เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

35 - ความแค้น

35 - ความแค้น

35 - เธอไม่ใช่แฟนฉัน


35 - เธอไม่ใช่แฟนฉัน

เย่ฟ่านมองไปเพื่อนๆที่กลายเป็นคนชราผมหงอกหลายสิบคนและไม่สามารถพูดได้เป็นเวลานาน พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นที่คุ้นเคยกันดี แต่ทุกคนกลับกลายเป็นแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกกลัวมาก

ผังป๋อยังตกตะลึงไม่หาย เขาโชคดีแล้วที่กลับกลายมาเป็นเด็ก หากเขาต้องเป็นคนแก่อย่างที่เห็นอยู่ตอนนี้เขาคงต้องฆ่าตัวตายอย่างเดียว

ทั้งสองคนรีบไปตรวจสอบสถานการณ์ของทุกคนที่อยู่ตรงนั้น โชคดีที่ทุกคนยังหายใจและไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

"อะไร"

ผังป๋อพบหลิวอี่อี้ในกอหญ้า เธอไม่ได้ดูเปลี่ยนแปลงอะไร เธอยังคงบอบบางและอ่อนแอเหมือนเมื่อก่อน เธอนอนหลับตาและดูน่าสงสารเหมือนเดิม

สิ่งนี้ทำให้เย่ฟ่านและผังป๋อมีความสุขมาก พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลิวอี่อี้ตั้งแต่ที่เรียนอยู่ด้วยกัน ดังนั้นหากเธอกลายเป็นคนแก่เหมือนกับคนอื่นมันคงเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากสำหรับเธอ

เย่ฟ่านค้นพบจางจื่งหลิงใต้ต้นไม้โบราณ และตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะอายุสี่สิบได้ แม้ว่าดูแก่ชราขึ้นมากแต่เขาก็ยังไม่แก่เท่ากับโจวยี่และคนอื่นๆ

“จื่อหลิงสุดหล่อกลายเป็นลุงไปแล้ว” ผังป๋อยังคงสบายๆและไม่กังวลกับสถานการณ์ของตัวเอง

ไม่นานนักที่หลิวอี่อี้ตื่นขึ้น เมื่อเห็นเย่ฟ่านและผังป๋อเธอก็ปิดปากด้วยความประหลาดใจ

ในไม่ช้าจางจื่งหลิงก็หันกลับมา และเมื่อเขาเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองเขาก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนสุดเสียง

เขาเปลี่ยนจากชายหนุ่มรูปงามกลายเป็นคุณลุงวัยกลางคนที่หล่อเหลา เรื่องเช่นนี้ไม่มีใครยอมรับได้อย่างแน่นอน

“นายจะตะโกนไปทำไม ถ้านายเห็นคนอื่นนายจะรู้ว่าตัวนายโชคดีแค่ไหนแล้ว”

จางจื่งหลิงได้ยินคำพูดกระแนะกระแหนของผังป๋อเขาก็เหลือบมองไปยังโจวยี่ หลี่เสี่ยวม่าน และคนอื่นๆ เสียงร้องของเขาหยุดลงทันที ในเวลานี้เขารู้สึกโล่งใจเล็กน้อย

“เป็นไปได้ยังไง...” เขาตกตะลึงแต่ก็ยังดีกว่าความสิ้นหวังในตอนที่ตื่นขึ้นใหม่ๆ

มีคนนับสิบคนนอนอยู่ตรงนั้น เย่ฟ่านและผังป๋อกลับสู่วัยเด็กหลิวอี่อี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยแต่จางจื่งหลิงสูญเสียอายุไปประมาณ 20 ปี

ในขณะที่คนอื่นดูไม่ได้เลย พวกเขากลายเป็นคนแก่อายุ 70 80 ปีที่มีร่างกายทรุดโทรมเป็นอย่างมาก

เย่ฟ่านและผังป๋อมองหน้ากัน และทั้งสองก็นึกถึงผลไม้สีแดงใสราวคริสตัลในทันที

เมื่อพวกเขากินมันเข้าไปในตอนนั้น พวกเขารู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมและสามารถฟื้นคืนพลังงานอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ดูเหมือนว่าผลไม้จะส่งผลที่น่าอัศจรรย์กับพวกเขา!

ทุกคนแก่ชราลงโดยไม่ทราบสาเหตุ และมีเพียงผู้ที่กินผลไม้นี้เท่านั้นที่ต้านทานการกัดเซาะของกาลเวลาหลายปีได้

“สิ่งที่ทำให้ทุกคนกลายเป็นคนแก่ลงน่าจะเกี่ยวข้องกับดินแดนต้องห้าม” เย่ฟ่านคาดเดาเช่นนั้น

ดินแดนต้องห้ามโบราณถูกทิ้งร้างและแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เรื่องนี้สมเหตุสมผลอย่างยิ่งไม่เช่นนั้นดินแดนที่กว้างใหญ่ไพศาลจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม พวกเขาออกมาอย่างปลอดภัยโดยไม่มีอันตรายซึ่งไม่สอดคล้องกับสามัญสำนึก ดังนั้นเมื่อพวกเขาพบว่าตัวเองแก่ชราลงเรื่องนี้ก็ค่อนข้างสมเหตุผล

“ใช่ มันคงเป็นเพราะดินแดนโบราณที่ต้องห้ามนั้น!” ผังป๋อก็สรุปออกมาเช่นนี้

มีพลังอันน่าสะพรึงกลัวในดินแดนโบราณซึ่งทำให้ทุกคนสูญเสียความเยาว์วัยและพละกำลัง แต่ทำไมต้องรอให้พวกเขาออกมาก่อนมันถึงจะแสดงผล? สิ่งนี้ทำให้พวกเขางุนงงเล็กน้อย

“บางทีมันอาจจะเป็นเหมือนคำสาป เมื่อพวกเราเข้าสู่ดินแดนต้องห้ามอายุของพวกเราจะถูกแย่งชิงไปและไม่ว่าพวกเราจะไปอยู่ที่ไหนคำสาปนี้จะตามไปด้วย”

เย่ฟ่านและผังป๋อรู้สึกดีใจที่พวกเขากินผลไม้พวกนั้นเข้าไปเป็นจำนวนมาก ไม่เช่นนั้นสภาพของพวกเขาคงไม่แตกต่างจากทุกคน

หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง ผู้คนก็ตื่นขึ้นทีละคน และทันใดนั้นก็มีเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นไม่หยุดบนยอดเขา

การแก่ก่อนวัยอันควรนี่เป็นเพียงสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดในโลก ในช่วงอายุ 20 กว่าปีนั้นเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดของชีวิตมนุษย์ แต่ในชั่วพริบทุกคนก็กลายเป็นคนก็แก่หงำเหงือก เรื่องนี้จะให้พวกเขาทนได้อย่างไร

“ทำไมฉันถึงกลายเป็นแบบนี้ล่ะ”

โจวยี่ยื่นมือออกไปอย่างสั่นเทาและลูบผิวที่มีรอยเหี่ยวย่นของตัวเอง เขาดึงเส้นผมที่หงอกขาวของเขาออกมาดูและส่งเสียงกรีดร้อง

"ทำไม?"

ถัดจากนั้นหวังจื่อเหวินก็ตัวสั่น ดวงตาของเขาขาวขุ่นในขณะที่เขามองไปรอบรอบ

"ฉันไม่เชื่อ ... "

"อา ... "

หลินเจี๋ยเกือบจะเป็นลมอีกครั้ง และเสียงกรีดร้องของเธอก็ทำให้นกทุกตัวในป่าบนภูเขากระจัดกระจายไปด้วยความตกใจ

ความแก่ชราเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีความสวยเหมือนเธอ

ร่างกายที่มีความงามตามธรรมชาติและความเย้ายวนผ่องใสต้องกลับกลายเป็นหญิงชราที่มีผิวหนังเหี่ยวย่น เรื่องนี้โหดร้ายยิ่งกว่าความตายเสียอีก

ในอีกด้านหนึ่งหลี่เซียวม่านเองก็เช่นเดียวกัน เธอกำลังลังเลอยู่ว่าเธอจะฆ่าตัวตายดีหรือไม่ เส้นผมที่เคยดำงดงามของเธอเหี่ยวแห้งเหมือนกับกอหญ้า ผิวพรรณของเธอเหี่ยวย่นแม้แต่ดวงตาก็ยังว่าฟ่าฟางเล็กน้อย

เมื่อเห็นเย่ฟ่านกำลังเดินเข้ามาหลี่เสี่ยวม่านก็กรีดร้องด้วยความตกใจ

"อย่าเข้ามา!"

เธอเอามือปิดหน้าและร้องไห้ต่อไป จากนั้นจึงฝังศีรษะไว้ที่เข่าของตัวเอง

เย่ฟ่านไม่ได้เดินเข้าไปมากกว่านั้นเพราะไม่ต้องการให้เธอเสียใจไปมากกว่านี้ เขาหยุดอยู่กับที่แล้วกล่าวปลอบโยนว่า

"อย่าเพิ่งสิ้นหวัง ทุกอย่างต้องมีทางแก้ไข"

มีเมฆมืดครึ้มอยู่บนยอดเขา ผู้คนมากมายต่างหมดหวังที่จะมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้เห็นเด็กอายุสิบเอ็ดสองปีสองคน คือเย่ฟ่านและผังป๋อยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้พวกเขาอยากฆ่าตัวตาย

คนส่วนใหญ่อายุมากจนแทบจะเดินไม่ไหว แต่ทั้งสองคนกลับกระปรี้กระเปร่า การเปรียบเทียบนี้ทำให้หลายคนคุ้มคลั่งจนเกือบเป็นบ้า

“โอ้ย พระเจ้า ... เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้!” เคดแสดงความรู้สึกเศร้าโศกออกมาเป็นภาษาจีน

“ปีศาจผมทองอย่าเสียใจไปเลย” ผังป๋อเดินไปตบไหล่เขาอย่างอ่อนโยนและพูดว่า

"การแก่เฒ่าร่วมกับคนรักเป็นเรื่องที่โรแมนติกที่สุดในโลก"

ตอนนั้นเคดร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กๆว่า

"เธอไม่ใช่แฟนของฉัน"

ผังป๋อตะลึงงันจากนั้นก็เหลือบมองหลี่เสี่ยวม่านโดยไม่ได้พูดอะไร

“เย่ฟ่าน ทำไมนายถึงไม่แก่เหมือนคนอื่น?”

โจวยี่สงบลงก่อนเพื่อน เขาจ้องไปที่เย่ฟ่านและผังป๋อจากนั้นดวงตาของเขาก็เปล่งประกาย

คนอื่นๆก็ได้ระงับความเศร้าโศกไว้ชั่วคราวและหันมามองพวกเขา

ผังป๋อรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของโจวยี่ และเขาพูดอย่างเฉยเมยว่า

“เรื่องนี้ไม่สามารถตำหนิเราได้ แท้ที่จริงแล้วพวกเราไม่ใช่มนุษย์เหมือนกับพวกนาย พวกเราเป็นสายพันธุ์ที่แตกต่างซึ่งซ่อนตัวอยู่ในโลกมาหลายล้านปี”

หลินเจี๋ยหยุดร้องไห้และมองไปที่เย่ฟ่าน เธอถามอย่างจริงจังจนเกือบจะขอร้อง

"เย่ฟ่านทำไมนายถึงไม่แก่เหมือนคนอื่น บอกความจริงกับพวกเรา"

เย่ฟ่านไม่รู้จะบอกเธอยังไง ผลไม้พวกนั้นถูกเขากินได้หมดแล้วดังนั้นพวกเขาได้แต่หาวิธีอื่น

“ออกไปจากที่นี่ ... ไปที่วังของเซียนนั่น!”

โจวยี่ยืนขึ้นอย่างสั่นเทาและชี้ไปที่ภูเขาสูงในระยะไกล ที่ซึ่งมีอาคารมากมายตั้งอยู่ราวกับพระราชวังบนท้องฟ้า

แม้ว่าร่างกายของเขาจะแก่แต่จิตใจของเขาไม่ได้ชราภาพ มีคนสามารถขี่นกกระเรียนอยู่ที่นั่นได้ สถานที่แห่งนั้นจะต้องเป็นที่อยู่ของเซียนอย่างแน่นอน

ทุกคนสนับสนุนความคิดนี้และเดินลงมาจากภูเขาภายใต้การประคับประคองของกันและกัน

หลายคนอายุมากขึ้น และการเดินทางของพวกเขาก็ช้าลงมาก เย่ฟ่าน ผังป๋อ หลิวอี่อี้และจางจื่งหลิง ต้องดูแลพวกเขาในระหว่างทางด้วย

“ปู่โจวกับปู่หวัง ฉันจะช่วยพวกนายเอง”

ผังป๋อเดินอยู่ตรงกลางและประคองหวังจื่อเหวินกับโจวยี่ให้เดินไปพร้อมกัน

ไม่รู้ว่าทำไม หลี่เสี่ยวม่านเลือกที่จะปล่อยให้เย่ฟ่านประคับประคองเธอเดินไปเรื่อยๆ เธอไม่ได้พูดอะไรเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตลอดเวลา

จบบทที่ 35 - ความแค้น

คัดลอกลิงก์แล้ว