เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

50 - กงล้อแห่งชีวิต

50 - กงล้อแห่งชีวิต

50 - เปิดทะเลแห่งความทุกข์


50 - เปิดทะเลแห่งความทุกข์

ในที่สุดเย่ฟ่านและผังป๋อก็เดินไปที่ตราประทับเซียนและพยายามผลักดันอย่างหนัก มันหนักเกินไปแม้ว่าจะสามารถยกขึ้นได้ แต่ก็ไม่สามารถใช้กับศัตรูได้

ดังนั้นพวกเขาจึงเตะมันทิ้งแล้วจากไปแบบนั้น

ผู้คนต่างตกตะลึงชั่วขณะหนึ่ง สองคนนี้เป็นเหมือนฝูงตั๊กแตนที่เมื่อเข้ามาและลงมืออย่างรวดเร็วก่อนจะจากไปอย่างไร้ร่องรอย

พวกเขาปล้นชิงทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าจากนั้นก็เตะซ้ำเหยื่อของพวกเขาคนละเท้า...

“ศิษย์พี่หลี่เฟย ศิษย์พี่หวังจิ่ง ขอบคุณ!”

เย่ฟ่านและผังป๋อตะโกนกลับมาจากระยะไกล แล้วรีบออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว

ใบหน้าของฮั่นเฟยหยูกลายเป็นสีเขียวและหัวใจของเขารู้สึกเหมือนถูกเปลวไฟสุมอยู่ข้างใน เขาไม่ได้เก็บตราประทับเซียนขึ้นมาด้วยซ้ำแต่เดินกลับเข้าไปในส่วนลึกของสำนักหลิงซู่

หุบเขาเปิดกว้างและเต็มไปด้วยทุ่งสมุนไพร หุบเขานี้เต็มไปด้วยวัสดุทางการแพทย์ที่หายาก ไม่มีพืชพันธุ์อื่นใด พลังวิญญาณที่เอ่อล้นออกจากพืชพันธุ์เหล่านี้ทำให้ภูเขาเต็มไปด้วยพลังชีวิต

ระหว่างทางเด็กหนุ่มสาวบางคนทักทายฮั่นเฟยหยู แต่เขาเพิกเฉยและตรงไปที่หน้าบ้านในถ้ำที่อยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา

“หยูเอ๋อเรื่องง่ายๆเช่นนี้เจ้าก็ไม่สามารถจัดการได้” เสียงชราที่อยู่ในถ้ำถามเบาๆแต่ว่าเขาไม่ได้ออกมาข้างนอก

“หนึ่งในสองคนนั้นคือต้นกล้าเซียน...”

ฮั่นเฟยหยูยืนอยู่นอกถ้ำ กัดฟันและเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้อย่างละเอียด

“ถ้าข้ารู้ว่าสองคนนี้กินยาวิเศษไปก่อนหน้านี้ข้าจะไม่ปล่อยให้ผู้ใดรู้ถึงความพิเศษของพวกเขา โชคไม่ดีที่ข้าได้ข่าวช้าไป ตอนนี้แม้แต่ข้าก็ต้องเดือดร้อน” ผู้อาวุโสฮั่นเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะกล่าวว่า

"ต้นกล้าเซียนนั่น ... อย่ายั่วยุเขาอีก รอดูกันไปก่อน"

“ท่านลุงหมายความว่า”

ดวงตาของฮั่นเฟยหยูแดงก่ำด้วยความแค้น

“ข้าหมายความว่า เจ้าไม่ต้องทำอะไรตอนนี้ ฝึกฝนตัวเองให้ดี” หลังจากพูดคำเหล่านี้แล้วภายในถ้ำก็ไม่มีเสียงอะไรดังขึ้นมาอีก

"ข้าจะทำตามที่ท่านลุงบอก!"

แม้ว่าฮั่นเฟยหยูจะไม่เต็มใจ แต่เขาไม่กล้าที่จะขัดขืนคำสั่งของผู้อาวุโสฮั่น หลังจากประสานมือแสดงความเคารพแล้วเขาก็หันหลังกลับไป

เย่ฟ่านและผังป๋อกลับไปที่บ้านพัก ทั้งสองเริ่มนับของที่ปล้นชิงมาได้ เพียงแค่ของเหลวสมุนไพรทั้งหมดก็มีมากถึงหกสิบหกขวด ซึ่งถือเป็นโชควาสนาครั้งใหญ่

“คนแซ่ฮั่นนั้นเป็นคนดีจริงๆ…” ทั้งคู่ต่างชมเชยสิ่งนี้

เย่ฟ่านและผังป๋อเล่นกับของเหลวที่อยู่ในขวดด้วยความตื่นเต้นเป็นเวลานานก่อนที่จะสงบลง

แม้ว่าพวกเขาจะเอาชนะฮั่นเฟยหยูและคนอื่นๆได้ในวันนี้ แต่พวกเขาก็รู้สึกได้ถึงวิกฤต แม้ว่าพวกเขาจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าคนธรรมดา

แต่เมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่สามารถใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ได้พวกเขาก็เป็นเพียงมดแมลงเท่านั้น

บัดนี้สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือการเปิดทะเลทุกข์และเชื่อมต่อกับกงล้อแห่งชีวิต ปล่อยให้พลังศักดิ์สิทธิ์ถูกสร้างขึ้น

เฉพาะเมื่อพวกเขาสามารถเปิดต้นกำเนิดของพลังศักดิ์สิทธิ์และสามารถนำพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาใช้เท่านั้นถึงจะถูกเรียกว่าผู้ฝึกฝนที่แท้จริง

หลังจากรู้สึกวิกฤตเช่นนี้ ทั้งสองก็หวังว่าจะแข็งแกร่งขึ้นและต้องการที่จะฝึกฝนให้เข้มข้นมากขึ้นกว่านี้

ในอีกสองวันข้างหน้า ผังป๋อดื่มน้ำสมุนไพรหกขวดติดต่อกัน เพื่อขยายทะเลแห่งความทุกข์ให้เปิดออกมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

อย่างไรก็ตามหลังจากดื่มของเหลวไป่เกาขวดที่เจ็ด เขาก็รู้สึกไม่สบายใจ และความเจ็บปวดในทะเลทุกข์เหมือนกับถูกเข็มทิ่มแทง

“ความเร็วในการฝึกฝนยังไม่พอ ผู้อาวุโสช่วนฝ่าบอกว่าสาวกที่เพิ่งเริ่มต้นการฝึกฝนจะไม่สามารถใช้ยาพวกนี้ได้มากเกินไป ดังนั้นการที่สำนักแจกจ่ายให้คนละขวดในรอบสามเดือนก็ถือว่าสมเหตุผล…” ผังป๋อเหงื่อออกและมีใบหน้าขมขื่น

"ข้าจะไปหาคนมาช่วย" เย่ฟ่านกำลังจะผลักประตูออกไป

“ไม่ ข้าจะฝ่าฟันมันไปได้”

ผังป๋อยืนกรานไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร เขาดิ้นรนมาเกือบทั้งวันและความเจ็บปวดก็ค่อยๆหายไปแล้ว

“ศิษย์สามัญใช้เพียงหนึ่งขวดในสามเดือน ต้นกล้าเซียนอย่างข้าดื่มหกหรือเจ็ดขวดในสองวันนับเป็นเรื่องที่ธรรมดาอย่างยิ่ง”

หลังจากนั้นผังป๋อก็มีสีหน้าแปลกๆเหมือนกับนึกอะไรขึ้นได้แล้วจึงกล่าวว่า

“เจ้าก็ดื่มไปหกหรือเจ็ดขวดเหมือนกัน ทำไมเจ้าไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย มิหนำซ้ำตอนนี้ดูเหมือนว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นด้วย อย่าบอกนะว่าทะเลแห่งความทุกข์ของเจ้ากำลังจะเปิดออก? ?”

เย่ฟ่านส่ายหัว กงล้อแห่งชีวิตและทะเลแห่งความทุกข์ของเขายังคงเงียบไม่มีความผันผวนเลย ประโยชน์เพียงอย่างเดียวของการฝึก "เต๋าจิง" คือทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นไม่หยุด

“การดื่มหกหรือเจ็ดขวดไม่ใช่เรื่องแปลก ดูเหมือนว่าจะอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ เย่ฟ่านเจ้าคงต้องเพิ่มปริมาณอีก บางทีอาจมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นก็ได้”

"อย่าไร้สาระไปหน่อยเลย หากว่าข้าดื่มมากเกินไปจนร่างกายระเบิด เรื่องนี้คงสร้างความขบขันให้กับผู้คนไปอีกหลายปี”

“ผ่อนคลายเถอะ เนื่องจากพวกเขาระบุว่าข้าเป็นต้นกล้าเซียนหากว่าของที่พวกเรายึดมานี้สามารถสร้างอันตรายให้พวกเราได้พวกเขาคงมายึดกลับไปแล้ว

ผู้อาวุโสอู๋ชิงเฟิงกล่าวมากกว่าหนึ่งครั้ง สภาพจิตใจของผู้ฝึกฝนมีความสำคัญมาก เขารู้ดีถึงศักยภาพของข้า แต่เขาไม่อยากให้ข้าหยิ่งผยองมากเกินไป

นั่นทำให้เขาส่งเราไปศึกษาที่หน้าผาหลิงซู่ ดังนั้นพวกเราควรจะใช้สมุนไพรพวกนี้ให้เต็มที่ หลังจากนี้รับรองได้ว่าทางสำนักจะต้องส่งของที่ล้ำค่ามากกว่านี้มาอีกอย่างแน่นอน "

ผังป๋อพูดอย่างมีเหตุผล เย่ฟ่านก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มีความเป็นไปได้เช่นกัน

ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขานั้นเป็นเหมือนที่น้องดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีมารยาทต่อกันอีก และเย่ฟ่านก็กินยาวิเศษลงไปเป็นจำนวนมาก

หนึ่งขวด สองขวด สามขวด ...

หลังจากนั้นเย่ฟ่านก็ดำเนินการฝึกฝนตามวิธีการที่บันทึกไว้ในตำราเต๋าจิงอย่างเงียบๆ ในขณะนี้เขาไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ แต่การเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดก็ค่อยๆเกิดขึ้นในร่างกายของเขา ...

ทะเลแห่งความทุกข์สีทองค่อยๆก่อตัวขึ้น

ในวันนี้เย่ฟ่านดื่มน้ำสมุนไพรสิบสามขวดและเมื่อรวมกับอีกเจ็ดขวดที่เขาดื่มเมื่อสองวันก่อน แสดงว่าเขาดื่มพวกมันไปถึงยี่สิบขวดแล้ว

แต่ว่านอกจากรู้สึกว่าโลหิตที่อยู่ในร่างกายร้อนขึ้นเล็กน้อยกลับไม่มีความผิดปกติอย่างไร

เมื่อเห็นเขาดื่มแบบนี้ผังป๋อก็รู้สึกกลัวและพูดว่า

"หยุดเดี๋ยวนี้ พอก่อนเถอะ ข้ากลัวแล้ว แม้แต่หางตาของข้าก็ยังกระตุก ข้ากลัวว่าร่างกายของเจ้าจะระเบิดไปก่อนแล้วพวกเราจะไม่ได้พบกันอีก ... "

“เจ้านี่ชอบพูดเรื่องไร้สาระจริงๆ...”

ณ จุดนี้ เย่ฟ่านเริ่มสัมผัสได้แล้วว่าทะเลแห่งความทุกข์ของเขามีปฏิกิริยาอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

“ดูเหมือนว่าข้ามีความรู้สึกแปลกๆ”

“อะไรนะ ได้ผลหรือเปล่า”

จู่ๆผังป๋อก็แสดงสีหน้ามีความสุขและกล่าวว่า

“ข้าไปหาผู้อาวุโสอู๋ชิงเฟิงให้เขาแนะนำเจ้าดีกว่า”

เย่ฟ่านหยุดเขาและพูดว่า

“อย่าไป ข้าจะพยายามเอง”

ผู้อาวุโสอู๋ชิงเฟิงเคยกล่าวไว้ว่าร่างกายของเย่ฟ่านสามารถพึ่งพาตนเองได้เท่านั้น และบุคคลภายนอกไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้

เขาเคยกล่าวไว้ว่าถ้ากงล้อแห่งชีวิตของคนธรรมดาเป็นดิน กงล้อชีวิตของเย่ฟ่านก็คือเหล็กชิ้นหนึ่ง

หลังจากเพาะเมล็ดในดินแล้วจะต้องหมั่นดูแลและฟื้นฟูด้วยความระมัดระวัง เมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าที่ปลูกลงไปถึงจะสามารถงอกงามขึ้นมาได้

แต่กงล้อแห่งชีวิตของเย่ฟ่านเป็นโลหะ ต่อให้บำรุงเลี้ยงดูเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋ามากแค่ไหนก็เป็นเรื่องยากที่มันจะสามารถเติบโตขึ้นมาได้

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เฉพาะเมื่อมีความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเขาขึ้นเอง มิฉะนั้นไม่ว่าโลกภายนอกจะยอดเยี่ยมเพียงใด ก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดๆ

เย่ฟ่านมีความรู้สึกแปลกๆและเขารู้สึกตื่นเต้นมาก ร่างกายของเขาถูกเรียกว่าเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์ในสมัยโบราณ แต่ตอนนี้ถือว่าเป็นร่างกายที่ไร้ประโยชน์

แต่นั่นมันสำหรับคนอื่น เย่ฟ่านรู้สึกเสมอว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเขานั้นเกี่ยวข้องกับโลงศพทองแดง และเขาไม่คิดว่ามันจะมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับตัวเขาโดยต้องการสร้างให้เขากลายเป็นคนไร้ประโยชน์ในโลกนี้

จบบทที่ 50 - กงล้อแห่งชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว