- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นสัตว์อสูรทั้งที ขอแบกเจ้านายคนนี้ให้เป็นที่หนึ่งเลยละกัน
- บทที่ 1 - กลายเป็นสัตว์อสูรไปซะแล้ว ทำยังไงดีล่ะเนี่ย?
บทที่ 1 - กลายเป็นสัตว์อสูรไปซะแล้ว ทำยังไงดีล่ะเนี่ย?
บทที่ 1 - กลายเป็นสัตว์อสูรไปซะแล้ว ทำยังไงดีล่ะเนี่ย?
บทที่ 1 - กลายเป็นสัตว์อสูรไปซะแล้ว ทำยังไงดีล่ะเนี่ย?
ฉัน! โก่วอวิ๋น!
ผู้เล่นระดับฮาร์ดคอร์ของเกม “ว่านหลิง”!
รู้จักข้อมูลของสัตว์อสูรนับพันนับหมื่นชนิด จดจำเส้นทางวิวัฒนาการของสัตว์อสูรได้เกือบพันสาย!
จำเบาะแสภารกิจและจุดเก็บทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างขึ้นใจ!
ท้าทายดันเจี้ยนต้นไม้โลกทะลุชั้นที่แปดสิบ!
มีประวัติการต่อสู้อันงดงามในสมรภูมิแพตช์ต่างๆ และการแข่งขันระดับโลกมากมาย!
ไม่ว่าในหมู่ผู้เล่นหรือ NPC ฉันก็คือปรมาจารย์ผู้ใช้สัตว์อสูรระดับแนวหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย!
แต่...
นั่นมันเกี่ยวอะไรกับการที่ฉันกลายเป็นหมาไปแล้วในตอนนี้ล่ะ?
โก่วอวิ๋นอ้าปากหอบหายใจ ลิ้นห้อยออกมาอย่างลืมตัว ในใจสบถด่าทอโชคชะตาจนเริ่มสงสัยในชีวิต
กลายเป็นสัตว์อสูรในเกมไปแล้ว ทำยังไงดีล่ะเนี่ย?
รอคำตอบอยู่นะ! ด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋าเลย!
แถมความรู้สึกสมจริงนี่อีก...
ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะไม่ได้อยู่ในเกม แต่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงซะแล้ว!
...
“เจ้าสุนัขเมฆาล่องตัวนี้เอาแต่เหม่อลอยตั้งแต่ขึ้นรถมาแล้ว ดูท่าทางไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่เลย เธอรีบทำพันธสัญญาไปแบบนั้นจะไม่มีปัญหาจริงๆ เหรอ?”
จางอวี้ เด็กสาวในคราวนักเรียนมัธยมปลายดึงแขนเพื่อนสนิท พลางชี้ไปที่สุนัขของอีกฝ่ายด้วยสีหน้ากังวล
“เอ่อ... ไม่น่าจะมีปัญหาหรอกมั้ง? ฉันสัมผัสได้ว่ามันแค่กำลังเศร้าซึม อาจจะยังไม่ชินที่ต้องจากศูนย์เพาะเลี้ยงมาปุบปับล่ะมั้ง...”
ถังเยว่เซวียนปรายตามองสุนัขของตัวเองแล้วฝืนยิ้ม
บนใบหน้าจิ้มลิ้มของเธออดไม่ได้ที่จะฉายแววเคลือบแคลงใจ
นี่เธอคงไม่ได้ทำพันธสัญญากับหมาโง่มาจริงๆ หรอกนะ?
แต่ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่ศูนย์เพาะเลี้ยง เจ้านี่มันเอาแต่หลบอยู่หลังเพื่อนๆ แววตาเต็มไปด้วยความเฉลียวฉลาด ดูแตกต่างออกไปอย่างชัดเจนเลยนี่นา!
เรื่องนี้คุณพ่อก็เห็นด้วย!
ถึงแม้ตอนทำพันธสัญญามันจะดูไม่ค่อยเต็มใจและดิ้นรนขัดขืนสุดๆ ก็เถอะ แต่สุดท้ายมันก็ยอมจำนนไม่ใช่หรือไง?
อันที่จริงโก่วอวิ๋นไม่ได้ยอมจำนนเลยสักนิด!
ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งได้สติกลับมาจากความมึนงง ยังตกตะลึงและสับสนว่าตัวเองกลายเป็นหมาไปได้อย่างไร สัญชาตญาณจึงสั่งให้เขากวาดตามองสำรวจรอบด้านเพื่อดูสถานการณ์และหาทางหนี
ผลก็คือยังไม่ทันได้ตั้งตัว ถังเยว่เซวียนก็เลือกเขาและทำพันธสัญญาเสร็จสรรพภายใต้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่เพาะเลี้ยง
นับนิ้วดูแล้ว โก่วอวิ๋นเพิ่งข้ามมายังโลกนี้ได้ไม่ถึงสามนาที เขาก็เปลี่ยนสถานะจากสุนัขตัวหนึ่ง กลายไปเป็นสุนัขของคนอื่นเสียแล้ว!
ประสบการณ์นี้มันแฟนตาซีเกินไป รับมือไม่ทันจริงๆ
ความทรงจำถึงวันวานอันรุ่งโรจน์ถูกขัดจังหวะ ร่างของโก่วอวิ๋นที่ขดตัวอยู่บนเบาะรถขยับเขยื้อน ขนสีเทาเงินที่มีลวดลายสีดำบางจุดนุ่มสลวยราวกับปุยเมฆพลิ้วไหวอย่างสง่างาม
เขาหันขวับไปปรายตามองเด็กสาวสองคนด้านหลัง
หากมองข้ามเด็กสาวหน้ากลมที่ดูซื่อบื้อคนนั้นไป ถังเยว่เซวียนที่ทำพันธสัญญากับเขาก็นับว่าน่ารักสะสวยไม่เบา
กางเกงผ้าลินินขายาวสีดำเรียบง่ายเข้าคู่กับเสื้อยืดแขนสั้นผ้าฝ้ายสีฟ้า ผมมัดรวบเป็นหางม้า ปล่อยปอยผมหน้าม้าสองปอยตกลงมาระหน้าผาก เผยให้เห็นความสดใสวัยเยาว์ของเด็กสาวในวัยนี้ได้อย่างหมดจด
หากเป็นเมื่อก่อน โก่วอวิ๋นคงต้องเหลียวมองอีกสักสองสามรอบ แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะมาสุนทรีย์กับเรื่องพวกนี้เลยจริงๆ
เขาถอนหายใจ หันหน้ากลับไปมองทิวทัศน์ที่เคลื่อนผ่านหน้าต่างรถอย่างรวดเร็วเพื่อขบคิดว่าจะเอายังไงต่อไปดี
“เฮ้! สายตาแบบนั้นมันหมายความว่าไงยะ?!”
เด็กสาวหน้ากลมที่รู้สึกเหมือนโดนหมาดูถูกมุมปากกระตุก อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปขยี้หัวสุนัขเพื่อแสดงความไม่พอใจ
สุนัขเมฆาล่องมีระดับเผ่าพันธุ์อยู่ที่ระดับทหารขั้นต่ำ เมื่อโตเต็มวัยก็แค่แข็งแกร่งกว่าสัตว์ทั่วไปนิดหน่อยเท่านั้น
แต่หากพูดถึงพลังรบ การจะจัดการกับเด็กสาวที่เพิ่งทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตัวแรกนั้นไม่ใช่ปัญหาเลย
ทว่าตอนนี้สุนัขเพิ่งจะอายุได้ไม่กี่เดือน พลังรบอะไรนั่นยังไม่ต้องพูดถึง
ยิ่งไปกว่านั้น มันก็กลายเป็นสัตว์อสูรของเพื่อนรักไปแล้ว จางอวี้จึงไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นภัยคุกคามอะไรกับเธอได้ จึงลงมือขยำคอเล่นตามอำเภอใจ
โก่วอวิ๋นสะบัดหัวสลัดมือของยัยเด็กนี่ออกไป แล้วหันกลับไปทำหน้าเศร้ามองออกไปนอกหน้าต่างต่อ
(;Д`)
“เอาล่ะ เธออย่าไปแกล้งมันเลย เพิ่งเคยจากบ้านที่โตมาเป็นครั้งแรก เสี่ยวอวิ๋นคงจะยังไม่ชินน่ะ!”
ถังเยว่เซวียนยื่นมือไปลูบหัวโก่วอวิ๋นเช่นกัน พลางหันไปพูดกับจางอวี้
จากสายตาของมันเมื่อครู่ เธอพอจะมั่นใจได้แล้วว่าสุนัขของเธอไม่ได้โง่ แค่อารมณ์ไม่ดีเท่านั้น
เธอรู้สึกเบิกบานใจขึ้นมาทันที
สัตว์เลี้ยงที่ฉลาดพอจะมีข้อได้เปรียบอย่างมากในการฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้ต่างๆ รวมถึงการเรียนรู้ทักษะที่ตรงกับธาตุของตัวเอง หากฝึกฝนอย่างถูกต้อง อัตราการเติบโตจะรวดเร็วกว่าสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ในวัยเดียวกันมาก
อย่างน้อยสิ่งนี้ก็ทำให้ถังเยว่เซวียนมั่นใจว่าเธอเลือกไม่ผิด
ส่วนเรื่องอารมณ์ของมัน รอให้ถึงบ้านใหม่แล้วปรับตัวสักพักก็คงไม่มีปัญหาแล้ว—
“โฮ่ง—บรู๊ว?! Σ(っ°Д°;)っ”
ถังเยว่เซวียนกำลังคิดเพลินๆ สุนัขที่มองออกไปข้างนอกก็สะดุ้งเฮือก ส่งเสียงเห่าหอนอย่างเหลือเชื่อ ทำเอาคนในรถตกใจกลัวกันไปหมด
รถยนต์เสียหลักส่ายไปมา หวิดจะพุ่งชนรถคันหน้า
วินาทีนั้นเอง พลังงานไร้สภาพก็แผ่ปกคลุมรถยนต์ ทำให้รถเบรกกึกและกลับมาวิ่งได้ตามปกติ
“โชคดีที่แกตอบสนองไว ไม่งั้นได้ชนแน่ๆ...”
ถังเหวินฮว๋า คุณพ่อผู้ทำหน้าที่ขับรถอย่างมั่นคงมาตลอดปาดเหงื่อเย็นเยียบ พลางเอ่ยชมแมวตัวโตที่มีลายทางสีฟ้าส้ม ดวงตาประดุจอัญมณีสีแซฟไฟร์สดใส ซึ่งหมอบอยู่ตรงเบาะผู้โดยสารด้านหน้า
จากนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองลูกสาวและเพื่อนของเธอที่เบาะหลัง รวมถึงเจ้าตัวต้นเหตุที่หมอบเหม่อลอยอยู่ตรงนั้น
“พวกลูกไปทำอะไรให้เจ้าสุนัขเมฆาล่องมันร้องเสียงหลงขนาดนั้น?”
ถังเยว่เซวียนและจางอวี้ทำหน้าซื่อตาใส “พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”
“งั้นคงไม่ใช่ว่ามันผีเข้าหรอกนะ...”
ถังเหวินฮว๋ากรอกตา พูดยังไม่ทันจบ เขาก็เผลอมองไปที่สุนัขซึ่งกำลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกับเด็กสาวทั้งสอง
ดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปได้แฮะ...
ซวยแล้ว!
นี่คงไม่ได้ทำพันธสัญญากับหมาโง่มาจริงๆ หรอกนะ?
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของทั้งสามคนในรถอีกครั้ง พวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ตอนนี้เอาไปเปลี่ยนยังทันไหมเนี่ย!
“เมี้ยว~”
แมวตัวโตที่เบาะหน้าใช้พลังจิตเข้าควบคุมรถที่กำลังแล่นอยู่อย่างชำนาญ มันปรายตามองพวกมนุษย์ที่ตื่นตูมเกินเหตุ แล้วร้องเหมียวๆ อย่างดูแคลน
ขณะเดียวกัน โก่วอวิ๋นยังไม่ทันรู้ตัวว่าตัวเองกลายเป็นจุดสนใจของทุกคน
ความสนใจทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่กับหน้าต่างสถานะส่วนตัวที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าพร้อมเสียง “ติ๊ง!” จนทำให้เขาสะดุ้งสุดตัว
[ชื่อ: โก่วอวิ๋น]
[เผ่าพันธุ์: สุนัขเมฆาล่อง]
[เลเวล: 2]
[ระดับเผ่าพันธุ์: ทหารขั้นต่ำ]
[ระดับเลเวล: ยังไม่เข้าขั้น]
[พลังชีวิต: 100%]
[พลังงาน: 110]
[ธาตุ: ไร้ธาตุ]
[พรสวรรค์: เมฆาล่อง]
[ทักษะการต่อสู้: พุ่งชน lv.1, กัดกระชาก lv.1]
[ทักษะทั่วไป: ตรวจสอบ lv.1]
[ค่าประสบการณ์: 0]
[คำประเมิน: ก็แค่หมาตัวหนึ่ง... มีอะไรให้ประเมินด้วยเหรอ?]
โก่วอวิ๋นน้ำตาคลอเบ้า ในที่สุดก็มาสักที ดีนะที่ฉันยังไม่ถอดใจ!
ระบบนิ้วทองคำทำงานแล้ว!
ในที่สุดคนที่กลายเป็นหมาอย่างงงๆ แบบเขาก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้างแล้ว
ต่อให้คำประเมินมันจะดูกวนประสาทไปหน่อย เขาก็ตัดสินใจว่าจะทน!
หน้าต่างสถานะตรงหน้านี้โก่วอวิ๋นคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันแทบจะไม่ต่างอะไรกับหน้าต่างสถานะสัตว์เลี้ยงในเกม “ว่านหลิง” เมื่อชาติก่อนเลย
มีเพียงส่วนที่เพิ่มขึ้นมาคือ [ทักษะทั่วไป] ซึ่งแต่เดิมควรจะอยู่ในหน้าต่างสถานะส่วนตัวของผู้เล่น
ตามปกติแล้ว [ทักษะทั่วไป] เป็นความสามารถที่มีแต่ผู้เล่นเท่านั้นที่เรียนรู้ได้เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ
อย่างเช่น [ตรวจสอบ], [ทำสมาธิ], [สำรวจ], [รวบรวม], [ขุดแร่], [เอาชีวิตรอดในป่า] สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทักษะที่ผู้เล่นต้องเรียนรู้เอง หรือสั่งการให้สัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์เกี่ยวข้องเป็นผู้ใช้งาน
แต่ตอนนี้มันกลับถูกรวมเข้ามาอยู่ในหน้าต่างสถานะส่วนตัวของเขา ทำให้โก่วอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะคิดเตลิดไปไกล นึกถึงความเป็นไปได้ในการปฏิบัติการแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเขาอาจจะทำสำเร็จได้
ขณะที่คิด โก่วอวิ๋นก็หันไปมองถังเยว่เซวียนที่อยู่ข้างๆ อย่างลืมตัว แต่กลับสบตาเข้ากับคนสามคนที่กำลังจ้องมองเขาอยู่พอดี
เมื่อเห็นสายตาแปลกๆ ของพวกเขา โก่วอวิ๋นก็ใจหายวาบ เกือบจะคิดไปว่าคนอื่นก็มองเห็นหน้าต่างสถานะของเขาเหมือนกัน
แต่ไม่นานเขาก็พบว่าสายตาของพวกเขายังคงจับจ้องมาที่ตัวเองไม่ได้เบนไปทางอื่น แถมยังมีแววกังวลและเคลือบแคลงใจเจืออยู่ด้วย
สีหน้าแบบนั้นมันแทบจะถอดแบบมาจากตอนที่เพื่อนในชาติก่อนมองดูเจ้าไซบีเรียนฮัสกี้ของตัวเองทำตัวติ๊งต๊องไม่มีผิด!
คราวนี้เขาเข้าใจแล้ว คนพวกนี้น่าจะจ้องเขาเพราะเสียงเห่าหอนของเขาเมื่อกี้นี้แน่ๆ จึงแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
เขาแสยะยิ้มแบบหมาๆ “โฮ่ง~”
ทุกคนฟังฉันอธิบายก่อน...
[จบแล้ว]