เริ่มก่อตัวขึ้นในหมู่ชาวเมืองของหมู่เกาะชาบอนดี้

บางคนถึงกับปล่อยข่าวลือว่า 'เรดไลน์กำลังจะถล่มลงมาแล้ว'

เสียงคำรามและแรงสั่นสะเทือนจากความสูงหนึ่งหมื่นเมตรไม่สามารถแกล้งทำได้ แม้แต่โจรสลัดและแก๊งอันธพาลหลายกลุ่มที่ตั้งรกรากอยู่บนชาบอนดี้ ก็ยังเลือกที่จะถอยหนีไปชั่วคราว

ด้วยเหตุนี้ บาร์ขูดรีดของชัคกี้ที่ปกติก็เงียบเหงาอยู่แล้ว จึงยิ่งร้างผู้คนเข้าไปใหญ่

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เรย์ลี่ก็เพียงแค่ส่ายหน้า จากนั้นก็จิบไวน์จากแก้วไปสองสามอึกแล้วพูดว่า

“ชั้นมีความรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับไอ้หนูนั่นอย่างแน่นอน”

ขณะที่พูด เรย์ลี่ก็ชี้ไปบนท้องฟ้า บ่งบอกถึงเลเซอร์พลังงานสูงที่ยังคง 'ขุด' ลึกลงไปในเรดไลน์อย่างต่อเนื่อง

“หึหึ ก็อาจจะใช่นะ”

ชัคกี้โยนแก้วที่เรย์ลี่ใช้แล้วลงในอ่างล้างจาน จากนั้นก็ถามขณะที่กำลังล้างมัน

“แล้วไอ้หนูหมวกฟางกับลูกเรือของเขาล่ะ?”

“ยังคงฝึกอยู่… แต่พวกเขายังต้องเดินทางอีกไกลเลยล่ะ”

พูดจบ เรย์ลี่ก็สวมเสื้อคลุมเตรียมตัวจะออกไป

“เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว...”

เสียงของชัคกี้ถูกกลบด้วยเสียงคำรามกึกก้องหลังจากที่เรย์ลี่เดินออกจากบาร์ไป

‘มันยังไม่หยุดอีกเหรอเนี่ย?’

เรย์ลี่เงยหน้าขึ้นมองดูกระแสพลังงานที่คงอยู่นานเกือบสิบนาทีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสลายไป

“มันจะเวอร์เกินไปแล้วนะเนี่ย”

อิมเพลดาวน์

หลังจากปลดปล่อยพลังงานทั้งหมดที่ดูดซับไว้ภายในร่างกายออกมาจนหมด ร่างของนารูโตะก็กลับคืนสู่สถานะโอซึซึกิเดิม

จากนั้นเขาก็ปรับเปลี่ยนร่างกายของตัวเองอีกครั้ง กดทับลักษณะทางเผ่าพันธุ์ของโอซึซึกิส่วนใหญ่เอาไว้

“ฟู่… แบบนี้ค่อยดูดีขึ้นมาหน่อย”

เมื่อมองดูผิวสีเนื้อของตัวเองอีกครั้ง นารูโตะก็มัดผมที่ปล่อยสยายขึ้น จากนั้นก็หยิบเสื้อผ้าชุดใหม่จากมิติผนึกของเขาออกมาเปลี่ยน

-โชคดีที่เขาเตรียมการไว้ตั้งแต่คราวที่แล้ว โดยทำเสื้อผ้าแบบเดียวกันเผื่อไว้ล่วงหน้าตั้งหลายชุด

บางทีนี่อาจจะเป็นนิสัยที่ดีของตัวเอกที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน ไม่งั้นไอ้พวกตัวเอกที่ใส่เสื้อผ้าชุดเดิมมาเป็นร้อยๆ ตอน พวกเขาเอาเวลาที่ไหนไปซักผ้ากันล่ะเนี่ย?

ตึก

นารูโตะก้าวเท้าไปบนอากาศ และในวินาทีต่อมา ร่างของเขาก็มาปรากฏตัวอยู่บนเรือเกลเบรกเกอร์

“แล้ว ตกลงทำไมพวกนายถึงไม่พาดำน้ำลงไปล่ะ?”

นารูโตะกอดอก เอียงคอถามทุกคน ข้างๆ เขา คารินกำลังบังคับเรือเกลเบรกเกอร์มุ่งหน้าไปยังประตูแห่งความยุติธรรม สายตาของเธอหลุกหลิกไปมา พลางผิวปากเบาๆ อย่างไม่มีเสียง

“แล้วไอ้นี่มันอะไรกันเนี่ย?”

นารูโตะมองดูกองเลือดและเนื้อเละๆ บนดาดฟ้าเรือ

“อ๋อ เจ้านั่นมันเอาแต่ตะโกนโวยวายอะไรก็ไม่รู้เมื่อกี้ แล้วมันก็-”

โคโนฮะมารุโผล่พรวดมาจากไหนก็ไม่รู้ เตรียมจะอธิบายให้นารูโตะฟัง แต่คารินก็พุ่งมาอยู่ข้างๆ เขาในพริบตาและเอามือปิดปากเขาไว้

“อ่าฮ่าฮ่าฮ่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกฮะ จู่ๆ เขาก็กลายเป็นสภาพนี้ไปเองน่ะ”

ซาสึเกะเห็นแบบนั้นก็เดินเข้ามา

ขณะมองดูนารูโตะที่ดึงแท่งไม้มาจากไหนไม่รู้ แล้วเอาไปเขี่ยดูกองเลือดและเนื้อเละๆ นั่น เขาก็ถามขึ้นว่า

“มีอะไรเหรอ? นายยังต้องเค้นข้อมูลอะไรจากเขางั้นรึ?”

อันที่จริง ทันทีที่นารูโตะตรึงหัวของแชมร็อกลงบนดาดฟ้า ซาสึเกะก็พยายามจะใช้วิชาลวงตาจากเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาของเขาเพื่อสะกดจิตเจ้านั่นแล้ว

แต่น่าเสียดาย แม้จะไม่นับรวมพลังจิตที่แข็งแกร่งของแชมร็อกเอง ก็ยังมีพลังอีกสายหนึ่งภายในร่างกายของเขาที่คอย 'ปกป้อง' จิตใจของเขาเอาไว้ ป้องกันวิชาลวงตาของซาสึเกะ

หลังจากซาสึเกะบอกเล่าถึงสิ่งที่เขาค้นพบ นารูโตะก็เพียงแค่โบกมือปัด

“ดูเหมือนว่าเจ้านั่นจะทิ้งมาตรการป้องกันบางอย่างไว้กับลูกน้องของมันล่ะนะ โทษนายไม่ได้หรอก”

นารูโตะดึงดาบมุโซโคออก เช็ดเลือดที่ติดอยู่ออก ท้ายที่สุดก็โยนเศษเนื้อและเลือดที่เป็นของแชมร็อกทิ้งลงทะเลไป

“...ชั้นกะจะให้มันไปส่งข้อความซะหน่อย แต่... ช่างมันเถอะ”

นารูโตะตบมือเข้าหากัน และเข้าไปรับหน้าที่บังคับเรือต่อจากคาริน

ประตูแห่งความยุติธรรมยังคงเปิดอ้าซ่า ราวกับว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำที่รับผิดชอบในการควบคุมมันยังไม่หายจากอาการตกตะลึงกับเหตุการณ์ต่อเนื่องเมื่อครู่นี้

“ท่านพัสดีใหญ่ พวกเราควรจะหยุดพวกมันไว้ไหมคะ?”

ในตอนนั้นเอง โดมิโน่ก็เดินเข้ามาหาแมกเจลแลนและเอ่ยถามขึ้น

แมกเจลแลนซึ่งเพิ่งจะกลับขึ้นมาจากชั้นใต้ดินสู่ผิวน้ำ มองดูเรือเกลเบรกเกอร์ที่กำลังแล่นห่างออกไปอย่างเงียบงัน ก่อนจะส่ายหน้าในที่สุด

“ช่างมันเถอะ ไม่จำเป็นต้องมีการสูญเสียโดยไม่จำเป็นอีกแล้ว”

เมื่อได้รับคำสั่งจากพัสดีใหญ่ เหล่าผู้คุมคนอื่นๆ ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเช่นกัน

ท้ายที่สุดแล้ว การจะรับมือกับสิ่งมีชีวิตที่เปรียบดั่งพระเจ้าแบบนั้น มันเกินขีดความสามารถของพวกเขาไปไกลโข

หลังจากออกคำสั่ง แมกเจลแลนก็ถอดหมวกพัสดีใหญ่ของเขาออกและกำมันไว้แน่น

พวกเบื้องบนของรัฐบาลโลกต้องการจะฆ่าพวกเขาทุกคนไปพร้อมกับนักโทษมาตั้งแต่แรก แต่กลับกลายเป็นว่าผู้แหกคุกต่างหากที่เป็นคนช่วยชีวิตพวกเขาไว้ในท้ายที่สุด

เมื่อนำไปรวมกับการกระทำของเขาก่อนหน้านี้ ที่ต้องลงมือฆ่าทุกคนในเลเวล 6 ด้วยมือของตัวเองตามคำสั่ง...

ความรู้สึกย้อนแย้งนี้เอ่อล้นอยู่เต็มหัวใจของแมกเจลแลน สั่นคลอนความเชื่อของเขาอย่างรุนแรง

‘ความยุติธรรม... แท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่?’

ในวินาทีนี้ แมกเจลแลนตกอยู่ในความสับสนอย่างสมบูรณ์ บางทีเขาอาจจะไม่สวมหมวกพัสดีใหญ่นี้อีก จนกว่าเขาจะคิดเรื่องนี้ตก

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 351 ออกมาดูปาฏิหาริย์สิ!

คัดลอกลิงก์แล้ว