เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

289 - ความขัดแย้งกับนิกายชิงเซี่ย

289 - ความขัดแย้งกับนิกายชิงเซี่ย

289 - ความขัดแย้งกับนิกายชิงเซี่ย


289 - ความขัดแย้งกับนิกายชิงเซี่ย

หัวใจของเย่ฟ่านแทบจะสงบนิ่ง หินต้นกำเนิดมีความลึกลับมากเกินไป ความมหัศจรรย์ของมันนั้นมากกว่าที่เขาคิดไว้หลายเท่า

เขาดีใจที่เขาได้รับคัมภีร์ต้นกำเนิดสวรรค์ ด้วยคัมภีร์แปลกๆในมือของเขา เขาสามารถข้ามโลกได้ในวันหนึ่งและเมื่อถึงเวลานั้นเขาก็จะมีโอกาสได้กลับบ้านเสียที

“สตรีศักดิ์สิทธิ์ทะเลสาบหยกที่มาเมืองผิงเอี๋ยนคือสตรีศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทะเลสาบหยกเพียงคนเดียวใช่หรือไม่?”

“แน่นอนว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ย่อมมีเพียงคนเดียว ดูเหมือนว่าเจตนาในการมาที่เมืองของเราจะมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่”

หลายคนมาที่นี่โดยมีจุดประสงค์เพื่อดูใบหน้าที่แท้จริงของสตรีศักดิ์สิทธิ์ เพราะชื่อเสียงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทะเลสาบหยกนั้นยิ่งใหญ่มาก

ไม่เพียงแต่ดินแดนรกร้างตะวันออกเท่านั้น แม้แต่อาณาจักรภาคกลางและทะเลทรายตะวันตกก็ถือว่าเป็นดินแดนหาอำนาจที่ใหญ่โตอย่างยิ่ง

ชายหนุ่มผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่หลายคนล้วนต้องการที่จะแต่งงานกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ทะเลสาบหยก แต่พูดกันตามตรงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะมีโอกาสนี้

ศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทะเลสาบหยกแทบไม่ได้รับอนุญาตให้แต่งงาน ไม่ต้องพูดถึงหญิงสตรีศักดิ์สิทธิ์ของนิกาย

ในระยะเวลาอันยาวนานเช่นนี้มีสตรีศักดิ์สิทธิ์ทะเลสาบหยกสองสามคนเท่านั้นที่มีโอกาสได้แต่งงาน

ทันใดนั้นเย่ฟ่านก็รู้ว่ามีคนแอบดูเขาและอดไม่ได้ที่จะมองย้อนกลับไป ในตอนนี้มีชายหนุ่มชุดม่วงคนหนึ่งพร้อมผู้ติดตามอีกหลายคนกำลังเดินเข้ามาหาเขา

ผู้คนที่อยู่ด้านหลังนั้นรวมทั้งหลิวเฉิงเอินที่ติดหนี้เขาก้อนโตก็อยู่ด้วย

"ผู้คนจากนิกายชิงเซี่ย"

เย่ฟ่านขมวดคิ้วแต่ไม่ได้กังวลกับสิ่งใด ด้วยระดับการฝึกฝนปัจจุบันของเขา ต่อให้เป็นผู้อาวุโสของนิกายชิงเซี่ยเขาก็สามารถจัดการได้อย่างแน่นอน

นิกายชิงเซี่ยเป็นเพียงนิกายระดับกลางของภาคเหนือ ต่อให้เป็นเจ้าสำนักของพวกเขาก็คาดว่าน่าจะอยู่ในระดับตำหนักเต๋าตอนต้นเท่านั้น

“ผู้ชายคนนี้ ระดับการฝึกฝนของเขาไม่ได้อ่อนแอ” เย่ฟ่านรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายหนึ่งได้มาถึงขอบเขตปรามิตาแล้ว

ชายชุดม่วงกวาดสายตามองมาที่เขาด้วยความรังเกียจจากนั้นจึงหันหลังกลับและไม่มองเขาอีก ข้างๆเขามีคนอีกสองสามคนที่มีสายตาดุร้ายพวกเขาพูดถึงบางสิ่งด้วยเสียงต่ำ

เย่ฟ่านยิ้มอย่างเย็นชาและไม่สนใจ แม้แต่ตระกูลจี้และดินแดนศักสิทธิ์แสงโชติก็ยังไม่สามารถหยุดเขาได้ ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเขาจะไม่กลัว "วีรบุรุษหนุ่ม" ของนิกายชิงเซี่ยแน่นอน

