- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นสัตว์อสูรทั้งที ขอแบกเจ้านายคนนี้ให้เป็นที่หนึ่งเลยละกัน
- บทที่ 15 - ไอ้หนุ่มที่ยังไม่เคยโดนสั่งสอน
บทที่ 15 - ไอ้หนุ่มที่ยังไม่เคยโดนสั่งสอน
บทที่ 15 - ไอ้หนุ่มที่ยังไม่เคยโดนสั่งสอน
บทที่ 15 - ไอ้หนุ่มที่ยังไม่เคยโดนสั่งสอน
“ตามหลักการแล้ว...”
โก่วอวิ๋นหอบหายใจ พยายามปรับจังหวะ “ถึงเจ้านี่จะเก่งแค่ไหน แต่มันก็ยังเป็นแค่ลูกสัตว์อสูรที่ใกล้จะถึงระดับทหารเหมือนกับฉันนั่นแหละ พละกำลังและพลังงานมีจำกัด ต่อให้ใช้ทักษะระดับกลางได้ ก็คงทนได้ไม่นานหรอก... เหมือนกับเสือดาวเงาก่อนหน้านี้ไงล่ะ!”
“แต่ไอ้พรสวรรค์ [ศิลาหนัก] ของเจ้านี่มันดันกักเก็บพลังงานธาตุดินไว้ได้นี่สิ อย่างน้อยก็คงพอเลี้ยงเกราะเกล็ดดินนั่นไปได้จนจบการต่อสู้นี่แหละ...”
“ถ้าเป็นแบบนี้ ฉันก็เจาะเกราะมันไม่เข้าเลยน่ะสิ!”
โก่วอวิ๋นในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าตอนที่สู้กับเสือดาวเงามากนัก
ตั้งแต่ประลองกับจางอวี้ เขาก็แสดงออกให้ถังเยว่เซวียนเห็นว่าเขาสนใจการต่อสู้
เมื่อพิจารณาว่าการเอาแต่อยู่แต่ในกะลาไม่ใช่เรื่องดี แถมสุนัขของเธอก็พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากการต่อสู้กับเสือดาวเงา
ถังเยว่เซวียนจึงตอบตกลงโดยแทบไม่ลังเล เธอพาเขามาที่ศูนย์ประลองสัตว์อสูรทุกๆ สองสามวัน เพื่อประลองกับผู้ใช้สัตว์อสูรคนอื่นๆ ในโหมดสุ่ม
ต่างจากการเปิดห้องประลองส่วนตัวกับเพื่อน สนามประลองในโหมดสุ่มจะมีที่นั่งชมเรียบง่ายอยู่สองข้างทาง ผู้ใช้สัตว์อสูรที่สนใจสามารถจ่ายเหรียญอสูรเพียงเล็กน้อยก็สามารถเข้ามาชมการประลองได้
ผู้ชนะในการประลองยังสามารถหักส่วนแบ่งจากค่าเข้าชมได้ด้วย
ยิ่งถ้ามีคนดูเยอะ นอกจากจะได้ประลองฟรีๆ ไม่ต้องเสียค่าสนามแล้ว ยังได้เงินค่าขนมติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกต่างหาก
เมื่อประลองบ่อยเข้า และมีคนเข้ามาดูเรื่อยๆ โก่วอวิ๋นกับถังเยว่เซวียนก็เริ่มมีชื่อเสียงในศูนย์ประลองสัตว์อสูรขึ้นมาบ้างแล้ว
หลายคนรู้ว่ามีเด็กสาวคนหนึ่งเลี้ยงสุนัขเมฆาล่องที่เก่งกาจมากตัวหนึ่ง ทั้งที่ยังไม่โตเต็มวัยและยังไม่ถึงระดับทหาร แต่กลับสามารถฝึกทักษะหลายอย่างให้อยู่ในระดับสูงกว่าสุนัขเมฆาล่องที่โตเต็มวัยเสียอีก
หลายคนอยากรู้ว่าสุนัขตัวนี้จะวิวัฒนาการไปในทิศทางไหน และเฝ้ารอคอยที่จะได้เห็นความสง่างามของสุนัขเมฆาล่องที่ไม่เหมือนใครตัวนี้หลังจากวิวัฒนาการแล้ว
ถึงขั้นมีคนมารอที่ศูนย์ประลองสัตว์อสูร เพื่อรอดูการประลองของถังเยว่เซวียนโดยเฉพาะเลยด้วยซ้ำ!
แต่สำหรับโก่วอวิ๋นแล้ว ชื่อเสียงพวกนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลยในตอนนี้ ต่อให้ระบบจะปลดล็อกค่าชื่อเสียงในเขตเมืองเซินหลัวแล้ว เขาก็ยังเอาไปใช้ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
แทนที่จะไปสนใจเรื่องพวกนี้ สู้เอาสมาธิมาจดจ่อกับการต่อสู้ดีกว่า!
ในการต่อสู้หลายครั้งที่ผ่านมา สุนัขชนะมากกว่าแพ้
ถึงจะไม่ค่อยได้เจอสัตว์อสูรระดับขุนพล ส่วนใหญ่ก็แค่ไก่อ่อนระดับทหารจิกตีกัน ต่อให้ชนะก็ไม่ได้โบนัสค่าประสบการณ์ ได้แค่ค่าประสบการณ์พื้นฐานเท่านั้น
แต่ก็ถือว่าได้สู้หลายครั้ง สะสมค่าประสบการณ์มาได้ไม่น้อย ทักษะต่างๆ ก็ได้รับการฝึกฝน ความสามารถโดยรวมก็เพิ่มขึ้นพอสมควร
แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรศิลาหนัก เขาก็ตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน
โก่วอวิ๋นค่อยๆ เดินวนไปมา สายตาจับจ้องไปยังสัตว์อสูรศิลาหนักจากระยะไกล
สัตว์อสูรตัวนี้มีขนาดใหญ่กว่าเขาหนึ่งช่วงตัว ผิวหนังปกคลุมไปด้วยเกล็ดหิน รูปร่างคล้ายลูกวัวไม่มีเขา นับเป็นคู่ต่อสู้ที่รับมือยากที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาตั้งแต่เริ่มประลองเลยทีเดียว
จากมุมมองและสติปัญญาของปรมาจารย์ผู้ใช้สัตว์อสูรอย่างเขา การจะเอาชนะเจ้านี่ได้...
ไม่ใช้ธาตุที่ข่มกันเพื่อทำลายพลังป้องกัน ก็ต้องใช้วิธีโจมตีแล้วถอยเพื่อบั่นทอนกำลังมันไปเรื่อยๆ
หรือไม่ก็ต้องโจมตีด้วยความรุนแรงที่เกินขีดจำกัดการป้องกันของมัน ทะลวงเกราะมันให้กระจุย แล้วเผด็จศึกในพริบตา
แต่ปัญหาคือ ตอนนี้โก่วอวิ๋นไม่มีคุณสมบัติพวกนั้นเลยสักอย่าง!
[พลังจิต] ถึงจะระดับไม่ต่ำแล้ว แต่มันก็เป็นการแปลงพลังจิตเป็นพลังโจมตีทางกายภาพ ไม่สามารถทะลวงผ่านเกราะเพื่อโจมตีจิตใจโดยตรงได้
ยิ่งไปกว่านั้น ลำพังแค่อานุภาพของทักษะ [พลังจิต] ต่อให้อัปเกรดจนถึง lv.5 ก็ยังไม่แรงพอที่จะใช้งานได้อยู่ดี
ก็แหงล่ะ ทักษะนี้เดิมทีไม่ได้มีไว้เพื่อต่อสู้อย่างเดียวนี่นา
ส่วนคอมโบ [พุ่งชน] + [กรงเล็บตะปบ] เขาก็ลองใช้ดูแล้วเมื่อกี้ ทำได้แค่ทำให้เกราะพลังงานธาตุดินชั้นนอกร้าวได้นิดหน่อยเท่านั้น แถมมันยังสมานตัวอย่างรวดเร็ว ทำความเสียหายจริงๆ กับมันไม่ได้เลย
เมื่อเวลาผ่านไปทีละน้อย การประลองก็ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
บนที่นั่งชมทั้งสองฝั่ง ผู้ชมที่มาดูบางตาเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ เกือบทุกคนเทใจไปทางเดียวกันว่า สัตว์อสูรทั้งสองตัวต่างชั้นกันเกินไป สุนัขเมฆาล่องไม่มีหวังจะชนะแล้ว
ขณะที่กำลังดูเชิงกันอยู่ โก่วอวิ๋นที่ยังนึกแผนการรับมือไม่ออกก็เริ่มรู้สึกร้อนใจ ไม่ใช่เพราะถูกเสียงวิจารณ์ของพวกไทยมุงบนสแตนท์เชียร์รบกวนหรอกนะ
แต่พรุ่งนี้ถังเยว่เซวียนจะเปิดเทอมแล้ว การประลองครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เด็กสาวจะมีเวลาพาเขามาประลองในระยะนี้
อุตส่าห์เจอคู่ต่อสู้ระดับขุนพลทั้งที ถ้าเอาชนะเพื่อรับโบนัสค่าประสบการณ์ไม่ได้ก็เสียดายแย่!
“ต้องหาทางพังเกราะพลังงานธาตุดินของมันให้ได้...”
โก่วอวิ๋นเหลือบมอง [พุ่งชน] ที่ยังขาดความชำนาญอีกสองร้อยกว่าแต้มถึงจะขึ้น lv.5 และ [กรงเล็บตะปบ] ที่เพิ่งขึ้น lv.4 มาหมาดๆ หลอดความชำนาญยังว่างเปล่า เขาก็ตัดสินใจได้
ตอนนั้นเอง เสียงของถังเยว่เซวียนก็ดังมาจากด้านหลัง “เสี่ยวอวิ๋น ใช้พุ่งชนรวบรวมพลังแล้วลองดูอีกครั้ง!”
โก่วอวิ๋นหันไปมองเด็กสาว เมื่อเห็นสีหน้ามุ่งมั่นของเธอ เขาก็พยักหน้า
“เข้ามาเลยถ้าคิดว่าแน่...”
อีกฝั่งหนึ่ง ผู้ใช้สัตว์อสูรของสัตว์อสูรศิลาหนัก เด็กหนุ่มสวมแว่นที่มีสีหน้าสุขุมและดูหยิ่งผยองนิดๆ ก็พูดขึ้น “แต่ด้วยพลังโจมตีของสุนัขเมฆาล่องระดับเมื่อกี้นี้ ไม่มีทางทำลายการป้องกันสองชั้นของสัตว์อสูรศิลาหนักได้หรอก!”
“พวกเธอต่างหากที่ต้องระวัง... สุนัขเมฆาล่องจะทนรับทักษะกระทืบปฐพีของสัตว์อสูรศิลาหนักได้หรือเปล่า?”
“อุตส่าห์เลี้ยงสุนัขเมฆาล่องจนเก่งขนาดนี้ ถ้าวิวัฒนาการแล้วต้องเก่งขึ้นมากแน่ๆ ถ้าต้องมาบาดเจ็บสาหัสจากการประลองแบบสุ่มจนรักษาไม่หาย มันจะคุ้มกันเหรอ?”
คำพูดที่ฟังดูเหมือนหวังดีประสงค์ร้ายนั้นทำให้ถังเยว่เซวียนตาเบิกโพลง เธอเม้มริมฝีปากแน่น มองดูแผ่นหลังของสุนัขด้วยสายตาลังเล
ไอ้เวรเอ๊ย!
ไอ้หมอนี่มันจะปากดีเกินไปแล้วนะ!
ทันใดนั้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์บนที่นั่งชมทั้งสองฝั่งก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศในสนามเริ่มคึกคักขึ้นมาทันตาเห็น
แต่ถึงไอ้หมอนี่จะปากดีแค่ไหน คำพูดของมันก็มีเหตุผล
ความแตกต่างด้านพละกำลังระหว่างสัตว์อสูรศิลาหนักกับสุนัขเมฆาล่องเห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว หากสุนัขเมฆาล่องยังดึงดันจะสู้ต่อ ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่ามันจะไม่บาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีของอีกฝ่าย
ด้วยน้ำหนักตัวที่มหาศาลจากการสะสมพลังงานของ [ศิลาหนัก] หากสุนัขเมฆาล่องหลบทักษะกระทืบปฐพีไม่พ้นล่ะก็ ต่อให้ไม่ตายก็ต้องเจ็บหนักแน่นอน!
แม้ที่ศูนย์ประลองจะมีผู้ใช้สัตว์อสูรสายเยียวยาคอยสแตนด์บายอยู่ แต่ทักษะเยียวยาทั่วไปก็ใช่ว่าจะรักษาได้ทุกโรคหรือสมานแผลได้ร้อยเปอร์เซ็นต์นะ
ถ้าขืนเกิดบาดแผลฉกรรจ์จนรักษาไม่หาย สุนัขเมฆาล่องก็หมดอนาคตทันที
เมื่อได้ยินเสียงวิจารณ์เซ็งแซ่รอบด้าน ถังเยว่เซวียนก็กัดฟันกรอด เริ่มมีความคิดอยากจะยอมแพ้
สุนัขเมฆาล่องไม่จำเป็นต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ที่ไม่มีวันชนะได้ และยิ่งไม่จำเป็นต้องเอาอนาคตมาเดิมพันกับการประลองแบบสุ่มเพียงครั้งเดียว
“เฮ้อ ไอ้หมอนี่พูดจาได้น่าโดนอัดชะมัด ดูท่าคงไม่เคยโดนใครกระทืบสินะ... ตอนแรกว่าจะเก็บค่าประสบการณ์ไว้อัปเกรด [ทำสมาธิ] ส่วนทักษะอื่นก็ค่อยๆ ซ้อมเอา แต่... ถ้าต้องมายอมแพ้ตรงนี้ก็เสียดายแย่!”
“ชอบฉลองก่อนเกมจบงั้นเหรอ? งั้นเดี๋ยวลูกพี่โก่วอวิ๋นจะสอนบทเรียนให้เอง!”
โก่วอวิ๋นถอนหายใจ ก่อนจะตัดสินใจใช้ค่าประสบการณ์หนึ่งพันแต้ม เพื่ออัปเกรดทักษะ [พุ่งชน] และ [กรงเล็บตะปบ] ให้เป็น lv.5
จากนั้น ท่ามกลางสายตาของสัตว์อสูรศิลาหนักและทุกคนในสนาม...
เขาก็เริ่มออกวิ่ง!
[จบแล้ว]