เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

53 - ตำราโบราณ

53 - ตำราโบราณ

53 - ตำราโบราณ


53 - ตำราโบราณ

ผังป๋อก็ไม่ใช่คนสมองช้าเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเขาก็เข้าใจสาเหตุอย่างรวดเร็ว

พวกเขาทั้งสองคนเคยกินผลไม้ศักดิ์สิทธิ์และกลับสู่วัยเยาว์โดยบังเอิญ ในขณะเดียวกันผู้อาวุโสฮั่นก็ออกค้นหายาที่จะต่อชีวิตของเขาออกไป

ดังนั้นการที่ผู้อาวุโสคนนี้จะสนใจพวกเขาก็เป็นเรื่องที่สมเหตุผลอย่างยิ่ง

“ข้าคิดว่าบางทีพลังชีวิตของเขาอาจจะใกล้หมดแล้วดังนั้นเขาจึงมีความสนใจต่อพวกเรา” เย่ฟ่านมีสีหน้าจริงจังแล้วกล่าวว่า

“ตอนนี้เจ้าเป็นต้นกล้าเซียนต่อให้เขามีความกล้ากว่านี้เขาก็ไม่กล้าทำอะไรเจ้า แต่ข้านั้นไม่เหมือนกัน ในเมื่อเขากำลังกำลังพบกับทางตันบางทีเขาอาจจะเสี่ยงลงมือกับข้าก็ได้”

“สุนัขเฒ่าตัวนี้!”

ผังป๋อขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำเหล่านี้เขาไม่ได้หยุดเย่ฟ่านไม่ให้ออกไปจากที่นี่อีกต่อไป แต่ยืนยันที่จะออกจากที่นี่พร้อมกัน

“เรื่องนี้เจ้าไปด้วยไม่ได้”

เย่ฟ่านกล่าวขึ้นมา เขาไม่ต้องการให้การฝึกฝนของผังป๋อล่าช้า หลิงซู่ตงเทียนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผังป๋อ

ผังป๋อรู้จักเย่ฟ่านเป็นอย่างดี เมื่อเห็นเขาแสดงท่าทีเช่นนี้ผังป๋อจึงไม่ได้ยืนกรานต่อไป

“ไปเอาปากกากับกระดาษมา ข้าจะทิ้งคัมภีร์โบราณให้กับเจ้า”

เย่ฟ่านบอกผังป๋อเกี่ยวกับเนื้อหาในคัมภีร์โบราณที่เขาได้รับจากโลงศพทองแดง หลังจากนั้นผังป๋อก็พยายามศึกษาคัมภีร์เล่มนี้ร่วมกับเย่ฟ่านแต่ไม่เกิดผลมากนัก

ต่อให้เป็นเย่ฟ่านก็ยังไม่สามารถตีความเนื้อหาในคัมภีร์โบราณเช่นนี้ได้ดังนั้นเมื่อเป็นผังป๋อก็ลืมไปได้เลย

“สำหรับข้าคัมภีร์เหล่านั้นเป็นเพียงตำราแห่งสวรรค์และมันก็ไม่มีประโยชน์สำหรับข้า ตอนนี้ข้าฝึกฝนอยู่ในหลิงซู่ตงเทียนอยู่แล้วดังนั้นเจ้าไม่ต้องเขียนตำราเล่มนี้ให้ยุ่งยาก”

เย่ฟ่านไม่สนใจ เขาคว้าปากกามาแล้วเริ่มเขียนเนื้อหาคัมภีร์ลงในกระดาษ

ในขณะที่เขียนหัวใจของเขาก็เกิดความสงบและตัวอักษรโบราณหลายร้อยตัวก็ไหลเข้ามาในหัวใจของเขาเหมือนน้ำอมฤตทำให้เขารู้สึกสดชื่นแจ่มใส

เย่ฟ่านเขียนทุกอย่างลงในกระดาษอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่กี่ลมหายใจเขาก็เขียนตัวอักษรที่ได้รับมาจากโลงศพทองแดงลงในกระดาษจนหมดสิ้น

แต่เมื่อเขาเขียนจบก็มีบางอย่างแปลกๆเกิดขึ้น

เมื่อปากกาขนนกในมือของเขาหยุดลง เส้นของตัวอักษรโบราณที่ถูกเย่ฟ่านเขียนขึ้นมาก็ค่อยๆจางหายไป จากนั้นแม้แต่กระดาษก็กลายเป็นผุยผงเช่นกัน

ผังป๋อะตะลึงงัน เรื่องแบบนี้มันแปลกมาก หลังจากเวลาผ่านไปพอสมควรในที่สุดเขาก็อุทานออกมา

“นี่มันชั่วร้ายเกินไปแล้ว”

