- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นสัตว์อสูรทั้งที ขอแบกเจ้านายคนนี้ให้เป็นที่หนึ่งเลยละกัน
- บทที่ 33 - ตบหน้าฉาดใหญ่
บทที่ 33 - ตบหน้าฉาดใหญ่
บทที่ 33 - ตบหน้าฉาดใหญ่
บทที่ 33 - ตบหน้าฉาดใหญ่
“ผู้ชนะคือถังเยว่เซวียน!”
เสียงอันทรงพลังของหัวหน้าฟางดังกระหึ่มไปทั่วลานประลองผ่านเครื่องขยายเสียง
“เย้!”
จางอวี้ที่นั่งลุ้นตัวโก่งมาตั้งแต่ต้นจนจบกระโดดตัวลอยและส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ
เธอไม่รอช้า รีบวิ่งลงบันไดไปเป็นคนแรกเพื่อร่วมแบ่งปันความสุขนี้กับเพื่อนรัก
ในขณะเดียวกัน บนอัฒจันทร์ก็เต็มไปด้วยเสียงอุทาน “เชี่ย” และ “โคตรเจ๋ง” สลับกับเสียงโห่ร้องยินดีดังกึกก้องไปทั่วลานประลอง
“ง่ายเกินไปแล้ว ไม่เห็นจะท้าทายตรงไหนเลย...”
โก่วอวิ๋นถอนหายใจ แม้จะไม่มีความยากอะไร แต่การต่อสู้จนจบก็สูบพละกำลังของเขาไปจนเกือบถึงขีดจำกัดเหมือนกัน
ก็แค่ใช้ [ภาพลวงตา] กับ [พลังจิต] ในการควบคุมแบบอ่อนและแข็ง สลับกับการใช้ [พุ่งชน] กับ [กรงเล็บตะปบ] เพื่อโจมตีแบบฉับพลันเท่านั้นเอง
เป็นการผสมผสานทักษะที่เรียบง่ายและชัดเจนมาก คู่ต่อสู้กลุ่มนี้ถึงจะมีจำนวนมากกว่าก็จริง แต่กลับไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้เขาได้เลยแม้แต่น้อย แถมยังเปิดโอกาสให้เขาจัดการพวกมันไปทีละตัวๆ อีกต่างหาก
สู้กับพวกไก่อ่อนนี่มันไม่สนุกเอาซะเลย!
เขาส่ายหน้าพลางเดินไปหาถังเยว่เซวียน
แต่พอหันกลับมา โก่วอวิ๋นก็เห็นเด็กสาวกำลังวิ่งตรงเข้ามาหา ราวกับเตรียมจะกระโดดกอดเขาเต็มแรง
เขาอยากจะหลบ แต่ยัยเด็กนี่ไวจริงๆ กระโดดพุ่งเข้ามากอดเขาไว้ได้สำเร็จ
“เก่งมากเสี่ยวอวิ๋น!”
ถังเยว่เซวียนเอาแก้มถูไถหัวของเขา พร้อมกับตรวจดูว่าเขาได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า
ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นการต่อสู้แบบหนึ่งต่อหลายคน แม้จะดูเหมือนว่าเจ้าหมาไม่ได้รับบาดเจ็บเลยตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เด็กสาวก็ยังไม่กล้าวางใจอยู่ดี
หลังจากลองดิ้นดูสองสามทีแล้วไม่หลุด โก่วอวิ๋นก็ปล่อยเลยตามเลย และหันไปสนใจข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นหลังจากการต่อสู้จบลงแทน
[ขอแสดงความยินดี คุณเอาชนะการประลองได้สำเร็จ!]
[รูปแบบการประลองคือหนึ่งต่อแปด โบนัสค่าประสบการณ์จะคำนวณจากค่าเฉลี่ยระดับของคู่ต่อสู้ ระดับจริงไม่แตกต่างกัน ระดับเผ่าพันธุ์คือระดับขุนพลขั้นต่ำ]
[ระดับเลเวลของทั้งสองฝ่ายห่างกันไม่ถึง 5 เลเวล ระดับเผ่าพันธุ์ห่างกันหนึ่งระดับขั้นใหญ่ ได้รับโบนัสค่าประสบการณ์ 100%!]
[มีคู่ต่อสู้ทั้งหมดแปดตัว ได้รับรางวัลค่าประสบการณ์ 4,000 แต้ม!]
[ความชำนาญของทักษะ [พุ่งชน], [กรงเล็บตะปบ], [พลังจิต], [ภาพลวงตา] เพิ่มขึ้น...]
รอบเดียว!
แค่การต่อสู้เพียงรอบเดียว ก็ทำให้ค่าประสบการณ์ของโก่วอวิ๋นพุ่งทะลุ 4,000 แต้มไปอีกครั้ง เกือบจะเทียบเท่ากับสถิติค่าประสบการณ์สูงสุดที่เขาเคยทำได้เลยทีเดียว
เมื่อมองดูตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โก่วอวิ๋นก็เลียริมฝีปาก รู้สึกคอแห้งผาก
นี่คือประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นหลังจากแข็งแกร่งขึ้นสินะ?
ถ้าได้สู้แบบนี้ทุกวันล่ะก็ การบรรลุเงื่อนไขวิวัฒนาการก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว!
คิดไปคิดมา การได้สู้กับพวกไก่อ่อนนี่ก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ!
“ไป๋เตี้ยน! แกเป็นอะไรไป?! ไป๋เตี้ยน?!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นจากข้างๆ ทำเอาโก่วอวิ๋นสะดุ้งโหยง รีบหันไปมองตามต้นเสียงทันที
ข้างลานประลอง นักเรียนหญิงที่แต่งตัวประณีตคนนั้นกำลังอุ้มแมวอัสนีของตัวเองพลางร้องห่มร้องไห้ราวกับญาติผู้ใหญ่เสียชีวิต
แมวอัสนีที่ถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขน มีรอยขีดข่วนเลือดอาบอยู่ครึ่งหน้า แววตาเลื่อนลอย ประกายไฟฟ้าอันแผ่วเบาบนร่างกระพริบไม่หยุดและรั่วไหลออกไปด้านนอก ส่งผลให้สัญญาณชีพของมันอ่อนแรงลงเรื่อยๆ
คราวนี้เธอไม่กล้าแม้แต่จะร้องไห้เสียงดัง รีบถอยออกไปเพื่อให้แพทย์ประจำโรงเรียนทำการปฐมพยาบาลทันที
ไม่ไกลจากเธอมากนัก นักเรียนชายร่างสูงใหญ่ผู้เป็นเจ้านายของเป็ดหัวร้อนมีสีหน้ามืดครึ้ม เป็ดหัวร้อนของเขากำลังได้รับการรักษาบาดแผลจากสัตว์อสูรของทีมแพทย์
ปากและลำคอของเป็ดหัวร้อนตัวนี้แหลกเหลวไม่มีชิ้นดีเพราะลูกไฟของมันเอง ดูน่าเวทนายิ่งนัก แถมยังมีควันลอยกรุ่นออกมาจางๆ
ดูเหมือนจะสุกไปแล้วนะนั่น!
โก่วอวิ๋นเบ้ปาก
เขาเห็นสัญญาณสั่งการที่เจ้านายสองคนนั้นส่งมาอย่างชัดเจน และรู้ซึ้งถึงเจตนาร้ายของพวกเขาเป็นอย่างดี
ถ้าไม่สั่งสอนพวกมันเสียบ้าง โก่วอวิ๋นคงจะหัวเราะเยาะตัวเองแน่ๆ
ถ้าเขาประเมินผลจากการโจมตีเมื่อครู่ไม่ผิดพลาดล่ะก็...
สมองของแมวอัสนีตัวนั้นคงจะมีปัญหา ทำให้สูญเสียการควบคุมกระแสไฟฟ้าในร่างกาย พลังงานจะรั่วไหลออกไปเรื่อยๆ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้รับรองว่าตายหยั่งเขียดแน่นอน
ตอนนี้มีแพทย์ประจำโรงเรียนอยู่ด้วย คงไม่ถึงกับเสียชีวิตหรอก แต่ถึงจะรอดมาได้ ความสามารถในการควบคุมพลังของแมวตัวนั้นก็คงจะลดฮวบลงไปมาก และไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาเหล่านี้อาจจะไม่แสดงอาการให้เห็นทันที หรือแม้กระทั่งความสามารถในการควบคุมกระแสไฟฟ้าลดลง แมวอัสนีก็อาจจะแสดงพลังที่ดู “เหนือความคาดหมาย” ออกมาเป็นครั้งคราว
แต่ “พลังที่เหนือความคาดหมาย” เหล่านั้น ล้วนเป็นสัญญาณเตือนว่าอาการของแมวอัสนีกำลังทรุดหนักลง!
