เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - หัวหน้าฟาง

บทที่ 17 - หัวหน้าฟาง

บทที่ 17 - หัวหน้าฟาง


บทที่ 17 - หัวหน้าฟาง

อุ้งเท้าที่เงื้อขึ้นอาบไปด้วยแสงสีขาวเช่นกัน แต่คราวนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การเสริมกำลังให้กับอุ้งเท้าเท่านั้น

ฟุ่บ—

ฟุ่บ—

พลังงานควบแน่น เกิดเป็นกรงเล็บพลังงานรูปร่างคล้ายกับชั้นพลังงานภายนอกที่เกิดจากทักษะพุ่งชนงอกเงยออกมาปกคลุมอุ้งเท้าเนื้ออย่างรวดเร็ว

ฉีกกระชากอากาศ คมกริบถึงขีดสุด!

โก่วอวิ๋นส่งกระแสจิต ชั้นพลังงานภายนอกที่เสริมความแข็งแกร่งจากการพุ่งชนก็ไหลมารวมกัน ผสานเข้ากับกรงเล็บพลังงาน

เพียงชั่วพริบตา กรงเล็บพลังงานขนาดเกือบเท่าหัวของโก่วอวิ๋นก็ก่อตัวขึ้น รูปร่างคล้ายกรงเล็บหมี ทั้งหนาและคมกริบ!

ความเร็วและพละกำลังของ [พุ่งชน] lv.5 ผสานเข้ากับความคมกริบของ [กรงเล็บตะปบ] lv.5 อย่างลงตัว!

อาศัยแรงส่งจากการพุ่งชน ตวัดกรงเล็บฟาดลงไปอย่างแรง!

การโจมตีอันทรงพลังนี้ หลังจากที่โก่วอวิ๋นทะลวงผ่านคลื่นกระแทกจากทักษะ [กระทืบปฐพี] ของสัตว์อสูรศิลาหนักมาได้ ก็ฟาดเข้าที่ลำตัวของมันอย่างจัง!

ทันทีที่สัมผัส เกราะพลังงานที่เกิดจาก [เกราะเกล็ดดิน] บนผิวชั้นนอกก็ถูกฉีกกระชากจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เกล็ดหินชั้นล่างยังไม่ทันได้รับการซ่อมแซมด้วยพลังงานธาตุดิน ก็ถูกกรงเล็บอันทรงพลังฉีกกระชากตามไปติดๆ ทันที!

แคว่ก!

เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมาพร้อมกับเศษเกล็ดที่แตกกระจาย!

สัตว์อสูรศิลาหนักถูกกรงเล็บตบกระเด็นลอยละลิ่วไปตามแรงปะทะ ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เลือดและเกล็ดร่วงหล่นเป็นทางยาว

“เชี่ย!”

“โคตรเจ๋ง!”

“เชี่ย โคตรเจ๋งเลย!”

การพลิกผันของชัยชนะเกิดขึ้นในชั่วพริบตา ผู้ชมหลายคนบนอัฒจันทร์ยังไม่ทันมองเห็นชัดเจนด้วยซ้ำ สัตว์อสูรศิลาหนักก็เลือดสาดกระเซ็นเต็มสนามประลอง และถูกตบกระเด็นไปแล้ว

ชั่วขณะนั้น เสียงอุทาน “เชี่ย” ดังระงมไปทั่ว เพื่อแสดงถึงความตื่นเต้นในใจของทุกคน

แม้จะมีคนดูไม่มากนัก แต่บรรยากาศในสนามประลองกลับเต็มไปด้วยความคึกคักยินดี

รอยยิ้มแห่งชัยชนะที่ปรากฏบนใบหน้าของไอ้หนุ่มแว่นในวินาทีที่เห็นเจ้าสุนัขพุ่งชน [กระทืบปฐพี] แข็งค้างไปทันที

เขามองดูสัตว์อสูรศิลาหนักที่นอนล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้น และถูกสุนัขเมฆาล่องที่ตามไปไล่ต้อนเหยียบไว้ใต้เท้า สีหน้าเริ่มบิดเบี้ยว

“เป็นไปได้ยังไง? สุนัขตัวนั้นจะฉีกการป้องกันของสัตว์อสูรศิลาหนักได้ยังไง? สัตว์อสูรศิลาหนักที่ฉันอุตส่าห์ทุ่มเทเลี้ยงดูมาอย่างดี จะแพ้ให้กับสุนัขเมฆาล่องตัวหนึ่งได้ยังไง?!”

