เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

161 - ความเป็นความตาย

161 - ความเป็นความตาย

161 - ความเป็นความตาย


161 - ความเป็นความตาย

เอี๋ยนรุ่ยหยูสังเกตเห็นว่าเย่ฟ่านและโลงหินไม่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงอีกต่อไปแล้ว นางไม่มีความสุขและเพียงแค่ถอนหายใจ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเศร้าโศก

สุดท้ายก็มีคนมากมายต้องเสียชีวิตในการต่อสู้ครั้งนี้

นอกจากร่างกายที่ไม่อาจหยั่งรู้ของจี้ฮ่าวเยว่แล้ว นางกังวลมากที่สุดเกี่ยวกับยอดฝีมือที่ไม่มีใครเทียบได้ซึ่งยังคงอยู่บนท้องฟ้า

คนสามคนนี้จะทำหน้าที่ปกป้องจี้ฮ่าวเยว่อย่างแน่นอน ขณะที่พวกเขาให้ความสนใจกับการต่อสู้อย่างใกล้ชิด มันทำให้นางรู้สึกกดดันอย่างมาก .

เอี๋ยนรุ่ยหยูหลั่งน้ำตาออกมาเบาๆ นางหันหน้ากลับไปมองยอดฝีมือของเผ่าอสูรที่เหลืออยู่และกล่าวด้วยความเศร้าโศกว่า

“ข้าขอโทษ!”

“ฝ่าบาท ไม่จำเป็นต้องต่อสู้เพื่อพวกเราอีกต่อไป ดูแลตัวเองด้วย!”

ผู้ฝึกตนของเผ่าอสูรตะโกน พวกนางรู้ว่าสถานการณ์เลวร้ายและคงเป็นการยากที่จะหนีจากการเข่นฆ่าที่จะมาถึงได้

ในช่วงเวลานี้ ทุกคนต่างก็รีบบุกเข้าหายอดฝีมือของของตระกูลจี้อย่างบ้าคลั่งโดยพยายามเปิดเส้นทางหลบหนีให้กับเอี๋ยนรุ่ยหยู

สายตาของเอี๋ยนรุ่ยหยูกวาดผ่านแต่ละคนไป นางไม่ได้พูดอะไรอีกในขณะที่นางกลายเป็นรุ้งพุ่งไปที่ขอบฟ้า ในที่สุดนางก็หนีจากการล้อมได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตามจี้ฮ่าวเยว่และยอดฝีมือทั้งสามยังคงไร่ตามนางไปอย่างไม่จบสิ้น

"ฆ่า!!!"

นี่เป็นการนองเลือดที่ผู้ฝึกตนจากเผ่าอสูรถูกสังหารอย่างต่อเนื่องแทบจะไปเดียวเท่านั้น

เอี๋ยนรุ่ยหยูสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามนางไม่สามารถหลบเลี่ยงจี้ฮ่าวเยว่ที่ติดตามอยู่ข้างหลังได้

สำหรับยอดฝีมือที่น่ากลัวทั้งสามพวกเขาเป็นผู้พิทักษ์ของจี้ฮ่าวเยว่และติดตามเขาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ทำอะไรแต่ระดับฝีมือของพวกเขาต้องเหนือกว่าจี้ฮ่าวเยว่อย่างแน่นอน

ในตอนนี้เย่ฟ่านได้หลบหนีไปหลายร้อยลี้แล้ว เขาได้รับการคุ้มครองโดยหญิงชราหลายคน พวกเขาสามารถหลบหนีจากการล้อมปราบได้อย่างปลอดภัย

ในตอนนี้เป็นการยากสำหรับเขาที่จะรักษาความสงบไว้ได้ พระจันทร์ที่ส่องแสงเหนือทะเล ดอกบัวสีทองภายในทะเลแห่งความทุกข์

การได้เห็นพวกมันเป็นการส่วนตัวทำให้เขารู้สึกถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับสูงกว่า ตอนนี้เขามีเพียงหนึ่งความคิดคือการแข็งแกร่งขึ้นและประสบความสำเร็จในการฝึกฝนร่างกายศักดิ์สิทธิ์โบราณของเขา!

สำหรับกระจกโบราณและอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดิอสูร พวกมันต่างก็น่าตกตะลึงพอๆกัน ตามคำกล่าวของหญิงชรา คนทั้งสองสามารถใช้พลังของอาวุธได้เพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น มันช่างน่าเหลือเชื่อมาก

“ข้าสงสัยจริงๆว่าทำไมพวกเจ้าถึงปกป้องเด็กหนุ่มของเผ่าพันธุ์มนุษย์แม้ว่าจะสูญเสียผู้คนไปมากมายแต่พวกเจ้าก็ไม่ทิ้งเขาไว้ด้านหลัง”

ทันใดนั้นเสียงที่อ่อนหวานราวกับระฆังเงินก็ดังขึ้น ข้างหน้ามีหญิงสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปดปีซึ่งนำยอดฝีมือหลายคนมาปิดกั้นทางออก

หญิงสาวคนนี้แต่งกายด้วยชุดสีม่วง นางมีใบหน้าที่งดงามและมีรอยยิ้มเจ้าชู้ขี้เล่น ดวงตาของนางกวาดมองไปรอบๆเมื่อมองเห็นใบหน้าที่น่ารักของเย่ฟ่านนางก็หัวเราะออกมาเบาๆ

หญิงชราสองสามคนของเผ่าอสูรขมวดคิ้ว จี้ฮ่าวเยว่เป็นชายหนุ่มที่องอาจสง่างาม และใบหน้าของเขามีความคล้ายคลึงกับหญิงสาวคนนี้เป็นอย่างมาก

หญิงสาวในชุดสีม่วงนั้นงดงามเป็นพิเศษ ดวงตาของนางกลมโตและขนตาของนางก็งอนยาว นางมีบรรยากาศที่ชวนให้ผู้คนเกิดความหลงใหลพร้อมทั้งความมีชีวิตชีวาและซุกซน

“มอบเด็กคนนั้นให้ข้า ข้าต้องการเห็นความพิเศษของเขา”

หญิงสาวที่สวมชุดสีม่วงหัวเราะอย่างเขินอาย มีรอยลักยิ้มสองตัวบนใบหน้าของนางขณะที่นางหรี่ตาลงดวงตาของนางก็กลายเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว

หญิงชราสี่คนของเผ่าอสูรไม่คิดจะสนทนากับนาง ทุกคนต่างก็ทุ่มเทพลังทั้งหมดของตัวเองออกมาเพื่อทำการเปิดเส้นทางในการหลบหนี

“ไม่ต้องฆ่าพวกมัน แค่จับพวกมันทั้งเป็น……”

หญิงสาวชุดม่วงหัวเราะเบาๆ

หญิงชราสองสามคนของเผ่าอสูรถอนหายใจ พวกนางรู้ว่าไม่มีความหวังในชัยชนะ หากพวกเขายังต่อสู้ต่อไป พวกเขาจะตายโดยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้

ทันใดนั้นคนทั้งสี่ทำการจุดเปลวเพลิงในทะเลแห่งความทุกข์ของตัวเองขึ้น นี่เป็นการระเบิดระดับบ่มเพาะของตัวเองออกมาด้วยความโหดร้ายอย่างยิ่ง

พวกนางต่อสู้ต่อไปด้วยอาการบาดเจ็บนับไม่ถ้วนพร้อมกับเผาผลาญพลังชีวิตของตัวเองเพื่อเปิดทางหลบหนีโดยไม่สนใจว่าเย่ฟ่านจะสามารถเอาตัวรอดได้หรือไม่

ผู้อาวุโสทั้งเจ็ดต้องการไล่ตามแต่ถูกหญิงสาวในชุดสีม่วงขวางไว้ นางขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวว่า

“ลืมไปเถอะ ข้าไม่อยากเห็นเลือดของใคร เราไม่ได้มาเพื่อต่อสู้ตั้งแต่แรก ให้ที่เหลือจัดการเอง”

เมื่อพูดอย่างนี้แล้วนางติดตามไปในทิศทางของเย่ฟ่านอย่างรวดเร็ว

“เจ้าเป็นอะไร? ในฐานะมนุษย์ทำไมเจ้าถึงมาร่วมกับเผ่าอสูร?”

เย่ฟ่านยังคงมีความสงบนิ่ง เขาเดินไปข้างหน้าพร้อมกับประสานมือและกล่าวว่า

“ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยชีวิตข้า ข้าเป็นผู้ฝึกฝนสัญจรไปมาและบังเอิญเข้าไปในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์อสูร จากนั้นข้าก็ถูกลักพาตัวไป โชคดีจริงๆที่ได้รับการช่วยเหลือจากทุกท่าน”

“โกหก!”

หญิงสาวสะบัดผมของนางก่อนจะยิ้มพร้อมกับจ้องมองไปยังเย่ฟ่านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขบขัน

“เจ้าเห็นได้ชัดว่าเป็นสหายกับพวกอสูร เจ้ากล้าโกหกข้าจริงๆ รีบบอกความจริงมาเดี๋ยวนี้”

“เอ่อ เรื่องมันค่อนข้างยาว ข้าไม่มีทางเลือกอื่นดังนั้นจึงต้องอาศัยร่วมอยู่กับพวกนาง……”

เย่ฟ่านเริ่มสร้างเรื่องราว เขาไม่สามารถเปิดเผยหัวใจของจักรพรรดิอสูรได้ ถ้าเขาทำเช่นนั้นผู้คนที่นี่จะต้องเข้าถึงทะเลแห่งความทุกข์ของเขาเพื่อขโมยหัวใจศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน

หญิงสาวชุดสีม่วงเดินไปข้างหน้าพร้อมกับบีบแก้มของเย่ฟ่านและหัวเราะด้วยเจตนาชั่วร้าย

“น้องชายคนนี้เจ้าเป็นคนขี้โกหกจริงๆ ถ้าไม่บอกความจริงออกมาระวังพี่สาวคนนี้จะทำโหดร้ายกับเจ้า”

หญิงสาวคนนี้ดูอายุแค่สิบเจ็ดถึงสิบแปดปี อายุที่แท้จริงของเย่ฟ่านเกินยี่สิบแล้วเมื่อถูกเรียกว่าน้องชายทำให้เขารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมเล็กน้อย

“ทำไมไม่พูด”

ลักยิ้มบนแก้มซ้ายของนางปรากฏขึ้นมา ในขณะที่ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความสุขสันต์

“จริงๆแล้วข้าเป็นคนใจดีมาก แม้ว่าเจ้าจะโกหกต่อไปข้าก็ไม่ฆ่าเจ้า อย่างมากที่สุดข้าจะแกะสลักเต่าที่แก้มซ้ายของเจ้าและกบทางได้ขวา”

“ข้าไม่มีอะไรต้องปิดบังจริงๆ…….”

เย่ฟ่านพยายามชะลอเวลา โดยปล่อยให้ตัวเองคิดหาวิธีที่จะหลุดพ้นจากสถานการณ์ปัจจุบัน เขาจำเป็นต้องจากไปโดยเร็วที่สุด

มีความลึกลับมากเกินไปในทะเลแห่งความทุกข์ของเขา และถ้าเขาต้องตกลงไปในมือของตระกูลจี้พวกมันทั้งหมดจะถูกเปิดเผยไม่ช้าก็เร็ว

ทันใดนั้นบนท้องฟ้าดอกบัวสีทองพุ่งออกมาเป็นริ้วแสงเจิดจ้าและตอนนี้มันกำลังพุ่งมาหาเย่ฟ่านอย่างรวดเร็ว นี่คือเอี๋ยนรุ่ยหยู

เมื่อเห็นฉากตรงหน้านางก็โบกมือทันที ดอกบัวสีทองของนางบดขยี้เข้าหาผู้อาวุโสทั้งเจ็ดของตระกูลจี้ทำให้พวกเขาเสียชีวิตโดยไม่มีโอกาสต่อต้าน

อย่างไรก็ตามหญิงที่สวมชุดสีม่วงยังสามารถรอดชีวิตอยู่ นางปลิวกระเด็นไปด้านหลังพร้อมกับกระอักเลือดออกมามากมาย แสงสว่างอันเจิดจ้าปกคลุมร่างกายของนางไว้ทำให้พลังจากดอกบัวสีทองไม่สามารถสังหารนางได้ทันที

เอี๋ยนรุ่ยหยูมองไปยังเย่ฟ่านพร้อมกับกล่าวว่า

“ข้ากำลังถูกไล่ล่า ถ้าเจ้าเดินทางไปพร้อมกับข้าพวกเราจะตายทั้งคู่ เจ้าทำได้แค่พึ่งพาตัวเองเท่านั้น”

เมื่อพูดเช่นนี้แล้วนางก็รีบหนีไปในระยะไกล แม้ว่านางจะเป็นทายาทของจักรพรรดิอสูรผู้ยิ่งใหญ่ แต่เมื่อผ่านไปหลายหมื่นปี พลังของนางก็ยังห่างไกลจากลูกหลานเหล่านั้นในอดีต

นางทำได้เพียงเลือกที่จะหนีและหวังว่าจะได้พบยอดฝีมือที่แท้จริงของเผ่าอสูร

“แค่ก……”

ด้านล่างภายในหุบเขาที่แตกร้าว แสงไฟสว่างวาบและได้ยินหญิงสาวชุดม่วงบ่นพึมพำ

“หญิงสาวที่สมบูรณ์แบบคนนั้นน่ากลัวเกินไปแล้ว”

ใบหน้าของนางซีดขณะที่นางกระอักเลือดออกมาอีกคำ ร่างกายของนางแกว่งไปแกว่งมาพร้อมจะล้มลงได้ทุกเมื่อ มีเพียงดวงตากลมโตเท่านั้นที่ยังคงสดใสอยู่

เย่ฟ่านรู้ดีถึงความสามารถของเอี๋ยนรุ่ยหยู ผู้อาวุโสของตระกูลจี้ไม่สามารถปิดกั้นพลังจากดอกบัวของนางได้แม้แต่ครั้งเดียว หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านี้แม้จะได้รับบาดเจ็บแต่ก็ไม่ตาย นั่นแสดงให้เห็นถึงความสามารถอันยิ่งใหญ่ของนางแล้ว

ทันใดนั้นเย่ฟ่านก็สัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่มุ่งเข้ามาทางนี้ นี่จะต้องเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งของตระกูลจี้อย่างแน่นอน

จบบทที่ 161 - ความเป็นความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว