เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

21 - จระเข้

21 - จระเข้

22 - อสูรผู้เคยต่อสู้กับพุทธองค์


22 - อสูรผู้เคยต่อสู้กับพุทธองค์

จิตใจของทุกคนหนาวเหน็บ วิญญาณเกือบจะออกจากร่าง เสียงคำรามของบรรพบุรุษจระเข้มีพลังมหาศาล และดูเหมือนว่าจะสามารถกลืนกินจิตวิญญาณมนุษย์ได้

ถ้าไม่ใช่เพราะโลงศพทองแดงโบราณต้านทานไว้เกรงว่าทุกคนคงได้รับอันตรายไปแล้ว

ลมหายใจอันน่าสลดใจมาจากที่ไกลๆราวกับสึนามิ อสูรตัวใหญ่ที่หนีออกมาจากใต้ดินของวัดต้าเล่ยหยินไม่ได้เดินหน้าต่อไปแต่กลับหยุดนิ่งอยู่กับที่

ถึงจะเป็นอย่างนั้นพลังวิญญาณที่มันแผ่ออกมาก็ทำให้ทุกคนที่อยู่บนแท่นบูชาแทบจะคุกเข่าลงกับพื้น

ร่างของมันไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเพราะว่ากลุ่มเมฆและควันที่อยู่บนท้องฟ้าปกปิดร่างกายของมันแทบจะทั้งหมด

มันอยู่ห่างไกลจากทุกคนพอสมควรแต่พวกเขาก็สามารถมองเห็นรูปร่างอันใหญ่โตของมันที่ปกคลุมทั้งท้องฟ้าไว้แทบจะหมดสิ้น

นี่หรือคืออสูรโบราณที่พุทธองค์ทรงปราบปราม? นี่คือการมีอยู่ของตำนานที่แท้จริง แม้ว่าทุกคนจะเห็นมันด้วยตาของตัวเองแต่พวกเขาก็ยังรู้สึกเหมือนกับตกอยู่ในความฝัน

ในฐานะคนเมืองยุคใหม่หากมีคนบอกว่าพวกเขามองเห็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่สามารถบินอยู่บนท้องฟ้า คนคนนั้นจะต้องถูกตราหน้าจากผู้คนว่าเป็นคนหลอกลวงอย่างแน่นอน!

“โฮกกกกก...”

ทันใดนั้น จระเข้ก็ส่งเสียงคำรามเหมือนฟ้าร้อง หลายคนที่อยู่บนแท่นบูชาต่างก็ทรุดลงกับพื้นและเริ่มมีเลือดไหลออกจากใบหน้าของพวกเขา

นี่ไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพโดยตรง เพราะจระเข้ตัวนั้นไม่มีความกล้าที่จะเคลื่อนตัวเข้าหาโลงศพทองแดง ดังนั้นมันจึงใช้เสียงของตัวเองเพื่อสร้างอันตรายให้กับทุกคน

"ลุกขึ้น ลุกขึ้น!"

เพื่อนนักเรียนหลายคนที่ล้มลงกับพื้นมีเลือดไหลออกจากจมูกและปากพวกเขาไม่หยุด ทุกคนรู้สึกหมดแรงแทบจะไม่สามารถลุกขึ้นได้

เพื่อนนักเรียนหลายคนที่ยังยืนอยู่ก็พยายามดึงพวกเขาให้ลุกขึ้น

ในที่สุดก็มีคนสองสามคนที่ยืนขึ้นตามเสียงเรียกของเพื่อนๆ แต่ก็ยังมีอีกคนสองคนที่ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น จระเข้มากมายเข้ารุมล้อมพวกเขาในทันที

ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ภายในการโจมตีเพียงพริบตาสองชีวิตก็หายไปตลอดกาล ร่างกายของพวกเขาแหลกละเอียดยิ่งกว่าเนื้อสับที่อยู่บนเขียง

คนอื่นๆไม่มีเวลาช่วยเหลือ ในเวลานี้พวกเขาถูกรุมล้อมด้วยจระเข้นับพันตัว

จนถึงขณะนี้ มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 13 คน และอีก 17 คนที่เหลือก็ตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน ชีวิตเป็นสิ่งไม่เที่ยงและความตายก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

“โฮกกกก...”

ไกลออกไปบรรพบุรุษจระเข้ยังคงส่งเสียงคำรามไม่หยุด หลังจากที่มันยืนยันแล้วว่าโลงศพทองแดงไม่มีปฏิกิริยาอะไรมันก็เคลื่อนที่เข้าหาแท่นบูชาอย่างรวดเร็ว

ในเวลานี้เพียงมันเคลื่อนไหวสองสามครั้งก็ทำให้ทุกคนที่อยู่บนแท่นบูชาสามารถสัมผัสได้ถึงเสียงลมหายใจของมันแล้ว

ในเวลานี้มันหยุดยืนอยู่ที่ระยะห่างจากแท่นบูชาประมาณ 10 เมตร ในขณะที่ทุกคนมองไปที่ดวงตาของมันพวกเขาก็แทบจะวิญญาณหลุดออกจากร่าง

“นั่นอะไร …”

ทันใดนั้น ลมปีศาจก็พัดไปทั่วโลกสร้างเสียงหวีดหวิวราวกับภูตผีที่กำลังกรีดร้อง มันรุนแรงยิ่งกว่าพายุทรายก่อนหน้านี้หลายเท่า

หมอกสีดำขนาดมหึมาปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าพร้อมกันนั้นมือสีดำขนาดก็ใหญ่ยื่นออกมาและคว้าแท่นบูชาห้าสี

รูปร่างของมันคล้ายกับมือมนุษย์ เว้นแต่ว่ามันใหญ่โตเกินไป เพียงแค่นิ้วเดียวก็มีความยาวมากกว่า 10 เมตรสร้างความหวาดหวั่นให้กับทุกคนจนแทบสิ้นสติ

นี่คืออีกหนึ่งปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยถูกพระพุทธเจ้าปราบปรามอย่างแน่ชัด!

แม้จะถูกปิดผนึกมานานหลายพันปีแต่ในที่สุดมันก็ยังสามารถหลุดออกจากที่คุมขังได้

และในเวลานี้ในแผนภาพไท่จี๋ที่อยู่บนท้องฟ้าในที่สุดก็เกิดความสมบูรณ์ แสงหลากสีจากแผนภาพได้ส่องลงมายังแท่นบูชาก่อให้เกิดเป็นประตูดวงดาวขนาดใหญ่

"บูม"

แผนภาพไท่จี๋เปิดออก และพยายามดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนแท่นบูชาเข้าไป

มือใหญ่ที่ยื่นออกมาถูกพลังลึกลับผลักออกไปด้านนอก และในขณะเดียวกัน มังกรยักษ์ทั้งเก้าตัวที่ดูเหมือนจะตายไปแล้วก็เริ่มขยับตัวอีกครั้ง

แม้ว่าสัตว์ประหลาดทุกตัวที่อยู่ที่นี่จะรู้ว่ามังกรเหล่านี้ตายไปแล้วจริงๆแต่พวกมันก็หวาดกลัวอย่างยิ่ง ทันใดนั้นก็เกิดกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ขึ้นด้านบนที่แท่นบูชาพร้อมกับดูดกลืนจระเข้ทุกตัวเข้าไป

“ไป เข้าไปในโลงศพทองแดง!” เย่ฟ่านยืนขึ้นแล้วตะโกนออกมา

ไม่ใช่ว่าพวกเขาโชคร้าย แต่ปีศาจที่ยิ่งใหญ่นั้นไม่ธรรมดาจริงๆ เพียงแค่รัศมีความเย็นที่พวกมันแผ่ออกมาจากร่างกายก็เพียงพอจะสังหารพวกเขาได้แล้ว

