- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นสัตว์อสูรทั้งที ขอแบกเจ้านายคนนี้ให้เป็นที่หนึ่งเลยละกัน
- บทที่ 12 - เร้นกายในเงามืด
บทที่ 12 - เร้นกายในเงามืด
บทที่ 12 - เร้นกายในเงามืด
บทที่ 12 - เร้นกายในเงามืด
ในฐานะที่เป็นทักษะระดับต่ำไร้ธาตุ [กรงเล็บตะปบ] จึงมักจะเป็นทักษะที่สัตว์อสูรตระกูลแมวหรือหมีที่ถนัดการใช้กรงเล็บสามารถเรียนรู้ได้ง่ายกว่า
ส่วนสุนัขเมฆาล่องนั้น [กัดกระชาก] ต่างหากที่เป็นความสามารถติดตัวมาแต่กำเนิด แทบไม่ต้องฝึกฝนก็ใช้ได้
แต่สำหรับโก่วอวิ๋นแล้ว การให้เขาเอาปากไปกัดศัตรูตัวอื่นมันไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์เอาซะเลย เขาเห็นว่าทักษะ [กรงเล็บตะปบ] นี่แหละเหมาะกับเขาที่สุด
กรงเล็บไม่คมพอหรือไม่ถนัดก็ไม่เป็นไร รอให้ค่าความชำนาญของทักษะเพิ่มขึ้น แค่ตบหน้าสักฉาดก็แรงพอให้ศัตรูเจ็บเจียนตายได้แล้ว!
“ตามปกติแล้ว อย่างน้อยต้องมีข้อความแจ้งเตือนข้อมูลทักษะสามครั้งถึงจะเรียนรู้ทักษะนั้นได้... ดีนะที่เจ้านี่แค่ถูกชนกระเด็นไป ยังพอสู้ต่อได้!”
โก่วอวิ๋นจ้องมองเสือดาวเงาที่มีสีหน้าดุร้าย ถึงจะแอบหวั่นใจอยู่บ้าง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผลตอบแทนอย่างทักษะและค่าประสบการณ์ เขาก็ไม่มีความคิดที่จะถอยหนีเลยแม้แต่น้อย
ถึงขนาดแอบหวังให้เจ้านี่ทนได้นานๆ อย่าเพิ่งรีบล้มไปซะก่อนด้วยซ้ำ
การปะทะด้วยพุ่งชนก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะรุนแรง แต่ความจริงแล้วไม่ได้สร้างบาดแผลอะไรให้เสือดาวเงาเลย
โก่วอวิ๋นจงใจก้มหน้าต่ำ แล้วใช้หลังพุ่งชนเสือดาวเงา ผลลัพธ์สุดท้ายก็แค่สลายการโจมตีของอีกฝ่าย และใช้พลังระเบิดดีดเจ้านั่นกระเด็นออกไปเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากขยับกรงเล็บไปมาสองสามครั้ง เสือดาวเงาก็สลัดความรู้สึกไม่สบายตัวนั้นทิ้งไปจนหมดสิ้น
การถูกสิ่งมีชีวิตที่อยู่คนละชั้นอย่างสุนัขเมฆาล่องดีดกระเด็น เป็นการกระตุ้นสัญชาตญาณความดุร้ายของเสือดาวเงาอย่างมหาศาล
ต่อให้ยังอยู่ในวัยทารก แต่เมื่อถูกกระตุ้นจากการต่อสู้ มันก็เผยให้เห็นอำนาจความน่าเกรงขามของนักล่าผู้ยิ่งใหญ่ออกมาให้เห็นบ้างแล้ว
“ยังไม่ยอมแพ้อีกแฮะ!”
โก่วอวิ๋นหัวเราะร่วน พลังจิตไร้รูปปกคลุมไปทั่วร่างกาย จากนั้นเขาก็ยื่นอุ้งเท้าไปกระดิกเรียกเสือดาวเงา
“โอ้โห!”
จางอวี้ถึงกับโมโหจนหัวเราะออกมา “เซวียนเซวียน สุนัขบ้านเธอนี่มันจะอวดดีเกินไปแล้วนะ... ฉันกับเป้าเปาจะเอาจริงแล้ว พวกเธอระวังตัวให้ดีล่ะ!”
“ไม่ต้องเกรงใจ เข้ามาเลย!”
ถังเยว่เซวียนก็ยิ้มเช่นกัน
กรรมการวัยกลางคนยืนดูอยู่เงียบๆ เขาไม่เห็นแววชนะของถังเยว่เซวียนเลยสักนิด คิดเสียว่าเป็นการเล่นสนุกระหว่างเด็กสาวสองคนเท่านั้น
หลังจากตกใจอยู่ชั่วครู่ เขาก็ประเมินได้ทันทีว่าทักษะ [พุ่งชน] ของสุนัขน่าจะไปถึงระดับสามแล้ว ถึงได้เอาชนะเสือดาวเงาในการปะทะเมื่อครู่ได้
แต่หากพิจารณาจากระบบทักษะของสุนัขเมฆาล่อง เป็นไปได้มากว่าเมื่อครู่นี้มันอาจจะงัดเอาทักษะระดับสูงสุดที่ตัวเองมีออกมาใช้หมดแล้ว
ในขณะที่เสือดาวเงาฝ่ายตรงข้าม ความจริงแล้วยังไม่ได้ใช้ชุดทักษะที่แสดงถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
แม้ดูเหมือนสถานการณ์ของสุนัขจะเป็นต่ออยู่เล็กน้อย แต่ทันทีที่เสือดาวเงางัดเอาทักษะธาตุความมืดออกมาใช้ เกรงว่าสุนัขตัวนี้คงไม่มีความสามารถต้านทานได้เลยแม้แต่น้อย
ถึงจางอวี้จะไม่ได้พูดออกมา แต่ลึกๆ เธอก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอกับถังเยว่เซวียนมักจะแลกเปลี่ยนผลการฝึกซ้อมกันอยู่บ่อยๆ จึงรู้ดีว่าตอนนี้ทักษะเดียวที่สุนัขพอจะเอามาอวดได้ก็มีแค่ [พุ่งชน] เท่านั้น
การปล่อยให้สุนัขได้โชว์ฝีมือบ้าง ถือเป็นการให้เสือดาวเงาของเธอได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้แบบไม่คาดฝัน ถือเป็นบทเรียนแห่งความผิดหวัง หลังจากนั้นก็ควรจะงัดความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมาเพื่อปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้ได้แล้ว
ช่องว่างระดับเผ่าพันธุ์ระหว่างสัตว์อสูรทั้งสองตัวมันห่างกันขนาดนั้น จางอวี้รู้ดีว่าต่อให้เธอออมมือไปก็ไม่มีความหมายอะไร
การให้ถังเยว่เซวียนได้เห็นข้อเสียเปรียบของสุนัขเมฆาล่องเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์สูงตัวอื่นๆ ในการต่อสู้ครั้งนี้ ให้เธอยอมรับความจริง น่าจะมีความหมายกับเธอมากกว่า!
เมื่อถึงตอนนั้น ไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนแผนการฝึกโดยยอมสละศักยภาพในอนาคตไปบ้าง เพื่อให้สุนัขเมฆาล่องวิวัฒนาการโดยเร็วที่สุดก็ดี หรือเปลี่ยนสัตว์อสูรตัวใหม่ก็ดี ย่อมดีกว่าการมัวแต่ทุ่มเทให้กับสัตว์อสูรระดับต่ำอย่างสุนัขเมฆาล่องเป็นไหนๆ!
ให้เธอมาโดนหักหน้าเอาตรงนี้ ยังดีกว่าไปโดนหักหน้าเอาตอนเปิดเทอมใหม่กับคนอื่น!
แต่ถึงแม้ถังเยว่เซวียนจะคิดว่าสุนัขของเธอในตอนนี้ยังไม่ใช่คู่มือของเสือดาวเงา เธอก็ไม่ได้คิดว่าสุนัขของเธอจะหมดหนทางสู้เมื่อเสือดาวเงางัดทักษะธาตุความมืดออกมาใช้หรอกนะ
อย่างน้อยการเรียนรู้ทักษะ [พลังจิต] ก็เพียงพอให้สุนัขของเธอสร้างการระวังภัยได้ และไม่ถูกเสือดาวเงาโจมตีจุดตายในครั้งเดียว!
โดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้สัตว์อสูรทั้งสองออกคำสั่ง หลังจากถูกเจ้าสุนัขยั่วยุ แววตาของเสือดาวเงาก็ฉายแววโกรธเกรี้ยวราวกับมนุษย์ มันคำรามต่ำแล้วพุ่งตัวออกไปทันที
ดูเหมือนจะตั้งหน้าตั้งตาพุ่งชนอีกแล้ว
แต่พอมุ่งมาได้ครึ่งทาง ร่างของเสือดาวเงาก็พร่ามัว เงามืดใต้ฝ่าเท้าพลุ่งพล่าน หลอมรวมเข้ากับมันเป็นหนึ่งเดียว
เงาที่ทอดยาวบนพื้นหายไป แต่ร่างของเสือดาวทั้งตัวกลับกลายเป็นเงาดำที่ยากจะแยกแยะรูปร่าง และเบาหวิวราวกับไร้น้ำหนัก!
จากนั้นก็ใช้ทักษะ [เร้นกายในเงามืด]!
ไร้สุ้มเสียง เงาดำพร่ามัว กลมกลืนหายวับไปกับเงามืดบริเวณใกล้เคียงในพริบตา
เมื่อเสือดาวเงางัดไม้ตายที่สร้างชื่อเสียงให้มันออกมา การต่อสู้ครั้งนี้ก็แทบจะไร้ข้อกังขาแล้ว
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของจางอวี้ ถังเยว่เซวียนกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว กรรมการส่ายหัวและส่งสัญญาณให้หุ่นไล่กาเตรียมพร้อมเข้าแทรกแซง
วินาทีต่อมา กรงเล็บแหลมคมก็โผล่พรวดออกมาจากเงาใต้เท้าของโก่วอวิ๋น พุ่งตรงเข้าขย้ำเขาทันที!
นี่มันจะโจ่งแจ้งเกินไปแล้วมั้ง!
เจ้าเสือดาวน้อยเอ๊ย ยังอ่อนหัดไปนะ เพิ่งใช้ทักษะก็พุ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้ตรงๆ จุดประสงค์ชัดเจนเกินไปหน่อย ไม่มีแม้กระทั่งลูกไม้หลอกล่อ นี่กลัวฉันจะไม่รู้หรือไงว่าแกจะโจมตีเมื่อไหร่?
แต่ก็ถือว่าแกยังไม่ใจร้ายเกินไปนัก ที่รู้ว่า [กรงเล็บเงา] อาจทำให้สุนัขถึงตายได้ เลยใช้แค่ [กรงเล็บตะปบ]...
งั้นฉันจะตอบแทนด้วยการไม่อัดแกจนเละก็แล้วกัน!
ชั้นพลังจิตถูกกระตุ้น โก่วอวิ๋นแอบบ่นในใจ
ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นผลักเขาไป ขณะที่กรงเล็บแหลมคมโผล่ออกมาจากเงาด้านหลัง เจ้าสุนัขก็ขยับตัวหลบไปด้านข้างเป็นระยะสั้นๆ ในพริบตา
ทำให้การโจมตีด้วย [กรงเล็บตะปบ] ครั้งนั้นคว้าน้ำไปเต็มๆ!
เชี่ย?!
มันทำได้ยังไง?!
จางอวี้ที่คิดว่าตัวเองชนะแน่ๆ หน้าเสีย ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจู่ๆ เจ้าสุนัขถึงเคลื่อนที่ไปกลางอากาศได้เป็นระยะทางหนึ่ง แล้วหลบการโจมตีของเสือดาวเงาได้อย่างง่ายดาย
ขนาดกรรมการผู้มากประสบการณ์ยังอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะประเมินได้อย่างรวดเร็วว่านั่นน่าจะเป็นผลของ [พลังจิต]!
แถมพิจารณาจากพลังที่สามารถผลักสุนัขเมฆาล่องให้ขยับหลบไปได้ทันทีที่สัมผัสได้ถึงศัตรู ทักษะ [พลังจิต] ก็น่าจะอยู่ในระดับสามเป็นอย่างน้อย!
แม้ว่าพลังจิตระดับสองจะมีแรงผลักมากพอแล้ว แต่ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะตอบสนองได้เร็วขนาดนี้!
แต่ว่า... สุนัขเมฆาล่องที่ไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับธาตุจิตเลย จะเรียนรู้ทักษะ [พลังจิต] ตั้งแต่ยังเป็นทารก แถมยังยกระดับมาได้ถึงขั้นนี้ได้ยังไง?
แบบนี้พวกผู้ใช้สัตว์อสูรที่กว่าจะอุตส่าห์เลี้ยงสุนัขเมฆาล่องจนโตเต็มวัยและก้าวเข้าสู่ระดับทหาร แล้วถึงจะค่อยๆ ใช้ปัจจัยภายนอกมากระตุ้นให้มันเรียนรู้ทักษะนี้ จะรับได้ยังไงล่ะเนี่ย?
ด้วยประสบการณ์ของเขา เขาก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าสุนัขเมฆาล่องตัวนี้ช่างแปลกประหลาดจริงๆ!
โฮก!
ท่ามกลางเสียงคำรามที่ยังคงความไร้เดียงสา ร่างของเสือดาวเงาก็กระโจนพรวดออกมาจากเงามืด มันหอบหายใจอย่างหนักหน่วง คืนร่างจากสถานะเงากลับเป็นปกติ
อย่างที่คิดไว้เลย!
สำหรับเสือดาวเงาในตอนนี้ การใช้ทั้ง [ไร้เงา] และ [เร้นกายในเงามืด] ควบคู่กันเพื่อเคลื่อนที่ผ่านเงายังคงเป็นเรื่องที่กินแรงเกินไป
เมื่อใช้งานแล้ว มันสามารถโจมตีได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ไม่สามารถใช้ต่อเนื่องได้!
[คุณสังเกตเห็นเสือดาวเงาใช้ทักษะ [กรงเล็บตะปบ] ในการต่อสู้ ธาตุสอดคล้อง คุณได้รับข้อมูลบางส่วนของทักษะนี้...]
ขออีกแค่ครั้งเดียวก็พอแล้ว...
ข้อมูลบนหน้าต่างสถานะเด้งขึ้นมาอีกครั้ง โก่วอวิ๋นเหลือบมองแวบเดียวโดยไม่วอกแวก เขาพุ่งเป้าไปที่เสือดาวเงาที่กำลังอ่อนแรงชั่วขณะ แล้วใช้ [พุ่งชน] ใส่ทันที
[จบแล้ว]