- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นสัตว์อสูรทั้งที ขอแบกเจ้านายคนนี้ให้เป็นที่หนึ่งเลยละกัน
- บทที่ 70 - ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน
บทที่ 70 - ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน
บทที่ 70 - ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน
บทที่ 70 - ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน
“ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนเสี่ยวอวิ๋นจะจับสังเกตพวกเราได้แล้วล่ะเนี่ย?”
ถังเหวินฮว๋าที่นั่งยองๆ อยู่บนต้นไม้ใหญ่ คอยเฝ้าดูลูกสาวจากที่ไกลๆ รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ถ้ามองจากภายนอก ก็ไม่เห็นความผิดปกติอะไรเลย มันก็เป็นแค่ต้นไม้ธรรมดาๆ ต้นหนึ่งเท่านั้น
ภาพลวงตาที่แนบเนียนสมจริงจนแทบจะมองไม่เห็นช่องโหว่ด้วยตาเปล่า ได้ปกปิดตัวเขาไว้ ทำให้ไม่มีใครสามารถตรวจจับการซุ่มซ่อนของเขาได้
ภาพลวงตาที่สมจริงขนาดนี้ ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าระดับ lv.6 ของโก่วอวิ๋นในตอนนี้เสียอีก!
“เมี้ยว~”
แมวมายาจิตตอบกลับถังเหวินฮว๋าเบาๆ โดยไม่แสดงความเห็นอะไร แต่ในดวงตาของมันก็ฉายแววสงสัยเช่นกัน
ถึงแม้มันจะไม่ค่อยชอบหน้าหมาตัวนั้นเท่าไหร่ แต่ในมุมมองของแมวมายาจิต พรสวรรค์ด้านพลังจิตของเจ้าหมาก็ถือว่าแข็งแกร่งมากจริงๆ
ทั้งที่ยังอยู่ในระดับทหาร แต่กลับสามารถฝึกทักษะ [ภาพลวงตา] ไปจนถึงระดับที่ใกล้เคียงกับสัตว์อสูรระดับขุนพลบางตัวได้
ด้วยความคุ้นเคยกับทักษะนี้เป็นอย่างดี เมื่อระยะห่างลดลง การจะจับสัมผัสของภาพลวงตาที่สร้างขึ้นจากพลังจิตได้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว
“ช่างเถอะ ต่อให้เสี่ยวอวิ๋นจะจับได้ก็ไม่เป็นไรหรอก ดีซะอีก จะได้ทำให้พวกเขาระวังตัวกันมากขึ้น...”
ถังเหวินฮว๋าส่ายหน้า เลิกคิดเรื่องนี้
ยังไงก็เป็นสัตว์อสูรของลูกสาว เก่งก็ดีแล้วนี่นา!
ส่วนไอ้คนที่ยังจับไม่ได้จนถึงตอนนี้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าใช้สัตว์อสูรธาตุดิน และตอนที่โดนไล่ตามก็เคยใช้สัตว์อสูรธาตุอื่นเข้าปะทะด้วย
ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับธาตุจิตเลยสักนิด ก็เลยไม่ต้องกลัวว่ามันจะมองออกว่าเขาซ่อนตัวอยู่
แน่นอนว่า ต่อให้มองออกก็ไม่เป็นไรหรอก
เพราะยังไงถังเหวินฮว๋าก็จะคอยคุ้มกันลูกสาวอยู่ตรงนี้ ไม่ยอมไปไหน ไม่ยอมให้เรื่องอื่นมาดึงความสนใจไปได้เด็ดขาด
และถ้ามันทำให้เจ้านั่นเกิดลังเล ไม่กล้าลงมือ ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่!
...
หลังจากล้างหน้าล้างตา และกินผลไม้ที่งอกบนหลังหมูต้นหญ้าไปเล็กน้อย ถังเยว่เซวียนและเพื่อนๆ ก็ออกเดินทางกันต่อ
เมื่อวานพวกเขาอยู่ห่างจากหุบเขาไม่ไกลแล้ว เสียงน้ำไหลก็พอจะได้ยินแว่วๆ
วันนี้ใช้เวลาไม่นาน พวกเขาก็มาถึงที่นี่
สายน้ำใสสะอาดไหลริน มองเห็นปลาแหวกว่าย และปูตัวเล็กๆ เดินหลบซ่อนตามซอกหิน ดูมีชีวิตชีวามาก
สัตว์อสูรระดับต่ำสองสามตัวที่กำลังดื่มน้ำอยู่ริมลำธาร พอสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตแปลกหน้า ก็รีบหันหลังวิ่งหนีไปทันที
“เฮ้อ... อยากเอาเท้าลงไปแช่น้ำจังเลย!”
จางอวี้ทำหน้าอยากสุดๆ
หัวหน้าห้องที่กำลังถือเครื่องกรองน้ำและกระติกน้ำเดินไปที่ริมลำธารชะงักเท้า แล้วหันกลับมามองเธอด้วยใบหน้ามืดครึ้ม
ถังเยว่เซวียนเองก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่ “พวกเราไม่อยากกินน้ำล้างเท้าของเธอหรอกนะ!”
ตอนแรกก็ไม่ค่อยอยากกินน้ำเท่าไหร่หรอก แต่พอได้ยินแบบนี้ โก่วอวิ๋นก็รีบใช้พลังจิตตักน้ำขึ้นมาสามก้อน ส่งให้ตัวเอง เสือดำเงา และหมูต้นหญ้าได้กินกันจนอิ่ม
อย่างน้อยก่อนที่จางอวี้จะเอาเท้าลงไปแช่ในน้ำ เขาก็ได้กินน้ำสะอาดแล้ว!
“ไอ้หมาบ้า แกหมายความว่าไงฮะ!”
เมื่อเห็นสายตาโล่งอกของโก่วอวิ๋น จางอวี้ก็โกรธจนตัวสั่น “เซวียนเซวียน เธอดูหมาของเธอสิ!”
“อะไรกันเล่า! ก็เธอเป็นคนบอกเองว่าจะล้างเท้านี่นา!”
“พรืด! ฮ่าๆๆๆๆ!”
หลังจากหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอ และเติมน้ำจนเต็มแล้ว ทั้งสามคนก็ไม่ได้รั้งอยู่นาน พวกเขาเดินเลียบไปตามลำธาร
การที่มีแหล่งน้ำก่อตัวขึ้นมาได้ ย่อมหมายความว่าสภาพภูมิประเทศไม่ได้เอื้ออำนวยให้เดินได้ง่ายนัก ตลอดทางที่เดินลงมา พวกเขาต้องพึ่งพาสัตว์อสูรหลายครั้งถึงจะเดินหน้าต่อไปได้
และการหาน้ำแล้วเดินตามทางน้ำ ก็ไม่ใช่ความคิดที่พวกเขาคิดได้แค่กลุ่มเดียว
ระหว่างที่เดินตามทางน้ำลงมา พวกเขาเจอทีมอื่นๆ อีกหลายทีม
แต่ด้วยปัญหาที่ว่าแต่ละทีมไม่สามารถอยู่ใกล้กันได้ พวกเขาจึงต้องเจรจากัน และแยกย้ายกันเดินเลียบสองฝั่งของลำธารให้ห่างกันพอสมควร เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อกันและกัน
“วู้ฮู้ว—”
เมื่อเห็นทีมของอีกโรงเรียนหนึ่ง อาศัยสัตว์อสูรที่ควบคุมน้ำได้ นั่งมากับกระแสน้ำพุ่งทะยานลงมาอย่างรวดเร็ว และตกลงไปในทะเลสาบ ทั้งสามคนก็มองตามด้วยความอิจฉาตาร้อน
ทั้งเร็วทั้งสะใจ!
ไอ้พวกนี้ตกลงมาล่องแก่งหรือมาฝึกเอาชีวิตรอดกันแน่เนี่ย!?
“รู้งี้ตอนนั้นฉันน่าจะทำสัญญากับสัตว์อสูรธาตุน้ำซะก็ดี!”
ในดวงตาของหัวหน้าห้องเต็มไปด้วยความเสียดาย
จนเกือบจะโดนหมูต้นหญ้าเตะตกคูน้ำซะแล้ว
โก่วอวิ๋นเองก็น้ำลายสอ ถ้าทักษะ [พลังจิต] ของเขาเลื่อนขึ้นไปอีกสักระดับ บางทีเขาก็อาจจะทำแบบนี้ได้เหมือนกัน
ไม่ต้องมาทนลำบากแบบนี้!
หินริมลำธารนี่มันทิ่มเท้าชะมัด!
แต่อิจฉาก็ส่วนอิจฉา ถึงที่หมายแล้ว ก็ไม่มีอะไรให้ดูต่อแล้ว
ลำธารไหลมารวมกันเป็นทะเลสาบ เมื่อมองออกไปจากทะเลสาบ ทัศนวิสัยก็ค่อยๆ กว้างไกลขึ้น
ทิวทัศน์อันงดงามและยิ่งใหญ่ของหุบเขาปรากฏแก่สายตา พื้นที่ระหว่างภูเขาสองลูกกว้างใหญ่ไพศาล สุดลูกหูลูกตา
ต้นไม้เขียวขจีและหญ้าขึ้นปกคลุม เสียงนกและสัตว์ป่าแว่วมาเป็นระยะ ดูมีชีวิตชีวาและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามบ่ายสี่โมงแล้ว การใช้เวลาเกือบสองวัน และสะสมความเหนื่อยล้ามาเต็มเปี่ยมจนมาถึงที่นี่ได้ ทำให้ทั้งสามคนรู้สึกว่าคุ้มค่ามาก!
“ไปกันเถอะ! พวกเราจะใช้เวลาอีกไม่กี่วันที่เหลือในหุบเขานี้กัน!”
ถังเยว่เซวียนกวักมือเรียกอย่างร่าเริง แล้วเดินนำหน้าไปอย่างกระตือรือร้น จางอวี้และหัวหน้าห้องก็รีบเดินตามไปอย่างตื่นเต้น
เดินผ่านทะเลสาบ และก้าวขึ้นไปบนลานหญ้าสีเขียวขจี
หลังจากปรึกษากันเล็กน้อย ทุกคนก็ตัดสินใจว่าจะลองเข้าไปสำรวจในป่ากันก่อนที่ฟ้าจะมืด
ถ้าไม่เวิร์ก ก็ค่อยเดินหาถ้ำตามริมหน้าผาเพื่อใช้เป็นที่พัก
ทั้งสามคนกำลังจะพาสัตว์อสูรออกเดินทาง ก็มองเห็นทีมที่อยู่ข้างหน้าพวกเขาเพิ่งจะเดินเข้าไปในป่า
เดินไปได้ไม่ไกล จู่ๆ ต้นไม้ที่ยืนต้นนิ่งสนิทก็ 'มีชีวิต' ขึ้นมา!
ราวกับสัตว์ป่าที่ถูกบุกรุกอาณาเขต พวกมันส่งเสียงคำรามต่ำ ก้มกิ่งก้านลง แล้วใช้กิ่งไม้ฟาดฟันอย่างบ้าคลั่ง ทำเอานักเรียนกลุ่มนั้นตั้งตัวไม่ติด
หลังจากวุ่นวายกันอยู่พักใหญ่ พวกเขาก็ต้องวิ่งหนีออกมาจากป่าอย่างทุลักทุเล ร่างกายเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากกิ่งไม้และใบไม้
“ในป่านั่นมีหลิวคลุ้มคลั่งอยู่กี่ต้นกันแน่เนี่ย?”
จางอวี้ถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนจะหันไปถามถังเยว่เซวียน “พวกเราหาถ้ำพักผ่อนกันก่อนดีไหม?”
“ฉันเห็นด้วย!” หัวหน้าห้องกลืนน้ำลายเอื้อก
ถังเยว่เซวียนพยักหน้าอย่างเด็ดขาด “งั้นก็...”
ตูม!
จู่ๆ พื้นหญ้าก็ปูดนูนขึ้นมา ก่อนจะระเบิดออกอย่างแรง
หญ้าและดินกระเด็นว่อน ร่างขนาดมหึมาก็พุ่งพรวดขึ้นมาจากใต้ดิน
หนูทะลวงหินเกล็ดหุ้มเกราะตัวใหญ่ยักษ์โผล่ขึ้นมา ชายสวมแว่นร่างอวบอ้วนที่นั่งอยู่บนหลังมันก็ขยับตัวลุกขึ้น พอเห็นโก่วอวิ๋น ดวงตาของเขาก็เป็นประกาย!
“เครื่องมือจากศูนย์ใหญ่นี่มันใช้ดีจริงๆ ด้วย สามารถระบุตำแหน่งของสุนัขเมฆาล่องตัวนี้ได้จริงๆ... ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์มุดดินมาตั้งนาน!”
“จับตัวมันมา!”
ชายแว่นร่างอวบอ้วนยัดอุปกรณ์ทรงกลมในมือลงไปในเสื้อ แล้วชี้ไปที่โก่วอวิ๋นพลางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
เพื่อจับสุนัขเมฆาล่องแค่ตัวเดียว ผู้ใช้สัตว์อสูรระดับผู้บัญชาการอย่างเขาต้องทนลำบากมาตั้งมากมาย ตอนนี้เป้าหมายอยู่ตรงหน้าแล้ว จะไม่ให้เขาหัวเราะได้ยังไง!
จางอวี้และหัวหน้าห้องต่างก็ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ แต่ถังเยว่เซวียนกลับส่งเสียงร้องออกมาเป็นคนแรก
“เสี่ยวอวิ๋น! หนีเร็ว!”
ฟุ่บ!
แสงสว่างวาบ โก่วอวิ๋นหดระยะทาง พุ่งตัวกลายเป็นเงาสีเทาหนีเข้าไปในป่าที่อยู่ห่างออกไปในทันที
เป้าหมายของไอ้อ้วนนั้นคือเขา ตราบใดที่เขาไม่ได้อยู่ข้างๆ เจ้านั่นก็ไม่น่าจะทำร้ายเด็กผู้หญิง
และเมื่อมีถังเหวินฮว๋าอยู่ การหนีของเขาก็จะเป็นการดึงดูดความสนใจของเจ้านั่น เพื่อถ่วงเวลาให้ถังเหวินฮว๋าได้มีโอกาสลงมือ
แต่น่าเสียดายที่ความประทับใจของเขาที่มีต่อสมาคมสำรวจชีวิตในชาติก่อน ไม่สามารถนำมาเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินพฤติกรรมของผู้บริหารของพวกเขาได้ทั้งหมด
“ทุกก้าวคือการบีบอัดมิติ... พุ่งชนมิติ งั้นเหรอ?!”
หนูทะลวงหินเกล็ดหุ้มเกราะที่อยู่ข้างๆ พุ่งตัวออกไปไล่ตามโก่วอวิ๋นทันที แต่ชายสวมแว่นร่างอวบอ้วนก็ยังรู้สึกไม่ไว้ใจ ท่อนแขนของเขากลายเป็นหางงูเหลือมขนาดใหญ่พุ่งเข้าพันธนาการถังเยว่เซวียนและเพื่อนๆ
“ไอ้หมาตัวนั้น! ถ้าแกหนี ฉันจะฆ่าผู้ใช้สัตว์อสูรของแกซะ!”
“ไสหัวไปให้พ้นจากลูกสาวฉันนะ!”
เสียงคำรามดังกึกก้อง พร้อมกับลำแสงโปร่งใสที่พุ่งตรงเข้ามา!
[จบแล้ว]