มาแล้ว! มาแล้ว!

ช่วงเวลาสุนัขขี้แพ้ที่ฉันโปรดปรานที่สุด!

เมื่อแน่ใจว่าสัตว์อสูรศิลาหนักหมดสภาพจะสู้ต่อแล้ว โก่วอวิ๋นก็หันขวับไปมองไอ้หนุ่มแว่นที่ยืนอยู่ตรงจุดของผู้ใช้สัตว์อสูรทันที แล้วก็ได้เห็นภาพที่เขาอยากเห็นที่สุดจริงๆ ด้วย

ตอนที่ยังเป็นผู้เล่นในชาติก่อน เขาเห็นสีหน้าแบบนี้จากคู่ต่อสู้มานักต่อนักแล้ว

หลากอารมณ์ หลายรูปแบบ

ดูทีไรก็รู้สึกบันเทิงทุกที~

ไม่คิดเลยว่าทะลุมิติมาแล้ว จะยังมีโอกาสได้เห็นในมุมมองของสัตว์อสูรอีก

น่าคิดถึงจังน้า~

สายตาเปี่ยมด้วยความรู้สึกของเจ้าสุนัขสบเข้ากับไอ้หนุ่มแว่น ทำเอาหมอนั่นแทบจะสติแตกเป็นรอบที่สอง

ความจริงแล้วหมอนี่ก็ไม่ได้แพ้ไม่เป็นหรอกนะ

แต่มันบ้าตรงที่ ตอนที่กำลังคิดว่าจะชนะอยู่รอมร่อ จู่ๆ สถานการณ์กลับพลิกผัน ต้องมาแพ้ให้กับสุนัขตัวหนึ่ง นี่มันรับไม่ได้จริงๆ!

นั่นมันช่องว่างระดับเผ่าพันธุ์ระหว่างระดับขุนพลขั้นสูงกับระดับทหารขั้นต่ำเลยนะโว้ย!

นี่ก็ยังจะพลิกชนะได้อีกเหรอ?!

ไอ้นี่มันใช้โปรแกรมโกงชัดๆ!

ถ้าไม่ติดว่าการประลองแบบสุ่มนี้มีแค่กฎกติกาพื้นฐานและไม่ได้เข้มงวดอะไรนัก เขาคงอยากจะขอให้ตรวจสารกระตุ้นซะด้วยซ้ำ!

แต่เมื่อดูจากการแสดงออกถึงความแข็งแกร่งของสุนัขเมฆาล่องที่ปกติดีมาตั้งแต่ต้นจนจบ ต่อให้ทักษะจะเลื่อนระดับหน้างานก็ยังถือว่าสมเหตุสมผลอยู่ ถ้าเขาขอให้ตรวจสารกระตุ้นจริงๆ คนที่หน้าแตกก็คงเป็นเขาเองนั่นแหละ

ขืนข่าวแพร่ออกไป มีหวังโดนคนทั้งเมืองหัวเราะเยาะหาว่าแพ้แล้วพาลแหงๆ!

เขาไม่อยากโดนรุมหัวเราะเยาะ ก็เลยต้องจำใจกลืนเลือด

“การประลองสิ้นสุดลง!”

“ผู้ชนะในการประลองครั้งนี้คือ ถังเยว่เซวียน และสุนัขเมฆาล่องของเธอ!”

กรรมการประกาศเสียงดังลั่น น้ำเสียงปิดบังความตื่นเต้นไว้ไม่มิด

ถึงจะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่พอเห็นสุนัขเมฆาล่องทะลวงฝ่า [กระทืบปฐพี] ของสัตว์อสูรศิลาหนักเข้าไปคว่ำมันได้ในหมัดเดียว เขาก็ยังควบคุมความตื่นเต้นในใจไว้ไม่อยู่ดี

นี่คือการประลองระดับสามัญที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิตการเป็นกรรมการเลยก็ว่าได้!

เมื่อสิ้นเสียงประกาศ ทั่วทั้งสนามประลองก็เต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องยินดี

ผู้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ต่างก็ร่วมกันส่งเสียงเชียร์และเฉลิมฉลองชัยชนะให้กับสุนัขเมฆาล่องในวินาทีนี้!

ถึงจะมีแค่สิบกว่าคน แต่เมื่อเสียงโห่ร้องของพวกเขารวมกัน ก็สร้างคลื่นเสียงดังกระหึ่ม จนเรียกความสนใจและความอยากรู้อยากเห็นจากคนอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้ไม่น้อย

แม้ในโลกใบนี้ที่ทุกเผ่าพันธุ์สามารถวิวัฒนาการไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้หากค้นพบวิธีที่ถูกต้องและเปี่ยมไปด้วยความหวังอันไร้ขีดจำกัด แต่ปาฏิหาริย์ที่ผู้ด้อยกว่าสามารถพลิกชนะผู้แข็งแกร่งกว่าได้ ก็ยังคงเป็นเรื่องที่จับใจผู้คนอยู่ดี!

หลังจากเสียงโห่ร้องซาลง ผู้คนต่างมองดูสุนัขเมฆาล่องบนสนามประลองพลางตั้งตารอการวิวัฒนาการของมันโดยไม่รู้ตัว

แค่เป็นสุนัขเมฆาล่องยังเก่งขนาดนี้ ถ้าวิวัฒนาการเป็นสิ่งมีชีวิตระดับสูงกว่า จะสง่างามขนาดไหนกันนะ?

เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง เมื่อเห็นถังเยว่เซวียนวิ่งเหยาะๆ เข้ามา โก่วอวิ๋นก็กระโดดลงจากตัวสัตว์อสูรศิลาหนัก แล้วเดินกะเผลกๆ ไปรับเด็กสาว

ถังเยว่เซวียนย่อตัวลงสวมกอดเจ้าสุนัขแน่นโดยไม่สนว่ามันจะดิ้น เธอจับมันพลิกซ้ายพลิกขวาตรวจดูทั่วทั้งตัวก่อนเป็นอันดับแรก

เมื่อแน่ใจว่านอกจากอุ้งเท้าที่ใช้โจมตีเมื่อกี้จะเคล็ดเพราะแรงสะท้อนกลับแล้วก็ไม่มีบาดแผลร้ายแรงอื่นใด ขอบตาของเธอก็แดงก่ำขึ้นมาทันที เธอขยี้หัวเจ้าสุนัขอย่างแรงพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น

“ฉันก็แค่บอกให้แกลองดูอีกครั้ง ทำไมแกถึงกล้าพุ่งชนทักษะกระทืบปฐพีของสัตว์อสูรศิลาหนักตรงๆ ล่ะ!”

“ฮือๆ... ตัวแกแค่นี้! ถ้าโดนเหยียบเข้าจะทำยังไง! ไม่รักชีวิตแล้วหรือไง!”

โก่วอวิ๋นทำหน้าซื่อตาใส รู้สึกน้อยใจนิดๆ “ก็ฉันมั่นใจนี่นา...”

เขาอยากจะเห่าเถียงอีกสักสองสามคำ แต่พอเห็นหน้าเด็กสาวที่น้ำตาคลอเบ้า เขาก็ยอมเงียบเสียงลงอย่างว่าง่าย ไม่กล้าเห่าต่อ

ไม่ว่าเขาจะเต็มใจยอมรับสถานะสัตว์อสูรในตอนนี้หรือไม่ก็ตาม แต่อย่างน้อยความจริงใจที่เด็กสาวมีให้ เขาก็ไม่อาจต้านทานได้

“ไป! เราไปห้องพยาบาลทำแผลที่เท้าแกกัน แล้วค่อยกลับบ้าน!”

เด็กสาวปาดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา แล้วผุดลุกขึ้นยืน เธอปรายตามองหนุ่มแว่นที่มีสีหน้าบิดเบี้ยวหลังจากการตรวจดูอาการบาดเจ็บของสัตว์อสูรศิลาหนัก แล้วเก็บเจ้าสุนัขเข้ามิติสัตว์อสูร หันหลังเดินจากไปทันที

...

“ในที่สุดก็เปิดเทอมสักทีนะ...”

ถังเหวินฮว๋ามองส่งลูกสาวที่หน้าประตูโรงเรียน พลางถอนหายใจยาว

“ทำไมคะ?”

ถังเยว่เซวียนเลิกคิ้ว “ทำไม พ่อรำคาญที่หนูอยู่บ้านกวนใจพ่อทุกวันเหรอคะ?”

“เปล่าซะหน่อย! รีบเข้าไปเลยลูก!” เฒ่าถังส่ายหน้ารัวๆ “ตั้งใจทำผลงานให้ดี พยายามเข้าทีมตัวแทนโรงเรียนให้ได้ล่ะ... ถึงพ่อจะมองว่าฝีมือเสี่ยวอวิ๋นตอนนี้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรก็เถอะ!”

“ตอนนี้ลูกเก่งกว่าพ่อสมัยนั้นเยอะเลยนะ!”

ถังเหวินฮว๋าเอ่ยจากใจจริง

ต่อให้เป็นเขาเอง ก็คิดไม่ถึงว่าลูกสาวจะปั้นสุนัขเมฆาล่องให้เก่งถึงขั้นงัดกับสัตว์อสูรศิลาหนักได้สูสี ตอนที่รู้เรื่องเมื่อวาน เขาเองก็ตกใจไม่น้อย

“หนูก็แค่ดวงดีเท่านั้นแหละค่ะ~”

เด็กสาวบอกลาคุณพ่อ กลมกลืนไปกับฝูงชนของนักเรียน แล้วเดินเข้าโรงเรียนไป

“ถังเยว่เซวียนใช่ไหม?”

เพิ่งเข้าประตูโรงเรียนมา ยังอยู่ตรงลานกว้าง ก็มีเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นดังขึ้นจากด้านหลังของเด็กสาว

“สวัสดีค่ะ หัวหน้าฟาง!”

เด็กสาวหันไปมอง เห็นชายร่างสูงใหญ่ในชุดกีฬาลำลองกำลังก้าวสาวยาวๆ เข้ามาหา จึงรีบทักทายทันที

หัวหน้าฟางคนนี้คือหัวหน้าฝ่ายประลองของโรงเรียนฝึกสอนผู้ใช้สัตว์อสูรเซินหลัวที่เธอเรียนอยู่ รับผิดชอบดูแลเรื่องการประลองสัตว์อสูรทั้งในและนอกโรงเรียนโดยเฉพาะ

สำหรับนักเรียนหลายคน เขาคือตัวตนที่ทั้งรักทั้งกลัว

“สวัสดี...”

หัวหน้าฟางพยักหน้ายิ้มๆ แล้วพูดเข้าประเด็นทันที “ครูได้ดูวิดีโอการประลองของเธอเมื่อวานแล้ว สุนัขเมฆาล่องตัวนั้นเป็นตัวที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ครูเคยเห็นมาในชีวิตเลย...”

“ว่าไง? สนใจจะเข้าร่วมการคัดเลือกเป็นตัวแทนโรงเรียนไหม?”

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 17 - หัวหน้าฟาง

คัดลอกลิงก์แล้ว