ตัวอักขระโบราณหลายร้อยตัวที่เย่ฟ่านตั้งใจเขียนถูกลบออกไปหมดซึ่งแม้แต่กระดาษที่ถูกเขียนลงไปก็ยังถูกทำลายไปด้วย

เย่ฟ่านก้มศีรษะครุ่นคิดและนึกถึงคำบางคำที่ผู้อาวุโสอู๋ชิงเฟิงกล่าว มีตำราศักดิ์สิทธิ์บางอย่างในสมัยโบราณ แต่ละคำที่ถูกสลักไว้ในตำราพวกนั้นล้วนถูกสร้างขึ้นมาจากเต๋าอันยิ่งใหญ่

บางคนกล่าวว่าการเขียนตัวอักษรโบราณเหล่านี้อาจสื่อถึงพลังของสวรรค์และปฐพีดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่กระดาษธรรมดาจะบันทึกตัวอักษรที่ทรงพลังเหล่านี้

“เป็นไปได้ไหมว่าที่พลังของสวรรค์และปฐพีเป็นคนทำลายกระดาษแผ่นนี้?” เย่ฟ่านพูดกับตัวเอง .

จากนั้นเขาก็เริ่มเขียนตัวอักษรลงบนพื้นดิน แต่เมื่อเขาหยุดมือตัวอักษรที่ถูกเขาสลักลงไปในพื้นดินนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ผังป๋อรู้สึกเหลือเชื่อและอุทานออกมาว่า

"ตัวหนังสือพวกนี้มีปีศาจ ไม่ต้องเขียนอีกแล้ว!"

"นี่คือตำราศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่ปีศาจอย่างแน่นอน แต่อักขระโบราณเหล่านี้ไม่ปกติ ทุกตัวอักษรของพวกมันแฝงไปด้วยพลังชนิดหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามของสวรรค์และปฐพีนี้ดังนั้นมันจึงถูกทำลายไป" นี่เป็นข้อสรุปที่เย่ฟ่านคิดขึ้นได้

ยิ่งเขารู้เช่นนี้เขาก็ยิ่งมีความสนใจในคัมภีร์เล่มนี้มากยิ่งขึ้นและเย่ฟ่านไม่ได้ยืนกรานต่อ คัมภีร์โบราณเล่มนี้มีความลึกซึ้งมากเกินไป ดังนั้นมันคงเป็นไปได้ยากที่ผังป๋อจะตีความได้สำเร็จ

ในที่สุดเย่ฟ่านก็เลือกที่จะจากไป และผังป๋อก็เดินมาส่งเขาที่เส้นทางเล็กๆซึ่งถูกปูด้วยหินอ่อน

ในขณะที่เย่ฟ่านกำลังเดินออกจากหลิงซู่ตงเทียน เมื่อเขาเหยียบบันไดหินสีฟ้าเหล่านั้น คัมภีร์โบราณในหัวใจของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เย่ฟ่านหันกลับไปหาผังป๋อและพูดว่า

"บันไดพวกนี้มีความแปลกประหลาดบางอย่าง เจ้าอย่าได้ละเลยพวกมัน ... "

ทันใดนั้นผังป๋อก็จ้องตาเขาและพูดว่า

“ตอนนี้เจ้าไปไม่ได้”

ทันใดนั้นเย่ฟ่านก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างเช่นกัน เมื่อมองย้อนกลับไปเขาก็เห็นใครบางคนที่กำลังแอบตามเขาอยู่ นั่นเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกพวกเขาจัดการไปเมื่อไม่กี่วันก่อน

“ฮั่นเฟยหยูดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้กระทั่งส่งคนมาเฝ้าเรา”

“ตอนนี้เจ้าไปไม่ได้ ถ้าพวกเขาเห็นเจ้าออกไปพวกเขาจะดักฆ่าเจ้าทันที”

เย่ฟ่านพยักหน้าและทั้งสองก็เดินกลับ ชายหนุ่มคนนั้นหายตัวไป แต่ระหว่างทางกลับพวกเขาก็เห็นฮั่นเฟยหยูวิ่งเข้าหาพวกเขาราวกับสายลมและข้างหลังของฮั่นเฟยหยูก็มีผู้ติดตามอีกหลายคน

ใบหน้าของผังป๋อเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างกะทันหัน หากเขาไม่ได้ตรวจพบว่ามีใครบางคนกำลังแอบตามพวกเขาอยู่ วันนี้ของปีหน้าคงจะเป็นวันตายของเย่ฟ่าน

"ฮั่นเฟยหยูไอ้เด็กสาระเลว เจ้าคิดว่าลุงของเจ้าสามารถช่วยเหลือเจ้าได้หรือไม่ วันนี้เจ้าคิดจะฆ่าพวกเราอย่างนั้นหรือ?"

เมื่อได้ยินเสียงคำราม ใบหน้าของฮั่นเฟยหยูก็เป็นสีเขียวในทันที

ถ้าผู้อาวุโสคนอื่นในหลิงซู่ตงเทียนได้ยินว่าเขาคิดจะลงมือสังหารต้นกล้าเซียนของสำนัก แม้ว่าลุงของเขาจะเป็นผู้อาวุโสของที่นี่ก็ยากที่เขาจะรักษาชีวิตไว้ได้

“อย่าพูดจาไร้สาระ ข้าก็แค่ผ่านทางมา”

ใบหน้าของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยความอับอายและรีบเดินผ่านไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ในความเป็นจริงวันนี้เขารู้ว่าเย่ฟ่านกำลังจะออกจากสำนักดังนั้นเมื่อได้รับข่าวเขาจึงรีบมาที่นี่ทันที

ผังป๋อโกรธจัดและกัดฟันพูดว่า

“เด็กคนนี้จิตใจชั่วร้ายเกินไป เห็นทีเจ้าคงต้องอยู่ที่สำนักนี้ไปสักระยะหนึ่งก่อน”

เย่ฟ่านพยักหน้า ในวันนี้เขาไม่สามารถออกเดินทางจากสำนักได้เพราะความแข็งแกร่งของเขายังมีไม่เพียงพอและจะเป็นการรนหาที่ตายเปล่าๆ

หลังจากนั้นหนึ่งเดือนทุกอย่างสงบลง ฮั่นเฟยหยูไม่กล้าส่งใครมาเฝ้าผังป๋อและเย่ฟ่านอีกเพราะกลัวว่าผู้อาวุโสคนอื่นๆอาจจะไม่พอใจในเรื่องนี้

ในวันนี้ผังป๋อกลับมาจากการฝึกฝนกับผู้อาวุโสอู๋ชิงเฟิง สีหน้าของเขาดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่

"มีอะไรผิดปกติ?" เย่ฟ่านถาม

“มันเป็นข่าวดีสำหรับเจ้า แต่ไม่ใช่สำหรับข้า” ผังป๋อถอนหายใจและกล่าวว่า

“ข้าคิดว่าเจ้าอาจตกอยู่ในอันตรายหากเจ้าอยู่ในหลิงซู่ตงเทียนดังนั้นข้าเพิ่งขอให้ผู้อาวุโสอู๋ชิงเฟิงส่งเจ้าออกไปด้านนอก ...”

"เป็นข่าวดีจริงๆ" เย่ฟ่านยิ้มทันทีและพูดว่า

“นี่ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร พวกเราไม่ได้ตายจากกันซะหน่อย พวกเราจะได้พบกันอีกครั้งไม่ช้าก็เร็ว เมื่อถึงตอนนั้นข้าหวังว่าเจ้าจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของโลกไปแล้ว”

ผังป๋อไม่เต็มใจที่จะแยกจากเย่ฟ่านแต่เขาก็ไม่สามารถห้ามปรามได้

“เจ้าต้องรอสองสามวัน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าผู้อาวุโสอู๋ชิงเฟิงจะเลือกสาวกที่มีศักยภาพและพาพวกเขาไปยังซากปรักหักพังโบราณเพื่อค้นหาทรัพยากรด้านนอก”

ซากปรักหักพังโบราณคือที่ตั้งเดิมของหลิงซู่ตงเทียนซึ่งเคยถูกทำลายไปแล้วเมื่อครั้งอดีต

แม้ว่าตอนนี้หลิงซู่ตงเทียนจะเป็นเพียงสำนักเล็กๆ แต่เมื่อครั้งอดีตที่นี่ก็เคยเป็นถึงสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตงหวง

ซากปรักหักพังดั้งเดิมนั้นกว้างใหญ่และไม่มีที่สิ้นสุด ที่ตั้งปัจจุบันของหลิงซู่ตงเทียนเป็นเพียงส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งเท่านั้น และยังมีพื้นที่ลึกลับมากมายที่ยังไม่ถูกค้นพบ

บนซากปรักหักพังนั้น มีสัตว์อสูรหายากและสมุนไพรล้ำค่ามากมาย ผู้อาวุโสของหลิงซู่ตงเทียนจะนำเหล่าสาวกออกเดินทางเพื่อค้นหาทรัพยากรที่นั่นในทุกๆปี

“ว่ากันว่ามีสมุนไพรล้ำค่าอยู่มากมาย และบางชนิดก็เป็นยาอายุวัฒนะที่หายาก หากรวบรวมได้โดยบังเอิญพวกเราสามารถนำมาแลกกับยาล้ำค่าจากผู้อาวุโสได้ทันที”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ผังป๋อก็มองไปที่เย่ฟ่าน

"เจ้ากำลังต้องการทรัพยากรอย่างเร่งด่วน บางทีการไปที่นั่นอาจจะทำให้เจ้าได้รับโชคบางอย่างก็ได้"

จบบทที่ 53 - ตำราโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว