เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

298 - สังหารผู้อาวุโสไท่ซ่าง

298 - สังหารผู้อาวุโสไท่ซ่าง

298 - สังหารผู้อาวุโสไท่ซ่าง


298 - สังหารผู้อาวุโสไท่ซ่าง

“เด็กน้อยเจ้าไม่ควรก้าวร้าวเกินไป”

ผู้อาวุโสของนิกายชิงเซี่กล่าวอย่างใจเย็น เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เกรงว่าเย่ฟ่านจะเป็นทายาทของของมหาอำนาจบางกลุ่มในดินแดนภาคเหนือ

“เจ้าบอกว่าข้าก้าวร้าวมากเกินไป?” เย่ฟ่านหันกลับมาชี้ไปที่เอ้อหรงจื่อซึ่งอยู่ด้านหลังในระยะไกลและกล่าวว่า

"แต่เดิมเขามีพี่สาวที่อายุน้อยและงดงาม นี่เป็นครอบครัวธรรมดาที่ใช้ชีวิตกันอย่างปกติสุข แต่คนของเจ้าได้จับตัวพี่สาวของเขาไปและทำให้นางต้องเสียชีวิตอย่างน่าอดสู เจ้าบอกว่าพวกเราก้าวร้าวอย่างนั้นหรือ?"

ไม่ไกลนักเล่ยป๋อทึ้งผมของเขาและหมอบลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด

“ลูกศิษย์ของเจ้านั้นไร้ยางอาย พวกเขาลงมือฆ่าคนไปมากมายแม้แต่คนแก่อายุหกสิบเจ็ดสิบพวกเขาก็ยังไม่เว้น”

"แค่เหตุการณ์เดียวเจ้าก็คิดจะทำลายล้างสำนักของพวกเรา"

“แค่เหตุการณ์เดียว?” เย่ฟ่านส่ายหัวและกล่าวว่า "หมู่บ้านหินมีเพียงไม่กี่สิบตระกูลแต่หญิงสาวในหมู่บ้านของพวกเราก็ถูกคนของเจ้าจะไปมากมายแค่ไหนเจ้ารู้หรือไม่

เมื่อไม่กี่วันก่อนก็ยังมีชายชราคนหนึ่งเกือบถูกฆ่า และมีคนอีกหลายคนถูกฆ่าตายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดินแดนที่อยู่ใต้การปกครองของเจ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ทุกวัน เจ้ากล่าวว่านี่เป็นเหตุการณ์เดียวอย่างนั้นหรือ?”

“พี่เย่ เจ้าต้องล้างแค้นให้พี่สาวข้า!” เอ้อหรงจื่อร้องไห้จากระยะไกล

“ปู่ห้าถูกทุบตีอย่างรุนแรงและรอดชีวิตมาได้” หวังซู่ยังอารมณ์ดี เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบนาบที่ไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมาว่า

"แต่ในอดีตข้ากับเอ๋อหรงจื่อมีเพื่อนเล่นอยู่สามคนและพวกเขาถูกโจรเฉินต้าฆ่าตายตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน ......"

“มีอะไรจะพูดอีกไหม” เย่ฟ่านหันกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“พวกเราต้องมีความแข็งแกร่งเท่านั้นพวกเราจึงจะสามารถปราบโจรทั้งหมดที่อยู่ในดินแดนนี้ได้ ดังนั้นพวกเราจึงจำเป็นต้องรวบรวมทรัพยากรทั้งหมดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง” ผู้อาวุโสไท่ซ่างของนิกายชิงเซี่ยพูด

“เจ้าไม่รู้สึกอึดอัดกับคำพูดของตัวเองบ้างหรือ?” เย่ฟ่านกวาดตามองพวกเขาและกล่าวว่า

"ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีกหลังจากที่ข้าฆ่าพวกเจ้าตายหมดแล้ว!"

“ช่างเป็นน้ำเสียงที่เย่อหยิ่งนัก เจ้าคิดว่าคนเพียงคนเดียวจะสามารถทำลายนิกายอันยิ่งใหญ่ของพวกเราได้จริงๆ?” คิ้วของผู้อาวุโสไท่ซ่างคนหนึ่งเลิกขึ้นด้วยความไม่พอใจ

“เจ้าเป็นทายาทตระกูลไหนกันแน่?”

