- หน้าแรก
- ถูกลวงนับหมื่นหน ปลุกระบบตาสว่าง
- บทที่ 21 พี่น้องน้ำเต้าทั้งเจ็ด
บทที่ 21 พี่น้องน้ำเต้าทั้งเจ็ด
บทที่ 21 พี่น้องน้ำเต้าทั้งเจ็ด
บทที่ 21 พี่น้องน้ำเต้าทั้งเจ็ด
"จูอี้ฉวิน ฉันสงสัยจริงๆ วันนี้นายโชว์ขี้แตกขี้แตนต่อหน้านักศึกษามหาวิทยาลัยหลงนับร้อยคน ไม่ทราบว่าตอนนี้หยุดไหลหรือยัง?"
คำถามของลู่ฟานนั้นจริงจังและจริงใจมาก เขาอยากรู้จริงๆ ว่าผลของ 'ดรรชนีชีกอ' ของเขาจะอยู่ได้นานแค่ไหน
แต่ทันทีที่จูอี้ฉวินได้ยินเสียงของลู่ฟาน เขาก็ของขึ้นทันที
"ลู่... ฟาน! ไอ้โง่ลู่ฟาน ทำไมแกถึงเอาโทรศัพท์ของหลิวหรูเยียนไปได้?"
"ตอบถูก แต่เสียใจด้วยที่ไม่มีรางวัล และขอแสดงความเสียใจด้วยนะจูอี้ฉวิน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลิวหรูเยียนเลิกกับนายแล้ว เดี๋ยวฉันจะบล็อกเบอร์แล้วก็วีแชตนายด้วย"
"ไอ้ปัญญาอ่อน แกมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแทนหลิวหรูเยียน? ไอ้โง่ แกขโมยโทรศัพท์หรูเยียนไป ระวังตัวไว้เถอะ ฉันจะแจ้งความจับแก!"
จูอี้ฉวินที่อยู่ปลายสายยังไม่ตระหนักว่าเกิดอะไรขึ้น และยังคงตะโกนด่าทออย่างจองหอง
"หึ! จูอี้ฉวิน ฟังฉันให้ดี วันนี้หลิวหรูเยียนเกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน และตระหนักได้ว่าฉัน ลู่ฟาน คือผู้ชายที่หล่อเหลาและยอดเยี่ยมที่สุดในโลก เธอเลยยอมมอบกายให้ฉัน ตอนนี้เรากำลังนอนกอดกันอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของเธอ"
เมื่อลู่ฟานพูดประโยคนี้ออกมา หลิวหรูเยียนที่อยู่ข้างๆ ก็ถึงกับทำหน้าเอือมระอา
คนเราจะหน้าด้านหน้าทนได้ขนาดนี้เลยเหรอ? การที่นายหน้าด้านชมตัวเองมันก็เรื่องนึง แต่การบิดเบือนความจริงที่นายข่มขู่ฉัน กลายมาเป็นฉันเสนอตัวให้นายนี่มันเกินไปแล้ว สวรรค์ โปรดส่งสายฟ้ามาฟาดไอ้สารเลวนี่ให้ตายทีเถอะ!
"ไอ้ปัญญาอ่อน แกมันพ่นแต่เรื่องไร้สาระ!"
"ไม่เชื่อเหรอ? มาสิที่รัก พูดอะไรหน่อยสิ!"
ลู่ฟานทำท่าทางเหมือนสะใจที่ได้ยั่วโมโหคนอื่น ก่อนจะเปิดลำโพงโทรศัพท์
หลิวหรูเยียนเม้มริมฝีปาก ลังเลอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะเอ่ยปากออกมาอย่างจำยอม:
"อี้ฉวิน ทุกอย่างที่ลู่ฟานพูดเป็นความจริง ต่อไปนี้เราอย่าติดต่อกันอีกเลย!"
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันเป็นคนของลู่ฟานแล้ว ลาก่อน!"
หลิวหรูเยียนเอื้อมมือไปกดวางสาย แต่เสียงคำรามด้วยความไม่อยากจะเชื่อของจูอี้ฉวินก็ดังลอดมาจากปลายสาย
"หรูเยียน ฉันไม่เชื่อ! ความฝันของเธอคือการแต่งงานเข้าตระกูลเศรษฐีระดับท็อป และเธอก็กำลังจะทำสำเร็จอยู่แล้ว เธอจะยอมแพ้ได้ยังไง? คุณชายเฟิงเริ่มโมโหแล้วนะ ฉันจะพาเขาไปหาเธอเดี๋ยวนี้แหละ!"
หลิวหรูเยียนกดตัดสายทันทีที่เขากล่าวคำสุดท้ายจบ เธอขมวดคิ้วมองลู่ฟานที่อยู่ตรงข้าม
"ลู่ฟาน ในเมื่อจูอี้ฉวินบอกว่าจะพาคุณชายเฟิงมาหาฉัน พวกเขาต้องหาที่นี่เจอภายในสิบนาทีแน่!"
"เธอเป็นห่วงฉันเหรอ?"
ลู่ฟานยิ้มและยื่นนิ้วไปเชยคางหลิวหรูเยียนเบาๆ ผู้หญิงคนนี้สวยจริงๆ ทั้งใบหน้าและผิวพรรณของเธองดงามยิ่งกว่าดาราดังที่เขาเคยเห็นในโทรทัศน์เสียอีก
หลิวหรูเยียนไม่กล้าขัดขืนการหยอกเย้าของเขา ทำได้เพียงหลับตาลงด้วยความอัปยศอดสู
ทว่าท่าทางแบบนี้กลับดูเหมือนหญิงสาวที่กำลังรอคอยจุมพิต ลู่ฟานไม่เกรงใจอีกต่อไป เขารวบแขนโอบลำคอของเธอแล้วโน้มตัวลงไปจูบ...
"ลู่ฟาน อย่านะ... พวกจูอี้ฉวินต้องมาแน่ โดยเฉพาะคุณชายเฟิง ช่วงนี้เขาหลงใหลฉันมาก เขาต้องตามมาถึงที่นี่แน่ๆ"
หลิวหรูเยียนหน้าแดงก่ำ เธอรีบจับมือซุกซนของลู่ฟานเอาไว้ ลู่ฟานจึงชักมือกลับแล้วนำมาดมใกล้ๆ จมูก สูดดมความหอมพร้อมกับทำหน้าเคลิบเคลิ้ม
"หอมชื่นใจดีจริงๆ งั้นเรากลับไปที่หอพักมหาวิทยาลัยกันเถอะ อพาร์ตเมนต์ของฉันก็ไม่ได้แย่ไปกว่าของเธอหรอกนะ!"
ลู่ฟานยืนขึ้นแล้วเริ่มแต่งตัว หลิวหรูเยียนเม้มปาก หันหลังกลับเข้าไปในห้องเพื่อเปลี่ยนเป็นกระโปรงสั้น เผยให้เห็นเรียวขาคู่สวยที่ดึงดูดสายตายิ่งนัก
ตอนนี้เธอไม่อาจหลุดพ้นจากการควบคุมของลู่ฟานได้แล้ว มีเพียงการยอมทำตามความต้องการของเขาเท่านั้นที่จะทำให้เธอใช้ชีวิตได้ดีขึ้น
เว้นเสียแต่ว่าลู่ฟานจะเบื่อเธอแล้วไล่เธอไป เมื่อนั้นเธอถึงจะได้รับอิสรภาพ
ตอนนี้หลิวหรูเยียนทำใจยอมรับได้แล้ว อย่างที่ใครบางคนเคยกล่าวไว้ ชีวิตก็เหมือนกับการถูกขืนใจ ถ้าขัดขืนไม่ได้ ก็หลับตาแล้วพยายามสนุกไปกับมันซะ
เมื่อมองดูหลิวหรูเยียนที่ทั้งสาว สวย และมีเสน่ห์ ลู่ฟานก็อดไม่ได้ที่จะผิวปากแซว ซึ่งก็แลกมากับการถูกหลิวหรูเยียนค้อนขวับเข้าให้
ทั้งสองผลักบานประตูออก ควงแขนกันเดินเข้าไปในลิฟต์ แต่ทันทีที่พวกเขาก้าวเข้ามาในโรงรถชั้นใต้ดิน รถซูเปอร์คาร์สุดหรูสี่คันก็เบรกเสียงดังเอี๊ยดและจอดเรียงหน้ากระดานขวางทางพวกเขาเอาไว้
สีหน้าของหลิวหรูเยียนเปลี่ยนไป ความหวาดกลัวฉายชัดบนใบหน้า คนพวกนี้ไม่ใช่คนที่เธอจะกล้าล่วงเกินด้วยได้เลย แถมพวกเขายังมากันเยอะขนาดนี้ ลู่ฟานต้องแย่แน่ๆ
พูดตามตรง ถ้าลู่ฟานถูกซ้อม เธอคงจะดีใจมาก แต่สิ่งที่เธอกังวลคือ หากลู่ฟานโดนอัดแล้วกลับมาลงระบายอารมณ์โกรธใส่เธอในภายหลังต่างหาก
"ลู่ฟาน รีบหนีเร็ว! พวกเขามีกันตั้งหลายคน..."
แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ลู่ฟานกลับมองดูคนทั้งแปดที่ลงมาจากรถด้วยรอยยิ้มโง่ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะวิ่งหนีเลยแม้แต่น้อย
"ไม่ต้องห่วง ก็แค่เศษขยะไม่กี่ชิ้น ฉันไม่เห็นอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ!"
อันที่จริง ลู่ฟานก็รู้สึกประหม่าอยู่ลึกๆ แต่เขาจะวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนต่อหน้าผู้หญิงที่เขาเพิ่งได้มาครอบครองไม่ได้เด็ดขาด แบบนั้นมันน่าขายหน้าเกินไป
อีกอย่าง เขาก็ใช่ว่าจะไม่มีไพ่ตายเสียหน่อย วันนี้ 'ดรรชนีชีกอ' เพิ่งจะถูกใช้ไปแค่ครั้งเดียว ถ้าไม่ใช้สิทธิ์ที่เหลืออีกสองครั้ง มันก็เสียของแย่เลยสิ?
ลู่ฟานเอื้อมมือไปดันหลิวหรูเยียนไปไว้ข้างหลัง แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือมองตรงไปยังชายหนุ่มทั้งแปดคนที่เข้ามาล้อมพวกเขาไว้ คนพวกนี้มาอย่างประสงค์ร้ายชัดเจน ซึ่งนั่นทำให้เขายิ่งรู้สึกไม่สบายใจ
หลิวหรูเยียนจ้องมองแผ่นหลังของลู่ฟานอย่างเหม่อลอย ไอ้โง่นี่กลับกล้ายืนขวางหน้าเธอเพื่อเผชิญหน้ากับคนถึงแปดคน ในวินาทีนี้ จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่ารูปลักษณ์ของลู่ฟานดูน่าเจริญหูเจริญตาขึ้นมามากทีเดียว
"หรูเยียน เธอ... เธอมาอยู่กับไอ้โง่นี่จริงๆ ด้วย!"
จูอี้ฉวินที่ยืนอยู่ในกลุ่มนั้นยังมีใบหน้าซีดเซียว ขอบตาของเขาดำคล้ำราวกับคนไม่ได้นอนมาหลายวัน เขาชี้หน้าหลิวหรูเยียนด้วยความไม่อยากจะเชื่อและแผดเสียงคำราม
โดยเฉพาะชายหนุ่มผมสีทองที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา ใบหน้าของชายคนนั้นมืดครึ้มจนดำทะมึนไปหมดแล้ว
สายตาของชายหนุ่มจ้องมองลู่ฟานอย่างคลางแคลงใจ ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาราวกับนึกอะไรบางอย่างออก
"แกคือไอ้โง่จากตระกูลลู่ ลู่ฟานงั้นเหรอ?"
"แล้วแกเป็นใครล่ะ?"
ลู่ฟานเหลือบมองหมอนั่น แต่น่าเสียดาย หลังจากค้นความทรงจำดูแล้ว เขากลับไม่พบข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับคนคนนี้เลย
"ฮ่าๆๆๆ... ฉันก็สงสัยอยู่ว่าใครมันกล้ามาแย่งผู้หญิงของฉัน ที่แท้ก็แกนี่เอง ไอ้ปัญญาอ่อน"
"สมัยที่ตระกูลลู่ของแกยังรุ่งเรือง ฉันก็ทำได้แค่มองแกอยู่ห่างๆ แต่ตอนนี้ตระกูลลู่ของแกแตกฉานซ่านเซ็นไปหมดแล้ว แถมพ่อแม่แกก็ยังด่วนจากไปอีก การที่ไอ้โง่อย่างแกมีชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้นี่มันไม่ง่ายเลยจริงๆ"
"บ้าเอ๊ย ไอ้โง่ที่ไหนไม่รู้ดันกล้ามาแย่งผู้หญิงของฉัน"
"ส่วนเธอ หลิวหรูเยียน ฉันประเมินเธอสูงไปจริงๆ คนตั้งเยอะแยะไม่เลือก ดันไปเลือกไอ้โง่ หรือว่าช่วงนี้เธอจะชอบเล่นบทบาทสมมติ เลยเก็บไอ้โง่นี่มาเลี้ยงเป็นลูกชายงั้นเหรอ? ฮ่าๆๆๆ..."
คุณชายเฟิงชี้หน้าลู่ฟานกับหลิวหรูเยียนอย่างจองหองก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง บรรดาชายหนุ่มรอบๆ ตัวเขาที่เห็นได้ชัดว่ายกให้เขาเป็นลูกพี่ ก็พากันหัวเราะผสมโรงไปด้วย
"พวกแกหัวเราะบ้าอะไรกัน! ดูสีผมที่พวกแกย้อมสิ สารพัดสีเลย นี่พวกแกเป็นพี่น้องน้ำเต้าทั้งเจ็ดหรือไง!"
"โดยเฉพาะแก ไม่ต้องหลบตา ฉันหมายถึงแกนั่นแหละ ไอ้โง่! หน้าตาแกเหมือนเอาไตหมูกับจู๋แกะมายำรวมกัน แล้วยังจะมีหน้ามาหมายปองผู้หญิงของฉันอีก!"
"เบ้าหน้าแบบแกเนี่ย ออกไปเดินตอนเทศกาลสารทจีนยังไม่ต้องแต่งหน้าเลย เป็นตัวของตัวเองก็พอแล้ว"
"ใครให้ความมั่นใจแกเดินหน้าอุบาทว์แบบนี้ออกจากบ้านกันวะ?"
ลู่ฟานชี้หน้าคุณชายเฟิงที่กำลังหัวเราะเสียงดังที่สุด แล้วก็พ่นคำด่าออกมาเป็นชุด ฉากนี้ทำเอาทุกคนที่อยู่ตรงนั้นถึงกับอึ้งไปเลย
โดยเฉพาะหลิวหรูเยียน เธอดูตกตะลึงไปจนทำอะไรไม่ถูก ฝั่งนั้นมีกันตั้งแปดคนนะ นี่สมองเขาเริ่มมีปัญหาอีกแล้วเหรอ?
ในเวลาแบบนี้ แทนที่จะเจียมเนื้อเจียมตัว เขากลับกล้าไปยั่วยุคนพวกนั้น นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!
"แก... กล้าด่าฉันงั้นเหรอ?"
คุณชายเฟิงเองก็สับสนไปเล็กน้อย ฝั่งเขามีคนตั้งแปดคนนะ แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าไอ้หมอนี่มันเป็นคนบ้า เขาก็เลยรู้สึกโล่งใจขึ้นมา จะไปคาดหวังให้คนบ้าทำตัวปกติได้ยังไงกัน?