และเมื่ออาการของแมวอัสนีกำเริบขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ กว่านักเรียนหญิงคนนั้นจะเปลี่ยนสัตว์อสูรตัวใหม่ ก็คงกินเวลาไปเกือบครึ่งเทอมแล้ว
ถึงตอนนั้น หากเธอไม่สามารถทะลวงข้อจำกัดและทำสัญญากับลูกสัตว์อสูรระดับผู้บัญชาการได้โดยตรง โก่วอวิ๋นก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะยังเก่งสู้พวกนักเรียนดีเด่นรุ่นต่อไปได้หรือเปล่าด้วยซ้ำ
ส่วนเจ้าเป็ดหัวร้อนนั่นยิ่งเห็นได้ชัด ตอนนี้ดูเหมือนว่ามีแค่ปากกับลำคอที่พังยับเยินเพราะลูกไฟของตัวเอง แต่จริงๆ แล้วแรงระเบิดเมื่อกี้คงจะส่งผลกระทบไปถึงอวัยวะภายในของมันแล้วแน่ๆ
ถึงจะได้รับการรักษายังไงก็คงไม่ตายหรอก แต่ต่อไปในฐานะสัตว์อสูรธาตุไฟ มันจะยังพ่นไฟได้อีกหรือเปล่า โก่วอวิ๋นก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน และเจ้านายของมันก็คงได้รับผลกระทบไปเต็มๆ
สรุปง่ายๆ ก็คือ หลังจากผ่านการต่อสู้ครั้งนี้ไป เจ้านายสองคนนั้นคงจะกลายเป็นพวกที่ด้อยกว่านักเรียนทั่วไปเสียอีก
พอคิดมาถึงตรงนี้ โก่วอวิ๋นก็ส่ายหน้าและถอนหายใจ
เขาก็ออกจะเป็นคนดีมีเมตตา ทำไมถึงต้องมาบีบให้เขาต้องทำอะไรแบบนี้ด้วย!
“กล้าทำกับไป๋เตี้ยนถึงขนาดนี้ เป็นเพราะแกสั่งใช่ไหม นังตัวดี?! หมาของแกต้องชดใช้ด้วยชีวิต!”
เมื่อเห็นว่าแมวอัสนียังคงทนทุกข์ทรมานแม้จะได้รับการรักษาจากสัตว์อสูรของแพทย์ประจำโรงเรียนแล้ว นักเรียนหญิงที่แต่งตัวประณีตคนนั้นก็ผุดลุกขึ้นและพุ่งตรงเข้ามาหาถังเยว่เซวียนทันที
เธอเงื้อมือขึ้นสูง หมายจะลงไม้ลงมืออย่างเห็นได้ชัด
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่น นักเรียนหญิงคนนั้นกุมหน้าตัวเองพลางถอยกรูดไปด้วยความมึนงง
จางอวี้ลดมือลง และส่งยิ้มหวานให้ถังเยว่เซวียน
ถังเยว่เซวียนที่กำลังจะยกมือขึ้นป้องกันตัวชะงักไป มุมปากกระตุกเล็กน้อย อยากจะขำแต่ก็กลั้นไว้
ข้างๆ พวกเธอ โก่วอวิ๋นยกอุ้งเท้าขึ้นมาและชูนิ้วโป้งให้จางอวี้เงียบๆ
สุดยอดไปเลยลูกพี่!
ที่เคยด่าว่าโง่น่ะ ขอถอนคำพูดเลย!
อีกอย่าง ผู้หญิงตีกันนี่มันสนุกดีแฮะ!
พูดก็พูดเถอะ การได้เห็นจางอวี้ตบหน้ายัยนั่นฉาดใหญ่ ทำเอาโก่วอวิ๋นรู้สึกสะใจยิ่งกว่าตอนที่ลอบเล่นงานแมวอัสนีเสียอีก!
“กรี๊ด—”
หลังจากหายมึนงง นักเรียนหญิงคนนั้นก็สติแตกอีกครั้ง เธอแทบจะเสียสติ กรีดร้องและเตรียมจะพุ่งเข้ามาอีกรอบ ทว่ากลับถูกร่างสูงใหญ่ราวกับหอคอยเหล็กขวางไว้เสียก่อน
หัวหน้าฟางถลึงตาใส่นักเรียนหญิงคนนั้นอย่างดุดัน “พวกเธอเป็นคนขอท้าประลองเอง ก่อนสู้ก็เซ็นใบยินยอมแล้วว่าการบาดเจ็บของสัตว์อสูรระหว่างการต่อสู้เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สู้แบบแปดต่อหนึ่งยังแพ้ แล้วยังมีหน้ามาโวยวายหาเรื่องอีกเหรอ?!”
เดิมทีความสุขที่ถังเยว่เซวียนเอาชนะแบบหนึ่งต่อแปดมาได้กำลังเบ่งบาน แต่กลับถูกยัยเด็กนี่มาทำลายบรรยากาศจนหมด เขาไม่ได้เห็นนักเรียนที่ทั้งไร้ฝีมือและไร้มารยาทแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย
เสียงตวาดของหัวหน้าฟางดังก้องราวกับฟ้าร้อง ทำเอานักเรียนหญิงคนนั้นตกใจจนหน้าซีดเซียว ถอยหลังกรูดไปหลายก้าวและเกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น
สายตาอันเฉียบคมของหัวหน้าฟางตวัดมองผู้ท้าประลองทั้งแปดคน “ฉันเป็นคนรับรองการประลองครั้งนี้ ในเมื่อพวกเธอแพ้แล้ว ก็รีบเอาของเดิมพันไปให้ถังเยว่เซวียนซะ!”
“ไม่อย่างนั้น ฉันคงต้องเชิญผู้ปกครองของพวกเธอมาคุยกันหน่อยแล้วล่ะ!”
[จบแล้ว]