มีคนโวยวายจากด้านข้าง นี่เป็นข้อกังวลที่สุดของพวกเขา พวกเขาเกรงว่าหากพวกเขาฆ่าเย่ฟ่านมันจะนำปัญหามาสู่พวกเขาไม่รู้จบ

“ข้าเป็นผู้บ่มเพาะธรรมดา ไม่ต้องกลัว หากเจ้าฆ่าข้าได้จะไม่มีคนตามมาล้างแค้นพวกเจ้าอย่างแน่นอน” เย่ฟ่านก้าวเข้าหาผู้นำนิกายของนิกายชิงเซี่ย

ผู้อาวุโสระดับสูงของนิกายนิกายชิงเซี่ยมองหน้ากัน ใบหน้าของพวกเขาแสดงเจตนาฆ่า หนึ่งในนั้นกล่าวว่า

"ฆ่าเขา นี่เป็นวิธีเดียวเท่านั้น"

หัวหน้านิกายของนิกายชิงเซี่ยกล่าวกับศิษย์ที่อยู่ด้านหน้าประตูของนิกายว่า

"ปิดกั้นประตูภูเขา อย่าให้ทั้งสามคนนี้หนีไปได้"

พวกเขาได้เห็นแล้วว่าเย่ฟ่านอยู่ในอาณาจักรเดียวกับพวกเขา และแม้ว่าพลังการต่อสู้ของเขาจะน่าทึ่ง แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะต่อต้านผู้คนสิบคนที่อยู่รอบๆได้พร้อมกัน

“ข้าอยากปล่อยเจ้าให้มีชีวิตอยู่ แต่เจ้าบังคับพวกเราเอง!”

“ไม่ว่าต้นกำเนิดของเจ้าจะเป็นอย่างไร หลังจากที่เจ้าตายจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้!”

คนเหล่านี้หัวเราะอย่างเย็นชา ชัดเจนว่าต้องการจะฆ่าเย่ฟ่านที่นี่ ไม่ให้โอกาสเขามีชีวิตอยู่

“หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเจ้า หัวใจของข้าไม่มีความละอายอีกแล้ว ต่อจากนี้ไปนิกายชิงเซี่ยจะกลายเป็นเพียงประวัติศาสตร์เท่านั้น!”

เสื้อผ้าของเย่ฟ่านโบกสะบัดเบาๆ แต่ในขณะเดียวกันกลิ่นอายอันทรงพลังของเขาก็แผ่ออกไปด้านนอก

ในระยะไกลลูกศิษย์ของนิกายชิงเซี่ยตกใจและถอยห่างจากสนามรบอย่างรวดเร็ว พวกเขาจะลืมเลือนฉากการฆ่าสังหารครั้งใหญ่เมื่อสักครู่นี้ได้อย่างไร

ชายหนุ่มที่ดูอ่อนเยาว์คนนี้คือมัจจุราชจากนรกอย่างแท้จริง

“ล้อมพวกมันไว้!”

ผู้ฝึกฝนสิบคนที่อยู่ในอาณาจักรตำหนักเต๋าได้โจมตีพร้อมกันและแม้ว่าพวกเขาทั้งหมดจะฝึกฝนเทพเพียงองค์เดียว แต่สิบคนที่ร่วมมือกันก็น่ากลัวอย่างถึงที่สุด

อาวุธวิเศษที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากทะเลแห่งความทุกข์ของพวกเขายิงเข้าหาเย่ฟ่านราวกับสายฟ้า

เย่ฟ่านเข้าใจความแข็งแกร่งและความน่าสะพรึงกลัวของผู้ฝึกฝนตำหนักเต๋าเป็นอย่างดีเพราะเขาก็อยู่ในอาณาจักรนี้เช่นเดียวกัน

ตัวอย่างเช่นผู้อาวุโสแห่งนิกายชิงเซี่ยสองคนที่ใช้เทพของพวกเขารวมเข้าด้วยกันให้กลายเป็นตะเกียงทองแดงใบใหญ่ที่ซึ่งถูกใช้เพื่อปิดผนึกยอดเขาทั้งหมดไม่ให้ใครออกไปได้

มันเหมือนกับตะเกียงสวรรค์ที่โบยบินจากนอกโลก ห้อยอยู่บนท้องฟ้าสูงด้วยเปลวไฟลุกโชนที่แผดเผาไปทางเย่ฟ่าน

"ปัง"

เย่ฟ่านโบกมือและฟาดไปที่ตะเกียงทองแดง พลังการต่อสู้ของเขาเหมือนกับคลื่นที่กวาดเมฆซึ่งบดบังท้องฟ้าทั้งหมดออกไป

หมัดสีทองของเขาฟาดฟันไปในอากาศราวกับรถม้าโบราณที่ส่งเสียงดังกึกก้องผ่านเพดานสวรรค์ ทำให้ท้องฟ้าทอดยาวสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง

พลังศักดิ์สิทธิ์อันทรงพลังนี้ราวกับมหาสมุทรที่โหมกระหน่ำ ผู้นำนิกายของนิกายชิงเซี่ยและผู้อาวุโสสูงสุดล้วนมีใบหน้าซีดขาวด้วยความกลัว กำลังต่อสู้ระดับนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว

เด็กน้อยที่อายุเพียงไม่กี่ปีสามารถมีความแข็งแกร่งระดับนี้ได้ หากเขาไม่ได้เกิดจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ผู้คนจากนิกายชิงเซี่ยก็คิดไม่ออกว่าเขาจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

“รีบนี้ก่อนดีกว่า หากฆ่าเด็กน้อยนี้ตายก็ไม่รู้ว่ามหาอำนาจใดจะเข้ามากวาดล้างพวกเรา” หัวใจของคนเหล่านี้ทั้งหวาดกลัวและเต็มไปด้วยความกังวล

“เด็กน้อยคนนี้มาเพื่อฆ่าพวกเรา อย่างน้อยๆพวกเราต้องฆ่ามันก่อนปัญหาที่เหลือพวกเราค่อยคิดทีหลัง!”

หัวใจของผู้นำนิกายชิงเซี่ยเย็นเยียบ เขากังวลอย่างมากว่าถ้าเย่ฟ่านมีโอกาสได้เติบโตมากกว่านี้มันจะเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะสามารถเอาตัวรอดได้

ผู้อาวุโสสูงสุดคนหนึ่งเปล่งเสียงกรีดร้องและพ่นแสงสีดำออกจากปากของเขา มือของเขาประสานอินและตบดอกบัวสีดำเก้าพันเก้าร้อยแปดสิบเอ็ดดอกให้พุ่งออกไปกระแทกเย่ฟ่าน

เมื่อเห็นเช่นนี้ คนอื่นๆก็ไม่รอช้าพวกเขารุมล้อมเย่ฟ่านและต้องการจะลงมือสังหารอย่างเด็ดขาดในครั้งเดียว

“ดอกบัวดำแผดเผาวิญญาณ ตัดร่างร่างกายทำลายเทพ” ผู้อาวุโสสูงสุดตะโกน

กลีบของดอกบัวมากมายรวมตัวกันเข้ากลายเป็นมนุษย์สีดำ มันเป็นเหมือนวิญญาณสวรรค์ที่พุ่งเข้าหาเย่ฟ่าน

นี่เป็นทักษะลับอันทรงพลังโดยต้องการทำลายทะเลแห่งจิตสำนึกของเย่ฟ่าน พวกเขาเชื่อว่าเด็กน้อยเช่นเย่ฟ่านแม้ว่าจะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่มีทางฝึกฝนจิตสำนึกให้ทรงพลังขึ้นมาได้ในเวลาอันสั้น

“แค่แสงหิ่งห้อย!”

เย่ฟ่านไม่ได้ตื่นตระหนก ฝ่ายตรงข้ามคิดจะเล่นงานทะเลจิตสำนึกของเขา นั่นเป็นเรื่องที่ไม่เจียมตัวมากเกินไป

ปัง!

ทันใดนั้นมหาสมุทรสีทองขนาดใหญ่ก็เคลื่อนออกจากหน้าผากของเย่ฟ่าน คลื่นนับหมื่นของมันบดขยี้เข้าหายอดฝีมือจากนิกายชิงเซี่ยราวกับน้ำที่ทะลักออกจากเขื่อนแตก

ใบหน้าของผู้นำและผู้อาวุโสสูงสุดของชิงเซี่ยซีดขาวไร้สีเลือด ในตอนที่มังกรร้ายสีทองปรากฏขึ้นในทะเลความหวังที่อยู่ในดวงตาของทุกคนก็หายสาบสูญไป

หายนะ!

กลีบดอกบัวสีดำที่รวมกันเข้ากลายเป็นวิญญาณสวรรค์ถูกบดขยี้ในครั้งเดียว ยอดฝีมือระดับสูงสุดของนิกายชิงเซี่ยต่างก็หนีตายกันไปคนละทิศคนละทาง

"จะไปที่ไหน!" เย่ฟ่านพุ่งไปข้างหน้าโดยเป้าหมายของเขาคือผู้อาวุโสไท่ซ่างที่เป็นคนควบคุมวิญญาณสวรรค์สีดำนั้น

ทุกคนประหลาดใจ การโจมตีของเย่ฟ่านมีพลังเกินกว่าที่คนอื่นจะหยุดได้ และผู้อาวุโสสูงสุดของนิกายก็ถูกเขากดดันจนไม่สามารถหลบหนี

ฝ่ามือขนาดใหญ่ของเย่ฟ่านตกลงมาจากท้องฟ้า มันเป็นเหมือนมังกรสีทองที่มีขนาดมหึมาบดขยี้เข้าหาผู้อาวุโสของนิกายชิงเซี่ยสองคน!

"ปัง"

ผู้อาวุโสสูงสุดผู้ทรงพลังสองคน ถูกทุบจนกลายเป็นเนื้อบดในเวลาเพียงเสี้ยวลมหายใจ!

ยอดฝีมืออาณาจักรตำหนักเต๋าที่เหลืออีกเก้าคนใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด ทักษะการโจมตีและการสังหารของเย่ฟ่านเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยคิดหวังว่าจะได้พบเจอ

จบบทที่ 298 - สังหารผู้อาวุโสไท่ซ่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว