เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

26 - กล่าวหา

26 - กล่าวหา

27 - แผนที่ท้องฟ้าดวงดาวโบราณ


27 - แผนที่ท้องฟ้าดวงดาวโบราณ

เย่ฟ่านใช้มือสัมผัสกับโลงศพโบราณทองแดง เขายืนอยู่ตรงนั้นเหมือนกับว่าสติล่องลอยออกไปจากร่าง

ลมหายใจที่แผ่วเบาดังออกมาจากโลงศพทองแดง เหมือนกับว่าคนที่อยู่ภายในนั้นไม่สามารถรักษาสภาพร่างกายในปัจจุบันไว้ได้แล้ว

ในระยะไกล ทุกคนมองไปที่เย่ฟ่านอย่างเงียบๆ พวกเขาแสดงสีหน้าที่อธิบายไม่ได้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เพียงรู้สึกว่าเย่ฟ่านเป็นเหมือนเซียนที่บริสุทธิ์สูงส่งและไม่มีตัวตน

ตัวตนของเย่ฟ่านอยู่ตรงนั้น เสียงของทวยเทพเหมือนระฆัง ยาวและกว้างใหญ่ ในตอนที่เขาได้ยินครั้งแรกเขาไม่สามารถเข้าใจได้ แต่ทันทีที่เสียงระฆังดังขึ้นสิ่งที่เทพคนนั้นพูดเขาก็เข้าใจทุกถ้อยคำ

“พวกเจ้าจะเดินทางเข้าสู่ดินแดนแห่งทวยเทพ” เสียงนั้นทำให้เย่ฟ่านตกตะลึง

ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม มีเพียงเสียงสวดมนต์ของพุทธศาสนาที่ยังคงดังกึกก้องอย่างต่อเนื่อง

เสียงสวดมนต์นี้พุ่งตรงเข้าหาจิตใจของเย่ฟ่าน ทำให้เขาเกิดความสั่นสะเทือนเหมือนกับมองเห็นภูเขาและแม่น้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า

จากนั้นแสงจันทร์ที่อยู่บนท้องฟ้าก็สาดส่องลงมาที่ผิวน้ำ มีอักขระโบราณหลายร้อยตัวที่สลักไว้อย่างชัดเจนในหัวใจของเย่ฟ่านแต่เสียงสวดมนต์ยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง

ในระหว่างกระบวนการนี้ เมล็ดโพธิ์ที่อยู่บริเวณหน้าอกของเย่ฟ่านยังคงมีความร้อนอยู่ซึ่งทำให้ร่างกายของเขาอบอุ่นและเกิดความสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ตำนานเล่าว่าต้นโพธิ์สามารถทำให้มนุษย์ตระหนักถึงเส้นทางที่จะเป็นเทพเจ้า เห็นได้ชัดว่าเมล็ดโพธิ์นี้คือต้นไม้อ่อนของต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่หน้าวัดต้าเล่ยหยิน

เย่ฟ่านสัมผัสกับโลงศพทองแดงมาเป็นชั่วโมงแล้ว ทุกคนรู้สึกหวาดกลัวบางคนก็พยายามส่งเสียงแนะนำให้เขาเลิกทำสิ่งนี้

แต่สุดท้ายดูเหมือนว่าเสียงของทุกคนจะไม่สามารถส่งผลต่อเย่ฟ่านได้

ผังป๋อเดินไปเขย่าตัวเย่ฟ่านสองสามครั้งแต่เห็นได้ชัดว่าเย่ฟ่านไม่ได้รู้สึกถึงการกระทำของเขา ดังนั้นผังป๋อจึงทุบไหล่ของเย่ฟ่านหนักๆอีกครั้งเพื่อเรียกสติของเขากลับคืนมา

แต่การกระทำของผังป๋อก็เปล่าประโยชน์ มิหนำซ้ำยังมีพลังที่ไร้รูปลักษณ์บางอย่างกระแทกมือของผังป๋อให้ออกห่างจากเย่ฟ่านอีกด้วย

ท้ายที่สุดผังป๋อก็ได้แต่ยืนรออยู่ตรงนั้น เขาไม่คิดว่าเย่ฟ่านจะได้รับอันตรายเพราะใบหน้าของเย่ฟ่านในเวลานี้มีความสงบเป็นอย่างมาก

“หรือว่าปีศาจตัวนั้นพยายามจะแย่งชิงร่างกายของเขา?” หลี่ฉางชิง จ้องไปที่โลงศพโบราณแล้วพูดออกมาด้วยความกลัว

เมื่อคนอื่นๆได้ยินคำพูดนี้พวกเขาก็ถอยหลังกลับอย่างรวดเร็ว โลงศพทองแดงนี้มีความแปลกประหลาดเป็นอย่างมากมันทำให้ทุกคนรู้สึกไม่วางใจเมื่ออยู่ใกล้

“พ่**สิ แม้แต่ตอนนี้แกก็ยังจะพยายามใส่ร้ายเย่ฟ่าน ถ้าแกยังขืนพูดมากอีกระวังจะได้กินกำปั้นของฉัน”

ผังป๋อหันกลับมามองด้วยสีหน้าดุร้าย

“อย่าส่งเสียงดัง บางทีเขาอาจจะกำลังเข้าสู่ภาวะรู้แจ้งเหมือนที่ในตำราโบราณว่าไว้” โจวยี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้นจึงมองไปรอบๆโลงศพทองแดงแล้วกล่าวว่า

"ไม่รู้ว่าจระเข้พวกนั้นติดมาที่นี่กี่ตัว พวกเราน่าจะมองหามันดีกว่า"

หลังจากที่ถูกโจวยี่เตือนสติพวกเขาก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที

ในตอนนี้พวกเขาเห็นแล้วว่าจระเข้ตัวหนึ่งได้แอบขึ้นมากับพวกเขา ไม่รู้ว่ายังมีพี่น้องของพวกมันอีกเท่าไหร่ที่แอบขึ้นมาด้วย

ผู้คนไม่ได้กระจัดกระจายเกินไป พวกเขาแยกกันเป็นสองกลุ่ม เพื่อดูแลกัน ในเวลานี้โทรศัพท์ของใครที่ยังมีแบตเตอรี่เหลืออยู่ต่างก็ถูกใช้ออกมาเพื่อตามหาจระเข้พวกนั้น

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ค้นหาทุกซอกทุกมุมแล้วพวกเขาก็ไม่เห็นจระเข้เพิ่มเติม ในเวลานี้พวกเขากลับมารวมกันอีกครั้งด้วยสีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย

ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่กล้าพูดคุยกันเสียงดัง โลงศพทองแดงนั้นมีขนาดใหญ่เกินไปและไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือก็ไม่ใช่ว่าจะสว่างมากนัก พวกเขาจึงไม่กล้ารับประกันว่าจะไม่มีจระเข้เหลืออยู่จริงๆ

"ระมัดระวังเกาะกลุ่มกันไว้อย่าเดินไปไหนคนเดียว" หลินเจี๋ยเตือนทุกคนและในขณะเดียวกันก็โล่งใจเล็กน้อย

แคร่ง!

ทันใดนั้น ทุกคนก็ได้ยินเสียงแปลกๆ แม้ว่ามันจะเบามากและแทบไม่ได้ยิน แต่ก็ทำให้จิตใจของผู้คนตกตะลึง!

มันเป็นเสียงดังที่เหมือนจะมาจากห้วงเวลาอันห่างไกล มืดมนและเต็มไปด้วยความโศกเศร้า จากนั้นเสียงระฆังก็ดังขึ้นทำให้ทุกคนรู้สึกหดหู่หัวใจเป็นอย่างมาก

“เสียงมาจากไหนวะ”

ผังป๋อตะโกนออกมาและมองหาไปรอบๆ

แต่เสียงระฆังที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกนั้นดูเหมือนจะดังมาจากด้านนอกของโลงศพทองแดง

“นี่...เป็นเพลงไว้ทุกสำหรับจักรพรรดิโบราณที่เสียชีวิตไม่ใช่หรือ?”

ทันใดนั้นเสียงจากเครื่องดนตรีชนิดอื่นก็ชัดเจนมากขึ้น ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็ได้ยินเสียงสวดภาวนาของใครหลายๆคนดูเหมือนจะกำลังเรียกชื่อของผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง

คนพวกนั้นกำลังคร่ำครวญและร้องไห้ให้กับผู้ยิ่งใหญ่ที่จากไปคนนั้น เสียงดังมากขึ้นเรื่อยๆทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนมีงานศพขนาดใหญ่ถูกจัดขึ้นที่ด้านนอกของโลงศพทองแดง

ในทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ดังขึ้นเก้าครั้งติดต่อกัน พร้อมกันนั้นรูปสลักบนฝาของโลงศพทองแดงก็เรืองแสงขึ้นมา

ในเวลานี้ทุกคนมีความรู้สึกแปลกๆ เหมือนกับว่าพวกเขาได้เห็นฉากของจักรพรรดิโบราณที่เสด็จมายังดินแดนอันกว้างใหญ่ จากนั้นก็เป็นงานศพที่มีผู้คนมากมายเข้าร่วม มันยิ่งใหญ่ระดับที่พวกเขาไม่เคยเห็น

หลังจากนั้นภาพก็หายไป แต่เสียงร้องคร่ำครวญของผู้คนจำนวนมากยังคงตราตรึงอยู่ในใจของพวกเขา

"วัตถุวิเศษในมือของเราส่องแสงอีกครั้งแล้ว ... "

ในเวลานี้ของวิเศษที่เคยดับลงไปแล้วบนแท่นบูชาห้าสีก็ได้เรืองแสงออกมาอีกครั้ง แต่ไม่ใช่เพื่อฟื้นฟูพลังศักดิ์สิทธิ์ พลังเทพทั้งหมดของพวกมันถูกดูดออกไปอย่างรวดเร็ว

แสงหลากสีหลายพันเส้นถูกดูดออกจากของวิเศษพวกนั้นแล้วไปรวมกันที่ผนังของโลงศพทองแดง

ผนังของโลงศพถูกปกคลุมด้วยคราบสนิมสีเขียวแต่ในเวลานี้ภาพที่ถูกแกะสลักไว้ก็ปรากฏขึ้นรอบๆผนังของโลงศพขนาดใหญ่

"ดูผนังพวกนั้นสิเหมือนกับท้องฟ้าเลย ... "

ทุกคนสังเกตเห็นความผิดปกติที่นั่น มันเป็นภาพแกะสลักโบราณที่จำลองท้องฟ้าและดวงดาวทั้งหมดขึ้นมา

นี่เป็นเหมือนท้องฟ้าจำลองและดวงดาวทุกดวงก็ส่องประกายอยู่ในขณะนั้น แต่ผนังโลงศพที่มืดเป็นพื้นหลังนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงเฉกเช่นท้องฟ้ายามค่ำคืน

"มีเส้นบางๆลากผ่านท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวพวกนี้ หรือว่านั่นคือเส้นทางโบราณที่พวกเราใช้เดินทางมาที่นี่"

ทุกคนมารวมตัวกัน มองดู พูดคุย และแสดงความคิดเห็น

ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวนี้กว้างใหญ่ราวกับทะเล ดวงดาวจำนวนมากมีขนาดเล็กเท่าฝุ่นธุลี แต่ก็ยังมีดาวบางดวงที่สว่างเป็นพิเศษ สะดุดตากว่าดาวดวงอื่นๆ และดึงดูดความสนใจของทุกคนได้อย่างรวดเร็ว

“ดาวทั้งเจ็ดดวงนี้สว่างเป็นพิเศษ ดูเหมือนว่าจะเป็นดาวฤกษ์ขนาดใหญ่!”

เมื่อได้ยินหวังจื่อเหวินกล่าว ทุกคนต่างก็จ้องมอง และตรงปลายสุดของเส้นทางโบราณ ดวงดาวขนาดใหญ่นั้นสะดุดตาเป็นพิเศษ

โจวยี่ไม่เพียงแต่เป็นลูกคนรวยเท่านั้นแต่เขายังเป็นคนที่มีความรู้มากมายจากการอ่านหนังสือหลายเล่มด้วย

"นี่คือดาวไถในแผนที่ดวงดาวของจีนโบราณ ฉันได้ดูแผนที่ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนี้แล้ว” โจวยี่วิเคราะห์ออกมา

“ใช่ ดูเส้นทางโบราณนี้สิ หรือว่ามันเป็นสิ่งที่พระผู้สร้างเดินทางมาที่โลกของเราและสร้างสรรค์สิ่งมีชีวิตขึ้น...”

ทุกคนประหลาดใจและไม่สามารถพูดได้เป็นเวลานาน

"ดูสิ เส้นบางๆวาววับบนท้องฟ้ากำลังขยายออกไป มันแสดงถึงทิศทางที่เรากำลังจะไป นี่มันเป็นเหมือนมอนิเตอร์ที่จำลองเส้นทางการเดินทางของพวกเรา"

"เส้นบางๆนี้กำลังเข้าใกล้ดาวไถแล้ว!"

ทุกคนงุนงงอยู่พักหนึ่ง เดิมทีพวกเขาอยู่บนภูเขาไท่ซานของโลก แต่ในเวลาไม่นานพวกเขาก็เคลื่อนตัวเข้าหาดาวไถที่อยู่ห่างจากโลกหลายล้านปีแสง

“หรือว่าปลายทางของพวกเราจะเป็นดาวไถนั้น” บางคนคิดขึ้นเช่นนี้ และมีความเป็นไปได้อย่างยิ่ง

"มันยากที่จะบอกได้ ดาวไถนั้นมีขนาดใหญ่และส่องสว่างมากเกินไป บางทีมันอาจจะเป็นดาวฤกษ์ บรรพบุรุษโบราณของพวกเราคงไม่สร้างประตูไว้ตรงนั้นอย่างแน่นอน"

ในเวลาเดียวกันก็เกิดแรงสั่นสะเทือนเบาๆที่โลงศพทองแดง

"หรือว่ามันลงจอดแล้ว ... "

“นี่เป็นสิ้นสุดเส้นทางโบราณหรือเปล่า?”

"เทพในตำนานจะอยู่ที่นี่หรือไม่... "

"ไม่แน่หรอก บางทีอาจจะเป็นอารยธรรมที่รุ่งเรืองมากกว่าโลกของเรา"

แม้ว่าทุกคนจะประหม่าแต่ก็เต็มไปด้วยความหวัง ในเวลานี้พวกเขาไม่ต้องการอยู่ในโลงศพทองแดงนี้อีกแล้ว

จบบทที่ 26 - กล่าวหา

คัดลอกลิงก์แล้ว