เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 64 ปะปนระคนกัน

ตอนที่ 64 ปะปนระคนกัน

70 - เมฆมาจากทุกทิศทุกทาง


70 - เมฆมาจากทุกทิศทุกทาง

“ซี่ ซี่”

เสียงการเดินทางผ่านอากาศมุ่งมาทางนี้เมื่อทุกคนเลยหน้าขึ้นก็มองเห็นรุ้งศักดิ์สิทธิ์มากมายซึ่งเป็นกลุ่มผู้ฝึกฝนชุดแรกนับตั้งแต่มีการรั่วไหลของข่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาเห็นว่าเป็นเพียงผู้คนจากตงเทียนอีกห้าแห่งของอาณาจักรเอี๋ยน ผู้คนในพื้นที่ต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ซี่! ซี่!”

เมฆและหมอกอยู่ไกลออกไปเมื่อแสงจากสวรรค์พุ่งออกมา เรือลึกลับที่สร้างจากหยกศักดิ์สิทธิ์ล่องลอยมาในอากาศขณะที่มันเข้าสู่พื้นที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว

ผู้คนในดินแดนศักสิทธิ์แสงโชติช่วงและตระกูลจี้มีการแสดงออกที่น่าเกลียดเมื่อสิ่งที่พวกเขากลัวที่สุดได้มาถึงแล้ว นิกายใหญ่ระดับสูงแห่งอื่นมาชุมนุมที่นี่จริงๆ

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจคือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ในขณะนั้นก็มีเสียงคลื่นที่มีความผันผวนอันน่าสะพรึงกลัวขณะที่ส่งมาจากระยะไกล

ในอีกทางหนึ่ง สายรุ้งลึกลับศักดิ์สิทธิ์นับสิบกำลังเปิดทางเดินมิติขึ้น

อสูรร้ายโบราณเก้าตัวที่มีรูปร่างเหมือนกิเลนกำลังลากรถศึกที่ทำจากหยกสีแดงทะยานผ่านเมฆเข้าสู่พื้นที่แถบนี้ด้วยความสง่างาม

ยอดฝีมือของดินแดนศักสิทธิ์แสงโชติช่วงและตระกูลจี้ต่างก็หน้าซีด นี่เป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่อย่างยิ่งไม่เช่นนั้นจะไม่มีทางมาถึงที่นี่ด้วยท่าทางโอ้อวดขนาดนี้

“แม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่ระดับนี้ก็ยังมาถึงแล้ว…..”

กิเลนเป็นสิ่งมีชีวิตในตำนานที่อยู่ในระดับเดียวกับมังกร ตั้งแต่สมัยโบราณไม่มีใครเคยเห็นมันมาก่อน เช่นเดียวกับมังกรในตำนาน

มีเพียงเชื้อสายที่ไม่บริสุทธิ์เท่านั้นที่อาศัยอยู่ในโลกมนุษย์ และมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นมังกรจริงๆเช่นมังกรวารี กิเลนก็เป็นเช่นนี้ร่างกายศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงของเผ่าพันธุ์มันไม่ได้อยู่ในโลก

มีเพียงเชื้อสายที่ไม่บริสุทธิ์ซึ่งอาศัยอยู่ตั้งแต่สมัยโบราณและดูคล้ายกันแต่ไม่ใช่กิเลนที่แท้จริงพวกมันถูกเรียกว่าอสูรกิเลน

แม้ว่าเลือดศักดิ์สิทธิ์ในอสูรร้ายโบราณของเผ่าพันธุ์นี้จะเบาบางไปนานแล้ว แต่ก็ยังมีความแข็งแกร่งอย่างมากและสามารถเปรียบได้กับอสูรผู้ยิ่งใหญ่

บุคคลที่มาถึงนี้มีอสูรกิเลนเก้าตัวลากรถของเขา ท่าทางที่โอ้อวดเช่นนี้คงมีเพียงทายาทหรือผู้ยิ่งใหญ่ของคนที่อยู่เหนือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปเท่านั้นที่จะมีได้

“ชิ ชิ ชิ”

สายรุ้งลึกลับนับสิบเปิดเส้นทางในขณะที่อสูรกิเลนทั้งเก้าควบตะบึงมาหยุดอยู่ตรงหน้าสุสานจักรพรรดิอสูร รถม้าหยกนั้นสว่างไสวและรุ่งโรจน์เต็มไปด้วยพลังแห่งความมงคล

ผู้อาวุโสจากดินแดนศักสิทธิ์แสงโชติช่วงกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาว่า

“ตระกูลจี้ถึงกับมีคนที่ขี่รถม้าที่ถูกลากด้วยอสูรกิเลนเก้าตัว ดูเหมือนว่าบุคคลนี้จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่จากตระกูลจี้ของเจ้า”

ยอดฝีมือของตระกูลจี้ได้ยินเรื่องนี้ก็หัวเราะอย่างขมขื่น

“ท่านผู้เฒ่าคือท่านลุงของประมุขตะกูลเรา ท่านมีนิสัยอย่างนี้แหละ แม้ว่าท่านจะไม่ใช่ประมุขตระกูลแต่การกระทำของท่านแม้แต่ประมุขตระกูลก็ยังต้องอ่อนข้อให้”

ผู้บ่มเพาะของดินแดนศักสิทธิ์แสงโชติช่วงและตระกูลจี้ต่างก็วิตกกังวลและไม่กล้าที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อทักทายเพราะบุคคลผู้นี้ดูเหมือนจะเอาใจยากไม่น้อย

อสูรกิเลนทั้งเก้าตัวหยุดนิ่ง แต่ไม่มีการเคลื่อนไหวจากภายในรถม้าหยก ร่างที่ทรงพลังจากภายในรถม้าไม่ได้ออกมาราวกับว่าเขากำลังรออะไรบางอย่างอยู่เงียบๆ

อีกด้านหนึ่งเรือลึกลับที่สร้างจากหยกศักดิ์สิทธิ์ลอยอยู่ในอากาศโดยไม่เข้าใกล้คล้ายกับว่ากำลังคุมเชิงบุคคลที่อยู่ในรถม้า

ผู้ที่อยู่ในเรือลำนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงทัพหน้าและยอดฝีมือที่แท้จริงของพวกเขาคงจะตามมาในเวลาไม่นาน

สุสานของจักรพรรดิอสูรผู้ยิ่งใหญ่ที่โผล่ออกมา นี่มันสำคัญเกินไปและแม้แต่แดนศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ห่างไกลก็ย่อมขอมีส่วนร่วมในเรื่องนี้

เย่ฟ่านไม่มีเหตุผลให้ต้องอยู่ต่อ สถานที่แห่งนี้ไม่มีโอกาสของเขาอีกต่อไป การอยู่ที่นี่ต่อมีแต่จะทำให้ตัวเองได้รับอันตรายเท่านั้น

“ขอให้ผังป๋อไม่เป็นไร…….”

เย่ฟ่านข้ามสันเขาด้วยความเร็วและทิ้งดินแดนโบราณไว้เบื้องหลัง เขายังคงวิ่งต่อไปแต่กระทั่งพระอาทิตย์ขึ้น โชคดีตลอดการเดินทางนั้นเขาไม่ได้พบอันตรายอะไร

ดินแดนดึกดำบรรพ์แห่งนี้ยังคงมีสายรุ้งลึกลับพาดผ่านท้องฟ้าในขณะที่ผู้ฝึกฝนยังคงบินเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง

เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังสุสานของจักรพรรดิอสูร

“เขาจะไปไหนได้? เป็นไปได้ไหมว่าข้ากำลังค้นหาผิดทาง……”

เย่ฟ่านค้นหาต่อไปแต่ไม่พบเบาะแสใดๆ แต่เย่ฟ่านไม่ได้ถอดใจเขายังคงค้นหาตลอดทั้งวันจนกระทั่งถึงช่วงก่อนค่ำ ในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง

"มันคือ……. หัวใจของจักรพรรดิอสูร! ในที่สุดข้าก็พบทิศทางที่ถูกต้องแล้ว!”

เย่ฟ่านเร่งความเร็วและเกือบชั่วยามต่อมาเขาก็พบว่าเขาวิ่งกลับมาที่ตำแหน่งเดิมคล้ายกับว่าไม่เคยเคลื่อนที่ไปไหน

“เกิดอะไรขึ้น……”

เย่ฟ่านสับสนแต่เขาไม่ได้คิดมากเกินไป ในเวลานี้เขายืนอยู่นิ่งๆและพยายามวิเคราะห์ทิศทางอย่างรอบคอบอีกครั้งก่อนที่จะไล่ตามเสียงหัวใจนั้นไปอีกที

เย่ฟ่านเชื่อว่าครั้งนี้การติดตามของเขาจะไม่มีความผิดพลาดอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามหนึ่งชั่วยามต่อมาเย่ฟ่านก็พูดไม่ออกเมื่อพบว่าตัวเองกลับมาอยู่ที่เดิม

“มันจะเป็นแบบนี้ได้ยังไง”

เมื่อกลับมาถึงจุดเริ่มต้นเย่ฟ่านก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น และทุ่งนี้อยู่ห่างจากสุสานของจักรพรรดิอสูรหลายร้อยลี้

นี่ยังอยู่ในพื้นที่ของดินแดนโบราณและดูเหมือนจะมีปรากฏการณ์ประหลาดบางอย่าง

ในขั้นต้น เย่ฟ่านไม่ได้ให้ความสนใจกับบริเวณโดยรอบของพื้นที่นี้มากนัก

แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด เย่ฟ่านก็ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าภูเขาทั้งห้าที่เรียงกันเป็นหัตถ์ของเทพเจ้านั้นแท้ที่จริงแล้วมันเป็นนิ้วห้านิ้วจริงๆ

“เป็นไปได้ไหมว่าพื้นที่ภูเขานี้มี 'ค่ายกล' แกะสลักไว้ทำให้เกิดพื้นที่ลึกลับที่ก่อกวนประสาท……”

เย่ฟ่านพึมพำกับตัวเองเมื่อเขาได้ข้อสรุปดังกล่าว เขาหลับตาขณะที่เดินตามสัญชาตญาณไปข้างหน้าโดยไม่ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าเพื่อค้นหาหัวใจของจักรพรรดิอสูร

หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง เย่ฟ่านก็รู้สึกได้ถึงพลังปราณทางวิญญาณที่ส่งผลกระทบกับเขา

เย่ฟ่านลืมตาขึ้นและตระหนักว่าเขาได้เข้าสู่โลกที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้และเสียงนกร้อง

นี่เป็นเหมือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน ภูมิทัศน์ที่งดงามราวกับบทกวียากที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

ในเวลานี้เย่ฟ่านสัมผัสได้ถึงการเต้นของหัวใจของจักรพรรดิอสูรอย่างแท้จริง มันทำให้หัวใจของเขารู้สึกเจ็บแสบและมันเกิดขึ้นจากส่วนลึกของดินแดนอันบริสุทธิ์นี้

หมอกจากท้องฟ้ามองเห็นได้จางๆและสามารถมองเห็นศาลาและวิหารบางส่วนได้ในส่วนลึกของภูเขาเป็นครั้งคราว

ขณะที่เย่ฟ่านก้าวไปข้างหน้าอย่างเร่งรีบ ทันใดนั้นเขาก็พบร่างอันงดงามยืนอยู่บนหน้าผาข้างหน้า หมอกรอบๆหมุนวนและหญิงสาวคนนั้นสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะ

สตรีผู้นี้ช่างงดงามราวกับกล้วยไม้ ความงามของนางนั้นดูไม่เข้ากันกับโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความสกปรกเลย

เย่ฟ่านไม่เคยเชื่อว่ามีความสมบูรณ์แบบในโลกนี้ แต่หญิงสาวบนหน้าผาทำให้เขารู้สึกเช่นนั้น ไม่เพียงแต่รูปลักษณ์ของนางสามารถพลิกคว่ำและทำลายอาณาจักรได้

แม้แต่การปรากฏตัวของนางก็ยอดเยี่ยมและปราศจากคำบรรยาย ราวกับว่านางไม่ใช่มนุษย์ในโลกนี้ เพียงมองไปที่ใบหน้าของนางเย่ฟ่านก็รู้สึกละอายจนต้องก้มศีรษะลง

หญิงสาวคนนี้ที่ดูเหมือนจะอายุประมาณสิบแปดหรือสิบเก้าปี ผมสีดำพลิ้วไหว ขนตายาวสั่น ดวงตาสดใส ริมฝีปากแดงระเรื่อและฟันหยกเป็นประกายแวววาว

เย่ฟ่านเป็นคนที่มั่นคงและมั่นใจในตัวเอง สำหรับเขาแล้วเขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยกว่าผู้ใดในโลก หลังจากสูญเสียความรู้สึกไปชั่วขณะหนึ่งเย่ฟ่านก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ในเวลานี้หญิงสาวบนหน้าผาจ้องมองมาที่เขาและยิ้มเบาๆราวกับกลีบดอกไม้สวรรค์กำลังเบ่งบาน

เย่ฟ่านรู้สึกทึ่งกับความงามนี้และความรู้สึกแปลกๆก็ผุดขึ้นมาจากภายในหัวใจของเขา หญิงสาวคนนี้ดูเหนือจริงเกินไปเหมือนความฝันหรือภาพลวงตา ไม่มีข้อบกพร่อง ไม่มีข้อจำกัด งดงามจนดูลี้ลับและชั่วร้าย

“อย่าก้าวมาข้างหน้าอีก ไม่งั้นเจ้าจะตาย”

เสียงที่สดใสและมีเสน่ห์กระทบกับใบหูของเย่ฟ่าน แต่มันทำให้เขารู้สึกเย็นวาบเพราะเขารู้ว่าหญิงสาวที่สมบูรณ์แบบคนนี้ไม่ได้ล้อเล่นอย่างแน่นอน

จบบทที่ ตอนที่ 64 ปะปนระคนกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว