เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

242 - ห้องหอ

242 - ห้องหอ

242 - ห้องหอ


242 - ห้องหอ

วังจันทราถูกตรึงไว้ระหว่างคิ้วของเหยาซีและภายในเวลาเกือบจะหยุดนิ่ง เมื่อถึงเวลาที่เย่ฟ่านพุ่งออกไปโลกภายนอกก็ผ่านไปเพียงเสี้ยวลมหายใจเท่านั้น

สัมผัสศักดิ์สิทธิ์เส้นนั้นกลับไปยังหน้าผากของร่างกายของเขา ทำให้เขาฟื้นสติได้ ในเวลานี้เขายังคงกัดหูที่สวยงามนั้นขณะที่กลิ่นหอมของดอกไม้ยังคงรมจมูกเขาอยู่

ไม่ไกลนักเทพธิดายังคงยืนอยู่ที่เดิม

เย่ฟ่านรีบกระโดดออกไปพร้อมกับสตรีศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วง การเคลื่อนไหวของเทพเจ้านั้นเชื่องช้ามาก แต่ก็ยังมีพลังมหาศาล มันอาจจะทำอันตรายเขาได้ทุกเมื่อ

ในเวลานี้เขาได้ระงับสำผัสศักดิ์สิทธิ์ของสตรีศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงที่หน้าผากของนางจนหมด ดังนั้นวิญญาณของนางจึงไม่สามารถควบคุมร่างกายได้

ในเวลานี้ร่างกายหอมกรุ่นที่อ่อนนุ่มของนางอาจมีพลังศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้น แต่นางไม่สามารถเป็นภัยคุกคามต่อเขาได้อีก

“สตรีศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วง หากเจ้ายังไม่ออกมาเราจะต้องเข้าห้องหอกันแล้ว” เย่ฟ่านหัวเราะ

พลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาอาจถูกผนึก แต่ร่างกายของเขายังคงมีพลังมาก เขาวิ่งหนีไปเหมือนสายลมและเทพธิดาตนนั้นไม่มีทางตามทัน

ปัง

เย่ฟ่านเหวี่ยงหมัดของเขาอย่างรุนแรงและกระแทกเข้าที่หน้าอกของเทพธิดาโดยต้องการจะสังหารนางทิ้งทันที แต่เขาไม่สามารถทำได้สำเร็จ

เย่ฟ่านตกใจมากและรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

ปัง!

หน้าผากของเหยาซีปล่อยแสงจ้า นางพยายามอย่างเต็มที่ที่จะออกมาในช่วงเวลาที่เย่ฟ่านเผลอ แต่จิตวิญญาณของเขายังเตรียมที่จะควบคุมนางอีกครั้ง

แม้ว่าความรู้สึกอันศักดิ์สิทธิ์ของนางจะออกไปไม่ได้ แต่นางก็สามารถสัมผัสได้ถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกภายนอก พลังสัมผัสศักดิ์สิทธิ์จำนวนเล็กน้อยเข้าสู่ร่างกายของนางและนางก็ตะโกนด้วยความกลัวทันทีว่า

“เจ้าวางแผนจะทำอะไร!

“ข้าแค่ช่วยเจ้าทำการวัดร่างกายเท่านั้น” เย่ฟ่านหัวเราะ

“เจ้าเล่ห์!”

เย่ฟ่านยังคงอุ้มสตรีศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงขณะหลบหนี การเคลื่อนไหวของเทพธิดานั้นช้าลงและถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างรวดเร็ว

ด้วยแขนข้างหนึ่งเขาจับเอวเล็กๆของเหยาซีเบาๆและสัมผัสได้ถึงความละเอียดอ่อนของนาง ขณะที่อีกมือเคลื่อนไหวไปทั่วร่างกายของหญิงสาวพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ชั่วร้ายของเขาก็ดังขึ้น

“ร่างกายของเจ้าภายนอกดูเหมือนจะผอมเพียว แต่แท้ที่จริงแล้วกลับมีสัดส่วนที่งดงามเป็นอย่างมาก…”

"เจ้า…!" สตรีศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงแทบจะเป็นลม

“ที่ที่ควรโค้งก็โค้ง ส่วนที่ที่ควรเรียวก็เรียว มันทำให้ผู้คนอดถอนหายใจด้วยความชื่นชมไม่ได้ ถ้าข้าโยนเจ้าเข้าไปในหมู่ผู้ชายมากมายรับรองว่าพวกเขาจะต้องคุ้มครองอย่างแน่นอน”

เย่ฟ่านกัดหูของนางและพูดว่า “ข้าต้องเตรียมการบางอย่างเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนของข้า”

ร่างกายหยกของเหยาซีมีความงดงามน่าหลงใหล นางอ่อนโยนเต็มไปด้วยเสน่ห์วัยสาว กลิ่นหอมหวานของร่างกายนางราวกับกล้วยไม้

คอที่งามของนางราวกับหยกที่มีแสงแวววาว ผมนุ่มยาวของนางพลิ้วไหวบนใบหน้าของเย่ฟ่านทำให้เขารู้สึกเหมือนกับวิ่งอยู่ท่ามกลางสายลมฤดูใบไม้ผลิ

“ข้าจะฆ่าเจ้า เย่ฟ่าน!”

“ข้าจะให้สองทางเลือกแก่เจ้า หนึ่งให้ข้าผนึกสำผัสศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า หรือสองเราไปห้องเจ้าสาวเดี๋ยวนี้”

มือของเย่ฟ่านโอบรอบเอวเล็กๆของนางในขณะที่มืออีกข้างขยับไปรอบๆพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ชั่วร้าย

“ตัดสินใจซะ”

สตรีศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงเป็นเทพธิดาผู้งดงาม นางมีความงดงามอย่างหาที่เปรียบมิได้ และถึงแม้นางจะมีเสน่ห์มากแค่ไหนแต่ปกตินางจะซ่อนใบหน้าของตัวเองไว้ใต้ผ้าคลุมผืนหนึ่ง

ความงามของนางสามารถทำให้บุปผาเกิดความอับอาย เมื่อสิ่งนี้ถูกเพิ่มเข้าไปในกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของนางจึงทำให้นางกลายเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของดินแดนภาคใต้อย่างไม่ต้องสงสัย

“ข้าไม่เลือกสักอย่าง!”

ดวงตาสีเข้มของเหยาซียิงแสงจ้าสองดวงออกมาในช่วงเวลาสำคัญ ระดับบ่มเพาะของนางสูง 2 อย่างหาที่เปรียบไม่ได้และถึงแม้จะมีสำผัสศักดิ์สิทธิ์เพียงสองสามเส้นที่พุ่งออกมาแต่มันก็สามารถคุกคามถึงชีวิตของเย่ฟ่าน

เย่ฟ่านมีรอยยิ้มที่เย็นชาจางๆบนใบหน้าของเขา ทะเลสาบสีทองเล็กๆหว่างคิ้วของเขาฉายแสงแห่งสำผัสศักดิ์สิทธิ์พุ่งเข้าหาเหยาซีอีกครั้ง สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่นางยิงออกมาถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง

“เว้นแต่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าจะคงอยู่ภายในวังจันทราชั่วนิรันดร์ ต่อให้เจ้าส่งออกมามากเท่าไหร่มันก็จะถูกข้าทำลายมากขึ้นเท่านั้น!”

ในเวลาเดียวกันมือของเย่ฟ่านก็รัดแน่นและกดร่างกายที่อ่อนนุ่มของนางไว้ แรงต้านสุดท้ายของหญิงสาวหายไปในทันที ในเวลานี้วิญญาณของนางรีบกลับเข้าสู่วังจันทราอย่างรวดเร็ว

“ในเมื่อออกมาแล้วจะกลับไปทำไม!” เย่ฟ่านตะโกน รัศมีสีทองสว่างจ้าอย่างหาที่เปรียบมิได้กวาดไปทั่ว

สตรีศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงเปล่งเสียงตะโกนด้วยความตกใจเมื่อสัมผัสศักดิ์สิทธิ์หลายเส้นของนางถูกผนึกและสลายไป

“เจ้ากล้าทำเช่นนี้กับข้า เย่ฟ่าน…”

น้ำเสียงของนางเย็นเยียบอย่างหาที่เปรียบมิได้ และจุดแห่งสำผัสศักดิ์สิทธิ์ที่ผันผวนมาจากหน้าผากของนางก็ริบหรี่ลง

“ข้าจะถามอีกครั้ง เจ้าตัดสินใจอย่างไร” เย่ฟ่านกอดนางไว้แน่น พวกเขาเดินทางข้ามสะพานโค้งมาถึงศาลาแห่งหนึ่ง

“เจ้าไม่กลัวข้าจะทำลายทะเลจิตสำนึกของตัวเองเพื่อตายไปพร้อมกับเจ้าหรือ” นางถาม.

“ทั้งหมดที่ข้ารู้ก็คือถ้าข้าไม่ควบคุมเจ้าข้าจะต้องตายอย่างแน่นอน ดังนั้นเจ้าน่าจะเข้าใจว่าข้าจะเลือกอย่างไร” เย่ฟ่านยืนอยู่บนก้อนหินภายในศาลาโดยโอบเอวเรียวของนางไว้แน่น

“เราสามารถตกลงกันอย่างอื่นได้…”

สตรีศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงกำลังกลัวจริงๆ โดยปกติทุกอย่างจะอยู่ในอิทธิพลของนางทำให้นางสามารถควบคุมสิ่งต่างๆได้อย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้หัวใจของนางเป็นกังวลอย่างแท้จริง

“ข้อตกลงอะไร? ข้าควรจะปล่อยศัตรูหลบหนีโดยทิ้งอันตรายนี้ให้มาจัดการตัวเองในอนาคตหรือ?” เย่ฟ่านหัวเราะอย่างเย็นชา

“ข้ายังฆ่าผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลจี้ไปแล้วหากข้าจะสังหารสตรีศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงอีกคนก็ไม่เห็นว่าจะเป็นไปไม่ได้?”

“เจ้าตั้งใจจะกำจัดข้าหรือ” สำผัสศักดิ์สิทธิ์ของสตรีศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงเริ่มผันผวน

“ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า ให้ข้าผนึกสำผัสศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าและพวกเราค่อยปรึกษากันว่าควรจะเอาอย่างไรดี” เย่ฟ่านใช้แรงเล็กน้อยทำให้ร่างอันงดงามของหญิงสาวนั่งบนตักของเขา

สตรีศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงร้องเสียงดังด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างแท้จริงว่า

“เย่ฟ่านอย่ามากเกินไป! ถ้าข้ายอมให้เจ้าผนึกสำผัสศักดิ์สิทธิ์ของข้า ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะรักษาคำพูด!”

รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา “ข้าจะไม่กลับคำ ข้าแค่อยากจะอยู่รอด ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเจ้าบังคับข้าเอง”

เขาเอื้อมมือออกไปและลูบไล้ร่างกายของนางปลุกเร้าเสียงร้องที่น่ากลัวอีกครั้งในทันที

“เย่ฟ่านเจ้า… หยุด!”

สายใยแห่งสำผัสศักดิ์สิทธิ์ของเหยาซีเข้าสู่ร่างกายของนางอีกครั้ง และนางสามารถสัมผัสทุกสิ่งได้อย่างชัดเจน

หลังจากที่มือข้างนั้นเคลื่อนไปทั่วร่างกายของนางมันทำให้ใบหน้าของนางเป็นสีแดงก่ำ

“เงื่อนไขของเจ้ารุนแรงเกินไป”

“ถ้ามันไม่รุนแรงข้าจะอยู่รอดได้อย่างไร…” เย่ฟ่านยกมือขึ้นแตะคางของเหยาซีก่อนจะหัวเราะแล้วพูดว่า

“เจ้าบอบบางราวกับดอกไม้ น่าเสียดายจริงๆที่ข้าทำได้แค่ดูเฉยๆ… ถ้าเจ้ายังไม่ตัดสินใจ ข้าคิดว่าบางทีเมื่อเจ้าตกเป็นเจ้าสาวของข้าเจ้าอาจจะมีความอ่อนโยนต่อข้ามากขึ้น”

“เจ้า…ไร้ยางอายเกินไปแล้ว!”

เหยาซีโกรธมาก ในฐานะสตรีศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วง ไม่ว่านางจะไปที่ไหนนางก็ดึงดูดสายตาของผู้คนอยู่ตลอดเวลา หลายคนต้องเงยหน้าขึ้นมองนางอย่างมีความหวัง

แต่แน่นอนว่าในสายตาของนาง เย่ฟ่านไม่ถือว่าเป็นคน!

รอยยิ้มของเย่ฟ่านสดใสขึ้นและมือของเขาก็ลูบไล้ไปบนใบหน้าของหญิงสาวเบาๆ

“ข้าไม่ยอมรับเงื่อนไขของเจ้า!” ความผันผวนของพลังศักดิ์สิทธิ์ของเหยาซีรุนแรงยิ่งขึ้น

เย่ฟ่านยิ้มและพูดว่า

“ก็ได้ ข้าเดาว่าเจ้ากำลังเลือกตัวเลือกที่สอง เนื่องจากเป็นเช่นนี้ เราจึงควรเข้าไปในห้องเจ้าสาวนั้นดีกว่า”

เหยาซีกรีดร้อง ผมของนางโบกไปมาคล้ายกับกำลังคุ้มคลั่งถึงขีดสุด

จบบทที่ 242 - ห้องหอ

คัดลอกลิงก์แล้ว