“เจ้าลิงโคลน เจ้ายังไม่กลับไปที่เหมืองของตัวเองอีก?” ชายคนหนึ่งจากนิกายชิงเซี่ยเดินเข้ามาพร้อมกับคำรามเสียงดัง

“เจ้ามาที่นี่เพื่อใช้หนี้ต้นกำเนิดหรือไม่” เย่ฟ่านชำเลืองมองเขาอย่างเฉยเมยและกล่าวว่า “ถ้าไม่ก็ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า”

นี่เป็นเพียงเด็กรับใช้ของนิกายชิงเซี่ย แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ให้คุณค่าแก่คนชนิดนี้อยู่แล้ว

“เจ้า ...... เจ้ากล้าก่อการร้ายในเมืองผิงเอี๋ยน เจ้าถึงขนาดให้คุณชายหลิวเฉิงเอินเขียนใบบันทึกหนี้ เด็กน้อยเจ้ารนหาที่ตายจริงๆ”

“เจ้าข่มขู่ข้าในนามของนิกายชิงเซี่ยหรือไม่?” เย่ฟ่านชำเลืองมองเขาแล้วพูดว่า “คนตัวเล็กๆอย่างเจ้ากล้าดียังไงถึงมาตะโกนอยู่ต่อหน้าข้า!”

เย่ฟ่านกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา คนอื่นอาจไม่รู้สึกอะไร แต่เด็กรับใช้คนนั้นต้องกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ หูของเขามีเลือดไหลออกมาเล็กน้อยและใบหน้าของเขาก็ซีดเผือด

"เจ้า ...... "

ในทันใดนั้นเองชายในชุดสีม่วงก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว เขาคำรามขึ้นว่า

"สหายไม่คิดว่าทำรุนแรงเกินไปหรือ"

"เขาประเมินตัวเองสูงไปต่างหาก" เย่ฟ่านตอบอย่างไม่ใส่ใจสายตาของเขาไม่เหลียวมองไปที่ชายชุดมองด้วยซ้ำ

“เจ้ามันก็แค่คนขุดเหมืองเจ้ากล้าดียังไง” ผู้คนจากนิกายชิงเซี่ยเริ่มเยาะเย้ยจากด้านข้าง

“คนต่ำต้อยอย่างพวกเจ้าจะรู้อะไร”

เย่ฟ่านชำเลืองมองเขาแล้วหยุดหวังซู่และเอ้อหรงจื่อที่ต้องการเข้ามา โดยบอกให้พวกเขาให้อยู่ห่างๆไว้ก่อน

“ข้าได้ยินมาว่าน้องชายของข้า หลิวเฉิงเอินเป็นหนี้ต้นกำเนิดเจ้าเก้าสิบจิน จริงหรือเปล่า?” ชายชุดม่วงถามอย่างเฉยเมย

“ถูกต้อง เจ้ามาที่นี่เพื่อชดใช้หนี้ให้เขาหรือ” เย่ฟ่านตอบอย่างไม่เร่งรีบ

“นำสัญญามาข้าจะดูว่าจริงหรือไม่” ชายชุดม่วงเอื้อมมือออกไปและเรียกร้องสัญญาจากเย่ฟ่าน

เย่ฟ่านหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาแล้วยื่นให้กับเขาโดยใช้สองนิ้วคีบกระดาษแผ่นนั้นไว้

ชายชุดม่วงไม่ได้อ่านมัน แต่โยนมันให้คนข้างๆแล้วพูดว่า

“ดูให้ดี นั่นเป็นลายมือของเฉิงเอินหรือเปล่า”

"นี่เป็นของปลอมไม่ใช่ลายมือของคุณชายรอง เห็นได้ชัดว่าเป็นการปลอมแปลง" ชายคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆไม่แม้แต่จะดูสัญญาด้วยซ้ำเขาฉีกมันเป็นชิ้นๆอย่างรวดเร็ว

“เจ้ามีความกล้ามาก เจ้ากล้ารีดไถน้องชายของข้าอย่างนั้นหรือ” ชายชุดม่วงหัวเราะอย่างเย็นชาและจ้องไปที่เย่ฟ่านก่อนจะพูดต่อไปว่า

“เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”

“ลิงโคลนเหล่านี้จะสามารถระบุหินต้นกำเนิดได้ยังไงเห็นได้ชัดว่าพวกเขาคดโกงอย่างแน่นอน”

“ใช่แล้วนี่เป็นการคดโกงอย่างแน่นอน”

“ตีมันให้ตาย”

ผู้คนที่อยู่ด้านข้างเริ่มตะโกนด้วยสีหน้าโหดเหี้ยม

“เจ้ารังแกคนมากเกินไป!” ดวงตาของเอ้อหรงจื่อแดงก่ำ เมื่อเห็นสัญญาถูกฉีกขาดเขาเตรียมจะเสี่ยงชีวิตแล้ว

“พวกเจ้าทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง”

หวังซู่ก็เต็มไปด้วยความโกรธแต่ในขณะเดียวกันเขาก็หมดหนทาง นิกายชิงเซี่ยเป็นนิกายใหญ่หมู่บ้านหินของพวกเขาไม่สามารถต้านทานได้

“เจ้าคิดว่าใช้วิธีนี้แล้วจะไม่ต้องใช้หนี้อย่างนั้นหรือ?” เย่ฟ่านพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เจ้าหนูน้อยเจ้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร ใครเป็นหนี้ต้นกำเนิดเจ้า” ชายชุดม่วงที่อยู่ข้างๆ ตะโกนออกมา

"แค่ให้บทเรียนเล็กๆน้อยๆแก่ลิงโคลนนพวกนี้ จากนั้นก็เอาต้นกำเนิดที่พวกมันปล้นเราไปกลับคืนก็พอแล้ว"

“พวกเจ้าคิดจะรนหาที่ตายจริงๆ” เย่ฟ่านกวาดตามองคนเหล่านี้และพูดว่า “ยื่นหน้าเข้ามาดูนี่คือสัญญาที่น้องชายของเจ้าติดหนี้ข้า”

เย่ฟ่านดึงกระดาษอีกแผ่นนึงออกมา แต่เขาไม่ได้มอบให้กับคนนิกายชิงเซี่ย เขาชูมันขึ้นสูงเพื่อให้ทุกคนที่อยู่ในบ่อนพนันของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทะเลสาบหยกได้เห็น

“นี่คือ ......”

ชายผู้ฉีกกระดาษเผยสีหน้าประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่านี่คือสัญญาที่แท้จริง สิ่งที่เขาฉีกไปเมื่อสักครู่นี้เป็นเพียงของปลอม

ชายชุดม่วงโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมากที่เห็นการกระทำของเย่ฟ่าน เขาพุ่งไปข้างหน้าต้องการจะคว้าเอาสัญญานั้นมาฉีกทิ้ง แต่เย่ฟ่านก็ขยับมือหลบอย่างรวดเร็ว

“เจ้ากล้าจริงๆ แม้แต่บ่อนพนันของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทะเลสาบหยกเจ้าก็ยังกล้าลงมือปล้น”

เย่ฟ่านตะโกนด่าเสียงดังและเสียงของเขาก็ทำให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณต่างก็หันมองมาทางนี้

"เกิดอะไรขึ้น?"

เสียงที่ไพเราะดังมาจากหญิงสาวคนหนึ่งแต่นางไม่ได้ปรากฏตัวออกมา

“สตรีศักดิ์สิทธิ์ทะเลสาบหยกโปรดอภัยให้พวกเราด้วย พวกเราเป็นเพียงคนหนุ่มที่เกิดการกระทบกระทั่งกันจึงมีปัญหากันเล็กน้อย” ชายชุดม่วงประสานมือขอโทษพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ

"ลิงโคลนฝากไว้ก่อนเถอะ!" ผู้คนรอบๆชายชุดม่วงต่างจ้องเขม็งไปที่เย่ฟ่าน

“ถ้าพวกเจ้าคิดจะทำให้ตัวเองขายหน้าอีกก็เชิญสตรีศักดิ์สิทธิ์ทะเลสาบหยกมาเป็นคนตัดสินเรื่องนี้ดีกว่า” เย่ฟ่านมองไปที่คนเหล่านั้นด้วยสีหน้าเยาะเย้ย

ชายชุดม่วงเหวี่ยงสะบัดแขนเสื้อด้วยความโมโห วันนี้เขาขายหน้ามากแล้วดังนั้นเขาจึงหันหลังกลับไปอย่างรวดเร็ว

“เจ้าหนูเจ้าเก็บสัญญาไว้ดีๆอย่าให้มันหายล่ะ” ผู้คนจากนิกายชิงเซี่ยคำรามออกมาอย่างโกรธแค้นก่อนจะเดินตามชายชุดม่วงออกไป

“ไม่ต้องห่วงพวกเจ้าจะต้องได้เห็นมันอีกครั้งอย่างแน่นอน” เย่ฟ่านก็กล่าวอย่างเย็นชาพร้อมกับเก็บหนังสือสัญญานั้นไว้

จบบทที่ 289 - ความขัดแย้งกับนิกายชิงเซี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว