เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 58 หน่ออ่อนเซียน

ตอนที่ 58 หน่ออ่อนเซียน

64 - การเต้นของหัวใจ


64 - การเต้นของหัวใจ

ในบริเวณอาคารโบราณใต้ภูเขาไฟ สายรุ้งอันศักดิ์สิทธิ์ก็ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า แสงศักดิ์สิทธิ์ส่องยามค่ำคืนทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มืดมิดอย่างที่ควรจะเป็น

เย่ฟ่านซ่อนตัวอย่างเงียบๆเพราะกลัวว่าจะมีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ หากเป็นผู้อาวุโสในสำนักก็ยังพอถูไถไปได้ แต่หากเป็นอสูรพวกนั้นชีวิตเขาคงถูกเก็บเกี่ยวไปในทันที

"แปรง!"

ผู้อาวุโสอู๋ชิงเฟิงกระโดดไปที่ภูเขาอีกลูก เขาวางผังป๋อไว้ในที่ลับแล้วรีบบินขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อร่วมกับคนอื่นๆในการแย่งชิงคัมภีร์อมตะซึ่งอยู่ในวิหารโบราณสีทองนี้

เย่ฟ่านหันหลังและวิ่งกลับไปอย่างรวดเร็ว ในขณะนี้ผังป๋อถูกผนึกโดยผู้อาวุโสหลายคนในหลิงซู่ตงเทียน ดวงตาของเขาปิดลง ร่างกายของเขาแข็งทื่อ เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

มีชั้นผลึกของแสงสีฟ้าบนร่างกายของเขา ใบหน้าของเขาผิดปกติ และมีแสงสีฟ้าจางๆไหลเวียนอยู่กับร่างกายของเขาตลอดเวลา

“อะไรเข้าไปในร่างกายของเขากันแน่?”

เย่ฟ่านไม่กล้าสัมผัสร่างของผังป๋อ ท้ายที่สุดเขาก็ถูกผนึกโดยผู้อาวุโสหลายคน และพลังของเขาก็ผันผวนและอาจจะเสียชีวิตได้ตลอดเวลา

ณ เวลานี้ บรรยากาศของปล่องภูเขาไฟตึงเครียดอย่างยิ่ง ผู้ฝึกฝนที่เป็นมนุษย์เผชิญหน้ากลุ่มอสูร ทั้งสองฝ่ายต่างดิ้นรนต่อสู้กัน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมแพ้ และสงครามกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

เจียวเฒ่าซึ่งส่องแสงด้วยเกล็ดสีแดงยืนตัวตรงเหมือนกำแพงใหญ่ให้ความรู้สึกถึงพลังที่น่าตกใจ มันตะโกนออกมาด้วยความโกรธแค้นว่า

"มนุษย์พวกเจ้าฝ่าฝืนข้อกำหนดแล้วบุกเข้ามาในดินแดนของเรา ในวันนี้พวกเจ้าเตรียมพร้อมจะทำสงครามใช่หรือไม่"

หัวหน้าของเจ้าสำนักหลิงซู่ตงเทียนยังคงนิ่งสงบและกล่าวด้วยความชอบธรรมว่า

"สมบัติของเผ่าพันธุ์มนุษย์ตกไปอยู่ในมือของปีศาจมาหลายหมื่นปี ในวันนี้พวกเจ้าสมควรคืนมันให้แก่เราไม่เช่นนั้นหากพวกเจ้าต้องการสงครามพวกเราก็พร้อมเสมอ”

หญิงสาวที่มีปีกสีทองคู่นั้นก็กล่าวขึ้นด้วยเสียงอ่อนหวานว่า

"นี่คือหลุมฝังศพของจักรพรรดิปีศาจของข้า เห็นได้ชัดว่าพวกเจ้าต้องการขโมยสมบัติของบรรพบุรุษเรา หรือพวกเจ้าคิดว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจของเราสามารถรังแกได้ง่ายๆ!”

ผู้อาวุโสเจ้าสำนักหลิงซู่ตงเทียนกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า

"ถ้าเช่นนั้นก็เปิดวังโบราณขึ้นต่อหน้าทุกคน หากมันไม่มีสมบัติมนุษย์อย่างที่พวกเจ้ากล่าวอ้างพวกเราจะถอนตัวไปในทันที "

ชายร่างยักษ์ที่มีสองเขาและสูงสองวาก็เดินเข้ามาแล้วตวาดขึ้นว่า

"นี่คือหลุมศพของจักรพรรดิปีศาจ มันย่อมไม่มีสมบัติมนุษย์อย่างที่พวกเจ้ากล่าวอ้าง แต่หลุมศพของจักรพรรดิปีศาจเราไม่สามารถให้มนุษย์อย่างพวกเจ้ามองเห็นความลับได้!”

บรรยากาศเริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ และทั้งสองฝ่ายไม่เต็มใจที่จะยอมถอยให้กันและกัน เห็นได้ชัดว่าสงครามจะระเบิดขึ้นในไม่ช้า

“สัตว์ประหลาดตัวน้อยพวกเจ้าเอาแต่ใจเกินไปแล้ว วันนี้ไม่ว่าจะอย่างไรพวกเราต้องเอาคำภีร์อมตะกลับคืนไปอย่างแน่นอน”

ทัศนคติของเจ้าสำนักหลิงซู่ตงเทียนถูกกำหนดแล้วและเขาก็ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับระเบิดพลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในร่างกายออกมา

“นี่เจ้าบังคับให้พวกเราสู้เอง!”

หญิงสาวผมสีทองก็ไม่น้อยหน้า ปีกของนางสะบัดขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นลูกศรสีทองนับพันยิงไปข้างหน้า

เจ้าสำนักหลิงซู่ตงเทียนโบกแขนเสื้อขนาดใหญ่ของเขาและทันใดนั้นบอกสีม่วงก็ปกคลุมทั่วสถานที่พร้อมกับบดขยี้ขนนกสีทองที่อยู่ด้านหน้าจนแหลกละเอียดกลายเป็นฝุ่นผง

"ฆ่า!"

เสียงของปีศาจสาวเย็นชา แสงของร่างกายของนางกำลังเบ่งบาน ขนสีทองพลันพลันท่วมท้น หนาแน่นและเจิดจ้ามันถูกยิงออกไปอย่างต่อเนื่องกลายเป็นเหมือนตาข่ายสีทองที่ปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง

เตาทองแดงสีม่วงถูกปลดปล่อยออกมาจากแขนเสื้อเจ้าสำนักหลิงซู่ตงเทียน หมอกสีม่วงระเบิดขึ้นสู่ท้องฟ้าและครอบคลุมเข้าหาขนนกสีทองซึ่งถูกยิงออกมาทั้งหมด

"ปัง"

แสงไฟลุกท่วมท้องฟ้ามันเกิดขึ้นจากการปะทะของหมอกสีม่วงและขนนกสีทองนับหมื่นครั้งในลมหายใจเดียว

หญิงสาวผมทองมีสีหน้าเย็นชา ปีกของนางกางออกกลายเป็นกระบี่สีทองคู่หนึ่งพร้อมกับฟันเข้าใส่เตาทองแดงของเจ้าสำนักหลิงซู่ตงเทียน

เจ้าสำนักหลิงซู่ตงเทียนเอื้อมมือออกไปเล็กน้อย เตาทองแดงสีม่วงที่อยู่ข้างๆเขาจู่ๆก็ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า ไฟสีม่วงที่ไม่มีที่สิ้นถูกพ่นออกมาก่อนจะปะทะกับกระบี่คู่นั้นอย่างรุนแรง

"บูม"

กระบี่สองเล่มนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าสองเส้น มันกระทบกับแสงสีม่วงของเตาทองแดง และท้องฟ้าที่สั่นสะเทือนเล็กน้อย

"ฆ่า!"

“อย่าให้พวกมันหนีไปได้!”

ในเวลานี้ปีศาจตัวใหญ่อื่นๆก็เริ่มเคลื่อนไหว ทันใดนั้นไอปีศาจก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า พลังของมันเปรียบเสมือนพายุลูกใหญ่กวาดเข้าหาผู้อาวุโสทุกคนของหลิงซู่ตงเทียน

ในเวลาเดียวกันผู้อาวุโสทั้งสี่ของหลิงซู่ตงเทียนก็ก้าวไปข้างหน้า ต้นกำเนิดพลังศักดิ์สิทธิ์ในทะเลแห่งความทุกข์ก็ถูกกลั่นจนเดือดพล่าน

แสงศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดงดงาม ส่องสว่างไปทั่วทั้งท้องฟ้าหักหาญเข้ากับไอปีศาจสีดำตรงๆโดยไม่คิดจะหลีกเลี่ยง

หลังจากนั้นทุกคนก็ตะลุมบอนกันอุตลุด แสงอาทิตย์ส่องประกายและอาวุธต่างๆบินไปทั่วท้องฟ้าทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างไสวคล้ายกับในเวลากลางวัน

กลองเทพ ตะเกียงเซียน เตาทองแดง กระบี่ทอง กระจกโบราณมีดโลหิต และสิ่งอื่นๆเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต

แสงศักดิ์สิทธิ์บีบเข้าหากันและปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้สวรรค์และปฐพีเกิดการสั่นสะเทือนเล็กน้อย

และในเวลานี้นกและสัตว์ดุร้ายทั้งหมดก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ตะขาบสีเงินพ่นพิษเข้าจู่โจมศัตรูโดยไม่รอช้า

ในเวลาเดียวกันอาวุโสอู๋ชิงเฟิงและผู้อาวุโสคนอื่นก็ลงมือสังหารปีศาจพวกนี้อย่างบ้าคลั่ง

ในระยะไกลเย่ฟ่านไม่สามารถสงบลงได้ การต่อสู้ในบริเวณปากปล่องภูเขาไฟทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

ในเวลานี้หากจะบอกว่าเย่ฟ่านไม่มีความปรารถนาต่อสมบัติวิเศษที่อยู่ภายในสุสานจักรพรรดิปีศาจมันคงเป็นเรื่องโกหก

แต่เขารู้ดีว่าเขาอ่อนแอมากเกินไปและไม่มีคุณสมบัติที่จะแย่งชิงของวิเศษพวกนี้ได้

"คัมภีร์อมตะ" เล่มนี้มีความล้ำค่าเป็นอย่างมาก แม้ว่าเขาจะมีโอกาสแย่งชิงมันได้แต่เขาก็คงไม่สามารถนำมันหลบหนีออกไปท่ามกลางการไล่ล่าของยอดฝีมือที่อยู่ในบริเวณนี้

สำหรับสิ่งที่เรียกว่าสมบัติของชาวตงหวง เย่ฟ่านไม่เข้าใจและไม่ได้รู้สึกอะไรกับมัน ดังนั้นเขาจึงไม่มีความกระตือรือร้นที่จะแย่งชิงมากนัก

มีเพียงคัมภีร์อมตะเต๋าจิงเท่านั้นที่ทำให้เขากระตือรือร้นและยังคงวนเวียนอยู่ในบริเวณนี้โดยไม่ไปไหน แม้จะรู้ดีว่าโอกาสของเขานั้นเรียกว่าไม่มีเลยน่าจะเหมาะสมที่สุด

แม้ว่าเย่ฟ่านจะได้คัมภีร์โบราณในโลงศพทองแดงมาแล้ว แต่ไม่ว่าเขาจะมองอย่างไร อักขระโบราณหลายร้อยตัวที่ประทับอยู่ในใจของเขาก็ดูไม่เหมือนวิธีการฝึกฝนตัวเอง

มิหนำซ้ำเขายังเข้าใจมันเพียงเล็กน้อยและไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในตอนนี้

มันแตกต่างไปจาก“คัมภีร์เต๋าจิง” ที่โด่งดังไปทั่วโลกและเป็นเหมือนเรื่องราวในตำนาน

เป็นเวลาหลายหมื่นปีแล้วที่คัมภีร์ฉบับจริงเล่มนี้หายสาบสูญไปจากโลก แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นเพียงเนื้อหาในคัมภีร์ที่ไม่สมบูรณ์ก็ยังทำให้มหาอำนาจมากมายในโลกนี้สามารถปกครองโลกได้

หากคัมภีร์ฉบับจริงปรากฏขึ้นก็ไม่ทราบว่าเนื้อหาที่อยู่ภายในนั้นจะทำให้ผู้คนพัฒนาความแข็งแกร่งไปมากแค่ไหน

ซึ่งเย่ฟ่านที่ต้องการความแข็งแกร่งอย่างเร่งด่วนรู้สึกสนใจในคัมภีร์เล่มนี้อย่างถึงที่สุด และพร้อมที่จะเสี่ยงชีวิตเพื่อแย่งชิงมันตราบเท่าที่โอกาสอำนวย

"บูม", "บูม", "บูม" ...

ในขณะนี้เสียงทื่อๆยังคงดังอยู่ ราวกับหัวใจเต้นแรง ประกายไฟห้าสีของภูเขาไฟทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า พลังอสูรมหึมาทั้งหมดและความผันผวนของพลังศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง

หินหนืดสีแดงกำลังเดือดพล่านพุ่งออกมาตามปล่องภูเขาไฟเผาไหม้ครึ่งหนึ่งของท้องฟ้าให้เป็นสีแดงฉาน วิหารโบราณลอยขึ้นมาพร้อมกับส่องสว่างไปทั่วทั้งท้องฟ้าให้กลายเป็นช่วงเวลากลางวัน

อสูรผู้ยิ่งใหญ่หลายคนและผู้แข็งแกร่งของหลิงซู่ตงเทียนหยุดการต่อสู้ในทันที ในเวลานี้ทุกคนต่างก็รีบไปพุ่งเข้าหาวังโบราณอันวิจิตรตระการตา

พวกเขาทุกคนพยายามเป็นคนแรกที่จะเปิดประตูของวิหารแล้วเข้าไปหยิบเอาสมบัติที่อยู่ภายในออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

จบบทที่ ตอนที่ 58 หน่ออ่อนเซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว