- หน้าแรก
- ปลุกพลังหมื่นชาติ ชาติก่อนของผมคือผานกู่
- บทที่ 3 ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งบู๊ตึ๊ง! ยอดปรมาจารย์มวยภายใน! (ปลาย)
บทที่ 3 ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งบู๊ตึ๊ง! ยอดปรมาจารย์มวยภายใน! (ปลาย)
บทที่ 3 ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งบู๊ตึ๊ง! ยอดปรมาจารย์มวยภายใน! (ปลาย)
บทที่ 3 ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งบู๊ตึ๊ง! ยอดปรมาจารย์มวยภายใน! (ปลาย)
บนดาดฟ้าตกอยู่ในความเงียบงัน
มีคนขยี้ตาแล้วถามขึ้นเสียงเบา
"แสงในตาของเขาเมื่อครู่นี้คืออะไรน่ะ?"
"ดูเหมือนจะเป็น... สัญญาณที่เกิดขึ้นเมื่อวรยุทธ์ฝึกปรือถึงขั้นสูงสุด"
"ชาติก่อนที่เขาปลุกพลัง คือปรมาจารย์วรยุทธ์งั้นเหรอ?"
"นี่มัน... จะดวงดีไปหน่อยมั้ง!"
...............
หลิงเฉินเก็บซ่อนรูปจำลองมหาไท่จี๋ในดวงตา แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
ในขณะที่เขากำลังเตรียมจะสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ในร่างกายอย่างละเอียด
เขาก็เห็นครูฝึกฉินสาวเท้าเดินเข้ามาหาด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับถามด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น
"คุณหลิงเฉิน ชาติก่อนที่คุณปลุกพลังคือปรมาจารย์ท่านไหนหรือ?"
หลิงเฉินไม่ได้ปิดบัง "คือท่านจางซานเฟิงครับ"
ครูฝึกฉินอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยเชื่อหูตัวเอง "ที่คุณพูดหมายถึง... ท่านจางแห่งสำนักบู๊ตึ๊งท่านนั้นน่ะหรือ?"
หลิงเฉินพยักหน้า
ในห้วงความคิดของเขา ปรากฏหน้าต่างจำลองอันเก่าแก่ขึ้นมา
ชาติก่อน: จางซานเฟิง (ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งบู๊ตึ๊ง)
ขอบเขต: ขอบเขตวรยุทธ์ปุถุชน·ระดับสูง
วิชา: เคล็ดวิชาใจไท่จี๋, เพลงกระบี่เจินอู่เจ็ดพิฆาต, เคล็ดวิชาบริสุทธิ์หยางไร้ขีดจำกัด......
ระดับความเข้ากัน: 18%
คำประเมิน: สืบสานอดีตเปิดสู่อนาคต ก่อตั้งสำนักวิชา เพลงหมัดเพลงกระบี่ไท่จี๋ แผ่เมตตาคุ้มครองปวงประชา
...............
ในโลกใบนี้ ชื่อของจางซานเฟิงนั้นโด่งดังยิ่งกว่าบนโลกเดิมเสียอีก
เขาได้รับการยกย่องให้เป็นบรรพชนมวยภายใน และเป็นยอดปรมาจารย์แห่งวิถีวรยุทธ์
เมื่อได้รับคำตอบที่ยืนยันแน่ชัด ครูฝึกฉินก็ยิ่งไม่อาจรักษาความสงบไว้ได้
"เป็นท่านจางจริงๆ หรือ? คุณหลิงเฉิน... รอประเดี๋ยวหนึ่งนะ!"
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วรีบหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมา ก่อนจะเดินหลบไปยังมุมหนึ่งของดาดฟ้า
ทันทีที่ครูฝึกฉินเดินจากไป บนดาดฟ้าก็ระเบิดความโกลาหลขึ้นทันที
ทุกคนพากันกรูเข้ามาห้อมล้อมเขาไว้
"นายปลุกพลังกลายเป็นจางซานเฟิงจริงๆ เหรอ?"
"ถึงกับเป็นปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งบู๊ตึ๊ง! บรรพชนมวยภายใน! ว้าว! สุดยอดไปเลย!"
"พี่หลิง... ตอนนี้พี่รู้สึกยังไงบ้าง? พี่สามารถใช้ฝ่ามือเดียวซัดหินยักษ์ให้แตกละเอียดได้เลยใช่ไหม?"
"ท่านจาง! นั่นมันไอดอลของฉันเลยนะ! เฮ้ยๆๆ... ทำไมคนที่ปลุกพลังถึงไม่ใช่ฉันฟะ?"
"พี่หลิง เรามาเพิ่มเพื่อนกันเถอะ! เดี๋ยวผมสแกนพี่เอง!"
..............
คำถามที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทางทำให้หลิงเฉินถูกกลืนหายไปในฝูงชน
ที่มุมดาดฟ้า
ครูฝึกฉินกำลังติดต่อตรงไปยังสำนักงานใหญ่กรมตรวจการเมืองหลินเฉวียน
หน้าที่ของเขาคือการชี้แนะและบันทึกข้อมูล
แต่หากพบผู้ปลุกพลังที่มีพรสวรรค์สูงส่ง จำเป็นต้องรายงานขึ้นไปในทันที
"ฮัลโหล! ผู้ตรวจการเซิ่น..."
................
ณ ห้องประชุมแห่งหนึ่งในสำนักงานใหญ่กรมตรวจการเมืองหลินเฉวียน
"อะไรนะ?! ปลุกพลังเป็นจางซานเฟิงงั้นเหรอ..."
เซิ่นเฉียนซาน หนึ่งในสามผู้ตรวจการแห่งเมืองหลินเฉวียน แทบจะทำเครื่องมือสื่อสารในมือหลุดร่วง
น้ำเสียงที่เดิมทีพยายามกดให้ต่ำ กลับพุ่งปรี๊ดขึ้นเป็นเสียงสูงทันที
แต่เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยจากเพื่อนร่วมงานอีกสองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ
เขาจึงรีบกดเสียงให้เบาลงทันที
"คุณแน่ใจนะ?"
"ตกลง! ผมจะไปเดี๋ยวนี้!"
เซิ่นเฉียนซานลุกพรวดขึ้นยืนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"ทั้งสองท่าน ทางเขตเฉิงตงมีสถานการณ์นิดหน่อย ผมขอตัวไปจัดการเดี๋ยวมา!"
"เฮ้ ตาเซิ่น! ฉันไปด้วย!" ผู้ตรวจการโจวซึ่งมีรูปร่างกำยำลุกขึ้นยืนตามทันที
เซิ่นเฉียนซานถลึงตาใส่เขาอย่างแรง "ไม่ต้อง เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ฉันจัดการคนเดียวได้!"
ผู้ตรวจการโจวลูบหัวล้านเลี่ยนของตัวเองพร้อมกับยิ้มร่า
"ตาเซิ่นอย่าเกรงใจไปเลย เรามันคนกันเองทั้งนั้น งานนี้ฉันช่วยเต็มที่!"
ผู้ตรวจการอีกคนมองภาพตรงหน้าด้วยความเคลือบแคลง ก่อนจะหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาบ้าง
"เขตเฉิงตงมีสถานการณ์งั้นเหรอ? เดี๋ยวฉันถามคนของฉันดูหน่อย!"
"ไอ้บ้า! หูทิพย์ของแกนี่มันยิ่งกว่าหูหมาเสียอีก!" เซิ่นเฉียนซานสบถออกมาคำหนึ่ง
"เอาละ เลิกแสดงละครกันได้แล้ว ฉันพูดตรงๆ เลยก็ได้!"
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าปรากฏร่องรอยแห่งความตกตะลึง "เมื่อครู่นี้... มีคนปลุกพลังเป็นจางซานเฟิง!"
ผู้ตรวจการอีกสองคนที่เพิ่งวางเครื่องมือสื่อสารลงถึงกับตัวแข็งทื่อ
"จาง... จางซานเฟิงคนไหน?"
"นายหมายถึง... ท่านจางแห่งบู๊ตึ๊งคนนั้นน่ะเหรอ?!"
เซิ่นเฉียนซานรีบขัดจังหวะเพื่อนร่วมงานทั้งสองคนที่เริ่มตื่นเต้น
"ตอนนี้ยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการ ครูฝึกที่ทำหน้าที่ชี้แนะเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคลากรเท่านั้น"
ผู้ตรวจการทั้งสองคนลุกพรวดขึ้นทันที
"งั้นยังจะรออะไรอยู่อีก? ไปกันเถอะ!"
"ตาเซิ่น นายนี่มันใช้ไม่ได้จริงๆ! ยอดอัจฉริยะขนาดนี้ นายคิดจะฮุบไว้คนเดียวงั้นเหรอ?"
ผู้ตรวจการโจวเอ่ยสมทบอย่างใส่อารมณ์ "จะว่าไป จนถึงตอนนี้ดูเหมือนจะยังไม่เคยมีใครปลุกพลังเป็นท่านจางมาก่อนเลยใช่ไหม? ถ้าข่าวนี้เป็นเรื่องจริง เกรงว่าทั่วทั้งแผ่นดินจิ่วโจวคงต้องสั่นสะเทือนแน่!"
เซิ่นเฉียนซานแค่นเสียงเย็นชาหนึ่งครั้ง ก่อนจะเป็นคนแรกที่พุ่งตัวออกจากห้องประชุมไป
.................
อีกด้านหนึ่ง
ครูฝึกฉินวางเครื่องมือสื่อสารลงแล้วระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เมื่อได้ยินเสียงอึกทึกบนดาดฟ้า ในดวงตาของเขาก็ฉายแววแห่งความอิจฉาออกมาวูบหนึ่ง
"ท่านจางงั้นหรือ..."
ตัวเขาเองปลุกพลังมาแล้วสองครั้ง
ครั้งแรกเป็นเสมียนบัญชี
ครั้งที่สองเป็นเจ้าหน้าที่ระดับต่ำ
หากวัดกันที่ความแข็งแกร่ง อีกฝ่ายแค่ปลุกพลังครั้งแรกก็ทิ้งห่างเขาไปจนมองไม่เห็นฝุ่นเสียแล้ว
ครูฝึกฉินยิ้มขื่นแล้วเดินกลับไปยังดาดฟ้า
"เอาละ เอาละ! มีเรื่องอะไรพวกเธอค่อยไปคุยกับคุณหลิงเฉินวันหลัง"
เขาช่วยพาหลิงเฉินออกมาจากวงล้อม พร้อมกับสั่งการไปด้วย
"ตอนนี้ นอกจากคุณหลิงเฉินแล้ว คนอื่นๆ สามารถกลับบ้านไปพักผ่อนก่อนได้
พรุ่งนี้เช้า ให้ไปรายงานตัวที่สำนักการปลุกพลังของเมืองเพื่อลงทะเบียนและทดสอบ ส่วนคุณหลิงเฉิน..."
บนดาดฟ้า หลิงเฉินที่เพิ่งโล่งอกไปได้ไม่นานพลันขมวดคิ้วแน่น เขามองไปที่ไกลๆ "เสียงอะไรน่ะ?"
"ตึง—"
พร้อมกับเสียงระเบิดดังสนั่นเลื่อนลั่น
พื้นคอนกรีตนอกดาดฟ้าพลันปริแตกออกเป็นรอยร้าว
วินาทีต่อมา
เศษหินและดินจำนวนมากถูกกระแทกจนกระเด็นออกไป
เงาร่างสีแดงฉานขนาดเท่าถังน้ำบิดตัวพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน
ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเปลือกหนาสีแดงเพลิง ราวกับสวมใส่ชุดเกราะที่กำลังลุกไหม้
ขาเดินสีแดงก่ำจำนวนนับไม่ถ้วนขยับยั้วเยี้ยจนทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกขนลุกซู่
ที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าคือ มันชูส่วนหน้าของลำตัวขึ้น แล้วพ่นเปลวเพลิงยาวหลายวาออกไปทางดวงตะวันสีเลือดบนท้องฟ้า
ภายใต้แสงอาทิตย์สีเลือดที่สาดส่อง ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นและเปลี่ยนแปลงรูปทรงอย่างที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เพียงชั่วพริบตาเดียว มันก็เติบโตจนมีความยาวถึงเจ็ดแปดจั้ง!