เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

23 - ยอดปีศาจที่พระพุทธเจ้าสยบด้วยพระองค์เอง

23 - ยอดปีศาจที่พระพุทธเจ้าสยบด้วยพระองค์เอง

24 - ภายในโลงศพทองแดง


24 - ภายในโลงศพทองแดง

“มันจะพาเราไปไกลแค่ไหน”

แม้แต่นักเรียนหญิงที่อ่อนแอซึ่งกำลังร้องไห้ก็ยังอดสงสัยในเรื่องนี้ไม่ได้

“เมื่อเราไปแล้วพวกเราจะมีโอกาสได้กลับมาอีกหรือเปล่า”

“นายคิดว่าพระเจ้ามีจริงไหม?”

หวังจื่อเหวินถามออกมาโดยไม่สนใจคำตอบ พวกเขามองเห็นทั้งมังกร โลงศพทองแดง วัดต้าเล่ยหยิน รวมไปถึงบรรพบุรุษจระเข้ คำตอบนั้นมันชัดเจนอยู่แล้ว

“บางทีเทพเจ้าเหล่านั้นอาจเป็นมนุษย์เหมือนกับพวกเรา พวกนายไม่รู้สึกแปลกใจเหรอที่เทพเหล่านั้นให้การปกป้องมนุษย์มากกว่าเผ่าพันธุ์อื่น”

“ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นมนุษย์หรือไม่ แต่เรื่องที่โลกนี้มีเทพหรือไม่นั้นไม่น่าสงสัยอีกต่อไป”

มีแท่นบูชาห้าสีบนยอดเขาไท่ซาน ซึ่งสร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษของมนุษย์ในสมัยโบราณ

ในอดีตก็มีตำนานเล่าว่า สามราชาห้าจักรพรรดิและเจ็ดสิบสองผู้ยิ่งใหญ่ต่างก็เคยมาแสวงบุญที่ภูเขาไท่ซานเป็นประจำทุกปี

"บางทีเทพเจ้าเหล่านั้นอาจเป็นบรรพบุรุษของพวกเราจริงๆ ... "

ราชาทั้งสามและจักรพรรดิทั้งห้าล้วนเป็นบุคคลที่ถูกยกย่องให้เป็นเทพเจ้า ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าโบราณสถานที่อยู่ในภูเขาไท่ซานอาจเป็นสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นเพื่อเดินทางไปยังอีกดินแดนหนึ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นในสมัยโบราณไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าแท่นบูชาห้าสีนั้นมีความเกี่ยวข้องกับประตูของดวงดาวที่ส่งพวกเขามาที่นี่

"ทำไมไม่พูดอะไรเลย?"

ตะเกียงทองแดงดับลงแล้วและภายในโลงทองแดงมืดสนิท และสถานที่แห่งนี้ก็ไม่ได้กว้างขวางมากนักดังนั้นทุกคนจึงนั่งอยู่ในบริเวณใกล้ๆกัน

เมื่อเห็นใครบางคนนั่งอยู่ที่เดิมเป็นเวลานานจึงทำให้หวังป๋อเกิดความสงสัย

“ทำไมไม่พอใจอะไรหรือเปล่า?”

ผังป๋อเริ่มไม่พอใจที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ตอบรับคำพูดของเขาดังนั้นเขาจึงเยาะเย้ยออกมาว่า

“นายเกือบผลักเย่ฟ่านออกจากแท่นบูชาห้าสี มันดีแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่โยนนายลงไปให้จระเข้พวกนั้นกิน .”

“เฮ้ ตื่นได้แล้วนายจะนอนไปจนถึงเมื่อไหร่” เพื่อนอีกคนก็ผลักเขาไปด้านข้างเบาๆ

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็คือคนคนนั้นล้มลงไปกับพื้นราวกับว่าเขาเป็นซากศพซากหนึ่ง

"อะไร?" คนที่ผลักเขาตกตะลึงอยู่ตรงนั้น

ในเวลานี้ทุกคนต่างก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ต่อให้พวกเขาจะหลับไปก็ไม่มีทางที่จะล้มลงกระแทกพื้น อย่างไรก็ตามเพื่อนของพวกเขาคนนั้นยังคงนอนแน่นิ่งโดยไม่ขยับตัว

“ตื่นได้แล้ว ตื่นเร็ว!”

ผังป๋อก้าวไปข้างหน้าแล้วสะกิดเขาเบาๆ ผังป๋อรู้สึกโกรธเล็กน้อยจึงกระชากคอเสื้อของเขาขึ้นมาแล้วตบหน้าเบาๆอีกครั้ง

“เอ๊ะ! ทำไมร่างกายของเขาแข็งทื่อ!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ทุกคนก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั่วร่างกาย ลางสังหรณ์บางอย่างเกิดขึ้นในใจของพวกเขา

เย่ฟ่านไม่รอช้ารีบยื่นมือไปอังที่จมูกของเพื่อนคนนั้นก่อนจะถอนหายใจพูดว่า

"เขาตายแล้ว"

"อะไร ?!" ทุกคนอุทานออกมาด้วยความตกใจ

พวกเขาเดินทางมาด้วยกันแล้วเพื่อนคนนี้จะไปไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร?

ก่อนหน้านี้เขายังกรีดร้องเบาๆทำให้ทุกคนตื่นขึ้น แต่ตอนนี้เขากลับตายไปแล้ว ตายอยู่ท่ามกลางเพื่อนทุกคน

ภายในโลงศพทองแดงเกิดความตึงเครียดขึ้นมาทันที ทุกคนตกอยู่ในความมืดที่แทบจะมองอะไรไม่เห็น ในเวลานี้พวกเขาต่างก็รีบไขว่คว้าไปที่วัตถุศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ชิ้น

“โทรศัพท์ใครยังมีแบตเหลืออยู่ขอยืมหน่อย?”

เย่ฟ่านขณะที่รับโทรศัพท์ของใครบางคนมาแล้วส่งไปที่ซากศพนั้น

ใบหน้าของเขาขาวซีด ดวงตาของเขาเบิกกว้างและโปนออกมาเล็กน้อย ในขณะที่ลิ้นของเขาก็ยื่นออกมาจากปาก

"ตายแล้วจริงๆ! ... "

เมื่อเห็นอย่างนี้ทุกคนก็ตกใจกลัว การเสียชีวิตอย่างกะทันหันทำให้พวกเขารับสภาพไม่ทัน ภายในโลงศพทองแดงนี้ดูเหมือนจะมีอันตรายไม่สิ้นสุด

เพื่อนร่วมชั้นที่กล้าหาญหลายคนเริ่มตรวจร่างกายทั้งหมดของเขา ต้องการหาสาเหตุว่าเขาตายได้อย่างไร

"ดูคอของเขา ... "

คอของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ดูเหมือนจะถูกอะไรบางอย่างรัดเข้าไปที่คออย่างแรง

"ผี ... มีผีอยู่ในโลงศพทองแดง!"

หญิงสาวคนหนึ่งรู้สึกหวาดกลัวเธอตัวสั่นและกรีดร้องออกมาราวกับว่าเสียสติไปแล้ว

เมื่อได้ยินประโยคนี้ จู่ๆก็ทำให้หลายคนรู้สึกเสียวซ่านที่หนังศีรษะ เมื่อมองไปที่แผลสีแดงที่อยู่บนลำคอของเพื่อนคนนั้นพวกเขาต่างก็หวาดกลัวเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะตอนนี้พวกเขาติดอยู่ในโลงศพทองแดงไม่สามารถหนีไปที่ใดได้

เย่ฟ่านขมวดคิ้วเขาเอื้อมมือไปแตะคอของศพและพบว่ากระดูกที่ลำคอของเขาถูกบีบจนแหลกละเอียด มีเพียงผิวหนังเท่านั้นที่ยังคงสภาพเดิม

ในเวลานี้รอยนิ้วมือที่อยู่บนลำคอยังคงไม่จางหายไป

“ไม่ใช่ฝีมือของผี มีใครบางคนฆ่าเขา!”

ในขณะนี้หลิวหยุนจื่อมีใบหน้ามืดมนเป็นอย่างมาก สายตาเย็นชาของเขาจ้องมองไปที่ใบหน้าของเย่ฟ่าน

ผังป๋อหันกลับมามองเขาแล้วตะโกนว่า

“แกหมายถึงอะไร”

“จากมุมมองของบาดแผลเขาน่าจะถูกใครบางคนบีบคอจนตาย”

น้ำเสียงของหลิวหยุนจื่อดูเย็นชามาก สายตาของเขาจับจ้องไปยังเย่ฟ่านและผังป๋อและกล่าวว่า

"มีเพียงคนที่อยู่ใกล้ๆเขาและแข็งแรงมากเท่านั้นถึงจะทำได้!"

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมาทุกคนก็เข้าใจเจตนาของเขา ประโยคของเขาชี้ไปที่เย่ฟ่านโดยตรง เพราะเขาอยู่ถัดจากผู้ตาย

ในขณะเดียวกันทุกคนก็รู้ดีว่าเขาเป็นคนแข็งแรงมีพละกำลังมากมายมหาศาลอีกด้วย

“เจ้าโง่!”

ผังป๋อรู้สึกรำคาญ เขาหยิบแผ่นป้ายทองแดงขึ้นมาถือไว้เตรียมจะฟาดออกไป

หลิวหยุนจื่อเยาะเย้ยมองที่เขาและพูดว่า

"นายต้องการฆ่าฉันอีกคนเหรอ"

เย่ฟานดึงผังป๋อกลับมา

“ต้องเป็นเย่ฟ่านแน่ๆ!”

เพื่อนนักเรียนหญิงที่ยืนอยู่ข้างหลิวหยุนจื่อและหลี่ฉางชิงอุทานออกมาด้วยความตกใจ

“มันต้องเป็นฝีมือของเย่ฟ่าน เขาทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นเรื่องที่เกิดขึ้นบนแท่นบูชา!”

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ คนอื่นๆก็นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้ และหลายคนก็ถอยกลับทันที

“ใช่ เย่ฟ่าน เขาฆ่าเพื่อนร่วมชั้นของเรา!” หลี่ฉางชิงกัดฟันและพูดว่า

"อาจมีคนอื่นช่วยเหลือเขาด้วย!"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ผังป๋อก็ดิ้นหลุดจากมือของเย่ฟ่านและเตรียมจะใช้ป้ายทองแดงตีหลี่ฉางชิง

“ปัง!”

หลิวหยุนจื่อกระแทกไม้เท้าวัชระของเขาลงกับพื้นทำให้แสงสีทองแผ่ออกมา

ทุกคนรู้สึกตกใจมาก ของวิเศษทั้งหมดแทบจะสูญเสียพลังไปแล้วมีเพียงไม้เท้าวัชระของหลิวหยุนจื่อเท่านั้นที่ยังคงทรงพลังเหมือนเดิม

“เย่ฟ่าน นายใจร้ายเกินไปแล้ว แม้ว่าเขาจะทำผิดแต่นายก็ไม่ควรฆ่าเขาแบบนี้...” หลิวหยุนจื่อถือไม้เท้าวัชระแล้วเดินคุกคามเข้าหาเย่ฟ่าน

“ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่ได้ฆ่าเขาพวกนายเชื่อไหม” เย่ฟ่านเหลือบมองทุกคน

“แน่นอนว่าฉันเชื่อ!” ผังป๋อตะโกนออกมาก่อนเพื่อน

“ฉันก็เชื่อเหมือนกัน!” จางจื่อหลิงก็ออกมาข้างหน้าเช่นกัน

เย่ฟ่านมองดูคนอื่นๆแล้วพูดว่า

“พวกนายไม่เชื่อเลย?” จากนั้นสายตาของเขาจับจ้องไปที่หลี่เสี่ยวม่าน

จบบทที่ 23 - ยอดปีศาจที่พระพุทธเจ้าสยบด้วยพระองค์เอง

คัดลอกลิงก์แล้ว