ทุกคนร่างกายสั่นสะท้าน พวกเขาคิดว่าด้วยร่างกายของมนุษย์ธรรมดาอย่างพวกเขาหากไม่มีโลงศพทองแดงคอยปกป้องจะต้องถูกบดขยี้ภายใต้การเคลื่อนย้ายในประตูดวงดาวอย่างแน่นอน

การกลับเข้าไปในโลงศพทองแดงนั้นก็เป็นเรื่องที่เลวร้ายเช่นกัน แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าอยู่ที่นี่

ในความมืดดวงตาของบรรพบุรุษจระเข้เย็นลงในขณะที่มันอ้าปากขึ้นเปลวไฟโลกันต์อันร้อนแรงก็พุ่งไปยังแผนภาพไท่จี๋ที่อยู่บนท้องฟ้า

เมื่อเห็นฉากนี้ใบหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว!

ท้ายที่สุดเจ้าปีศาจแห่งโลกนี้ปฏิเสธที่จะยอมแพ้ มันต้องการปิดผนึกเส้นทางโบราณที่พวกเขาจะย้ายออกไปจากที่นี่

ทุกคนตกใจมาก รีบเข้าไปในโลงศพทองแดงอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันมือขนาดใหญ่นั้นก็ยื่นเข้าหาโลงศพทองแดง!

"แคร้ง"

เมื่อมือขนาดใหญ่นั้นสัมผัสกับโลงศพทองแดงหัวใจของทุกคนจมลง หากว่าโลงศพนี้ถูกทำลายหนทางในการรอดชีวิตของพวกเขาก็จะถูกทำลายลงเช่นกัน

แต่เมื่อทุกคนหวาดกลัวถึงขีดสุดมือของสัตว์ประหลาดข้างนั้นก็กระเด็นขึ้นสู่ท้องฟ้า เลือดสีดำของมันสาดกระจายไปทุกที่ก่อนที่มือข้างนั้นจะตกลงมาด้านข้างของแท่นบูชาห้าสี

โลงศพทองแดงนั้นไม่มีวี่แววว่าจะขยับไปไหน

แต่ในทันทีที่มือที่ถูกตัดขาดข้างนั้นกระแทกลงกับพื้นก็มีเสียงหัวเราะมาจากปากของบรรพบุรุษจระเข้ คล้ายกับว่ามันกำลังเยาะเย้ยเจ้าของมือข้างนั้นที่โจมตีโลงศพทองแดงโดยไม่เจียมตัว

“พวกเราจะทำยังไงดี ในตอนนี้บรรพบุรุษจระเข้ทำการขวางกั้นประตูมิติไม่ให้พวกเราเดินทางจากไป”

"ดูสิ! อาวุธวิเศษของพวกเรา"

ในเวลานี้อาวุธวิเศษของทุกคนดูเหมือนจะหม่นหมองลงเล็กน้อย ในขณะเดียวกันพลังของมันก็ถูกดูดกลืนโดยบางสิ่งบางอย่าง

ทันใดนั้นเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นที่ด้านบนของโลงศพทองแดง มันเป็นเงาสีดำที่มีความสูงประมาณสองเมตรยืนอยู่ตรงนั้นแล้วกำลังหัวเราะทุกคน

เสียงหัวเราะนี้ทุกคนค่อนข้างคุ้นเคยสำหรับพวกเขา เพราะมันเป็นเสียงหัวเราะของบรรพบุรุษจระเข้นั่นเอง

แต่ทุกคนต่างไม่เข้าใจว่าปีศาจร้ายตัวนี้เปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ได้อย่างไร!

นี้เป็นบุคคลที่เคยต่อสู้กับพุทธองค์ เป็นบุคคลในตำนานที่ปรากฏตัวขึ้นจริงๆ ในเวลานี้มันพยายามจะเปิดโลงศพทองแดงออก

จบบทที่ 21 - จระเข้

คัดลอกลิงก์แล้ว