เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

218 - ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปไวเสมอ

218 - ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปไวเสมอ

218 - ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปไวเสมอ


218 - ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปไวเสมอ

“หนานกงเจิ้งไปที่วังอมตะทองแดงด้วยใช่ไหม” เย่ฟ่านถาม

“ถูกต้อง ตามสิ่งที่ราชานกยูงกล่าวถึง หนานกงเจิ้งเหลือเวลาอีกร้อยปีเท่านั้น เขาไม่ต้องการที่จะนอนเอนหลังและรอจุดจบอันน่าสังเวช เขาต้องการเดิมพันสุดท้ายในการทะลวงฝ่าขึ้นไปอีกระดับ”

“เจ้าคิดว่าเขาจะเป็นผู้อมตะได้จริงๆหรือไม่?” เย่ฟ่านมีสีหน้างุนงง

“ตั้งแต่สมัยโบราณมีกี่คนที่บรรลุความเป็นอมตะอย่างแท้จริง? ราชานกยูงกล่าวว่าหนานกงเจิ้งเป็นเพียงต้องการปลอบประโลมหัวใจของตัวเองเท่านั้น

เขาไม่ต้องการที่จะเหี่ยวเฉาในโลกมนุษย์และอาจกำลังคิดที่จะใช้วังทองแดงเป็นที่พำนักแห่งสุดท้ายสำหรับกระดูกของเขา”

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้เย่ฟ่านก็ถอนหายใจ การฝึกฝนไปสู่ดินแดนเช่นนั้นต้องใช้ความพยายามมากมายแค่ไหน แต่ตอนจบของพวกเขาทุกคนล้วนหน้าเศร้าเหลือเกิน

“ตระกูลจี้ยังคงค้นหาที่อยู่ของข้าอยู่หรือไม่” นี่เป็นคำถามที่เย่ฟ่านกังวลมากที่สุด

“ไม่ ทุกอย่างสงบมาก” ฉินเหยาส่ายหัว

"มันแปลก" เย่ฟ่านรู้สึกสับสน

“เจ้าได้รับการช่วยเหลือจากผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์อสูรของข้า แม้ว่าพวกเขาต้องการหาปัญหากับเจ้า พวกเขาจะต้องจัดการกับราชานกยูงก่อน” ฉินเหยาหัวเราะในขณะที่นางพูดต่อ

“เป็นไปได้ไหมที่เจ้าอยากให้พวกเขาค้นหาเจ้าอย่างต่อเนื่อง”

“ข้าแค่มีความรู้สึกว่าพวกเขาไม่ควรยอมแพ้ง่ายๆแบบนี้”

เย่ฟ่านรู้สึกจางๆว่ามีบางอย่างผิดปกติ จี้เหรินเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าถึงแม้จะเป็นผู้นำของแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงได้รับคัมภีร์แห่งความว่างเปล่าของพวกเขาไป ตระกูลจี้ก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันคืนมา!

“เรากำลังจะมุ่งหน้าไปยังภาคเหนือ เจ้าอยากจะเดินทางไปกับพวกเราไหม?”

ขณะที่นางพูดเช่นนี้ดูเหมือนว่าแสงจะส่องออกมาจากดวงตาของฉินเหยา นางใช้ลิ้นน้อยของนางเลียริมฝีปากที่แดงก่ำเป็นเสน่ห์เย้ายวนถึงที่สุด

“ถ้าเจ้าอยากจะพิสูจน์ว่าเจ้าเป็นผู้ชายล่ะก็ เจ้าก็ตามเราไปที่ภาคเหนือ ข้าจะให้โอกาสเจ้าได้พิสูจน์ตัวเองอย่างแน่นอน”

“ข้าเป็นผู้ชายอยู่แล้ว!” เมื่อกล่าวเช่นนี้เย่ฟ่านก็ถามอย่างจริงจังว่า

“เจ้าแน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่”

“เขายอมรับคำขอของราชามังกรเขียวแล้วและพวกเขากำลังเตรียมที่จะเปิดประตูเคลื่อนย้าย” ฉินเหยาแสดงสีหน้าจริงจังและกล่าวต่อไปว่า

“ราชานกยูงรู้สึกไม่ดีว่าจะมีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น และปรารถนาที่จะนำทายาทของจักรพรรดิอสูรผู้ยิ่งใหญ่ไปยังภาคเหนือ”

เลือดของเย่ฟ่านกำลังเดือดพล่าน ในที่สุดเขาก็มีโอกาสที่จะออกจากภาคใต้ ทิ้งปัญหาทั้งหมดไว้เบื้องหลัง

“ปัง!”

ในขณะนี้เย่ฟ่านรู้สึกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง โลกใบเล็กๆที่พวกเขาอยู่คล้ายกับมีอะไรบางอย่างกระแทกเข้ามาทำให้ใบหน้าของทุกคนที่อยู่ในดินแดนแห่งนี้เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง

"เกิดอะไรขึ้น?" เย่ฟ่านลุกขึ้นทันที

"ปัง ปัง!"

เสียงยังคงดังอย่างต่อเนื่องและครั้งนี้มันถี่เร็วขึ้นกว่าเดิม!

บนท้องฟ้าเบื้องบน รอยแยกขนาดมหึมาปรากฏออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทันใดนั้นยอดฝีมือเผ่าพันธุ์มนุษย์สองคนก็ฉีกช่องว่างของความว่างเปล่าด้วยพลังที่เกินจินตนาการของเย่ฟ่าน!

ใบหน้าของฉินเหยาซีดเผือดในทันที บุคคลที่สามารถบุกเข้ามาในรังลับของราชานกยูงได้นั้นต้องเป็นตัวตนที่พิเศษอย่างแน่นอนมิหนำซ้ำตอนนี้ยังมีถึงสองคนด้วย!

แสงสว่างเจิดจ้าปกคลุมร่างของทั้งสองคนทำให้บุคคลภายนอกไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของพวกเขา

พวกเขายืนอยู่บนท้องฟ้าปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่ากลัวสร้างความหวาดหวั่นให้ทุกคนที่อยู่ในโลกใบเล็กๆนี้ พวกเขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันแปลกๆที่พยายามทำให้พวกเขาคุกเข่าลง!

“ผู้นำศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงและตระกูลจี้!” การแสดงออกของเย่ฟ่านเปลี่ยนไปทันที เขารู้ว่าการฆ่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

"ฆ่า!"

ทันใดนั้นเสียงตะโกนดังก้องไปในอากาศขณะที่ร่างจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นจากรอยแยกที่อยู่กลางอากาศ

“เจ้าแก่ของแดนศักสิทธิ์แสงโชติช่วงเจ้ายังไม่ตายจริงๆ ไม่นึกว่าพวกเจ้าทั้งสองคนจะตามหารังของข้าเจอ!”

ราชานกยูงอุทานด้วยความแปลกใจ แต่เมื่อร่างกายของเขาลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ผู้คนมากมายที่ส่งเสียงโห่ร้องด้านหลังก็เงียบลงในทันที

นอกจากผู้นำศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงและตระกูลจี้แล้ว คนอื่นๆต่างก็ถูกบังคับให้ถอยหนีโดยไม่สมัครใจ

การที่ต้องเผชิญกับผู้ยิ่งใหญ่ที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่แปดร้อยปีที่แล้วไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะสามารถส่งเสียงเอะอะที่ด้านข้างได้!

“ราชานกยูง ที่พำนักของเจ้าช่างลึกลับจริงๆ เมื่อแปดร้อยปีที่แล้วข้าไม่สามารถหามันเจอได้ แต่ในที่สุดข้าก็ทำสำเร็จหลังจากใช้ความพยายามมาหลายปี”

แขนของผู้นำศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงไขว้ไปข้างหลังเขาขณะที่แสงจ้าปกคลุมร่างกายของเขาไว้ เขาดูเหมือนเทพเจ้าที่ไม่สามารถมองทะลุผ่านได้

“ราชานกยูงเจ้ายั่วยุข้าครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้าเชื่อจริงๆหรือว่าเจ้าจะไร้เทียมทานในภาคใต้?”

ผู้นำศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลจี้ยืนสูงบนท้องฟ้า ร่างกายของเขาดูปลดปล่อยกลิ่นอายที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าจากนั้นเขาก็คำรามเสียงดัง

“มาจบทุกอย่างในวันนี้กันเถอะ!”

“ดูเหมือนพวกเจ้าจะมีความมั่นใจจริงๆ?” ราชานกยูงหัวเราะเสียงดัง “ความคาดหวังของบุคคลย่อมไม่สามารถเทียบได้กับฟ้าลิขิต ข้าเกรงว่าพวกเจ้าจะต้องผิดหวังแล้ว!”

“พวกเจ้าการแกล้งเผ่าพันธุ์อสูรของเรามานาน ต่อให้พวกเจ้าไม่มาที่นี่เราก็จะไปหาพวกเจ้าอยู่แล้ว?”

เสียงคำรามดังกึกก้องทำให้กลุ่มคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงและตระกูลจี้ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ!

ชายวัยกลางคนที่มีแรงกดดันมหาศาลราวกับจะกลืนภูเขาและพลิกแม่น้ำได้พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า เขายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับราชานกยูง

"เจ้าคือใคร?" ประมุขของแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงถาม

“ราชามังกรเขียว!”

ชายวัยกลางคนที่แต่งกายด้วยชุดสีเขียวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“หึหึ”

ที่ด้านหลังหลายคนสูดลมหายใจเข้าไปอย่างหนาวเหน็บ ราชามังกรเขียวไม่ใช่บุคคลที่รายชื่อเสียงเรียงนาม นี่เป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าพันธุ์อสูรของภาคเหนือ!

“แล้วถ้ามีอีกคนหนึ่งล่ะ!”

ผู้นำศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนศักสิทธิ์แสงโชติช่วงก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับลำแสงหนึ่งร้อยแปดเส้นที่หมุนวนรอบตัวเขา

แสงแต่ละเส้นเป็นภาพพร่ามัวราวกับโลกขนาดใหญ่ร้อยแปดดวง จากนั้นเขาก็เดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขาทำให้พื้นที่โดยรอบพังทลายอย่างรุนแรงแม้แต่กฏแห่งมิติกาลเวลาก็ยังสั่นไหว!

สำหรับผู้นำศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลจี้เขาเป็นหนึ่งเดียวกับเต๋าอันยิ่งใหญ่ของความว่างเปล่า ในทันทีที่เขาขยับตัวท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นมืดดำคล้ายกับจักรวาลโบราณที่ไร้ก้นบึ้ง!

เย่ฟ่านรู้ว่าสถานการณ์เลวร้ายมาก เขาเกลียดชังคนเหล่านี้มาก สถานการณ์ของเขากำลังดีอยู่แล้วเชียว สุดท้ายความสุขก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วและคนเหล่านี้ก็ตามเอาชีวิตเขาอีกครั้ง!

มียอดฝีมือมากเกินไปในท้องฟ้าเบื้องบน บุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนและแม้แต่สตรีศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วง ฮั่วอวิ๋นเฟย หลี่โหยวโหย่วและคนอื่นๆก็อยู่ที่นั่นทุกคน!

ปฏิบัติการของพวกเขาในครั้งนี้มีความรัดกุมมากแค่ไหนเป็นที่ทราบได้ เพราะแม้แต่อัจฉริยะรุ่นเยาว์ก็ยังถูกรวบรวมมาที่นี่เพื่อให้ต่อสู้กับอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของเผ่าพันธุ์อสูรเพื่อเป็นการฝึกฝนตัวเอง!

หากไม่มีความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าจะฆ่าพวกเขาทุกคนที่นี่ได้ มีหรือที่มหาอำนาจเหล่านั้นจะปล่อยให้เมล็ดพันธุ์อันล้ำค่าของพวกเขาไปเสี่ยงอันตราย!

จบบทที่ 218 - ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปไวเสมอ

คัดลอกลิงก์แล้ว